หน่วยที่ 11 ความผิดเกี่ยวกับเพศ ทำให้แท้งลูก และทอดทิ้งเด็ก คนป่วยเจ็บ คนชรา
หน่วยที่ 12 ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
หน่วยที่ 13 ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์(1)
หน่วยที่ 14 ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์(2)
หน่วยที่ 15 ความผิดเกี่ยวกับศพและความผิดลหุโทษ
หน่วยที่ 11 ความผิดเกี่ยวกับเพศ ทำให้แท้งลูก และทอดทิ้งเด็ก คนป่วยเจ็บ คนชรา
11.1 ความผิดเกี่ยวกับเพศ
11.2 ความผิดฐานทำให้แท้งลูก
11.3 ความผิดฐานทอดทิ้งเด็ก คนป่วยเจ็บ หรือคนชรา
1) ความผิดเกี่ยวกับเพศ – กระทบกระเทือนต่ออนามัยและจิตใจของผู้ถูกกระทำ และความรู้สึกหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน <- กม บัญญัติเป็นความผิด
2) กมให้สิทธิคุ้มครองแก่ทารกในครรภ์มารดา แม้ยังไม่มีสภาพบุคคล และเนื่องจากการฆ่าทารก ไม่เป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่น , กมจึงบัญญัติเป็นความผิดต่างหาก
3) บุคคลที่อ่อนแอ ด้วยอายุก็ดี, ความเจ็บป่วยก็ดี , ย่อมไม่สามารถคุ้มครองตนเองได้ , ถ้าถูกทอดทิ้ง ไม่เอาใจใส่ – อาจเป็นเหตุได้รับอันตราย , กมจึงคุ้มครองบุคคลดังกล่าว และผู้ฝ่าฝืนย่อมมีความผิด
p 11-4 ตอนที่ 11.1 ความผิดเกี่ยวกับเพศ
11.1.1ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น
11.1.2 กระทำชำเรา(กทชร)เด็ก
11.1.3 กระทำอนาจาร(อนจ)
11.1.4 เป็นธุระจัดหาชาย หรือหญิง เด็ก เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น
11.1.5 พาบุคคล เด็ก หรือ ผู้อื่น ไปเพื่ออนาจาร
11.1.6 ช่วยเหลือ หรือเกี่ยวกับการค้าประเวณี หรืออยู่ร่วมกับผู้ซึ่งค้าประเวณี และไม่สามารถแสดงที่มาของรายได้ในการดำรงชีพ
11.1.7 ค้าหรือทำให้แพร่หลายซึ่งวัตถุ(ว) หรือ สิ่งของ ลามก หรือครอบครอง ส่งต่อ ค้า ทำให้แพร่หลายซึ่งสื่อลามากอนาจารเด็ก ^ส่งต่อ ก็โดนน่ะ
1) กทชร ผู้อื่น- คผ – เมื่อผู้อื่นไม่สมัครใจยินยอมให้กท – ผกท อาจจะต้องรับโทษหนักขึ้น หรือยอมความได้กรณีที่มี กม บญ ไว้เฉพาะ
2 ) กทชร เด็ก < 15ปี – ยอมความไม่ได้ , ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่
ถ้าผกท < 18ปี อาจไม่ตอ้งรับโทษ , แต่ถ้าผถกท 13-18ปี โดยเด็กยินยอม
ศ ที่มี อน พจรณ คดีเยาวชน – พจรณ คุ้มครองสวัสดิภาพ เด็กผู้ถูก กท หรือ ผกทผ – คุ้มครองเด็ก แทนการ ลงโทษ(ลโท)
p 11-5 , 3) อนจ ญ ช > 15 yr – จะเป็นคผ ถ้า บค นั้นไม่ยินยอม
แต่ถ้า < 15 yr ถือว่าผ เสมอ ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ ^สรุปเหมือนกัน ทั้ง กทชร และ อนจ
4) เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือ พา ช ญ หรือเด็กไป – สนองความใคร่ผู้อื่น / เพื่ออนค เป็นคผ ไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ – กม ลงโทษทั้งผกท ผู้สนับสนุน กกทดังกล่าว
และ ผู้รับตัว ช หรือ ญ หรือ ด นั้นไว้
5) พา บค 15-18 ปี , หรือพาเด็ก < 15yr(แม้ยินยอม) หรือพาผู้อื่น ที่ไม่ยินยอม – ไปเพื่อ อนจ – เป็นคผ
กม ลงโทษ ทั้งผู้พา / ซ่อนเร้น
6) กกท เพื่อช่วยเหลือ ,ให้ความสะดวก หรือ คุ้มครอง การค้าประเวณี ของผู้อื่น – ได้รับปย หรือ กกท ใดๆ ที่เกี่ยวขอ้งกับการค้าประเวณี กม บญ ไว้ มีคผ -^แม่เล้าที่รวบรวม ให้งานเด็ก N ก็น่าจะผิดข้อนี้
7) การค้า ทำให้แพร่หลาย โฆษณา หรือ ครอบครอง , ส่งต่อ – สื่อลามก อนจเด็ก มีคผ
p 11-6 11.1.1ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น (ขข กทชร)
🌠1. บบญ ทั่วไป ม 276 ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท Q – เข้าใจผิดว่าเป็นบค อื่น ตั้งแต่วรรคแรก
➋ ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ได้กระทำโดยทำให้ผู้ถูกกระทำเข้าใจว่าผู้กระทำมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท
➌ ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ได้กระทำโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงหรือกระทำกับชายในลักษณะเดียวกัน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
➍ ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำความผิดระหว่างคู่สมรส และคู่สมรสนั้นยังประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติแทนการลงโทษก็ได้ ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกและคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาต่อไป และประสงค์จะหย่า ให้คู่สมรสฝ่ายนั้นแจ้งให้ศาลทราบ และให้ศาลแจ้งพนักงานอัยการให้ดำเนินการฟ้องหย่าให้
อปก ภายนอก
1)ผู้ใด
2) ขข กทชร
2.1 โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ
2.2 โดยใช้กำลังประทุษร้าย
2.3 ให้ผู้อื่นนั้น อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือ
2.4 โดยให้ผู้อื่นนั้น เข้าใจผิดว่าตนเป็น บคอื่น
3) ผู้อื่น
อปก ภายใน – จตน
p 11-7 , ม 276 วรรคหนึ่ง ได้ปป จาก เดิม “ผู้ใด ขข กทชร ญ ซึ่งมิใช่ริยาของตน …. ” เป็น “ผู้ใด ขข กทชร ผู้อื่น… “
ผู้ใด เป็น ชายเท่านั้น ที่สามารถขข กทชร เปลี่ยน -> ผกทผ เพศใดก็ได้ – และผู้ถูกกท จะเป็นเพศใดก็ได้
ผกทผ อาจะเป็นสามี ขขกทชร ภริยา ตนเอง ก็ได้
ข่มขืน = บังคับ
ขข กทชร – ผู้ถูกกท ต้องไม่ยินยอม – ถ้ายินยอม ก็ไม่ผิด ตาม ม นี้
ฎ จล ลอบ กทชร ญ ตอนนอน – พอตื่นมา ถีบจล – ถือเป็นการขืนใจ เพราะ ญ ไม่สมัครใจ – ถือว่า ขขกทชร
ฎ ผสห ยินยอม ให้จล 1 ร่วมประเวณี โดย จล 2 จับถ่างขา – สมัครใจ ไม่ผิด ขขกทชร
ถ้าการยินยอม เพราะ – ถูกทำร้าย กลัวถูกฆ่า เป็นอัมพาต หมดสติ เมาสุรา วิกลจริต – ถือว่า ขข เช่นกัน
ฎ จล แม้ไม่ได้พูด แต่ตามพตก ผสห กลัวจล – จะถือว่ายินยอมไม่ได้ – มีคผ
p 11-8 , ผสห เป็นลจ จล ข่มขู่ ถ้าไม่ยินยอม จะแจ้งตำรวจ หลบหนีเข้าเมือง – ไม่ถือว่า ผสห ยินยอม
ญ ยินยอมให้ ช เล้าโลม แต่เมื่อจะร่วมประเวณี – ญ ไม่ยอม = ถือว่า ญ ไม่ยินยอม
ถ้ายินยอม โดยหลงเชื่อ เช่นหลอกว่าจะแต่งงาน -ต้องพจรณ เป็นรายๆ
ขขกทชร ตาม ม นี้ ต้องมี วิธีดังต่อไปนี้
✍️ก โดยขู่เข็ญ ด้วยประการใดๆ- อตร ชีวิต ร่างกาย สรภ ชื่อเสียง กิจการใดๆ
ขนาดให้ถึงกลัว
ถ้าให้มี sex เพราะกลัว ช รู้ความลับ ว่า ญ มีชู้ -ไม่ถือว่า ขู่เข็ญ ^ ทำไมอันนี้จึงไม่ถือว่าขู่เข็ญ
ญ ลท ช , ช ขู่ถ้ายอม จะไม่ส่งตำรวจ – ถือว่าขู่เข็ญ
✍️ข ใช้กำลังประทุษร้าย – ม 1(6) ทั้งกายและใจ รวมถึง ทำให้ไม่สามารถขัดขืนได้ เช่น ใช้ยา สะกดจิต
แต่ถ้าเป็นต่อ สรภ ชื่อเสียง ทส – ไม่ถือในข้อนี้ -> แต่อยู่ในเรื่อง ขู่เข็ญ
ปอ ม 1(6)” “ใช้กำลังประทุษร้าย” หมายความว่า ทำการประทุษร้ายแก่กายหรือจิตใจของบุคคล ไม่ว่าจะทำด้วยใช้แรงกายภาพหรือด้วยวิธีอื่นใด และให้หมายความรวมถึงการกระทำใด ๆ ซึ่งเป็นเหตุให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ไม่ว่าจะโดยใช้ยาทำให้มึนเมา สะกดจิต หรือใช้วิธีอื่นใดอันคล้ายคลึงกัน”
p 11-9 , ✍️ ค ไม่สามารถขัดขืนได้ – ไม่สมัครใจ , ภาวะอาจมีอยู่ก่อน เช่น เป็นอัมพาต
ฉุดเข้าป่า – ไม่มีทางหนี
ถ้า ญ โดนยา เช่น ยาปลุกกำหนัด ยั่วยุกามรมณ์ – ยังไม่ถือ
แต่ถ้ายา สลบ มึนเมา – อันนี้เข้าข้อนี้
ฎ จล ฉุด ญ ไปในป่า ได้ครั้งหนึ่ง, ต่อมาพาไปหากลุ่มเพื่อน จล , ได้อีก โดย ญ ไม่ได้ขัดขืน จะถือว่า ญ ยินยอมไม่ได้ เพราะ กลัว ไม่กล้าขัดขืน
ฎ ชร ญ ขณะเมาสุรา – ถือว่า ผิดม นี้ 276 ^แสดงว่า ไม่ว่าการเมา จะเมาจาก ญ หรือ ช ก็ถือว่า – อยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืน
ถ้าหลอกลวงให้ผถกท – เข้าใจผิด ว่าไม่อาจขัดขืนได้ เช่น แพทย์หลอก ญ ว่าจะทำผ่าตัด แต่ดันไป อนาจาร – จะถือว่า อนาจาร จาก ญ ไม่สามารถขัดขืนได้หรือไม่
ฎ ผสห ยอมให้จล กระทำอนจ – โดยโง่เขลาเบาปัญญา หลงเชื่อว่ารักษาโรคได้- ไม่ถือว่า “ไม่สามารถขัดขืนได้” – ผสห เกิน 13 ปี – จึงไม่ผิด
จล เป็นแพทย์แผนโบราณ หลอกผสห ว่าทำการรักษา – ศ ฎีกา มองว่า ไม่เป็นการอนจ ม 278 ข้อความเหมือน 276 โดยการขู่เข็ญ โดยใช้กำลัง
p 11-10 , ✍️ ง. ทำให้ผู้อื่น เข้าใจผิดว่าตนเป็นบค อื่น – เช่น ทำให้คิดว่าเป็นคนรัก <- อันนี้ ถือว่าส. ผ ในตัวบค
แต่ถ้าหลอกว่าจะแต่งงานด้วย เลยให้มีอะไรด้วย , ไม่ถือว่าผิด กทชร – เพราะไม่ได้ ส. ผ ตัวบค
คำว่า บค อื่น คือ บค ที่ญ จะยอมให้กทชร เช่น ผ่าตัดทำหน้าให้เหมือนแฟน ที่หายไปนาน
ฎ ญ เข้าใจว่าเป็นสามี เลยให้ ชร แต่พอลูบหน้าร่ายกาย ก็รู้ว่าไม่ใช่ – ผ ขข กทชร
กทชร ตาม ม 1 (18) กท เพื่อสนองความใคร่ชองผกท โดยการอวัยวเพศของ ผกท ล่วงล้ำอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปาก ผู้อื่น
แบ่งเป็น 2 ลักษณะ
(1) ทางกาย – อวัยวะ ล่วงล้ำดังว่า
(2) จิตใจ
p 11-11 🧡(1) ทางกาย – ผกท เป็นเพศใดก็ได้ ใช้อวัยวะล่วงล้ำ ผู้ถูกกท เป็นเพศใดก็ได้
ร่วมถึง ล่วงล้ำทวารหนัก ปาก
ถ้าไม่ได้สอดเข้าไป ก็ไม่ถือว่า ล่วงล้ำ – ไม่เป็นการ กทชร สำเร็จ – อาจผ ฐ พยย หรือ อนาจาร
กรณี ญ – เอา อวัยวะญ สวมใส่ บนอวัยวะเพศชาย ได้เช่นกัน
ฎ ช กทชร ญ 9 ปี ล่วงล้ำ 1 องคุลี – ถือว่า กทชร สำเร็จ – ไม่ได้ดูว่ามีน้ำอสุจิหรือไม่
ฎ ล่วงล้ำ ไม่จำเป็นต้องมีรอยฉีกขาด
p 11-12 , ฎ ล่วงล้ำแล้ว ไม่จำเป็นต้อง สำเร็จความใคร่ – ก็ถือว่า ผฐ ขขกทชร
ถ้าแค่ถูไถ ไม่ถือว่า กทชรสำเร็จ – แต่อาจอนจ หรือ พยย กทชร
ฎ หลักฐานทาง วิทยาศาสตร์ เชื่อว่า ยังมิได้ กทชร แค่ถูข้างนอก รอยแดง – เยื่อพรหมจารี ไม่ขาด – พยย ขข กทชร
แต่ถ้ากรณียังลงมือไม่ถึงขั้น พยย ขขกทชร – ม 80 บอกว่า ผ อนจ
ฎ เข้าด้านหลัง จับอวัยวะ นอกกางเกง – ผ อนจ
อนจ ใกล้เคียงกับ กทชร – แต่อาจเป็นขั้นตอนก่อน หรือ ต่อเนื่องกับ กทชร
ถ้าผ ขข กทชร – จะไม่ผิด อนจอีกบท
p 11-13 , ฎ พา ญ ไป ขขกทชร – มิได้ อนจ ประการอื่น – การจับแขน ไม่ถือเป็น อนจ อีกบท
ถ้านำ ญไป อนจก่อน แล้วค่อย กทชร ภายหลัง – ศ ตัดสินว่า ผ ทั้ง อนจ และ กทชร ผิดกรรมเดียว หลายบท -ลงโทษบทหนัก – กทชร
ฎ จับของ สงวนก่อน ขขกทชร – เมื่อ ศ พพษ ข้อหา อนจ ถึงที่สุดแล้ว – ส นำคดีฟ้อง ขขกทชร ย่อมระงับไป
ฎ จท มิได้บรรยายฟ้อง ขข หลายครั้ง – แต่ถ้ากกท ต่อเนื่อง จตน เดิม – เป็นคผ กรรมเดียว
– แต่ถ้าขข หลายคน – แม้เวลาใกล้เคียงกัน ต่อเนื่อง – ก็ถือว่า ผ หลายกรรม
ฎ จล 3 คน จับ ญ และ ดญ ผลัดเปลี่ยนกันขข จล 1 2 – ดญ -> ม 277
ร่วมกับ จล 3 – ญ -> ม 276
จล 1 ,2 ผิด 2 กรรม
p 11-14 , ขข มักจะเป็นที่เปลี่ยว – ผสห ญ เป็น พย ปากเดียว ถ้ามีพตก น่าเชื่อ ศ รับฟังปากเดียว – ลงโทษ จลได้
แต่ถ้ามีหลาย พย แต่ถ้าเบิกความขัดกัน – ยกปย แห่งความสงสัย ให้จล
บางจล ถูกกล่าวหาว่า ขข แต่พิสูจน์ทาง DNA ว่าลูกมิใช่ ก็ได้
🧡(2) ทางจิตใจ ผู้ถูก กท – เพื่อสนองความใคร่(คค) ความพึ่งพอใจทางเพศ อาจไม่ต้องร่วมประเวณีก็ได้
ผกท ต้องมีจตน
ถ้า ผกท ทำเข้าข่าย (1) แต่ไม่มีจตน เช่น ทำไปเพราะคึกคะนอง แสดงโชว์ เพื่อความสนุกสนาน หรือ กทเพื่อสนอง คค ของผู้ถูก กท – ไม่ผ กทชร แต่เป็น อนจ
ตย นาย ก จ้าง ข จับ ญ และให้ ข สอดใส่ เพื่อสนอง คค ของ ก – ข ผ แค่ อนจ โดย ก ผิดฐ ผู้ใช้
p 11-15 ผู้อื่น – ผู้ถูก กทชร – เพศใดก็ได้ , สามี ภริยา ก็ได้
อปก ภใน – ผกท คผ ฐ ขขกทชร ต้องมี จตน ตาม 59 มี บังคับ ขู่เข็ญ + จิตใจ คือ สนอง คค ของ ผกท ตาม ม 1(18)
ขขกทชร อาจร่วมกัน กทผ ตาม ม 83 ได้ เช่น หลายชาย ขข ญ , โดยถ้าร่วมมือกัน ขขกทชร ก็เป็น ตก ทั้งคู่
ฎ ผู้ร่วมกทคผ – มิต้อง ลงมือ กทชร ด้วยทุกคน แต่ทุกคนที่ร่วม เป็น ตก ม 83 – และ ม 276 ไม่ใช่ลงโทษเฉพาะชายเท่านั้น – เพราะใช้คำว่า “ผู้กระทำผิด” – แม้ จล 2เป็น ญ ถ้าสมคบ จล 1 ก็ลงโทษใน ฐ ตก
การ Dx ตก- ม 83 ผู้นั้นได้ร่วมกทผ ด้วย- แต่ถ้าไม่ได้ร่วมกทผ ด้วย ก็ไม่ผ ฐ นี้ -แต่อาจผ ฐ อื่น ถ้าอปกภใน ครบ
p 11-16 , ตย จล ตีหัว และร่วมกับ ฉ ในการฉุด ผสห – จากนั้น วิ่งหลบนี้ไกล ปล่อยให้ ฉ กทชร – จล ไม่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุน ตาม ม 26 แต่ ผ ม 284
! 🌠 2. เหตุที่ทำให้ผู้ขข กทชร ผู้อื่น ตอ้งรับโทษหนักขึ้น
p 11-17
p 11-18
p 11-19
p 11-20
p 11-21
p 11-22
p 11-23
p 11-24
p 11-25
p 11-26
p 11-27
p 11-28 ! 🌠3. การดำเนินการหลังจากคู่สมรส กทผ
p 11-29 ! 🌠4. ขข กทชร อันยอมความได้
p 11-30
p 11-31
p 11-32 ! กิจกรรม 11.1.1
1. ชายเดินมาเห็นหญิงนอนหลับ กระโปรงเปิดถึงเอว เกิดอารมณ์(อรทพ) เอาอวัยวะเพศ (อวยวพ) สอดทางทวารหนัก มีความคผฐ ขข กทชร หรือไม่ ?
Ans กกท เข้าอปก ขข กทชร ทางกาย และเกิดอรทพ เข้าอปก จิตใจ ครบ ม 276
ม 276 “ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท
2. ให้ใช้ช้อนสอดใส่เข้าไปในช่องปาก เพื่อสนองความใคร่ ถือว่า คผฐ ขข กทชร หรือไม่
Ans กกท ทางกาย ม 1(18) ต้องเอา อวยวพ ของผู้กระทำ ล่วงล้ำ อวยวพ ทวารหนัก หรือ ช่องปาก – อันนี้ไม่ใช่ คผฐ ขขกทชร , แต่ผิดฐ ทำให้เสื่อมเสียสรภ +
ม 1 (๑๘) “กระทำชำเรา” หมายความว่า กระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ โดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำล่วงล้ำอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น
11.1.2 กระทำชำเรา(กทชร)เด็ก
1. บทบญ ทั่วไป
ม 277 “ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
วรรคสอง ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
วรรคสาม ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ได้กระทำโดยทำให้ผู้ถูกกระทำเข้าใจว่าผู้กระทำมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
วรรคสี่ ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ได้กระทำโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงหรือกระทำกับเด็กชายในลักษณะเดียวกัน ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต
วรรคห้า ความผิดตามที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นการกระทำโดยบุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปีกระทำต่อเด็กซึ่งมีอายุกว่าสิบสามปีแต่ยังไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กนั้นยินยอม ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวจะพิจารณาให้มีการคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กผู้ถูกกระทำหรือผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กแทนการลงโทษก็ได้ ในการพิจารณาของศาล ให้คำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ สิ่งแวดล้อมของผู้กระทำความผิดและเด็กผู้ถูกกระทำ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำความผิดกับเด็กผู้ถูกกระทำ หรือเหตุอื่นอันควรเพื่อประโยชน์ของเด็กผู้ถูกกระทำด้วย
วรรคหก ในกรณีที่ได้มีการดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กผู้ถูกกระทำหรือผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กแล้ว ผู้กระทำความผิดไม่ต้องรับโทษ แต่ถ้าการคุ้มครองสวัสดิภาพดังกล่าวไม่สำเร็จ ศาลจะลงโทษผู้กระทำความผิดน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ ในการพิจารณาของศาล ให้คำนึงถึงเหตุตามวรรคห้าด้วย”
p 11-33 ,อปก ภน
– ผู้ใด
– กทชร
– เด็ก < 15
– มิใช่ ภริยาหรือ สามีตน
– โดยเด็กนั้นจะยินยอม หรือไม่ก็ตาม
อปก ภใน – จตน
กม แยกคผฐ กทชร เด็กออกมา เพื่อค้ค เด็ก <15 – ถือว่าส่วนใหญ่ไม่รู้ผิดชอบเรื่องกกทท เพศ – จึงกำหนดเป็น คผ แม้เด็กจะยินยอม
ผู้ใด – 277 ปปจาก เดิม “ผู้ใดกทชร เด็กญ ” เป็น ” ผู้ใดกรทชเด็ก “
p 11-34 , ทำให้ผู้ใด อาจจะเป็น ญ หรือ ช ก็ได้ และกท กับ ญ หรอื ช เพศเดียวกันก็ได้
กทชร ม 277 บญ ความหมาย กทชร เหมือน 276
เด็ก < 15ปี – โดย เด็ก ต่ำกว่า หรือ 15ปี บริบูรณ์ ก็ได้
แต่ถ้าน้อยกว่า 13 ปี จะเป็น ม 277 ว.3
ซึ่งมิใช่ภริยา หรือ สามีของตน
p 11-35
p 11-36
p 11-37
p 11-38 ! กิจกรรม 11.1.2 นายนิล 15ปี ได้เสียกันจน นส พลอย ตั้งครรภ์- ได้มีการดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก เมื่อเสร็จแล้ว- ทั้งคู่ต้องรับ คผฐ กทชร เด็ก ?
Ans ทั้งคู่ ต่างมีคผฐ กทชร เด็กไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ ภริยาสามีตน ตาม 277 วรรคหนึ่ง แม้ได้ครับ การดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ถือว่ามีคผ แต่ไม่ต้องรับโทษ ตาม 277 วรรคหก
“มาตรา ๒๗๗ ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้น จะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ต้องระวางโทษ
วรรคสอง ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
วรรคหก ในกรณีที่ได้มีการดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กผู้ถูกกระทำหรือผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กแล้ว ผู้กระทำความผิดไม่ต้องรับโทษ แต่ถ้าการคุ้มครองสวัสดิภาพดังกล่าวไม่สำเร็จ ศาลจะลงโทษผู้กระทำความผิดน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ ในการพิจารณาของศาล ให้คำนึงถึงเหตุตามวรรคห้าด้วย
p 11-39 11.1.3 กระทำอนาจาร (กทอนจ)
1. กท อนจ บค อายุกว่า 15ปี
ม 278 “ผู้ใดกระทำอนาจารแก่บุคคล อายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะ ที่ไม่สามารถขัดขืนได้หรือโดยทำให้บุคคลนั้น เข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินสิบปีหรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำโดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศหรือทวารหนักของบุคคลนั้น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสอง ได้กระทำโดยทำให้ผู้ถูกกระทำเข้าใจว่าผู้กระทำมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสอง ได้กระทำโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดหรือโดยใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงหรือกระทำกับชายในลักษณะเดียวกัน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต “
1.1 คผฐ กท อนจ 278 ว.1
อปก ภน – กทอนจ
– บค 15 ปี
– โดย (1) ขู่เข็ญด้วยประการใด
(2) ใช้กำลังปทษร
(3) บคนั้นอยู่ในภาวะ ไม่สามารถขัดขืนได้
(4) ทำให้บค เข้าใจผ ว่าตนเป็นบคอื่น
อปกภใน จตน
กทอนจ = กท แก่เนื้อตัวของบค ไม่สมควรทางเพศ ตามประเพณีนิยม กาละเทศะ – แต่ไม่ถึงขึ้น ขขกทชร หรือ พยย ขขกทชร , มีลักษณะดังนี้
p 11-40 , ▉ 1. กทอนจ แก่เนื้อตัว ของบค โดยตรง – กอดจูบ จับนม จับของลับ ญ หรือ ใช้เนื้อตัวของผกทผ เอง
บังคับให้ ญ จับของตน
ถ้าเพียงพูดจาหยาบคาย ถ้อยคำผรุสวาท หรือเขียนภาพลามกอนจ – ไม่ถือเป็นกกท อนจ
p 11-41 ! โดยการขู่เข็ญ ด้วยประการใดๆ – กม บญ 278 จะตอ้งกท โดยการขู่เข็ญ แสดงว่า คผ ม นี้ ผถกท มิได้ยินยอมเท่านั้น
อปก เหมือน 276
การหลอกให้ผู้อื่น สำคัญผ ในสภาพการกท เช่น กท อนจ โดยหลอกว่าเป็นการรักษาโรค ทำให้บค ไม่ขัดขืน -น่าจะถือว่าเป็นการกทโดยบค อยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ – ถือว่า ผ กท อนจ แล้ว
ฎ ผสห ยอมให้ จล กท โดย โง่เขลา เบาปัญญา เชื่อว่า รักษาโรคได้ – ไม่เป็นการกทโดย ขู่เข็ญ กำลัง ปทษร หรือ ผสห ไม่สามารถขัดขืนได้ – จล กทต่อผสห อายุ >13 ปี – ไม่เป็นคผ
ฎ จล พาผสห 17ปี ออกจากวัด ตอนแรก สมัครใจไป – ต่อมาไปอนจ ปลุกปล้ำ ผสห มิได้ยินยอม – ผ ม 278 , 318 ว.3
p 11-42 อปก ภใน จตน ม 59
p 11-43
p 11-44
p 11-45 ! 4. กท อนจ อันยอมความได้
p 11-46 ! กิจกรรม 11.1.3 นายเล็ก เข้าไปบีบหน้าอก เพื่อแก้แค้น เคยถูกดูถูก นายเล็ก มีคผ เดี่ยวกับ ทางเพศ หรือไม่ ?
Ans มีคผฐ กทอนจ 278 แม้ว่าการบีบหน้าอก จะประสงค์เพียงทำร้ายร่างกาย แก้แค้น มิได้ประสงค์เรื่องความใคร่ หรือ ประเวณี – แต่ตามประเพณี ทำให้อับอายขายหน้าทางเพศ
มาตรา 278 ผู้ใดกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
11.1.4 เป็นธุระจัดหาชาย หรือหญิง เด็ก เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น
แยก เป็น 2 กรณี
– ธุระจัดหา ช ญ หรือ ด เพื่อสนองคค แม้ผู้นั้นจะยินยอม ม 282
– ,, ,, ,, ผู้นั้นไม่สมัครใจยินยอม ม 283
และยังมีคผ ผู้สนับสนุน , ผู้รับตัวบค ซึ่งมีผู้จัดหา ล่อไป หรือ ชักพาไป
p 11-47 1. เป็นธุระจัดหาชาย หรือหญิง เด็ก เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น แม้ผู้นั้นจะยินยอม
1.1 ม 282 “ผู้ใดเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
ผู้ใดเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น รับตัวบุคคลซึ่งมีผู้จัดหา ล่อไป หรือพาไปตามวรรคแรก วรรคสอง หรือวรรคสาม หรือสนับสนุนในการกระทำความผิดดังกล่าว ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้ในวรรคแรก วรรคสอง หรือวรรคสาม แล้วแต่กรณี”
p 11-48
p 11-49
p 11-50
p 11-51
p 11-52
p 11-53
p 11-54 ! กิจกรรม 11.1.4 สุธี หลอกลวง สมร 19ปี ไปขายซ่องโสเภณี รู้ตัวก่อน จึงหลบหนีมาอยู่กับ หมวย ตรงข้ามซ่อง , หมวยผิด 283 หรือไม่
Ans สุธี ธุระจัดหา ผ ม 283 วรรคแรก
แต่หมวย แม้จะรับไปต่อ แต่ไม่มีคผ ตาม 283 วรรค4 เพราะต้องมีจตนพิเศษ เพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น
มาตรา 283 ผู้ใดเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
วรรคสี่ ผู้ใดเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น รับตัวบุคคลซึ่งมีผู้จัดหา ล่อไป หรือพาไปตามวรรคแรก วรรคสอง หรือวรรคสาม หรือสนับสนุนในการกระทำความผิดดังกล่าว ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้ในวรรคแรก วรรคสอง หรือวรรคสาม แล้วแต่กรณี
p 11-55 11.1.5 พาบุคคล เด็ก หรือ ผู้อื่น ไปเพื่ออนาจาร $
p 11-56
p 11-57
p 11-58
p 11-59
p 11-60
p 11-61
p 11-62
p 11-63 ! กิจกรรม 11.1.5 นาย ก พา นาย ข 19 ปี ไป อนจ , และวานให้เล็ก พา ข ไปซ่อนตัว พอพ่อแม่กลับ จึงพากลับมาหา ก , ก และ เล็ก ผิด?
Ans พา >18 ไป อนจ โดยใช้กลอุบาย มีคผ 284 วรรคแรก
ส่วนเล็ก พาคนที่ถูกหลอกไป ซ่อนเร้น ผิด 284 วรรคสอง
มาตรา 284 ผู้ใดพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวงขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
วรรคสอง ผู้ใดซ่อนเร้นบุคคลซึ่งถูกพาไปตามวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้พาไปนั้น
วรรคสาม ความผิดตามมาตรานี้ เป็นความผิดอันยอมความได้
p 11-64 11.1.6 ช่วยเหลือ หรือเกี่ยวกับการค้าประเวณี หรืออยู่ร่วมกับผู้ซึ่งค้าประเวณี และไม่สามารถแสดงที่มาของรายได้ในการดำรงชีพ
p 11-65
p 11-66 ! กิจกรรม 11.1.6
p 11-67 11.1.7 ค้าหรือทำให้แพร่หลายซึ่งวัตถุ(ว) หรือ สิ่งของ ลามก หรือครอบครอง ส่งต่อ ค้า ทำให้แพร่หลายซึ่งสื่อลามากอนาจารเด็ก
1. ค้า หรือทำให้แพร่หลาย ซึ่งวัตถุหรือ สิ่งลามก
ม 287 ” (๑) เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งเอกสาร ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพหรือสิ่งอื่นใดอันลามก Q- นำเข้ามา เพื่อดูเอง ไม่ผิด
(๒) ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชน หรือให้เช่าวัตถุหรือสิ่งของเช่นว่านั้น
(๓) เพื่อจะช่วยการทำให้แพร่หลาย หรือการค้าวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว โฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใด ๆ ว่ามีบุคคลกระทำการอันเป็นความผิดตามมาตรานี้ หรือโฆษณาหรือไขข่าวว่าวัตถุ หรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้วจะหาได้จากบุคคลใด หรือโดยวิธีใด Q บอก ให้ ก ทราบว่าจะมาซื้อภาพลามก ร้านข อันนี้ผิด ถือว่า ไขข่าว
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
1.1 คผ ม 287(1)
p 11-68 , อปก ภน 1. ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้า หรือยังให้นำเขา มาในรชอนจ , ส่งออก หรอื ยังให้ส่งออก น รชอนจ , พาไป หรือยังพาไปให้แพร่หลาย
2. เอกสาร ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพหรือสิ่งอื่นใดอันลามก
อปก ภใน – จตน
– เพื่อ 1) ประสงค์แห่งการค้า โดยการค้า
2)แจกจ่ายแก่ ปชช หรือ
3)แสดงอวดแก่ ปชช
p 11-69
p 11-70
p 11-71
p 11-72
p 11-73 ! กิจกรรม 11.1.7
p 11-74
p 11-75 11.2 ความผิดฐานทำให้แท้งลูก (ทหทล)
11.2.1 คผฐ ทำให้ตนเองแท้งลูก
11.2.2 คผฐ ทำให้หญิงแท้งลูก
11.2.3 การทำแท้ง ที่ไม่ต้องรับโทษ
11.2.4 การทำแท้งโดยชอบด้วย กม
1) การ ทหทล – ทำลายทารก ตั้งแต่เริ่ม ปฎิสนธิ จนถึง คลอด มีสภาพเป็นบค
ทหทล – เป็นคผ แม้ญ ทำให้ตนเอง ทล หรือ ยอมให้ผู้อื่น ทำตนเองให้ ทล
2) ผู้อื่นท่ทำให้ ญ แท้งลูก ย่อมมี คผ – ไม่ว่า ญ จะยินยอมหรอืไม่ – ต้องรับโทษหนักขึ้น ถ้า ญ ได้รับ อตร สาหัส หรือ ตาย
3) กพยย ทำให้ ทล ผกท อาจไม่ต้องรับโทษ มีได้เฉพาะกรณีที่ญ ครรภ์เป็นผู้ทำ หรือ ยินยอมให้ทำ เท่านั้น
4) กทำแท้งโดยชอบ กม – ย่อททำได้ในกรณีที่ ญ ยินยอม และกท โดย ผู้ประกอบวิชาชีพ ตามหเก ที่กม กำหนด
p 11-76 11.2.1 คผฐ ทำให้ตนเองแท้งลูก
p 11-77
p 11-78
p 11-79
p 11-80 ! กิจกรรม 11.2.1 คิดว่าตัวเอง มีครรภ์เกิน 12wk ทั้งที่ตน ไม่มีครรภ์ จึงใช้ให้ สามีไปซื้อยามากิน เพื่อ ทล – ญ และ สามี มีคผ ?
Ans เมื่อ ญ ไม่ได้ตั้งครรภ์ จึงไม่ผ
11.2.2 คผฐ ทำให้หญิงแท้งลูก
p 11-81
p 11-82
p 11-83
p 11-84
p 11-85 ! กิจกรรม 11.2.2
p 11-86 11.2.3 การทำแท้ง ที่ไม่ต้องรับโทษ
ม 304 “ผู้ใดเพียงแต่พยายามกระทำความผิดตามมาตรา ๓๐๑ หรือมาตรา ๓๐๒ วรรคแรก ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ”
p 11-87 ! กิจกรรม 11.2.3
11.2.4 การทำแท้งโดยชอบด้วย กม
ม 305 ” ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๓๐๑ หรือมาตรา ๓๐๒ เป็นการกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภาในกรณีดังต่อไปนี้ ผู้กระทำไม่มีความผิด
(๑) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากหากหญิงตั้งครรภ์ต่อไปจะเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายต่อสุขภาพทางกายหรือจิตใจของหญิงนั้น
(๒) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากมีความเสี่ยงอย่างมากหรือมีเหตุผลทางการแพทย์อันควรเชื่อได้ว่าหากทารกคลอดออกมาจะมีความผิดปกติถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง
(๓) หญิงยืนยันต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมว่าตนมีครรภ์เนื่องจากมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ
(๔) หญิงซึ่งมีอายุครรภ์ไม่เกินสิบสองสัปดาห์ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์
(๕) หญิงซึ่งมีอายุครรภ์เกินสิบสองสัปดาห์ แต่ไม่เกินยี่สิบสัปดาห์ ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์ภายหลังการตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของแพทยสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น”
p 11-88 , ม นี้ ยกเว้น คผ ทท 301 302 เงื่อนไข
1. กกท ของผู้ประกอบวิชาชีพ – ญ ยินยอม ตาม ม 301 , 302
! 5. ญ อายุครรภ์ < 12 ยืนยันยุติการตั้งครรภ์ – กม ปัจ ให้ทำแท้งได้ ไม่ผิด กม โดยให้ผู้ประกอบวิชาชีพ ทำ
p 11-89 ! กิจกรรม 11.2.4
p 11-90 11.3 ความผิดฐานทอดทิ้งเด็ก คนป่วยเจ็บ หรือคนชรา
11.3.1 คผฐ ทอดทิ้งเด็ก
11.3.2 คผฐ ทอดทิ้งผู้ซึ่งพึ่งตนเองมิได้
11.3.3 เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น
p 11-91 11.3.1 คผฐ ทอดทิ้งเด็ก (ททด)
ม 306 ” ผู้ใดทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกินเก้าปีไว้ ณ ที่ใด เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ^
อปก ภน
– ททด ไม่เกิน 9ปี ณ ที่ใด
– โดยประการที่ทำให้เด็ก ปราศจากผู้ดูแล
อปก ภใน – จตน
– เพื่อให้เด็ก นั้นพ้นไปจากตน
p 11-92
p 11-93 ! กิจกรรม 11.3.1
case ททด
case ตัวเงินตัวทองแทะเด็กหัวขาด
ถ้าเป็นททด < 9yr ผ ม 306
น่าจะต้องดูก่อนว่า กรณีเป็นแท้งหรือเปล่า ? แล้วทิ้งเด็ก
p 11-94 11.3.2 คผฐ ทอดทิ้งผู้ซึ่งพึ่งตนเองมิได้
ม 307 “ผู้ใดมีหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามสัญญาต้องดูแลผู้ซึ่งพึ่งตนเองมิได้ เพราะอายุ ความป่วยเจ็บ กายพิการหรือจิตพิการ ทอดทิ้งผู้ซึ่งพึ่งตนเองมิได้นั้นเสียโดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
อปกภน – มีหท ตามกม หรือ ตามสัญญา ต้องดูแล ผู้ซึ่งพึ่งตนเองมิได้ เพราะอายุ ความป่วยเจ็บ กายพิการหรือจิตพิการ
– ทอดทิ้ง ผู้ซึ่งพึ่งตนเองมิได้ นั ้นเสีย
– โดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้ อตร แก่ชีวิต
p 11-95
p 11-96 ! กิจกรรม 11.3.2
p 11-97
p 11-98 11.3.3 เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น
pretest
1. ผทก ต่อ < 15 ต้องรผฐ กทอนจ รับโทษหนักขึ้น – c ปืน +เปลื้องผ้า , ญ ใช้นิ้วสอดใส่ทางช่องปาก + ระเบิดขู่เข็ญ
2. สนอง คค ,คผฐ ขข กทชร – c ร่วมประเวณี เข้าใจผิด ชายคนรัก
3. ไม่มี คผ วัตถุ ลามก 287 – a ซื้อมาดูเอง- ผิดเพราะนำเข้า , ตอบ e บอกว่าจะหาซื้อ แต่ยังไม่ได้ทำ – a ซื้อหนังสือ ลามก จากตปท มาดูเอง
4. กกท ผ แต่ ผกท ไม่ต้องรับโทษ – ✘c คิดว่า ตนเองตั้งครรภ์ และ พยย ทำให้ตนเอง แท้งลูก – ^เนื่องจาก ไม่ได้ตั้งครรภ์ จึงไม่มี อปก คผ <- เพราะ c อาจจะไม่ ผ เลย
แต่ถ้า จะ ผ แต่ไม่ต้องรับ โทษ b ผู้อื่น พยย ทำให้ญ แท้ง โดย ญ ยินยอม , ม 304 บอกว่า พยย ทำ 301 302 ไม่ต้องรับโทษ , เน้นที่ พยย
5.ทอดทิ้งเด็ก ไม่เกิน 9ปี ไว้ ณ ที่ใด เพื่อให้เด็กพ้นไปเสียจากตน – e ผิด – ต้อง a ม 306 เนื้อความตาม กม
6. การทำแท้ง ของผู้ประกอบวิชาชีพ ข้อใดไม่ผิด ตาม 305 – b < 12wk ยืนยันยุติตั้งครรภ์
7. ผู้มี หท ดูแล ผู้ซึ่ง พึ่งตนเองไม่ได้ – ทอดทิ้ง ผู้ซึ่ง พึ่งตนเองไม่ได้ ผ 307 – d แก่ชีวิต
8. ธุระจัดหา ล่อไป พาไป แม้จะยินยอม ถ้า – e ทุกข้อ ทุกอายุ
9. ดำ จ้างแดง 21ปี , ทำงานสถานเริงรมย์ หน้าที่ค้าประเวณ – ดำ ผ ฐ ธุระจัดหา ม 282 หรือ- a ผิด แม้จะยินยอม
10 ญ ถูกขข กทชร ท้อง 12wk ,จ้าง ม ไม่ใช่แพทย์ มาทำแท้ง – ม ทำแท้ง – ผ หรือไม่ -d ผิด แม้ยินยอม
posttest
$
หน่วยที่ 12 ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
p 12-2
12.1 คผต่อ สรภ
12.2 คผฐานพรากเด็กผู้เยาว์ หรือ พาคนส่งออกไปนอกราชอาณาจักร
12.3 คผ เกี่ยวกับ การเปิดเผยความลับ
12.4 คผ เกี่ยวกับ หมิ่นประมาท(หปท)
1) มษุษย์ทุกคน ต้องมี สรภ , ทั้งกกท , การเคลื่อนไหวร่างกาย ,เลือกที่อยู่ ไม่ตกเป็นทาสใด , ผู้ใดฝ่าฝืน ย่อมมี คผ
2) เอาเด็กหรือ ผู้เยาว์(ผย) ไปจาก บิดา มารดา ผู้ปกครอง ผู้ดูแล เป็นการลม อน ปกครอง -ดฉ เอาไปทำทุจริต หากำไร เพื่ออนาจาร -ยิ่งมีคผ ^เคสแม่หมอ เอาลูกไป จากมารดา , แต่ไม่ได้เอาจาก บิดา ?, และถ้าดูจุดประสงค์ ก็ไม่น่าจะเข้ามาตรานี้
3.)การเลือกถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร(ร อณจ) ย่อมได้รับความคุ้มครอง – การเนรเทศ บคออกนอก ร อณจ ต้องกท ตามที่กม ให้ อน ไว้เท่านั้น
หรือพา หรือส่งคนออกไป นอก ร อณจ โดยมิชอบ – มีคผ
4)ความลับ(คล) ที่บค ปกปิดในการสื่อสาร , คล เกี่ยวกับอุตสาหกรรม , การค้นพบ, -หากเปิดเผยแก่บคอื่น – อาจก่อให้เกิดคสห แก่จข หรือผู้อื่น – กม ลโท ผกทผ
5)การใส่ความผู้อื่น ,ผู้ตาย – ล่วงลม ส ของผู้อื่น – เพราะบค มี ส รักษาชื่อเสียงเกียรติคุณ – ถ้าทำให้เสียชื่อเสีย – กม ลโท ผกทผ
p 12-5 12.1 คผต่อ สรภ
12.1.1 ข่มขืนใจผู้อื่นให้ กทก ไม่กทก หรือจำยอมต่อสิ่งใด
12.1.2 หน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น , หรือ กท ให้ผู้อื่นปราศจาก สรภ ในกาย
12.1.3 กทโดย ประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถูกหน่วงเหนี่ยว หรือถูกกักขัง หรือ ต้องปราศจากสรภ
12.1.4 ความผิดต่อ สรภ อาจเป็น คผ อันยอมความได้
12.1.5 เอาคนลงเป็นทาส หรือให้มีฐานะคล้ายทาส
12.1.6 รับไว้ จำหน่าย เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปซึ่งบค อายุ > 15ปี, แต่ไม่เกิน 18 ปี โดยทุจริต
12.1.7 เอาคนไปหรอืหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่
การบังคับใจ -ความผิดสำเร็จเมื่อผู้ถูกบังคับยอมตามที่ถูกบังคับ
บค ไม่สามารถจากไปแห่งใดได้ตามชอบใจ , หรือบังคับให้อยู่สถานที่จำกัด ไม่ให้เคลื่อนไหว – เป็นการจำกัดสรภ เป็นคผ
แม้การจำกัดสรภ ผกท ไม่จตน – แต่ประมาท – กม ถือเป็นคผ
คผต่อสรภ บางอันยอมความได้ – คผฐานข่มขืนใจ ให้กระทำ/ไม่กระทำ
-ฐานหน่วงเหนี่ยว
-ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถูกหน่วงเหนี่ยว/กักขัง /ปราศจากสรภ
p 12-6 กกท ให้บค -ลงเป็นทาส หรือ คล้ายทาส
รับไว้ จำหน่าย เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปซึ่งบค อายุ > 15ปี, แต่ไม่เกิน 18 ปี โดยทุจริต – ไม่ว่าชายหรือหญิง ถือเป็นคผ
เอาตัวไปเรียกค่าไถ่ ถือเป็นคผ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่
p 12-7 12.1.1 ข่มขืนใจผู้อื่นให้ กทก ไม่กทก หรือจำยอมต่อสิ่งใด
1. บบญ ทั่วไป ม 309 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือ … ^หรือของผู้อื่น อันนี้แตกต่างกับ ปทษร ที่เฉพาะของผู้ถูกขู่
อปก ภายนอก
1)ข่มขืนใจผู้อื่น : บังคับใจผู้อื่น โดยเขาไม่สมัครใจ
โดยให้เขากท สิ่งที่เขา ไม่อยากทำ
หรือ ไม่ให้เขากท ในสิ่งที่เขาอยากทำ
หรือบังคับ ให้เขายอมรับสิ่งที่เขาไม่ต้องการ
2) ให้กท หรือ ไม่กท การใด หรือ จำยอมต่อสิ่งใด
3) โดย 3.1 ทำให้กลัวว่าจะเกิดอตรต่อ ชีวิต , ร่างกาย สรภ ชื่อเสียง และ ทส ของผู้ถูกข่มขืนใจ หรือ ของผู้ อื่น หรือ
3.2 ใช้กำลังประทุษร้าย
4) จนผู้ถูกข่มขืนใจ ต้อง กท การนั้น ไม่ กท การนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น
อปก ภายใน – จตน
p 12-8 , ตย ดำและแดง ลงหุ้นรับเหมาก่อสร้าง รร , วันเกิดเหตุ แดงกับพวก แต่งกายเหมือนทหาร พร้อมอาวุธ มาร้านดำ และบอกให้ดำ คิดบัญชีการก่อสร้าง ให้เสร็จในวันนั้น – ถ้าไม่ยอมคิดบัญชี จะฆ่าให้ตาย – เป็นการแสดงการข่มขืนใจ + กลัวว่าจะเกิดอตร ชีวิต
– ถ้าวันนั้น ดำ ไม่กลัวแดง
หรือตำรวจมาพอดี
เป็นคผ ฐพยยม ต่อ สรภ ม 309 ประกอบ 80 คผ ไม่สำเร็จ
ตย ฟ้ารู้ว่าเหลือง ลท ม่วง , ฟ้าขู่เหลืองว่า ถ้าเหลืองไม่ยอมให้ฟ้ากท ชำเรา – ฟ้าจะกล่าวโทษต่อ จนทตำรวจว่าเหลืองลท
– แม้การกล่าวโทษ จะเป็นชอบด้วยกม
– แต่ผู้ข่มขืน ไม่มีสิทธิอ้างวิธีที่ชอบด้วย กม มาข่มขืนใจผู้อื่น – ถ้าผิดจริงก็ต้องดำเนินตามกม
– ถือว่า ฟ้าข่มขืนใจเหลือง ซึ่งฟ้าไม่มีอน กท – ผิดตาม ม 309 ^ข้อนี้ คล้ายๆ เปิดเผยความลับ มันจะเหมือน รอท ด้วยไหม -เห็นบอกว่า ม สรภ นี้ แยกออกมาจาก ชท หรือ รอท เพราะมันไม่เกี่ยวกับ ท เช่นใน เคสนี ขอ กทชร
– แต่ถ้าข่มขืนใจ ให้กท ที่ถูกตามกม ผู้ขู่ไม่ผิดตามม 309
ตย ดำ เป็นหนี้แดง – ดำไม่ยอมชำระ – แดงขู่ ถ้าดำ ไม่ชำระ ภายใน 7 วัน จะฟ้อง -> แม้ว่าแดงจะข่มขืนใจ แต่แดงไม่มีคผ เพราะ มีอน กท ได้ ไม่ผิด ม 309
– แต่ถ้าแม้มีส แต่ใช้วิธีไม่ชอบด้วยกม ไม่ได้ ถือว่าผิด ตาม ม 309
p 12-9 , ดำเป็นหนี้แดง ดำไม่ยอมชำระหนี้ , แดงลักพาตัวลูกดำ และขู่ว่าให้ชำระภายใน 1 สัปดาห์
– แดงผ ม 309 สรภ แม้จะมีอน ทวงหนี้แต่ใช้วิธีไม่ชอบด้วยกม
– และถ้าบุตรยังเป็นผู้เยาว์ – ผฐ พรากเด็ก หรือผู้เยาว์
ให้กท การใดๆ
ไม่ให้กท การใดๆ – เช่นไม่ให้รอ้งเพลง ไม่ให้ขับรถ
จำยอมต่อสิ่งใด – ฝืนใจกท หรือไม่กท เช่น ยอมให้เขกหัว
จำยอม vs ข่มขืนใจให้ยอมจะให้ – , ม 337 เพียงพูดว่า ยอมที่ให้ตามที่ข่มขืนใจ – ก็ถือว่าผ สำเร็จ
แต่จำยอม ม 309 – ต้องถีงกับยอมรับในการกท นั้นแล้ว – ให้หมาไปแล้ว – ไม่ใช่เพียงพูดว่าจะเอาหมาไป
ฎ จล เข้าไปนั่งในรถ ใช้ปืนจี้ขู่ให้ ก นั่งเฉยๆ วางมือที่พวงมาลัย – ผิดต่อ สรภ ม 309
ฎ จล กับพวก ทำร้ายผู้เยาว เตะ ตบ ให้ดมทินเนอร์ – ถือว่าใช้กำลังประทุษร้าย จนต้องจำยอม ม 309
“ให้ กระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น” ความหมายกว้าง – รวมถึง คผฐกช รอท ชท ข่มขืนกทชร – และทั้งหมด ก็รวมคผ สรภ – แต่พวกนี้ร้ายแรงกว่า จึงแยกต่างหาก และพวกหลังนี้ จะเกี่ยวกับ ท
แต่ถ้าไม่เข้าเกี่ยวกับท ก็ให้กลับไปดูที่ สรภ อีกที
p 12-10 ฎ จท อ้าง 339 ชท , จล ใช้มีดข่มขืนใจ ให้ ผสห ขับรถ – แต่ จล มิได้ประสงค์ต่อท – ศ ลโท ฐ ผ ต่อ สรภ ^ป้าคอนโด ถ้าผ สรภ และประสงค์ต่อท อาจจะเป็น กชท
การทำให้กลัว กมไม่ได้กำหนดว่าต้องทำแบบใด – ขู่ว่าจะฆ่า ทำเป็นหนังสือ หรือแม้แต่ขู่ว่าจะทำอตร กับผู้อื่น
ตย ขู่ให้ไปซื้อยาบ้ามาให้ ถ้าไม่ซื้อมา จะตัดนิ้วลูกสาว – ม 309
– ขู่ว่าจะทำอตร ไม่ว่า ปัจ หรือ อนาคต -เช่น ขู่ว่าจะพาพวกมาทำร้าย หรือให้คนอื่นทำ หรือไม่มีใครทำอตร ดฉเจาะจง ^ลูกพีช ขู่พวกนักข่าว หรือ ลุงป้า ที่โดนชน อาจจะเป็น 309
– แนะให้ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ ถ้าไม่ทำ จะตายใน 7 วัน – 309 เช่นเดียวกัน (แม้ไม่ได้บอกว่าจะตายจากใครทำ )
– ขู่ว่าถ้าเปิดเผยความลับว่า ข่มขืน ถ้าพูด ฝันว่าเจ้าแม่จะทำให้ตายภายใน 3 วัน หรือขู่ว่าเสกหนังควาย – ก็ผิด 309 ถ้าผู้ถูกขู่ กลัว
p 12-11 , กลัวว่าจะอตร ชีวิต – ตาย
กลัวอตร ต่อร่างกาย – แก่กาย และใจ
ต่อสรภ – ถูกบังคับให้ทำ หรือไม่ให้ทำอะไร , ไม่ให้ไปไหน , บังคับให้ย้ายที่อยู่ หรือ สรภ ในการแสดงความคิดเห็น
อตร ต่อชื่อเสียง
ต่อ ทส
ตย ขับรถแซงข้างหน้าแล้วหยุด ทำให้คันข้างหลัง ต้องรีบหยุด -ถือว่าข่มขืนใจ ทำให้กลัว เสีย ท ^พบบ่อย บนท้องถนน ก็ถือว่า ผ ม 309
รู้ว่าเพื่อนมีชู้ ขู่ให้อยู่เวรแทน ไม่งั้นจะบอกคนอื่น – ข่มขืนใจ กลัวเสียชื่อเสียง
ตย เห็นและจำได้ว่า จล ขโมยของเพื่อน , จลจึงเดินมาหาและขู่ว่า ห้ามบอกใคร ไมอย่างนั้นจะฆ่า – ถือว่าข่มขืนใจ ทำให้กลัว
ตย ไปบอกให้ ญ มาอยู่กับเรา และถ้าไม่มา จับตัวลูกชายมากักขัง – ถือว่าผิด ข่มขืนใจ
จากตย หากผู้ถูกข่มขืนใจ กลัว และยอมตามคำขู่ – เป็นคผสำเร็จ – แต่หากไม่กลัว ถือว่า พยย 309 + 80
p 12-12 , การข่มขืนใจ อาจจะ – ต่อผถูก กท หรือผู้อื่น – ต่างจาก ประทุษร้าย ต้องกับ ผู้ถูกกท เท่านั้น ^เช่น ขู่ว่าจะตัดนิ้วลูกหรือเปล่า เป็นการ ขข ใจต่อผู้อื่น
ตย พูดขู่ให้ออกจากไร่ภายใน 2 เดือน ถ้าไม่ออก จะให้กินลูกปืน , สุดท้ายต้องออก เพราะกลัว – ผ ม 309
ฎ อาชีวะ บังคับให้ถอดหัวเข็มขัดให้ – กลัวอตร – ม 309
💟 ใช้กำลังประทุษร้าย – แก่ร่างกาย หรือจิตใจ – ไม่ว่า กายภาพ หรือ วิธีอื่นๆใด – ให้ บค ไม่สามารถขัดขืนได้ – ไม่ว่าใช้ยาทำให้มึนเมา สะกดจิต หรือ วิธีอื่น ตาม ม 1(6) – “ใช้กำลังประทุษร้าย” หมายความว่า ทำการประทุษร้ายแก่กายหรือจิตใจของบุคคล ไม่ว่าจะทำด้วยใช้แรงกายภาพหรือด้วยวิธีอื่นใด และให้หมายความรวมถึงการกระทำใด ๆ ซึ่งเป็นเหตุให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ไม่ว่าจะโดยใช้ยาทำให้มึนเมา สะกดจิต หรือใช้วิธีอื่นใดอันคล้ายคลึงกัน”
ตย -เด็กกำมือ , เราแกะมือ เปิดดูของในมือเด็ก ขข ใจ โดยใช้ กำลัง ปทร ผ ม 309 ^ป้าคอนโด เปิดกระเป๋า ค้นหาของ โดยพลการ
ตย เราหลงรัก ญ , ต้องการเห็นตอนหลับ- ใช้ยาระงับประสาท ยานอนหลับใส่ให้กิน – ญ ดื่ม และหลับสนิน – ขขใจ ใช้กำลัง ปทร ม 309 ^เคส พม่าตามรักสาวยูทูปไทย ทำให้ ญ กลัว เดินตาม , เพิ่ม account ขู่ผ่าน ไลน์
💟 จนผู้ถูกขขใจ ต้องกท การนั้น ไม่กท นั้น หรือ จำยอมต่อสิ่งนั้น – แต่ถ้า ผู้ถูกกท ไม่กลัว – ถือว่า คผฐ พยย ม 309+ 80
แต่ถ้ากลัว และทำตาม แม้ว่าจะไม่ทำตาม 100% ก็ถือว่า คผ สำเร็จ เช่น บอกให้หยุดรถ แต่แค่เบาเครื่อง ก็สำเร็จแล้ว
ฎ จล มีอาวุธปืน เข้าไปเจรจาให้ บัญชีคิดเงินให้ จล ที่ร่วมหุ้น – แต่ไม่บรรลุผล เพราะ ผสห ไม่คิดบัญชี หรือมีตำรวจมาขัดขวาง – ผ 309 + 80
อปก ภใน – จตน
p 12-13 ,
p 12-14
p 12-15 ! กิจกรรม 12.1.1
โต ขู่ว่าจะเผากระต๊อบ ตอนแรกเดินไปมา , ต่อหลังมา พูดให้ฉีดสัญญา – ขข ใจให้กทก ใด หรือ ไม่กทก ใด หรือยอมจำนน – กลัว อตร ต่อ ท
ตอนแรก ยังไม่ครบ อปก เพราะยังไม่ได้บอกให้ทำอะไร
แต่ตอนหลัง ขู่ให้กทกใด แล้ว – ผ 309
-แต่ถ้าไม่กลัว ก็ถือว่า พยย ขข ใจ
p 12-16 12.1.2 หน่วงเหนี่ยว(หห) หรือกักขังผู้อื่น , หรือ กท ให้ผู้อื่นปราศจาก สรภ ในกาย
ม 310 “ผู้ใดหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
อปกภน – หห หรือ กข หรือ กท ด้วยประการใด ให้ปราสจากสรภ ในร่างกาย
– ผู้อื่น
อปก ภใน – จตน
🌜 หห -หยุดเขาไว้ ไม่ให้อิสระตามอำเภอใจ ไม่ให้จากไปที่แห่งอื่น แต่จำกัดสถานที่ กข เช่น จับคน ไว้เป็นการไม่ให้จากไปที่อื่น หรือ จับคนไว้ ไม่ให้พ้นจากการควบคุมของ ผู้จับ โดยใส่กุญแจเมื่อติดกับผู้จับ ไปทุกแห่ง – แต่ไปไหนไม่ได้ตามอำเภอใจ
🌜 กข – บังคับให้อยู่สถานที่อันจำกัด เก็บไว้ในสถานที่อันจำกัด เช่น ขังไว้ในบ้าน ในเรือ หรือ ในสถานีตำวจ ^ป้าคอนโด เข้าข้อนี้เต็มๆ
🌜ทำให้ปราศจาก สรภ ในร่ายกาย – เหมือน หห เช่น ใส่กุญแจมือ 2 มือไว้ด้วยกัน
🌜 สรภ – อน ที่บคจะ กท การใดๆ ได้ตามความพอใจ โดยไม่มีสิ่งเหนี่ยวรั้งหรือ ผูกมัด
ตย – ดำแกล้งขับรถเร็ว เป็นการ กข ให้อยู่ในรถ ผ 310
p 12-17 , อาบน้ำอยู่ มีคนเอาเสื้อผ้าไป ทำให้ออกจากห้องน้ำไม่ได้ – หห กข 310
– แดง เอาสุนัขเฝ้าประตู ไม่ให้ฟ้าออกจากบ้าน- กข ผ 310
– สะกดจิตให้หลับ – ไม่สามารถลุกไปไหนได้ เป็น หห 310
หห กข หรือทำให้ปราศจาก สรภ ในร่างกาย – อาจแสดงตน และ กทเป็น จง – โดยมิได้เป็นจพง และทำจับกุม ควบคุม ผถกท หรือใช้กำลังฉุดคร่า พา ผถกทไป – เป็นคผ กม เรื่องนั้นๆ ต่างหาก
ฎ จล ไม่ได้เป็น จพง – ไปจับกุม เตะทำร้ายผสห และ – ผ แสดงตนเป็นจพง 145 + หห 310 + ทรรก 395
p 12-18
p 12-19
p 12-20
p 12-21 ! กิจกรรม 12.1.2
ดำโกรธแดง เมีย หนี้ตามชู้ ทิ้งดช 6 ขวบ – ดำเอาโซ่ล่าม ไม่ให้ไปไหน เอาแต่อาหารมาให้ – จน 11 ขวบ ขาลีบ
Ans ผ หห กข 310 + เป็นเหตุให้อตร สาหัส 290 297 298
p 12-22 12.1.3 กทโดย ประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถูกหน่วงเหนี่ยว หรือถูกกักขัง หรือ ต้องปราศจากสรภ
1. บท บญ ทั่วไป
ม 311 ” ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถูกหน่วงเหนี่ยว ถูกกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ^คล้ายๆ 310 แต่อันนี้ทำโดย ปม เลยลด จาก 3-> 1 ปี
p 12-23
p 12-24 ! กิจกรรม 12.1.3
ถึงวันกำหนดปล่อยตัว แต่ ผู้บัญชาการลืมปล่อยตัว 1 คน , มีคผฐ กท โดย ปม 311
12.1.4 ความผิดต่อ สรภ อาจเป็น คผ อันยอมความได้
ม 321 “ความผิดตามมาตรา ๓๐๙ วรรคแรก มาตรา ๓๑๐ วรรคแรก และมาตรา ๓๑๑ วรรคแรก เป็นความผิดอันยอมความได้ ” ^เคสป้าคอนโด ยอมความได้
p 12-25 ! กิจกรรม 12.1.4
คผ ตอ่ สรภ ท่านเข้าใจว่าอย่างไร
Ans – อาจยอมความได้ ตา ม 309 310 311 ทั้งสาม เฉพาะว.1 เท่านั้น
นอกนั้นเป็น คผต่อแผ่นดิน ยอมความไม่ได้ เพราะว.2 จะมีพวก มีอาวุธ เป็นอั้งยี่ หรือ ทำให้ บาดเจ็บสาหัส
p 12-26 12.1.5 เอาคนลงเป็นทาส หรือให้มีฐานะคล้ายทาส
ม 312 “ผู้ใดเพื่อจะเอาคนลงเป็นทาส หรือให้มีฐานะคล้ายทาส นำเข้าในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พามาจากที่ใด ซื้อ ขาย จำหน่าย รับหรือหน่วงเหนี่ยวซึ่งบุคคลหนึ่งบุคคลใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท”
อปกภน – นำเข้าใน หรือ ส่งออกนอก ไปนอก ราช , พามาจากที่ใด ซื้อ ขาย จำหน่าย รับ หรือ หน่วงเหนี่ยว
– ซึ่งบคหนึ่ง บค ใด
อปกภใน – จตน
– เพื่อจะเอาคนลงเป็นทาส หรือมีฐานะ คล้ายทาส
❂นำเข้าใน ราช = เอามาในประเทศไทย เช่นไปรบที่เวียดนาม แล้วนำ ญ เวียดนามมาเป็นทาส
❂ ส่งออกไปนอกราช = คำว่า ราชอาณาจักร รวมถึง พื้นดินแดน ทะเล อากาศ
p 12-27 , ❂ พามาจากสถานที่ใด = พาจากสถานที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เช่นพาเด็กอีสานมาขายตัวใน กรุงเทพ
p 12-28
p 12-29
! กิจกรรม 12.1.5
ซื้อ ญ จาก พ่อแม่ เอาไปขายต่อให้ ช ฮ่องกง เป็นภริยา
Ans ไม่ผ 312 เพราะไม่ได้เอาไปเป็นทาศ
12.1.6 รับไว้ จำหน่าย เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปซึ่งบค อายุ > 15ปี, แต่ไม่เกิน 18 ปี โดยทุจริต
🌃 1. บทบญ ทั่วไป
มาตรา ๓๑๒ ตรี ๓ ผู้ใดโดยทุจริตรับไว้ จำหน่าย เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปซึ่งบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อปก คผ ม312 ตรี วรรคแรก
อปกภใน 1) รับไว้ จำหน่าย เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือ พาไป – เพื่อแสวงผลปย โดยมิชอบ , จะรับไว้มีค่าตอบแทน / หรือไม่มีค่าตอบแทน , รับด้วยตัวเอง/มอบหมายให้คนอื่นรับไว้แทน
ตย – ดำรับซื้อนส.ขาว จากแดง(แดงเป็นคนจำหน่าย) 17ปี นำไปขายต่อให้นายทุน
มาตรา ๓๑๒ ตรี ๓ ผู้ใดโดยทุจริตรับไว้ จำหน่าย เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปซึ่งบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อปก คผ ม312 ตรี วรรคแรก
p 12-30 , อปกภใน 1) รับไว้ จำหน่าย เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือ พาไป – เพื่อแสวงผลปย โดยมิชอบ , จะรับไว้มีค่าตอบแทน / หรือไม่มีค่าตอบแทน , รับด้วยตัวเอง/มอบหมายให้คนอื่นรับไว้แทน
ตย – ดำรับซื้อนส.ขาว จากแดง(แดงเป็นคนจำหน่าย) 17ปี นำไปขายต่อให้นายทุน
❃ จำหน่าย – ขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน เอาออกไป หรือ เอาไปให้พ้นตัว
❃ เป็นธุระจัดหา – จัดหาบคดังกล่าวมา ไม่ว่าด้วยวิธีใด , ผกท อาจลงมือเอง หรือ ให้ผู้อื่นทำแทนให้ (แดงเป็นธุระจัดหาด้วย)
❃ ล่อไป – ทำอุบายด้วยประการใดๆ รวมทั้งการแนะนำ หว่านล้อม เสนอแนะให้ความคิดแก่บค ดังกล่าว จนตัดสินใจไปด้วย (แดง อาจจะใช้กลอุบายหลอกขาวให้ไปด้วย)
❃ พาไป – พาไป /นำไป ไม่ว่าจะมีการบังคับ หรือ ขู่เข็ญหรือไม่ก็ตาม (แดงหารถนำขาวไปส่ง)
2) บค เกิน 15 ปี , ไม่เกิน 18ปี – ไม่จำกัดเพศ
3) แม้ผู้นั้นจะยินยอม <- แสดงว่าความยินยอมของ ผถกท ไม่ใช่สาระ
อปกภนอ 1) จตน – ม 59 ผกท ต้องรู้ว่าบค ดังกล่าว อายุ 15-18 , และทำด้วยการ จำหน่าย , ล่อไป,….
ถ้าสำคัญผิดเรื่องอายุ ก็ถือว่า ไม่จตน – ไม่มีความผิด
2) โดยทุจริต – ม 1(1) – การแสวงหาผลปย ที่มิควรโดยชอบด้วยกม สำหรับ ตนเองและผู้อื่น
p 12-31🌃 2. เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น
ม 312 ตรี ว.2 ” ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
ผกท รับโทษหนักขึ้น – ต้องรู้ขทจ ว่าผถกท อายุ <15 ปี
ตย ม่วงรับซื้อเด็ก 14 ปี แต่พ่อเด็กหลอกว่า 16 ปี – ม่วงไม่ตอ้งรับโทษหนักขึ้น ตาม 312 ตรี ว.2
p 12-32 ! กิจกรรม 12.1.6
เอ จัดหา ญ ไปส่งนายทุนต่างด้าว พูดหว่านล้อม ญ 17ปี เมื่อตัดสินใจ ไปทำงานด้วย จึงไปพาไปหา บี รับไว้ และ ส่งต่อไป นายทุน
Ans -เอ ผ เป็นธุระจัดหา
ส่วน บี รับไว้ ผ 312 ตรี
12.1.7 เอาคนไปหรอืหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่
1. บทบท ทั่วไป
ม 313 “ผู้ใดเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่
(๑) เอาตัวเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไป
(๒) เอาตัวบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีไป โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด หรือ
(๓) หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใด
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไป ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยว หรือผู้ถูกกักขังนั้นรับอันตรายสาหัส หรือเป็นการกระทำโดยทรมาน หรือโดยทารุณโหดร้าย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำนั้นรับอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
ถ้าการกระทำความผิดนั้นเป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไป ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยว หรือผู้ถูกกักขังนั้นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต”
p 12-33
p 12-34
p 12-35
p 12-36
p 12-37
p 12-38
p 12-39
p 12-40
p 12-41 ! กิจกรรม 12.1.7
p 12-43 12.2 คผฐานพรากเด็กผู้เยาว์ หรือ พาคนส่งออกไปนอกราชอาณาจักร
12.2.1 พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี
12.2.2 พรากผู้เยาว์(พผย) ไม่เกิน 18ปี โดย ผย ไม่เต็มใจ
12.2.3 พรย ไม่เกิน 18 ปี โดย ผย เต็มใจ
12.2.4 พาหรือ ส่งคนออกไปนอกราชอาณาจักร
p 12-44
p 12-45 12.2.1 พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี <<<
p 12-46
p 12-47
p 12-48
p 12-49
p 12-50
p 12-51 ! กิจกรรม 12.2.1
p 12-52 12.2.2 พรากผู้เยาว์(พผย) ไม่เกิน 18ปี โดย ผย ไม่เต็มใจ
1. ผู้พราก ผย , ม 318 “ผู้ใดพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วย ต้องระวางโทษจ าคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้ง แต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท”
อปก ภน – พราก ผย 15-18
– ไปจาก บิดา มารดา ผู้ปกครอง ผู้ดูแล
– ผย ไม่เต็มใจ
อปกภใน – จตน
พรากไปเสีย = เอาไป พาไป หรอื แยกผย จากความชอบธรรมผู้อื่น ที่ปกครองผย
การพรากไปชั่วคราว ต้ังใจจะพาคืน – ก็เป็นคผ สำเร็จเมื่อพาไป – เช่น พรากผย ไปร่วมประเวณี 1 ชม แล้วพากับ ก็เป็นการพรากไป คผ ม 318
ผย 15-18 ปี = อายุ 15ปี 1 วัน ถึง 18ปี บริบูรณ์ ไม่จำกัด ช ญ
p 12-53
p 12-54 ! กิจกรรม 12.2.2
p 12-55 12.2.3 พรย ไม่เกิน 18 ปี โดย ผย เต็มใจ
p 12-56
p 12-57 ! กิจกรรม 12.2.3
p 12-58 12.2.4 พาหรือ ส่งคนออกไปนอกราชอาณาจักร
p 12-59
p 12-60 ! กิจกรรม 12.2.4
p 12-61 12.3 คผ เกี่ยวกับ การเปิดเผยความลับ
12.3.1 เปิดผนึกเพื่อล่วงรู้ข้อความหรือนำข้อความออกเปิดเผย
12.3.2 ล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับแล้วเปิดเผยความลับนั้น
12.3.3 เปิดเผยหรือใช้ความลับเพื่อปยตนเอง หรือ ผู้อื่นเกี่ยวกับอุตสาหกรรม การค้นพบหรือ นิมิตในวิทยาศาสตร์
12.3.4 คผ เกียวกับการเปิดเผยความลับเป็นคผ อันยอมความได้
p 12-62 12.3.1 เปิดผนึกเพื่อล่วงรู้ข้อความหรือนำข้อความออกเปิดเผย
p 12-63
p 12-64
p 12-65
p 12-66 ! กิจกรรม 12.3.1
12.3.2 ล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับแล้วเปิดเผยความลับนั้น
p 12-67
p 12-68
p 12-69
p 12-70
p 12-71 ! กิจกรรม 12.3.2
12.3.3 เปิดเผยหรือใช้ความลับเพื่อปยตนเอง หรือ ผู้อื่นเกี่ยวกับอุตสาหกรรม การค้นพบหรือ นิมิตในวิทยาศาสตร์
p 12-72
p 12-73 ! กิจกรรม 12.3.3
p 12-74 12.3.4 คผ เกียวกับการเปิดเผยความลับเป็นคผ อันยอมความได้
! กิจกรรม 12.3.4
p 12-75 12.4 คผ เกี่ยวกับ หมิ่นประมาท(หปม)
12.4.1 หปม ผู้อื่น
12.4.2 หปม ผู้ตาย
12.4.3 หปม โดยการโฆษณา กระจายเสียง หรือ กระจายภาพ หรือ ป่าวประกาศ
12.4.4 กกท ที่ไม่เป็น คผฐ หปม
12.4.5 เหตุยกโทษในคผฐ หปม
12.4.6 คำขอบังคับในคดีหปม
12.4.7 การยอมความและร้องทุกข์
1) การใส่ความผู้อื่น จะเป็นคผฐ หปม – เป็นการใส่ความต่อบค ที่สาม
และการใส่ความนั้น น่าจะทำให้ผู้ถูกใส่ความ เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือ ถูกเกลียดชัง
2) ถ้าการใส่ผู้ตายต่อบค3 ก็เป็นความผิดเช่นกัน ถ้า – เป็นเหตุให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือ บุตรของผู้ตาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือ ถูกเกลียดชัง(ถดห ถกช)
3) ถ้าการหปม กระทำโดยใช้วิธีให้ข้อความหปม – ทราบถึงบค 3 แพร่หลายยิ่งขึ้นด้วยการโฆษณา – ผกท ต้องรับโทษมากขึ้น
4) บางกรณี ใส่ความผู้อื่น ต่อบค3 – แม้จะทำให้ผู้ถูกใส่ความเสียชื่อเสียง ถดห ถกช – ผกท ไม่มีคผฐ หปม – ถ้าเป็นการแสดงความเห็นหรือข้อความ โดยสุจริต -ภายใต้เงื่อนไขที่กม กำหนด
5) แต่บางกรณี ไม่มีข้อยกเว้นคผ , แต่ยกเว้นโทษเท่านั้น
ถ้าหาก ผกทผ – พิสูจน์ได้ว่า – ข้อที่หาว่าหปม เป็นความจริง – แต่ก็มีข้อห้ามบางประการ ที่กม ห้ามพิสูจน์
6) เพื่อให้ชื่อเสียง ของผสห – กลับคืนบ้าง – ผสห / พนง อย จท – ขอให้ ศ สั่งยึด หรือ ทำลายวัตถุที่มีข้อความ หปม – และให้โฆษณา คพพษ ว่า จล มีคผ ในหนังสือพิพม์ได้
p 12-76 , 7) หปม – ยอมความได้ – ถ้าผสห ประสงค์จะดำเนินคดี – ต้องร้องทุกข์ก่อน – พนงสอบสวน ทำการสอบสวน -> พนงอย จึงฟ้องได้
p 12-77 12.4.1 หปม ผู้อื่น
มาตรา 326 ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
^ในหนังคุณชายน์ โดย 326 และชชค่าลม 5 ลบ , <<< ม 326
อปก ภายนอก – ใส่ความผู้อื่น
– ต่อบค 3
-น่าจะทำให้ผู้อื่น เสียชื่อเสียง ถดห ถกช
อปก ภายใน – จตน
ใส่ความผู้อื่น = การแสดงข้อเท็จจริง(ขทจ)อย่างหนึ่ง อย่างใด กับบคอื่น หรือ พาดพิงไปถึง บคอื่น – ไม่ว่าขทจ นั้นจะเป็นเท็จ หรือจริง
ถ้าแสดง ขทจ นั้น โดยประการทำให้ผู้อื่น เสียชื่อเสียง ถดห ถกช – ผิด ม 326
ใส่ความ แยกพจรณ – แสดงขทจ หรือ อาจเป็น เท็จ หรือ จริง ก็ได้
– ขทจ อันแน่นอน
– ขทจ ในอดีต หรือ ปัจ – ไม่ใช่อนาคต
– ไม่ใช่ขทจ ที่เป็นไปไม่ได้
❎1. การแสดงขทจ ถึง ผู้อื่น – เท็จ หรือจริงก็ได้ – การใส่ความ เป็นการแสดงขทจ อย่างหนึ่ง – ทำให้ชื่อเสียง คุณค่าหรือ ฐานะทางสังคม ของ บค อื่นเสื่อม ความน่าเชื่อถือ
ขทจ นั้น – เป็นจริง หรอื เท็จ ก็ผลเช่นเดียวกัน
ยิ่งเอาความจริงมาแสดงมากเท่าใด- กลังทำใหเ้กิดความไม่สงบมากยิ่งขึ้น – “ยิ่งจริงยิ่งหปม”
ตย ดำรู้ว่า แดง เมียน้ำเงิน ประพฤติไม่ดี ชอบไปนอนกับผู้ชาย ไม่เลือกหน้า – ดำไปพูดกับ พ่อน้ำเงิน พ่อไม่เชื่อ – ดำจึงแสดงหฐ ต่างๆ – แม้ดำจะพูดความจริง แต่ก็เป็น หปท ทาง อญ
p 12-78 การแสดงขทจ , แม้มีผู้เล่าให้ฟัง ตามข่าวลือ หรือ กล่าวว่าสงสัย หรือ ตนเองไม่เชื่อตามที่กล่าวก็ดี – ก็ยังเป็นหปม
เพราะแสดงข้อความหปม ไปแล้ว- ยิ่งกล่าวซ้ำ , ลือกัน ก็ยิ่งเป็นหปม – ไม่เป็นขอ้แก้ตัวทาง อญ
ตย ม่วงได้รับข่าวจากเหลือง ว่า ฟ้าแอบไปนอนกับช , ต่อมาให้เล่าให้เขียวฟัง , แม้ว่าตนจะไม่ค่อยเชื่อก็ตาม – ม่วง หปม แล้ว
ฎ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ลงข้อความหปม โดยแก้ตัวว่ามีคนส่งมาสให้ – ไม่ได้
ฎ จล บอกว่า กำนัด ชอบพาตำรวจมาจับ และหากินกับตำรวจ – จล หปม
❎2. เป็น ขทจ อันแน่นอน – ต้องไม่ใช่ ขทจ อันคลุมเคลือ เลื่อนลอย คำขู่ น้อยใจ โกรธ ล้อเลียน
เช่นกล่าวว่า ผสห เป็นคนไม่ดี (แต่ไม่ได้บอกว่า ไม่ดีอย่างไร) , ด่า อ้ายครูชาติหมา( ต้องมีขทจปกด เช่น อ้ายครูชาติหมาเอาเด็กทำเมีย) , ตำรวจหมาๆ (อันนี้เป็นคำดี , แต่ถ้า ขทจ ต้องต่อด้วย เรียกสินบนชาวบ้าน) จึง หปม
ตย แฟนเรา กำลังโต้เถียงกับเพื่อนบ้าน , เราพูดว่า “อย่าเอาไม้ไปแหย่ขี้เลย” – ไม่ใช่ หปม แต่เป็น ถ้อยคำไม่สุภาพ
p 12-79 , ฎ ตำรวจจับหวย , พ่อลูกยื้อแย่งใบ , ตำรวจบอกว่า “เดียวจับเป็นอันธพาลทั้งพ่อลูกเลย” – ไม่ถือเป็น หปม เพราะเป็นคำขู่ ไม่ให้ช่วยเหลือ ผกทผ
ฎ ตำรวจพูด “ขับรถยียวน ขอจับกุม เอาใบขับขี่มา” – เป็นคำไม่สุภาพ แต่ไม่หปม
❎3. เป็น ขทจในอดีต หรือปัจ ไม่ใช่อนาคต – การเป็นขทจ ต้องเกิดขึ้นแล้ว หรือ กำลังเกิดขึ้น , ไม่ใช่จะเกิดในอนาคต
เช่น บอกว่า ดำจะเป็นผู้ร้ายในอีก 10 ปี – ไม่ใช่ใส่ความ เพราะอนาคต และไม่เป็นหปม
แต่ถ้าเหตุการณ์ใกล้ๆ ก็อาจจะอนุมานได้ เช่นบอกว่า พรุ่งนี้ ดำจะไปปล้น – เป็นการใส่ความได้
ฎ ในคนเยอะ มีคนขว้างหินมา เราตะโกนว่า ไอ้แก้ว(จท) อ้ายชาติหมา อ้ายฉิบหาย – ถือว่าเป็นการคาดคะเน ไม่มีจตน ใส่ความ ไม่ผิด 326 -ถือเป็นการแสดงความเห็นโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรม ป้องกันส่วนได้สว่นเสีย เกี่ยวกับจล ตามคลองธรรม ไม่หปม 329(1)
❎4. ไม่ใช่ขทจ ที่เป็นไปไม่ได้
p 12-80
p 12-81
p 12-82
p 12-83 ! กิจกรรม 12.4.1
p 12-84 12.4.2 หปม ผู้ตาย
p 12-85
p 12-86
p 12-87 ! กิจกรรม 12.4.2
12.4.3 หปม โดยการโฆษณา กระจายเสียง หรือ กระจายภาพ หรือ ป่าวประกาศ
p 12-88
p 12-89
p 12-90 ! กิจกรรม 12.4.3
p 12-91 12.4.4 กกท ที่ไม่เป็น คผฐ หปม
1. แสดงความคิดเห็นหรือ ข้อความโดยสุจริต
ม 329 “ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต
(๑) เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม
(๒) ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่
(๓) ติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ หรือ
(๔) ในการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมเรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม
ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท “
ปอ ระบุคผฐ หปม 2 แห่ง -> 329 , 331 , และยกเว้นโทษ 330
329 – ต้องแสดงความเห็นโดยสุจริต และ 4 เงื่อนไข- ถือว่า 329 นี้เป็นเอก ส ไม่เด็ดขาด ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข กม บญ
แสดงความเห็น – แสดงความเข้าใจ ต้องอ้างข้อความ หรือ ข้อเท็จจริง
– แสดงข้อความ – แสดงเนื้อเรื่อง หรือ ขทจ
– แสดง…. โดยสุจริต(สจร) – แสดงตามความจริง(คจ) หรือ โดยเชื่อว่าจริง , เข้าใจผ แต่เชื่อว่าเป็นคจ ก็ถือว่า สจร – เว้นแต่ถ้ารู้ว่าข้อเท็จ /รู้ว่าไม่มีความชอบธรรม <- อันนี้ถือว่า ไม่ สจร
❤️️ 1. เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม – เป็นจตนพิเศษ หรือ มูลเหตุชักจูงใจ ในการแสดงความเห็น หรือ ข้อความที่ตนคิดว่า ความถูกต้องตามวิธีที่ชอบ
ความชอบธรรม = ความถูกต้อง
ป้องกันตน ตามคลองธรรม – ป้องกันเกี่ยวกับชื่อเสียง หรือ ปย ตน ตามวิธีที่ชอบ – ให้พ้นภัย – อาจเป็นปย ในธุรกิจการค้า , เกี่ยวกับการร้องเรียน กล่าวโทษขรก , ส ที่ชี้แจ้งแก้ข่าว
– ไม่ถึงกับ ป้องกันส่วนได้เสีย เกี่ยวกับตน
p 12-92 , ป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม = ป้องกันไปถึง ปย ส่วนได้เสีย ที่มีความสัมพันธ์กับตน ให้พ้นภัย
เช่นเกี่ยวกับ เครืองญาติ , ปย สธรณ หรอื ลูกความ หรือ ผู้ใต้ปกครอง , ปย ของชุมชนที่ตนเป็นสมาชิก
แต่ไม่ได้หมายถึง ปย ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวกับ ตน ตาม ม 68
ตย แดงเป็นอาจารย์ , เข็นรถดำ ที่จอดขวาง ทางเข้าออก แล้วใช้ปืนยิงยางรถ , แดงเคยทำมาหลายครั้ง – ดำร้องเรียนต่อ ผบ ว่าแดงโรคจิต
เป็นการใส่ความบค ที่สาม – แต่ดำไม่ผ หปม – เพราะดำเชื่อว่าแดงโรคจิต + ป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม
p 12-93
p 12-94
p 12-95
p 12-96 ! กิจกรรม 12.4.4
p 12-97 12.4.5 เหตุยกโทษในคผฐ หปม
p 12-98
p 12-99 ! กิจกรรม 12.4.5
12.4.6 คำขอบังคับในคดีหปม
p 12-100
p 12-101 ! กิจกรรม 12.4.6
12.4.7 การยอมความและร้องทุกข์
p 12-102
p 12-103
pretest
posttest
หน่วยที่ 13 ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์(1)
p 13-2 ตอนที่ 13.1 ความผิดฐานลักทรัพย์ (คผฐ ลท)
13.2 ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ (วรท)
13.3 ความผิดฐานชิงทรัพย์ (ชท)
13.4 ความผิดฐานปล้นทรัพย์ (ปท)
13.5 ความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ (กชท)
13.6 ความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ (รอท)
1) เอา ท ของผู้อื่น หรือ ผู้อื่นที่เป็น จข รวมอยู่ด้วย โดยทุจริต – กทผ ลท
2) ลท โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า – วรท
3) ลท โดยใช้กำลังประทุษร้าย (ปทร) หรือขู่เข็ญว่าจะ ปทร – เพื่อความสะดวก ลท หรือ พา ท นั้นไป /ให้ยื่นให้ ท นั้น / ยึดถือเอา ท ปกปิด กทคผ หรือ ให้พ้นจากการจับกุม – ชท
4) ชท ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป – ปล้นท
5) ข่มขื่นใจ ให้ยอมให้ หรือ ยอมจะให้ตน หรือ ผู้อื่น ได้ปย ในลักษณะที่เป็น ทส – โดยใช้กำลัง ปทร หรือขู่เข็ญว่าจะทำ อตร ชีวิต ร่างกาย สรภ ชื่อเสียง ทส ของผู้ถูกขู่เข็ญ หรือของ บค – กช
6) ข่มขื่นใจ ให้ยอมให้ หรือ ยอมจะให้ตน หรือ ผู้อื่น ได้ปย ในลักษณะที่เป็น ทส โดยขู่เข็ญ ว่าจะเปิดเผยความลับ – ซึ่งการเปิดเผย จะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญ หรือ บค 3 เสียหาย – รอท
p 13-5 13.1 ความผิดฐานลักทรัพย์
13.1.1 กกท ที่เป็นคผฐ ลท
13.1.2 เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น ในคผฐ ลท
1) ลักษณะ ส ของคผ ฐลท – ผกทผ จตน เอา ท – ของผู้อื่น/ ที่ผู้อื่นเป็นจข รวมอยู่ด้วยจากการ คค ไปโดยทุจริต
2) ลท บางประเภท บางเวลา บางสถานที่ บางวิธีการ -โดยการแต่งเครื่องแบบทหารหรือตำรวจ – โดยมีอาวุธปืน หรือวัตถุระเบิด / โดยใช้ยานพาหนะ – ได้รับโทษหนักขึ้น
p 13-6 13.1.1 กกท ที่เป็นคผฐ ลท ม 334 “ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท”
อปก ภน – เอาไป
– ท ของผู้อื่น หรือ ที่ผู้อื่นเป็นจข รวมด้วย
อปก ภใน – จตน
– โดยทุจริต
🤪 เอาไป – เอาไปจากความครอบครองผู้อื่น แบ่งเป็น 3 ประการ
1) การแย่งการครอบครอง – เอาไปจากความครอบครอง(คค) -ท ต้องอยู่ในความครอบครองบค อื่น
ถ้า ทส อยู่ในคค ของผกท หรือ ท ที่ไม่มี ผู้คค เช่น ทส หาย – แม้เอาท ไปโดยทุจริต ก็ไม่ผ ฐ ลท – แต่อาจเป็น ยย ตาม 352 ^ ท ที่ไม่มี ผู้คค หรอื เก็บของตก จะเป็น ยย , แสดงว่า ดูว่า ท นั้น ว่ามี ใคร คค หรือไม่
2) เอาท เคลื่อนที่ไป – แม้ท เคลื่อนที่ไปเพียงเล็กน้อย ก็ถือว่าผ
– แต่บางกรณี แม้ ท เคลื่อนจากที่เดิม ก็ไม่อาจเป็น ลท สำเร็จ – โดย ผกท ไม่ได้ยึดถือเอา ท เอาไป – ผกท เพียงขั้น พยย กทคผ
3) เอา ท ไปเลยเป็นลักษณะ ตัดกสิ ,เอาไปเลย ไม่ใช่เป็นการเพียงชั่วคราว
p 13-7 ➠ 1.1 การแย่งการคค – ความคค ตรงกับ ส คค ปพพ 1367 ” บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตน ท่านว่าบุคคลนั้นได้ซึ่งสิทธิครอบครอง “
แต่บางคนก็บอกว่า คค ตาม ปอ ไม่ตรงกับ ปพพ
เพราะ ปอ ต้องอปก 2 ประการ จึงถือว่า มีการคค
🙊 มีอน ปกครองอันแท้จริงเหนือ ท
🙊 มีเจตจำนง ที่จะปกครอง ท ^แย่งปืนแล้วทิ้งน้ำ ไม่น่าจะ ลท? เพราะไม่มีเจตจำนงจะปกครอง
เช่น จข บ้าน มีเจตจำนงทั่วไป ที่จะปกครอง ท ทุกสิ่งในบ้าน รวมถึง ท ที่มีผู้มาให้ ในเวลาที่เขาไม่อยู่ – และไม่รู้ว่า ท อะไรด้วย
บค จะได้มาซึ่ง ส คค ใน ท – ปกด กกท + จตน 2 ส่วนคือ
➊ กกท โดยยึดถือ ท นั้นไว้
➋ จตน ยึดถึอท นั้นไว้เพื่อตน
แต่ถ้ามีอย่างแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น มีแค่ ➊ คือ ยึดถือท เช่น จับสินค้าขึ้นมาดู แล้วางกลับที่เดิม มิได้ยึดถือเป็นของตน – บค ไม่มีส คค ท นั้น
แต่ถ้ามีแค่ ➋ เช่น มองเห็นมะม่วง คนอื่น และจตนอยากได้ แต่อยู่สูงเกินไป ได้แต่มอง – ก็ถือว่า ไม่มี ส คค
ส คค ใน ท – ผู้คค ไม่จำต้องมี กสิ เช่น ผู้เช่ารถใช้เดินทาง – ผู้เช่า มี ส คค แต่ไม่มี กสิ
ลท คือ ท ต้องอยู่ในคค ของ บคอื่น ผู้เอา ไปแย่งการคค
💟 1.1.1 การได้ท โดยผู้คค เต็มใจมอบให้ – ผู้เอาไป ไม่มีคผฐ ลท
ฎ ลท ม 334 ผกท ต้องแย่งการคค ท โดยลักษณะตัด กสิ โดยเด็ดขาด – มูลเหตุจูงใจ จตนพิเศษ มิควรได้โดยชอบด้วยกม – สำหรับ ตนเอง /ผู้อื่น
p 13-8 จท ร่วม ต้องการ ตัดไม้ยาง เพื่อสร้างบ้างให้บุตรชาย – แต่ไม่มีทุนจ้างคนเลื่อยไม้ – จท และจล(ข้าราชการ) ดำเนินการของอนุญาติตัดไม้ยาง – มีข้อตกลงแบ่งไม้ ตัดไม้ยางในที่จท และชักลางไปแปรูปที่ดินจล <- ตรงนี้เป็นข้อตกลง – มิใช่แย่งการคค ท – จล ไม่ผิด ฐ ลท
💟 1.1.2 ได้ ท ของผู้อื่น เพราะผู้อื่นยินยอมมอบให้ เนื่องจากถูกหลอกลวง -ผู้เอาไป ไม่มีคผฐ ลท
ตย การเอาท ต้อง เอาไปโดยพลการ ทุจริต – มิใช่ถูกหลอกลวง ^เช่นน้อง ญ หลอกรักษาเก็บเงิน , จล เปลี่ยนป้ายราคาโคมไฟ จาก พันกว่าบาท -> 134 บาท , จล ไปจ่ายเงิน , มิใช่เอาไปโดยพลการ – แต่เป็นการหลอกลวงพนง เก็บเงิน แสดงข้อความเป็นเท็จ – คผฐ ฉก
ตย แจ้งว่าจะเช่ารถ วันที่ 29 , แต่ไปแจ้งกับ รร ว่าจะออกตั้งแต่ 27 – แสดงว่า ไม่ได้มีจตนเช่ารถ- แสดงข้อความเป็นเท็จ เป็น คผฐ ฉก -ไม่ใช่ ลท หรือ ยย
💟 1.1.3 ถ้าท ของผู้อื่น อยู่ในความคค แล้วได้เบียดบัง เอา ท นั้นไป – ไม่ถือว่าแย่งการคค ผู้เบียดบัง จึงไม่ผฐ ลท แต่ ผฐ ยย
p 13-9 , ฎ เราให้คนเอารถเราไปซ่อม แต่มันดันไปถอดอะไหล่ นำไปขาย – คผฐ ยย ม 352
ฎ ให้เอารถย้ายไปเก็บอีกที ,แต่มันเสือกเอาไปเลย – เราเป็นคนส่งมอบการ คค ให้แก่มัน – ถือว่า ผฐ ยย – ไม่ผ ลท ,เพราะถือว่า ทุจริต เบียดบัง (ไม่ผิด ฉก ด้วย)
💟1.1.4 ผู้เอาไป เพียงแต่ยึดถือ ท ไว้แทน – โดยไม่มี ส คค – เมื่อเอาไปจึง ผ ฐ ลท
การยึดถือ – ทั้งโดยชัดแจ้งและโดยปริยาย , หยิบ ฉวย จับต้อง ท
– การยึดถือ ท โดยปริยาย เช่น จข บ้าน ยึดถือ จดหมาย ที่ไปรษณีย์นำมาใส่ตู้ , หรือ จข ที่ดิน ยึดถือภาชนะโบราณที่ฝั่งใต้ดิน
– การยึดถือ ท -ไม่จำเป็นต้องยึดถือด้วยตนเอง – อาจมีบค อื่นยึดถือไว้แทน ปพพ 1368 “บุคคลอาจได้มาซึ่งสิทธิครอบครองโดยผู้อื่นยึดถือไว้ให้ … “
ถ้า จข ทยังมิได้สละ การคค – เพียงแต่ให้ยึดถือไว้ชั่วคราว – ถ้าเอา ทไป ก็ ลท
ตย เราให้ ลจ เอาเงินไปเก็บในตู้เงิน โดยมอบกุญแจไปให้ด้วย – ยังถือว่า เงินอยู่ในคค ของเรา – ถ้าลจ เอาไป ถือว่า ลท – ไม่ใช่ ยย
ฎ จะเข้าห้องน้ำ เลยฝากของให้ถือ(ถือว่าแค่ชั่วคราว ไม่ใช่ จตน สละการคค) แต่คนถือดันเปิดกระเป๋า เอาของไป – ถือว่า ลท
การให้จล ดูแล ท ชั่วคราว – ถือว่ายึดถือแทน – ไม่เป็นการส่งมอบ คค – และไม่เป็นการฝท (ฝาก ท ) ตาม สญ ฝท <- เพราะหาก ฝท แต่ ผู้รับฝาก เอาไป – ถือว่า ยย
p 13-10 , ฎ ให้ลจ 2คน เทศบาล ขับรถไปซ่อมท่อระบายน้ำ , ดันไปขโมยน้ำมัน และนำไปขาย – ผฐ ลท ม 335(7) ,ส่วนรับซื้อ โดย รับของโจร ม 357
ม 335 “ผู้ใดลักทรัพย์
(๑) ในเวลากลางคืน
(๒) ในที่หรือบริเวณที่มีเหตุเพลิงไหม้ การระเบิด อุทกภัย หรือในที่หรือบริเวณที่มีอุบัติเหตุ เหตุทุกขภัยแก่รถไฟ หรือยานพาหนะอื่นที่ประชาชนโดยสาร หรือภัยพิบัติอื่นทำนองเดียวกันหรืออาศัยโอกาสที่มีเหตุเช่นว่านั้น หรืออาศัยโอกาสที่ประชาชนกำลังตื่นกลัวภยันตรายใด ๆ
(๓) โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ๆ
(๔) โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า หรือเข้าทางช่องทางซึ่งผู้เป็นใจเปิดไว้ให้
(๕) โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้
(๖) โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน
(๗) โดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป
(๘) ในเคหสถาน สถานที่ราชการหรือสถานที่ที่จัดไว้เพื่อให้บริการสาธารณะที่ตนได้เข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือซ่อนตัวอยู่ในสถานที่นั้น ๆ
(๙) ในสถานที่บูชาสาธารณะ สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน ที่จอดรถหรือเรือสาธารณะ สาธารณสถานสำหรับขนถ่ายสินค้า หรือในยวดยานสาธารณะ
(๑๐) ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์
(๑๑) ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง
(๑๒) ที่เป็นของผู้มีอาชีพกสิกรรม บรรดาที่เป็นผลิตภัณฑ์ พืชพันธุ์ สัตว์หรือเครื่องมืออันมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรมหรือได้มาจากการกสิกรรมนั้น
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท
ถ้าความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตราดังกล่าวแล้วตั้งแต่สองอนุมาตราขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ถ้าความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำต่อทรัพย์ที่เป็นโค กระบือ เครื่องกลหรือเครื่องจักรที่ผู้มีอาชีพกสิกรรมมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรม ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท๒
ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในมาตรานี้ เป็นการกระทำโดยความจำใจหรือความยากจนเหลือทนทาน และทรัพย์นั้นมีราคาเล็กน้อย ศาลจะลงโทษผู้กระทำความผิดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓๔ ก็ได้”
ฎ 206/2516 ลจ บ. น้ำมัน หท เพียงจ่ายเติมน้ำมัน – ไม่ถือว่า คค – ถ้าจ่ายเกิน ถือว่า ลท
p 13-11 ! 💟 1.1.5 ท ไม่อยู่ในความคค ของบค ใด ผู้เอาไป ย่อมไม่มีคผฐ ลท
p 13-12 ! ➠ 1.2 การพาเอา ท เคลื่อนที่ไป – ต้องปป ที่อยู่ของ ท เคลื่อนที่ไปจากเดิม ผกท เข้า คค พา ท เคลื่อนที่ไปจากที่เดิม ในลักษณะ เข้ายึดถือ แย่งการคค จาก จข – ถือว่า ลท สำเร็จ
ฎ เข้าไปในห้อง เพื่อ ลท , ตัดสายโทรศัพท์ และยกออกไปแล้ว แต่มาเจอผสห จึงวางไว้กลางห้อง – ลท สำเร็จ , ไม่ใช่ พยย
ฎ
p 13-13
p 13-14
p 13-15
p 13-16 ! ➠ 1.3 การเอาไป ต้องมีลักษณะ เป็นการตัด กสิ
p 13-17 ! 🤪 ท ของผู้อื่น หรือ ที่อื่น เป็นจข รวมอยู่ด้วย
p 13-18
p 13-19
p 13-20
p 13-21
p 13-22
p 13-23
p 13-24
p 13-25
p 13-26
p 13-27
p 13-28
p 13-29
p 13-30
p 13-31
p 13-32
p 13-33
p 13-34
p 13-35
p 13-36
p 13-37
p 13-38
p 13-39 ! กิจกรรม 13.1.1
13.1.2 เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น ในคผฐ ลท
p 13-40
p 13-41
p 13-42
p 13-43
p 13-44
p 13-45
p 13-46
p 13-47
p 13-48
p 13-49
p 13-50
p 13-51
p 13-52
p 13-53
p 13-54
p 13-55
p 13-56
p 13-57
p 13-58
p 13-59
p 13-60
p 13-61
p 13-62
p 13-63
p 13-64
p 13-65 ! กิจกรรม 13.1.2
p 13-66 13.2 คผ ฐานวิ่งราวทรัพย์ วรท
13.2.1 กกทที่เป็น คผฐ วรท
13.2.2 เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นในคผฐ วรท
1) ลักษณะ ส.(สำคัญ) ของ วรท คือ ลท โดยฉกฉวยเอาไปซึ่งหน้า อันมีลักษณะอุกอาจกว่า ลท ธรรมดา
2) วรท เป็นเหตุให้ผู้อื่น ได้รับ อตร แก่กาย /จิตใจ – หรือ สาหัส ถึงแก่ความตาย , หรอื แต่งเครื่องแบบทหาร ตำรวจ
หรือมีอาวุธปืน วัตถุระเบิด
หรือใช้ยานพาหนะ – ผกท รับโทษหนักขึ้น
p 13-67 13.2.1 กกทที่เป็น คผฐ วรท
ม 336 “ผู้ใดลักทรัพย์โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า ผู้นั้นกระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท” ^จริงๆแล้ว วรท โทษหนักนะ ตั้ง 5ปี , ไม่น่าจะคุ้มกับ ขโมย ipad
อปกภน – ลท
– โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า
อปก ภใย – จตน
😈1. ลท – คผฐ วรท – แท้จริงแล้ว เป็น การ ลท รูปแบบหนึ่ง
เฉพาะเจาะจงกทเฉพาะเจาะจงขึ้นมาจาก ลท ม 334
โดยต้องมี ลท ใน ลักษระ “ฉกฉวยเอาซึ่งหน้า”
วรท ต้องผ่าน 334 ลท เสียกก่อน – ถ้าไม่มี 334 – ก็ย่อมไม่เป็นการ วรท
เมื่อเข้าอปก ครบตาม 334 – ค่อยพจรณต่อว่ามี “ฉกฉวยเอาซึ่งหน้า” หรือไม่
ฎ จล ดึงมือถือ ผสห จากกระเป๋า เพราะมี ช โทรมา โกรธ , จากนั้นโยนทิ้ง – ไม่ได้เอา มือถือมาเป็นของตน – จึงไม่มีคผ ฐ วรท
แต่มือถืออาจเสียหาย – แต่เมื่อโทรศัพท์ไม่เสียหาย – กกท ของ จล คผฐ พยย ทำให้เสียท
คผฐ วรท ม 336 ว.1 มีโทษเบากว่า 335 วรรคแรก – คผฐ ลท โดยเหตุฉกรรจ์
336 ว.1 – จค 5ปี 100000 บ
335 ว.1 จค 1-5 ปี 20000-10000 บ
p 13-68 , ตย
p 13-69
p 13-70
p 13-71
p 13-72 ! กิจกรรม 13.2.1
13.2.2 เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้นในคผฐ วรท
p 13-73
p 13-74
p 13-75 ! กิจกรรม 13.2.2
p 13-76 13.3 ความผิดฐานชิงทรัพย์ (ชท)
13.3.1 กกท ที่เป็น คผฐ ชท
13.3.2 เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น ในคผฐ ชท
1) ชท -คือ ลท + โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าทันใดนั้นจะใช้กำลัง ประทุษร้าย
2) ชท เป็นเหตุให้ผู้อื่น ได้รับ อตร แก่กาย จิตใจ สาหัส ตาย หรือเป็น พระพุทธรูป หรือวัตถุในศาสนา หรือ แต่งเครื่องแบบทหาร ตำรวจ , ใช้อาวุธปืน ระเบิด หรือ ยานพาหนะ – รับโทษหนักขึ้น
p 13-77 13.3.1 กกท ที่เป็น คผฐ ชท – เหตุฉกรรจ์ อุกอาจ รุนแรงขึ้น ใช้กำลัง ขู่เข็ญจะทำร้าย – ก่อให้เกิดความหวาดกลัว
– ผสมระหว่าง คผ เกี่ยวกับ ท + คผ เกี่ยวกับ ชีวิต ร่างกาย – โทษค่อนข้างสูง
ม 339 “ผู้ใดลักทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ
(๑) ให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือการพาทรัพย์นั้นไป
(๒) ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น ^โจรปล้นร้านทอง
(๓) ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้
(๔) ปกปิดการกระทำความผิดนั้น หรือ
(๕) ให้พ้นจากการจับกุม
ผู้นั้นกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสองแสนบาท “
Q ถามว่า ขอ้ใดไม่ใช่ จตนพิเศษ คผฐชท – น่าจะตอบ เพื่อให้ความสะดวกในการใช้กำลังปทษร , เพื่อข้ออื่น ตรงกับด้านบน 2,3,4,5
อปกภน – ลท
– ใช้กำลังประทุษร้าย / ขู่เข็ญในทันใดนั้นว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย
อปกภใน – จตน
– เพื่อ -> 5 ข้อด้านบน
อปก ภน
🔯 1. ลท – คผฐ ชท + คือ ลท ที่มีเหตุฉกรรจอย่างหนึ่ง – ดังนั้นชท ต้องมี อปก ลท ครบถ้วน
p 13-78 ตย จลใช้อาวุธ ฟัน ผสห 2 , และกระชากกระเป๋า ผสห 1, แต่ ผหส 1 แย่งกระเป๋ากลับมาได้ – ถือว่า คผฐชท สำเร็จแล้ว – แม้ภายหลังจะแย่งกระเป๋าคืนมาได้ – ไม่ถือว่า เป็น พยย
ถ้าไม่ใช่ ลท หรือ พยย ลท – ก็จะไม่ถือว่าเป็น ชท
ฎ ไปเล่นพนัน แล้วสงสัยว่าเพื่อนโกง เราเลยขู่ให้คืนเงิน – ไม่ถือว่า ชท เพราะ – คิดว่าตนพึ่งมีพึ่งได้ เงินส่วนนี้
ฎ จล ถือปืน แต่ไม่ได้จ้องมาที่ ผสห , หยิบเสื้อ (ด้านในมี มือถือ) – ไม่มีลักษณะขู่ด้วยปืน จล ฐานะดี ไม่ประสงค์ ท แต่ต้องการให้เอาฝาน้ำมันมาแลก – ไม่ผ ชท
ฎ สามีภริยา , เมียชอบเล่นพนัน สามีนำ ท ไป เพราะกลัวว่า เมียจะเอาไปขาย – ไม่ผิด ฐ ชท แต่ ผ ฐ ทำร้ายร่างกาย 295
p 13-79 ! 🔯 2. ใช้กำลังปทษร หรือ ขู่เข็ญว่าในทันใดนั้น จะใช้ กำลัง ปทษร
p 13-80
p 13-81
p 13-82
p 13-83
p 13-84
p 13-85
p 13-86
p 13-87
p 13-88
p 13-89
p 13-90
p 13-91
p 13-92
p 13-93 ! กิจกรรม 13.3.1
p 13-94 13.3.2 เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น ในคผฐ ชท
ชท 339 , โทษหนักขึ้น ว2 3 4 5 และ 340ตรี
🌟1. ชท บางเวลา บางวิธีการ บางลักษณะ หรือ บางสถานที่
ม 339 ว2 “ถ้าความผิดนั้นเป็นการกระทำที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดแห่งมาตรา ๓๓๕ หรือเป็นการกระทำต่อทรัพย์ที่เป็นโค กระบือ เครื่องกลหรือเครื่องจักรที่ผู้มีอาชีพกสิกรรมมีไว้สำหรับประกอบกสิกรรม ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสามแสนบาท๒”
ฎ
p 13-95
p 13-96
p 13-97
p 13-98
p 13-99
p 13-100
p 13-101 ! กิจกรรม 13.3.2
p 13-102 13.4 ความผิดฐานปล้นทรัพย์ (ปท)
13.4.1 กกท ที่เป็น คผฐ ปท
13.4.2 เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น ในคผฐ ปท
1) ปท คือ ชท ที่มีลักษณะร้ายแรง ผรกทผ ตั้งแต่ 3 คน ขึ้นไป , ก่อให้เกิดความหวาดกลัว ตื่นตกใจแก่ผถกท และผู้พบเห็ฯ
กม กำหนโทษไว้สูงสุดในบรรดาคผ เกี่ยวกับ ท
2)ปท ทำให้ผู้อื่นได้รับ อตรแก่กาย/ใจ
แต่งเครื่องแบบทหาร ตำรวจ
มีอาวุธปืน หรือ วัตถุระเบิด ~ มีปืน แม้ยังไม่ได้ใช้ ก็ถือแล้ว
ใช้ยานพาหนะ – ทั้งหมด ทำให้ ผกท รับโทษหนักขึ้น
p 13-103 13.4.1 กกที่เป็น คผฐ ปท
มาตรา ๓๔๐ ผู้ใดชิงทรัพย์โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสามแสนบาท
อปก ภน – ชท , ^แสดงว่า ถ้าไม่มีการใช้ กำลังปทษร ก็ไม่เป็น ชท และไม่เป็น ปท ด้วย แม้จะมา 3 คน – เป็นแค่ ลท
– 3 คนขึ้นไป
อปก ภใย จตน
อปก ภน
✍️1.ชท – ต้องมี อปก ฐ ชท ให้ครบถ้วนก่อน – ม 339 , ถ้าไม่ตาม 339 ก็ไม่เป็น คผฐ ปท ด้วย
ฎ ผสห นั่งบนรถโดยสาร , จล 1 วิ่งขึ้นไป มีดฟันและเอา watch , เสื้อฝึกงาน เงิน พร้อมจล 2 ,3 โดยกกท ทำในคราวเดียวกัน
แต่ก่อนทำ จล 1,2,3 ไม่ได้ลักษณะประสงค์ต่อท แต่ด้วยความคะนอง
จล 1 ผ ฐ วรท ม 336 , ไม่ได้มีคผฐ ปท
p 13-104 ฎ ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง ปทษร – เป็นอปก คผ ฐ ปท – อาจขู่ตรงๆ หรือ ถ้อยคำในลักษณะให้เข้าใจว่าจะมีการทร , แกล้งเอามือล้วงเข้าไปเหมือนจะชักอาวุธ (แม้จะไม่มีอาวุธ) – แต่ทั้งหมดก็ถือเป็น พตก ขู่เข็ญ – ผฐ ปท
✍️2. ร่วมกันกระทำ ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป , ปท และ ชท มีอปก เหมือนกัน แต่ต่างที่จำนวนบค รกทคผ
ปท ต้องมี ตก ร่วมกัน ตาม ม 83 ตั้งแต่ 3 คน ขึ้นไป
แต่ไม่รวมผู้ใช้ ม 84 , 85
หรือ ผู้สนันสนุน ม 86 เช่น จัดหา มีดมาใช้ในการ ปท , จอดรถรอรับพวกห่าง 1 กม , ยืนบังไม่ให้คนอื่นเห็นการ ปท
แตกต่างกับ ชท – ผกทผ เพียงคนเดียว หรือ ร่วมกัน กทผ ตั้งแต่ 2 คนเท่านั้น
ฎ จลทั้งสาม ไล่ตาม ผสห
จล 3 ตบหน้า ชิงเงิน
จล1 แนะนำให้พา ผสห เข้าไปในซอย
จล 2 ล๊อกคอผสหอีกคน ไม่ให้เข้ามาช่วย
จล 1,2,3 ร่วมกันตั้งแต่ต้น ถือว่าเป็นการ ปท
ฎ ผสห ขับรถติดไฟแดง , จล 1 ชนรถผสห – เพื่อให้ลงมาเจรจร
จล2 ขึ้นรถผสห ขับรถหนี และขับรถชนผสห
ตำรวจยึดรถผสห ได้ หลายร้อยเมตร เป็นการเอาท ไปโดยมิชอบ ทุจริต
จล1 ทร ผสห และ จล 2 3 ร่วมกันกทผ – คผฐ ปท
p 13-105 , ฎ จล นำธูป ผสมให้ มึนเมา จท ดม มึนศรีษะ ไม่สามารถขัดขืนได้ – จลกับพวกอีก 2 คน ลท จก – ถือว่าใช้ กำลัง ปทษร + จล 3 คนขึ้นไป – ผฐ ปท
p 13-106
p 13-107
p 13-108 ! กิจกรรม 13.4.1
13.4.2 เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น ในคผฐ ปท
p 13-109
p 13-110
p 13-111
p 13-112
p 13-113
p 13-114
p 13-115
p 13-116 ! กิจกรรม 13.4.2
p 13-117 – 13-121
p 13-117 , ! 13.5 ความผิดฐานกรรโชกทรัพย์
13.5.1 การกระทำที่เป็นความผิดฐานกรรโชก (กช)
13.5.2 เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น ในความผิดฐานกรรโชก
1) ความผิดฐานกรรโชก – ข่มขืนใจให้ผู้อื่นยอมให้ทรัพย์สินโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือ ขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือ ทรัพย์สินของผู้ถูกข่มเข็ญ หรือบุคคลที่สาม – ซึ่งมีความอุกอาจและร้ายแรงกว่าความผิดฐานลักทรัพย์ และวิ่งราวทรัพย์
2) ความผิดกรรโชก ที่รับโทษหนักขึ้น เช่น
ขู่ว่า -> จะฆ่า, จะทำร้ายร่างกาย ได้รับอันตรายสาหัส , ขู่ว่าจะทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์ของผู้ถูกข่มขืนใจ หรือผู้อื่น , หรือมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ , -> เป็นพฤติกรรมที่ร้ายแรง
p 13-118 , 13.5.1 การกระทำที่เป็น <<<ความผิดฐานกรรโชก
ม 337 “ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกรรโชก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้า …”
อปกภน
1) ข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้ หรือ ยอมจะให้
2) ตนหรือผู้อื่นได้ปย ในลักษณะ ที่เป็น ทส
3) โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะทำอตร ชีวิต ร่างกาย สรภ ชื่อเสียง ทส ของผู้ถูกขู่เข็ญ หรือ บค 3 ^แต่ไม่มีเรื่องเปิดเผยความลับ กรณีฟิลม์ น่าจะเกี่ยวกับ เปิดเผยความลับหรือเปล่า ซึ่งน่าจะเป็น รอท , ส่วนจะเข้า กช หรือไม่ ก็อาจจะไม่ เพราะไม่ถึงกับ ใช้กำลัง ปทษร หรือขู่เข็ญ
4) จนผู้ถูกข่มขืนใจ ยอมเช่นว่านั้น
อปกภใน – จตน
🌟 1) ข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้ หรือ ยอมจะให้ – กช มีคผ เกี่ยวกับ – สรภ + ท
– บังคับ ข่มขืนใจให้ผู้อื่นยอมให้ผลปย ลักษณะที่เป็น ทส
– อุกอาจร้ายแรงกว่า ลท, วรท
– เพราะผกทผ มีการ ติดต่อ (contact) ขู่เข็ญ ผสห
และกช ท ยังขืนใจ เจ้าทรัพย์ยอมให้ ท โดยไม่จำกัด – ต่างจาก ลท ที่จะเอาเฉพาะ ท ที่มีในขณะที่กทคผ
1.1 ข่มขืนใจผู้อื่น – บังคับจิตใจผู้อื่น โดยมิได้สมัครใจ – บังคับจิตใจโดยใช้ กำลัง ปทร หรือขู่เข็ญว่าจะทำอตร มีอปกภน ข้อ 3
ฎ จล บอกผสห ว่ามีผู้จ้างให้มาฆ่า แต่ไม่บอกชื่อ , จล ขอเงิน ถ้าไม่ให้ จะไม่รับรองความปลอดภัย – จล ถือว่าข่มขู่ผสห -> ผ กชท ,แม้จะใช้คำว่า ขอ ,และเพื่อจะบอกชื่อผู้ว่าจ้างฆ่า -เป็นเพียงเหตุผลประกอบการข่มขู่
p 13-119 ,
p 13-120
p 13-121
! กิจกรรม 13.5.1
13.5.2 เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น ในความผิดฐานกรรโชก
p 13 -132
! กิจกรรม 13.5.2
p 13 -133 13.6 ความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ (รอท)
13.6.1 กกท ที่เป็นคผฐ รอท
13.6.2 การเปรียบเทียบระหว่าง คผฐวรท ชท ปชท และ รอท
1) ลักษณะส. ของ คผฐ รอท – ข่มขืนใจผู้อื่น ให้ยอมให้ หรือ ยอมใจให้ตน หรือ ผู้อื่น ได้ปย ในลักษณะที่เป็นทส โดยขู่เข็ญว่าจะเปิดเผย ความลับ
2) คผฐ วรท ชท ปท – ต้องมีฐานเดิมจาก ลท
ส่วน คผฐ กช และ รอท – เป็นส่วนหนึ่งของคผ ต่อ สรภ
p 13 -134 13.6.1 กกท ที่เป็นคผฐ รอท
ม 338 “ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่น ให้ยอมให้ หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับซึ่งการเปิดเผยนั้นจะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สามเสียหาย จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่น”
อปกภน – ขขใจ ผู้อื่น ให้ยอมให้ หรือ ยอมจะให้
– ตน หรือผู้อื่นได้ ปย ในลักษณะ ที่เป็น ทส
– โดยขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับ – ซึ่งการเปิดเผยนั้นจะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญ หรือ บค 3 เสียหา
– จนผู้ถูกข่มขืนใจ ยอมเช่นว่านั้น
อปกภใน จตน
✭ 1. ขขใจ ผู้อื่น ให้ยอมให้ หรือ ยอมจะให้ -กช vs รอท -ต่างที่ วิธีการที่ใช้ขู่เข็ญ
กช – ใช้ กำลังปทษร หรือ ขู่เข็ญ ว่าจะทำอตร ต่อ ชีวิต ร่างกาย สรภ ชื่อเสียง ทส
รอท – ขู่เข็ญว่าจะเปิดเผย ความลับ
อปก รอท ข้อ 1,2,4 เหมือนกับ กช ทุกประการ
✭ 2. ตน หรือผู้อื่นได้ ปย ในลักษณะ ที่เป็น ทส – เหมือน กชท
ฎ จล ขู่ ถ้าไม่ให้เงิน จะเปิด video ร่วมประเวณ ให้ปชช ดู – ผ ฐ พยย รอท 338 + 80
✭ 3. โดยขู่เข็ญ ว่าจะเปิดเผยความลับ- จะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญ หรือ บค3 เสียหาย , “ความลับ” – ขทจ ที่ยังไม่ประจักษ์แก่คนทั่วไป
เป็นขทจ ที่จข ประสงค์จะปกปิด
p 13 -135 , ไม่จำเป็นต้องเป็นความลับรู้เพียงคนเดียว อาจจะรู้ในวงจำกัด แต่ไม่อยากให้คนนอกรู้ <- ยังถือเป็นความลับ
– อาจเป็นขทจ ส่วนบค , เช่น การมีบุตรนอกกม ,มีเมียน้อย , ตั้งครรภ์ยังไม่ได้แต่ง
– ความลับ ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องผ กม ศีลธรรม เท่านั้น เช่น ค้นคิดประดิษฐ ความลับทางธุรกิจ โรคสังคมรังเกียจ
ที่ส. ต้องเป็นขทจ หรือ เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจริง – หากไม่จริง ย่อมไม่ใช่ความลับ
ฎ จล ขู่พระ ว่ามีเพศสัมพันธ ซึ่งไม่จริง( และถือว่าไม่ใช่ความลับ) จะเป็น รอท 338 ไม่ได้
แต่การขู่ ทำให้ผสห ยอมจ่ายเงิน เป็น กชท 337 ว.1
จค รอท 1-10ปี กชท ไม่เกิน 5ปี
p 13 -136
p 13 -137
p 13 -138 ! กิจกรรม 13.6.1
13.6.2 การเปรียบเทียบระหว่าง คผฐวรท ชท ปชท และ รอท
p 13 -139
p 13 -140
p 13 -141
p 13 -142
! กิจกรรม 13.6.2 คผฐ ชท vs คผฐ กชท มีข้อแตกต่างที่สำคัญกี่ประการ
-5 ประการ
p 13 -143
pretest
1. เอาก๊างหุงต้มไป เป็นคผฐ ลท – b เป็นคผ เพราะไม่ใช่วัตถุที่มีรูปร่าง
2. ข้อใดไม่ใช่จตน พิเศษ คผฐชท – ตัด e a b d , -> c , ตอบ a ไม่ใช่สะดวกในการ ปทษร แต่สะดวกในการ ชท
3. ปท ตก ร่วม 3 คน
4. นั่งซ้อนท้าย ถูกกระชากกระเป๋า ,mc ล้ม , ศรีษะกระแทกพื้น สลบ , กระเป๋าหลุดติดมือนายดำ แต่หลุดมือจากจุดเดิม 5 ม – กกท นายดำ คผฐ วรท ? – a
5. ดำ- ขาว ทะเลาะกัน ขาวกลัวดำ ยิงปืน , จึงเอาปืนโยนทิ้งน้ำ – ลท หรือไม่ – ไม่ผ เพราะไม่มีจตน ทุจริต
6. ขู่เข็ญพระ ถ้าไม่ให้เงิน จะฟ้องว่ามีเพศ สัมพันธ์กับญ (ไม่เป็นความจริง) – แต่พระกลัวเสียชื่อ จึงให้เงิน เป็นคผ รอท หรือไม่ – e ไม่ผ เพราะไม่เป็นความจริง
7. ชก บังคับขู่เข็ญ ให้ลงลายชื่อ สญ กู้เงิน , พูดว่าถ้าไม่ลงชื่อจะเจ็บตัว อาวุธปืนมาขู่ – e กช
8.
posttest
หน่วยที่ 14 ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์(2)
ตอนที่ 14.1 ความผิดฐานฉ้อโกง(ฉก)และโกงเจ้าหนี้ (กจน)
14.2 ความผิดฐานยักยอก(ยย) และรับของโจร (รขจ)
14.3 ความผิดฐานทำให้เสีย ท และ บุกรุก (บร)
p 14-2
ความผิดฐาน ฉก เป็นการประทุษร้าย(ปทร) ต่อ ท , โดยเจ้าของยินยอมส่งมอบ ท ให้โดยผู้กระทำมิได้แย่งการครอบครอง แต่เพราะผู้กระทำผิดหลอกลวง
ความผิดฐาน(คผฐ) โกงเจ้าหนี้ – มุ่งคุ้มครองบังคับชำระหนี้ของ จน(เจ้าหนี้) , เพื่อมิให้ลห (ลูกหนี้ ) ทำการยักย้ายถ่ายเท ท ของตน , หรือทำความเสียหายแก่หลักประกันการชำระหนี้
คผฐ ยย – มักเกิดจากความเชื่อใจของเจ้า ท – ส่งมอบ ท ให้คนอื่นครอบครอง(ครค) แทน ,แล้ว ผครค กลับเบียดบังเอา ท นั้นไป
คผฐ รับของโจร – มุ่งกำราบปราบปรามผู้ที่จะช่วยผู้กระทำผิดเกี่ยวกับ ท บางประเภท โดยช่วย – ซ่อนเร้น , จำหน่าย , พาเอาไปเสีย , ซื้อ , รับจำนำ หรือ รับ ท อันเป็นของโจร – เพื่อลดการกระทำผิดเกี่ยวกับ ท
คผฐ ทำให้เสีย ท – ต่อ ท ที่มีเจ้าของ หรือ มีไว้เพื่อ ปย สธรณ(ประโยชน สธรณ)
– กรณีแรก ยอมความได้
– กรณีหลัง ยอมความไม่ได้ ( ลักสายไฟ น่าจะเข้าอันนี้ ยอมความไม่ได้)
คผฐ บุกรุก – กระทำต่อ อสังหาริมทรัพย์(อ-สห) , เช่นรบกวนกรรมสิทธิ์หรือ คค ของผู้อื่น , หรือ ยักย้านทำลายเครื่องหมายเขต หรือเข้าไป/ซ่อนตัว ใน อ-สห ของผู้อื่น ถ้าอย่างนั้น ไม่น่าจะใช้คำว่า บุกรุกเข้าไปในรถ เพราะเป็น สห
ตอนที่ 14.1 ความผิดฐานฉ้อโกง(ฉก)และโกงเจ้าหนี้
p 14-4
14.1.1 คผฐ ฉก
14.1.2 คผฐ กจน
คผฐ ฉก – หลอกลวง โดยอาจแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้ง ^ถ้าเป็นกรณีหมอดู จะแยกอย่างไร ระหว่าง แสดงข้อความอันเป็นเท็จ vs ทำนายล่วงหน้า
ฉก โดยแสดงตนเป็นคนอื่น หรือ อาศัยความเบาปัญญาของผู้ที่หลอกลวง ซึ่งเป็นเด็ก หรือ อาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง – ย่อมถือว่าร้ายแรง – ผู้กระทำ รับโทษหนักขึ้น
ฉก – ประชาชนทั่วไป – ถือว่าเสียหายวงกว้าง – โทษหนักขึ้น
หล (หลอกลวง ) บุคคลให้ประกอบงาน – โดยไม่ให้ค่าแรงงาน หรือ ค่าจ้าง , หรือค่าแรงงาน ค่าจ้างแก่บุคคลเหล่านั้นต่ำกว่าที่ตกลง – ย่อมมีความผิด
สั่งซื้อและบริโภคอาหาร/เครื่องดื่ม หรือเข้าไปในโรงแรม – โดยรู้ว่าตนไม่สามารถชำระค่าอาหาร ,ค่าเครื่องดื่ม ค่ารร – ย่อมมีความผิด
การชักจูงให้ผู้ใดจำหน่าย ทส โดยเสียเปรียบ -จะเป็นควาผิดเมื่อผู้กระทำผิด อาศัยผู้ถูกชักจูง มีจิตอ่อนแอ , เด็กเบาปัญญา – และไม่สามารถเข้าใจตามควร ซึ่งสาระสำคัญแก่ตน จนผู้ถูกชักจูงจำหน่าย ทส นั้น
แกล้งทำให้เกิดเสีย ทส ซึ่งเป็นวัตถุที่เอาประกันภัย – เพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่น ได้รับ ปยจากประกัน วินาศภัย – ต้องได้รับโทษอาญา
คผฐ ฉก – นอกจาก ฉก ปชช ม 343 , ย่อมเป็นความผิดยอมความได้
คผฐ ลท (ลักทรัพย์) = แย่งการ คค , โดยเจ้าของไม่ยินยอมส่งมอง
ส่วน ฉก = ต้องการหลอกลวง และต้องการได้ ทส ไป โดยไม่มีการแย่งการ คค
p 14-5 คผฐ กจน ลักษณะหนึ่ง – ทำให้หลักประกันของ จน (เจ้าหนี้) ในสัญญาจำนำ เสียหาย – อันเป็นผลทำให้จน บังคับจำนำได้ไม่เต็มที่ , หรือไม่อาจบังคับจำนำได้เลย
คผฐ กจน อีกลักษณะ คือการ ยักย้าย จน จน อาจบังคับชำระหนี้ได้ไม่ครบถ้าย หรือไม่อาจบังคับชำระหนี้ ได้เลย
– คผฐ กจน ยอมความได้
p 14-6 เรื่องที่ 14.1.1 คผฐ ฉก แบ่งเป็น 9 หัวข้อ
🌐 1. การกระทำที่เป็คผฐ ฉก
ภาค ๒ ความผิด -> ลักษณะ ๑๒ ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์

หมวด ๓ ความผิดฐานฉ้อโกง
มาตรา ๓๔๑ ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทําให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทํา ถอน หรือทําลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทําความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
Q -เอาจาก บค 3 ก็ได้
อปกภนก (องค์ประกอบ ภายนอก)
1. หลอกลวงผู้อื่น
1.1 ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือ
1.2 ปกปิดข้อความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้ง
2. โดยการหลวงลวงดังว่านั้น
2.1 ได้ไปซึ่ง ทส ของผู้ถูกหลอกลวง หรือ บุคคลที่สาม หรือ
2.2 ทำให้ผู้ถูกหลอกลวง หรือ บุคคลที่สาม – ทำ ถอน หรือ ทำลายเอกสารสิทธิ
อปกภใน(ใน)
1. เจตนา
2. โดยทุจริต
คผฐ ฉก – ถือว่ารุนแรงกระทบสังคม น้อยกว่า ลักทรัพย์ กรรโชก
และมักเกี่ยวนิติสัมพันธ์ทางแพ่ง – เอกชน <- Q
อปกภนก (องค์ประกอบ ภายนอก) – หลอกลวงผู้อื่น ให้ผู้อื่นหลงเชื่อผิดไปจากความจริง , มิใช่เพียงถือเอาปย จากความหลงผิดของผู้อื่น ซึ่งตนมิได้ก่อให้เกิดขึ้น
14-7 ก หลอก ข ว่าที่ดิน จะมีถนนตัดผ่าน ขายราคา 10000 บาท /วา, ถ้า ข ซื้อเพราะคิดว่าที่ดินจะมีราคาขึ้น ก็ถือว่า ก หลอกล่วงให้เข้าใจผิด
การแสดงข้อความอันเป็นเท็จ , ต้องเกิดจากการกระทำของผู้หลอก – โดยอาจจะแสดงด้วยวาจา , ลายลักษณ์อักษร, กริยาท่าทาง , หรือ รูปแบบอื่นๆ เช่น ลงลายมือชื่อปลอมเพื่อรับธนาณัติ , แต่งเครื่องแบบนักศึกษา เพื่อให้ได้ซื้อของที่ขายเฉพาะนักศึกษา ,ใช้ธนบัตรปลอมซื้อของ ,ออกเช็คของผู้อื่น หรือของตนเอง โดยไม่มีเงินในธนาคาร , นำชี้ที่ดินคนอื่น โดยหลอกว่าเป็นของตน เพื่อขายฝาก , จ่ายผลประโยชน์ดบ ให้แก่ผู้เสียหายในครั้งแรกๆ
ฎ. จำเลยลูกจ้างธนาคารโจทก์ร่วม , ทำเอกสารถอนเงินธนาคารไปให้ลูกค้าอันเป็นเท็จ <- อันนี้ จำเลยทำเอกสารครบถ้วน(ไม่ถือว่าโอนเงินไปโดยการ หล) -> ไม่ถือว่า ฉก แต่ถือว่าเป็น ลท นายจ้าง สรุป แยกระหว่าง ฉก vs ลท โดยดูว่ามีการ หล หรือไม่ ถ้ามี ก็เป็น ฉก
14-8 ก ซื้อภาพเขียน เข้าใจว่าเลียนแบบปีกาสโซ่ ราคา 1000 – ต่อมาขายให้ ข ราคา 50000 บาท โดยบอกว่า เป็นภาพแท้ – ทั้งที่ความจริงก็เป็นภาพจริง – ก ไม่ผิด เพราะไม่มีการแสดงเท็จ ^แสดงว่า แม้ว่าเจตนาจะคิดว่าเท็จ แต่เสือกเป็นของจริง ก็เลยดีไป <- ก็คือไม่ได้ดูเจตนาซะเดียว แต่ให้ดูความจริงด้วย
ก ขายเงินแท่ง ราคา 1000 , ทั้งๆที่ราคาจริงเพียง 500 , นัดว่าอีก 3 วันจะขาย , ต่อมาราคาพุ่งขึ้นเป็น 1000 บาท , และ ก ก็ขายให้ราคา 1000 , <- ไม่ถือว่าผิดฐาน ฉก
ข้อความเท็จ ต้องดูที่ อดีต และปัจจุบัน , จะไม่ได้ดูที่อนาคต , ^แต่ทำไม เคสขายเงินแท่ง จึงไม่ผิด ฉก ละ ??
ฎ. จำเลย(จล) ชักชวน โจทก์ (จท) ซื้อหุ้น 300,000 บาท , เมื่อถึงเวลาจะโอนหุ้นให้ , ต่อมาขอเงินเพิ่มอีก 58000 บาท , และสุดท้ายจ่าย 358,000 , อันนี้ไม่ถือว่า ฉก ยังไม่ถึงเวลาโอนหุ้น และ จล ก็มีหุ้นจำนวนมากพอ ,ถือเป็นเพียงผิดสัญญาทางแพ่ง
การแสดงความเห็น/คาดคะเน , มิใช่การยืนยันข้อเท็จจริง , พฉน (เพราะฉะนั้น) ถ้าสุดท้ายผิด ก็ไม่ถือว่า หล เช่นบอกว่า หุ้น a แนวโน้มผลกำไรดี , แต่ถ้ามีการให้ข้อมูลเท็จ เช่นบอกว่า ราคาตลาดตอนนี้สูงขึ้น 11% ทั้งๆที่ราคาลดลง <- อันนี้ถือว่าแสดงข้อความเป็นเท็จ
14-9 ฎ. จล ชวน จท ซื้อคอนโด โดยยืนยันว่าจะขึ้นในอีก 4 เดือน และแนะนำให้ทำพิธีเสริมดวงเพื่อให้ สามีภรรยาไม่ต้องหย่ากัน …. ทั้งหมดนี้เป็นเหตุการณ์ในอนาคต ไม่ถือเป็นการ หล , ไม่ผิด ฉก ^แสดงว่าพวกหมอดู ก็ไม่น่าจะผิด แล้วอย่างนี้ สามารถเอาผิดหมอดูที่มาหลอกได้หรือไม่
ฎ. ทำสัญญาจะซื้อจะขาย , ผู้จะขาย จำต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิใน ท ที่จะขายขณะทำสัญญาหรือไม่ ? จท ทราบว่า จล ยังไม่ได้เป็นเจ้าของ อสห แต่กำลังพิพาทกันอยู่ และเมื่อสุดท้าย หา ท มาขายไม่ได้ และยังไม่ได้คืนเงิน จึงถือว่าผิดสัญญาทางแพ่ง ไม่ใช่ ฉก
คำมั่นสัญญาในอนาคต, คือเหตุการณ์ ในอนาคตโดยแท้จริง – แต่หากมีการกล่าวถึงปัจจุบัน แต่ดันเป็นเท็จ <- อันนี้ถือว่าแสดงข้อความเป็นเท็จ , เช่นทำสัญญากู้เงิน และว่าจะคืน แต่ในใจรู้ว่าไม่คืนแน่นอน <- ถือว่าผิด ฉก , ต้องพิสูจน์ว่าผู้กระทำมีเจตนา หล ตั้งแต่แรก , หากพิสูจน์ไม่ได้ ก็ไม่ถือว่า ฉก
ฎ. จัดหางานไปทำงานตปท แต่ตัวเอง ไม่มีใบอนุญาติในการจัดหางาน <- ถือว่า ฉก
“ปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง” – เช่นลบรอยชำรุดของที่ขาย , หรือ ลบข้อความบางอย่างในเอกสาร หรือ งดเว้นไม่ยอมบอกข้อเท็จจริง ซึ่งตนมีหน้าที่ต้องบอก ตาม ม 59 วรรคท้าย , แต่ถ้าไม่มีหน้าที่ต้องบอก ก็ไม่ถือว่าปกปิด
ม. 59 บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา
กระทำโดยเจตนา ได้แก่กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น
ถ้าผู้กระทำมิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด จะถือว่าผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นมิได้
กระทำโดยประมาท ได้แก่กระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่
การกระทำ ให้หมายความรวมถึงการให้เกิดผลอันหนึ่งอันใดขึ้นโดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลนั้นด้วย
14-10 “โดยการ หล ดังว่านั้นได้ไปซึ่ง ทส ” , ได้ไป vs เอาไป ใน ลท (ลท ต้องมีการแย่งการ คค , เจ้าของ มิได้ส่งมอบ ท ให้ , แต่ผู้กระทำผิด เข้าถือโดยพลการ , หรือ ได้รับมอบท จากผู้ที่มิได้มีสิทธิ คค มีเพียงแต่การยึดถือเท่านั้น)
ส่วนการ ได้ไป ….. เป็นการ คค หรือ กรรมสิทธิใน ทจาก ผคค หรือเจ้าของ หรือบุคคลที่สาม
การได้ไป ไม่มีการแย่งการ คค , แต่ผคค ส่งมองโดยถูก หล <- อันนี้คือข้อแตกต่าง ระหว่าง ฉก vs ลท
ฎ 5319/2547 จล นำหฐ ที่จข ร้านทอง ออกให้แก่ ผสห ไปขอไถ่สรอ้ยคอ โดยไม่ได้บอกว่าไม่ใช่ตั๋วของตน , เป็นจตนทุจริต หล ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือ ปกปิดข้อความจริง ที่ควรบอกแจ้ง – ผฐ ฉก
p 14-13 !🌐 2.ฉก โดยแสดงตนเป็นคนอื่น หรืออาศัยความเบาปัญญาหรือ ความอ่อนแอแห่งจิต ของผู้ถูกหลอกลวง
ม 342 “ถ้าในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงผู้กระทำ (1) แสดงตนเป็นคนอื่น หรือ (2) อาศัยความเบาปัญญาของผู้ถูกหลอกลวงซึ่งเป็นเด็ก หรืออาศัยความอ่อนแอแห่ง จิตของผู้ถูกหลอกลวง ทั้งปรับ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำ”
อปก ภน – มีกกทคผ ฐ ฉก
– ผกท
(1) แสดงตนเป็นอื่นอื่น หรือ
(2) อาศัยความเบาปัญญา ของผู้ถูกหลอกลวง ซึ่งเป็นเด็ก หรือ
(3) อาศัยความอ่อนแอ แห่งจิต ของผู้ถูกหลอกลวง
อปก ภใน – จตน
กทคผฐ ฉก ม 342 -เหตุทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้น แต่ต้องมีอปก ครบตาม ม 341 ก่อน
★ ผู้กท แสดงตนเป็นคนอื่น – ผกทผ ฐ ฉก แสดงตนเป็นคนอื่น ในการหล(หลอกลวง) นั้น ผกท ได้ปลอมตัวเป็นบคอื่น เช่น เช่น ดำหลอกขาว ว่าตัวเองเป็นแดง
p 14-14 ,
p 14-15 ! 🌐 3. ฉก ปชช ม 343 “ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 341 ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน “ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ต้องด้วยลักษณะดังกล่าวในมาตรา ๓๔๒ อนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท”
ᕯ 3.1 ฉก ปชช
คผ ม 343 ว.แรก แยกอปก
อปก ภน – กทคผ ฉก
– กทด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ต่อ ปชช หรือ ปกปิดความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้ง แก่ปชช
อปก ภใน – จตน
กทผ ฐ ฉก – ม 343 – เป็นเหตุทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้น อีกเหตุเช่นเดียวกับ ม 342 – ต้องมีอปก ฉก ม 341 ครบถ้วนเสียก่อน -เหตุในมาตรานี้ เพื่มขึ้น ต้องรับโทษมากขึ้น
p 14-16 ,
! ᕯ 3.2 ฉก ปชช โดยแสดงตน เป็นคนอื่น หรือ อาศัยความเบาปัญญาหรือ ความอ่อนแอแห่งจิตผู้ถูกหล
ม
p 14-17 !🌐 4. หล ใช้แรงงาน ผู้อื่น
ม 344 “ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงบุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้ประกอบการงานอย่างใด ๆ ให้แก่ตนหรือให้แก่บุคคลที่สาม โดยจะไม่ใช้ค่าแรงงานหรือค่าจ้างแก่บุคคลเหล่านั้น หรือโดยจะใช้ค่าแรงงานหรือค่าจ้างแก่บุคคลเหล่านั้นต่ำกว่าที่ตกลงกัน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ “
Q ถาม ม 344 ใช้กี่คน – 10 คน
อปก ภน 1) หล
(1) โดยไม่ใช้ค่าแรงงาน หรือ ค่าจ้างแก่บค เหล่านั้น หรือ
(2) โดยจะใช้ค่าแรงงาน หรือ ค่าจ้างแก่บค เหล่านั้น ต่ำกว่าที่ตกลงกัน
2) ซึ่งบค ตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไป
3) ให้ประกอบการงานอย่างใด
4) ให้แก่ตน หรือ แก่ บค 3
อปกภใน – จตน
– โดยทุจริต
p 14-18 , คผฐ ฉก – ต้องหล ให้เขาส่งมอบ ทส หรือให้เขาทำ ถอน หรือ ทำลาย อส ส การหล ให้ส่งบริการ <- ย่อมไม่เป็นคผฐ ฉก ม 341
ดังนั้น ม 344 จึงบญ ฉก ให้ส่ง “บริการ” ไว้
❊หล – ต้องมีลักษณะเป็นการ หล โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือ ปกปิดขทจ ที่ควรบอกให้แจ้ง
❊ โดยไม่ใช้ค่าแรงงาน หรือ ค่าจ้างแก่บคเหล่านั้น หรือ โดยจะใช้ค่าแรงงานื หรอืค่าจ้างแก่บคเหล่นั้น ต่ำกว่าที่กำหนด
p 14-22
p 14-23
p 14-24
p 14-25 14.1.2 คผฐ กจน
3 หัวข้อ
🧙1. เอาไปหรือทำให้เสียหาย ซึ่ง ท อันตนจำนำไว้แก่ผู้อื่น
ม 349 “ผู้ใดเอาไปเสีย ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์อันตนจำนำไว้แก่ผู้อื่น ถ้าได้กระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้รับจำนำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
อปกภน – เอาไปเสีย ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ปย
– ซึ่งท อันตนจำนำไว้แก่ผู้อื่น
อปกภใน – จตน
– เพื่อให้เกิดคสห แก่ผู้รับจำนำ
🥾 เอาไปเสีย – เอาไปจากการคค โดยลักษณะการแย่งการคค จากผู้รับจำนำ คล้ายคำว่า เอาไป ใน คผฐ ลท
🥾 ทำให้เสียหาย – สภาพ คุณสมบัติเสื่อมลง เกิดการปป จนเสื่อมเสีย และ คสห ไม่จำเป็นต้องถาวร จนแก้ไขไม่ได้
p 14-26 🥾 ทำลาย – ทำให้หมดสิ้นไป ทำให้สูญหาย แม้การสูญหาย จะไม่ทำให้ ตัว ท หมดสิ้นไป – เราจำนำแหวน กับแก้ว วันหนึ่ง มาขอดูแหวน แล้วขว้างทิ้งไป
🥾 ทำให้เสื่อมค่า – ทำให้ราคา ท ลดลง แม้ตัวท ยังคงเดิม
🥾 ทำให้ไร้ปย – ทำให้ใช้ ท ไม่ได้เท่าเดิม แม้ว่า ตัว ท ยังคงสภาพเดิม
🥾 ซึ่ง ท อันนำจำนำไว้แก่ผู้อื่น – สำหรับ วัตถุ ซึ่งเป็น อปก คผ – มีถ้อยคำ บทบญ ราวกับว่า ผกทคผ จะต้องเป็น จข ท และเอา ท นั้นไปจำนำไว้
แต่ถ้า พจรณ ตาม ปพพ 747 – บญ ว่า ” อันว่า จำนำ นั้น คือ สญ ซึ่ง บค คนหนึ่ง เรียกวา่ ผู้จำนำ ส่งมอบ สหรมท สิ่งหนึ่ง ให้แก่ บค อีกคน – เรียกว่า ผู้รับจำนำ – เพื่อเป็นการ ประกันการชำระห ”
– กม ไม่ได้บญ ว่าผู้จำนำ จะตอ้งเป็นจข ท
– ดังนั้น ผู้จำนำ อาจจะนำ ท ของคนอื่น มาจำนำก็ได้ – เพียงแต่ จข ท มิได้ รู้เห็นยินยอม สญ จำนำ นั้น ไม่มีผูกพันจข และจข สามารถติดตาม เอาคืนได้ – ดังนั้น ผกทผ ตาม ม นี้ คือ ผู้จำนำ กทต่อ ท ที่ตนนำไปจำนำผู้อื่นไว้
ตย เราเอา สร้อยคอไปจำนำกับ ก , – ต้องถือว่า สร้อยยังเป็น กสิ ของเราอยู่ แต่เป็นเพียงประกันการชำระห เท่านั้น
การที่เรา เอาสร้อย มาจาก คอของ ก – ไม่ถือว่าเป็นคผฐ ลท 334 – แต่เป็นคผฐ กจห 349
กกท คผ ตาม ม นี้ จะเกิดขึ้นเมื่อ สญ จำนำ ที่สมบูรณ์ – การจำนำ ต้องเป็นไปตาม กม บญ – มิใช่ส ที่จะก่อขึ้นโดยลำพัง แต่ข้อตกลง ระหว่าง บค – ทส ที่จำนำ ต้องเป็น สหรมท และต้องส่งมอบ ทส แก่ผู้รับจำนำ ได้
p 14-27 ! 🧙 2. ยักย้าย ทส เพื่อมิให้จห(เจ้าหนี้) ได้รับชำระ ห
ม 350 “ผู้ใดเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ซึ่งได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น หรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใดก็ดี แกล้งให้ตนเองเป็นหนี้จำนวนใดอันไม่เป็นความจริงก็ดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
อปก ภน – ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น หรือโอนไปให้แก่ผู้อื่น ซึ่ง ท ใดก็ดี , หรือแกล้งให้ตนเองเป็น ห จำนวนใด อันไม่เป็นความจริง
– เป็น ห ซึ่ง จห ได้ใช้ หรือ จะใช้ ส เรียกร้องทาง ศ
อปก ภใน – จตน
– เพื่อมิให้ จห ของตน หรือของผู้อื่น ได้รับ ชำระห ทั้งหมด หรือ แต่บางส่วน
✡ ย้ายไปเสีย – เปลี่ยนที่ตั้งของ ท ไปจากที่เดิม ไม่จำเป็นต้องถึงกับเอาไปจาก ความคค ของ ลห เช่น ดำทราบว่า จห จะมายึดข้าวสารในโกดัง – จึงขนข้าวสารไปไว้ที่อื่น
✡ ซ่อนเร้น
p 14-28
p 14-29 ! 🧙3. คผฐ กจห เป็น คผ อันยอมความได้
p 14-30 ! กิจกรรม 14.1.2
p 14-31 14.2 ความผิดฐานยักยอก(ยย) และรับของโจร (รขจ)
14.2.1 คผฐยย
14.2.2 คผฐ รขจ
1) ลักษณะส. คผ ฐ ยย – ผทกผ ต้องเป็นคค ท นั้นอยู่ – ขณะกทผ – แล้วเกิดจตน โดยทุจริต เบียดบังเอา ท นั้นไปเป็นของตน หรือ บค 3
2) การเก็บของซึ่งมีคนทำตกไว้แล้ว เอาไว้เสีย – เป็นการ ยย ทส หาย ซึ่งโทษเพียง 1/2 ของ คผฐ ยย ลักษณะทั่วไป
3) ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้จัดการทส ของผู้อื่น กทโดยทุจริต ให้เกิดคสห ย่อมมีคผ
4) ผู้ที่มีอาชีพอันเป็นที่ไว้วางใจ กทโดยทุจริต ให้เกิด คสห ย่อมมีคผ
5) ทส ซึ่งเป็นสมบัติอันมีค่าหรือเป็นของโบราณ สมควรจะสงวนไว้เป็นสมบัติของชาติ – ผู้ใดเก็บได้ แล้วเอาไว้เสียเอง ย่อมมีคผ
6) ยย – คผ ยอมความได้
7) ลท ผกทผ ไม่ได้คค ท ในเวลาที่แย่งการคค
ยย – ผกทได้ คค ท อยู่แล้ว ขณะกทผ จึงไม่มีแย่งการคค
8) ของโจร = ที่ได้มาจาก กกทคผในลักษณะ ลท วรท กช รอท ชท ปท ฉก ยย หรือ จพง ยย ท
ของโจร(ขจ) – จะเป็นขจ ตลอดไป – ตราบใด ที่ยังไม่หมดสภาพของโจร – ผู้ใดรับไว้ โดยรู้ว่าเป็นขจ ย่อมมีคผฐ รขจ
p 14-32 , 9) คผฐ รขจ อาจกท ได้ 2 ลักษณะ
– ช่วย eg ช่วยซ่อนเร้า
– รับ eg ซื้อ หรือ รับจำนำท อันเป็นขจ
10) การ รขจ บางกรณี รับโทษหนักขึ้น เพราะกท เพื่อค้ากำไร หรือ เพราะกท ต่อ ท ที่ได้มาจากการชท หรือ ปท หรือ ท ที่ถูกลักมาเป็น ท ที่กม มุ่งให้ความค้ค เป็นพิเศษ ^แต่อันนี้ไม่ได้ ท ที่ได้จากการฉก อย่างเคส ดิว ที่เอานาฬิกามาจำนำ
11) คผฐ รขจ มุ่งปราบปราบ ผู้ที่ช่วย ผกทคผ เกี่ยวกับ ท – หลังจาก คผ สำเร็จ จึงมีอปก เรื่อง กกท และ จตน ต่างจาก คผฐ ลท ที่มุ่งปราบปรามผู้ ปทษร ต่อท ของผู้อื่นโดยตรง
p 14-33 14.2.1 คผฐยย 7 หัวข้อ
🔯 1 กกท ที่เป็นคผ ฐ ยย
ม 352 ” ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
อปกภน – คคท
– ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือ ซึ่งผู้อื่นเป็นจข รวมอยู่ด้วย
– เบียดบังเอา ท นั้นเป็นของตน หรือ บค 3
อปกภใน -จตน
– ทุจริต Q อันนี้ใช้ จตน พิเศษ หรือเปล่า ?
✤ คคท = ได้ยึดถือท นั้นเพื่อตน ตาม ปพพ 1367 ผกทได้มีการยึดถือ ท นั้นไว้กับ ตน ตามสภาพความเป็นจริง
ขณะเดียวกัน มีจตน ยึดถือเป็นตน
การยึดถือ – ไม่จำเป็นต้องถือไว้ในมือ – เพียงอยู่ในอน ค้ค ดูแล และ สามารถใช้สอย ท นั้นได้ ก็เป็นการ คค แล้ว
ต้องปรากฎว่า ผกท ได้คค ท อยู่ในขณะที่เบียดบังเอาท นั้น
ฎ เมื่อไม่ปรากฎว่าจล ผู้คคท ของผู้อื่น – จล ไม่อยู่ฐานะจะเป็นผกทผ 352
✤ ท = อสห หรือ สหรม ได้- แต่ต่างจาก คผฐ ลท 334 จะต้องเป็น สหรม เท่านั้น
ฎ จล คค สินค้าของ จท ร่วม ได้ขายสินค้าให้แก่ลูกค้า – ไม่ผ่าน พนักงาน – นำเินไปเป็นปย ส่วนตัว – เบียดบังท จท ร่วม – ยย ม 352 ว.แรก
p 14-34 , ถ้า ท อยู่ใน ยึดถือของผกท – ส่วนการคค อยู่กับ จข หรือ ผู้อื่น
ถ้าผกท เอา ท ไป – ไม่เป็น ยย แต่เป็นแย่งการคค – ลท
ตย เอาถอดนาฬิกา วางบนโต๊ะ ให้ ก ช่วยดูแล – แต่ก เอาไป – ลท เพราะยังไม่ได้ ให้ ก คค
ท อาจตกอยู่ใน คค ของผกทผ – โดยการส่งมอง การคค โดยมีนิติสัมพันธ์เป็นสญ ทางแพ่ง รูปแบบต่างๆ เช่น เช่าซื้อ ยืม จำนำ ฝากท
p 14-35
p 14-36
p 14-37
p 14-38
p 14-39 !🔯 2. ยย ท ที่มีผู้ส่งมอบให้โดย ส.ผ หรือ ยย ทส หาย
ม 352 ว.2 “ถ้าทรัพย์นั้นได้ตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำความผิด เพราะผู้อื่นส่งมอบให้โดยสำคัญผิดไปด้วยประการใด หรือเป็นทรัพย์สินหายซึ่งผู้กระทำความผิดเก็บได้ ผู้กระทำต้องระวางโทษแต่เพียงกึ่งหนึ่ง”
2 คผ คือ ยยท ที่มีผู้ส่งมอบให้โดยส. ผ , คผที่สอง คือ ยยทส หาย
2.1 ยยท ที่มีผู้ส่งมอบให้โดย ส.ผ
อปก ภน – กกท ม 352 ว.แรก
– ท นั้นได้ตกมาอยู่ในคค ของผกทคผ เพราะผู้อื่นส่งมอบให้ โดยส.ผ ไป
อปก ภใน -จตน
กกท ม 352 ว.1 – อันนี้ต้องสำเร็จก่อนแล้วค่อย ผ ตาม ว.2
■ ท นั้นได้ตามมาอยู่ในคค ของ ผกทคผ เพราะผู้อื่นส่งมอบให้ – จาก ว.แรก -> ว.2 ระวางโทษให้น้อยลง เพราะคนอื่นเอา ท มามอบให้เอง , ไม่ใช่ ผกทคผ เข้า คค โดยพลการ
■ โดยส.ผ – กว้าง – ไม่จำกัดเฉพาะส.ผ เรื่อง นิติกรรม , แต่อาจจะ ตัวบค ตัวท ลักษณะ นิติกรม คุณสมบัติของ บค หรือ ท หรือ มูลเหตุจูงใจ ก็อยู่ใน ความหมาย ม นี้
ข้อส. คผ ต้องเกิดขึ้น ขณะส่งมอบ และเป็นผลให้มีการส่งมอบ
ตย ส่งเสื้อไปซัก มี แบงค์ 100 , คนซักเอาไป – ถือว่า ลท ไม่ใช่ ยย – ไม่ถือว่า เราส่งแบงค์ไป เพราะส. ผ เพราะเราส่งมองเสื้อเพียงให้สักรีด
p 14-40 , มิได้ส่งมอบอะไรมากกว่านั้น
ตย ซื้อของ 100 , ส่งเงินผ ไป ให้แบงค์ 100 ไปสองฉบับ – แม่ค้ารู้ และไม่ได้บอกว่ามี 2 ใบ – ผ 352 ว.2 ^แสดงว่าแบบนี้ถือว่า ส.ผ
อปก ภใน – จตน ม 59 + จตน ทุจริต ม 1(1) เช่นเดียวกับ คผ ยย 352 ว.แรก
p 14-41
p 14-42 !🔯 3. ผู้จดการทส กทผ หท ของตนโดยทุจริต
p 14-43
p 14-44 !🔯 4.ยย กทโดยผู้มีอาชีพ เป็นที่ไว้วางใจ ของ ปชช
p 14-45
p 14-46
p 14-47 !🔯 5.ยย ของมีค่าที่เก็บได้
p 14-48 !🔯 6. คผฐ ยย เป็นคผ อันยอมความได้
!🔯 7. ปท คผฐ ยย vs ลท และ ฉก
p 14-49
p 14-50 ! กิจกรรม 14.2.1
14.2.2 คผฐ รขจ 4 หัวข้อ
💞 1. ความหมายของคำว่า “ขจ”
ม 357 “ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิด ถ้าความผิดนั้นเข้าลักษณะลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก หรือเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรับของโจร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
p 14-51 , มิได้มีการกำหนด ความหมายของคำว่า ขจ ไว้ แต่ถ้าดู 357 – จะเห็นความหมาย ขจ คือ ตั้งแต่ ของที่ได้มา ลท วรท … ถึง พนง ยยท
ข้อสังเกตุ ขจ
❂ 1) ท ล้วนแต่เข้าลักษณะ คผ ที่เกี่ยวกับ ท เพราะโจร ได้ ท มาโดย ปทษร ต่อ ท ของผู้อื่น
p 14-52
p 14-53 ! 💞 2. กกทที่เป็นคผฐ รับขจ
p 14-54
p 14-55
p 14-56
p 14-57
p 14-58
p 14-59
p 14-60
p 14-61 !💞 3. เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น
p 14-62 ! 💞 4. ปท คผฐ รับ ขจ vs ลท
กิจกรรม 14.2.2
p 14-64 14.3 ความผิดฐาน(คผฐ)ทำให้เสีย ท และ บุกรุก (บร)
14.3.1 คผฐ ทำใหเ้สีย ท
14.3.2 คผฐ บุกรุก(บร)
1) ทำให้เสีย ท อาจจะทำในลักษณะใด ลักษณะหนึ่ง – ทำให้ สห(เสียหาย) ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า ทำให้ไร้ปย , – ต้องกท โดย จตน Q แต่ในนี้ไม่มี ทำให้สูญหาย
ถ้ากระทำโดย ปม (ประมาท) – ก็อาจจะไม่ คผฐ นี้
2) ทำให้ ท บางประเภท สห – เช่น ปศุสัตว์ พืชผลของกสิกร , ท ใช้ หรือมีไว้เพื่อปย สธรณ – กม ลโท หนักขึ้น
3) คผฐ ทำให้เสีย ท – ต่างกับ ลท – เพราะไม่ได้เอา ท ไปโดยทุจริต – และ บาง คผฐ ทำให้เสีย ท ยอมความกันได้
4)คผฐ บร – จข อสหรมท ก็อาจจะ กทผ ได้ ถ้าเข้าไปรบกวนการครค อสหรมท ที่ผู้อื่นคค อยู่ ^ประมาณว่า ปล่อยเช่า แต่ยังจะเข้าไป ก็อาจ บร ได้
5) การยัย(ยักย้าย) หรือ ทำลายเครื่องหมายเขต – อันเป็นคผฐ บร – ต้องกท เพื่อแย่งความเป็นจข อสหรท นั้น
6) การเข้าไป หรอื ซ่อนตัว ในเคหสถาน อาคารเก็บรักษาท หรือ สนง ที่ผู้อื่นครค อยู่ หรือไม่ยอมออกจากสถานที่ดังกล่าว เมื่อถูกไล่ให้ออก – เป็นคผฐ บร ก็ต่อเมื่อ เข้าไป หรือไม่ยอมออก โดยไม่มีเหตุอันสมควร
7) คผฐ บร ในบางกรณี เช่น กทโดยมีอาวุธ หรือ ใช้ กำลัง(กล) ปทษร หรือ กท ตอนกลางคืน – โทษหนักขึ้น -และไม่เป็นคผ อันยอมความได้ ^เคสแม่ผัวเข้าไปเอาลูกของ ญ จะแจ้ง บร + กล ปทษร
p 14-66 14.3.1 คผฐ ทำใหเ้สีย ท แบ่งเป็น 3 ข้อ
👩⚖️ 1 กทคผ ฐ ทำให้เสีย ท
ตาม ม 358 ” ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่ เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
อปกภน – ทำให้เสียหาย ทำลาย เสื่อมค่า หรือ ทำให้ไร้ปย
– ซึ่ง ท ของ ผู้อื่น หรือ ผู้อื่น เป็นจข รวมอยู่ด้วย
อปก ภใน – จตน
👘 ทำให้เสียหาย ทำลาย เสื่อมค่า หรือ ทำให้ไร้ปย , ม 358 นี้ไม่บญ รวมถึง การซ่อนเร้น เอาไปเสีย และทำให้สูญหาย ตาม ม 142 158 – ซึ่งเป็น คผ เกี่ยวกับการ ปกครอง ลักษณะ 2 หมวด 1 คผ ต่อจพง
🌰 1. การทำให้เสียหาย – ทำให้ ท ชำรุด บุบสบาย สภาพ ท ปป ไปเป็นเสียหายแก่จข ท แต่ไม่ถึงขนาดเป็นเหตุให้ไม่สามารถใช้ท นั้นได้อีกต่อไป
การบุบสลาย ไม่จำเป็นต้องถาวระ อาจแก้ไขซ่อมแซม ให้กลับคืนสภาพที่เสียหายเช่น เอาน้ำหมึกรดเสื้อผู้อื่น , เอาเหล็กทุบตัวถังรถยนต์ให้บุบ
p 14-67 , ถอนหรือตัดกิ่งไม้ที่ผู้อื่นปลูกไว้ทิ้งไป
ฎ จลเป็น พระภิกษุ นำราษฎร เข้าไปที่เกิดเหตุ ขึงสายสิญจน์ ต้อนโคเข้าไปเหยียบย่ำกินหญ้า คผฐ ทำให้เสียท , กท กรรมเดียวกัน ผฐ บร
ฎ จท ฟ้องขอให้ลงโทษจล ฐ พยย ลท แต่จล ไม่มีจตน ลท , จล ใช้ค้อนทุบกระจกด้านข้างตู้ ATM – คผฐ ทำให้เสีย ท
🌰 2. ทำลาย -รุนแรงกว่าทำให้เสียหาย – ทำให้ ท สิ้นสภาพไปเลย
เอาไฟเผา รถยนต์ ผู้อื่น , ทำให้ ท ผู้อื่น สูญหาย หาไม่พบ ก็ถือว่า ทำลาย เช่นเดียวกัน เช่น เอาสร้อยคอ โยนทิ้งในแม่น้ำ
ฎ 5830/2539 ผสห -จล โต้เถียงส คค ในที่ดินพพ – แต่จล ไม่มีอน ไปทำลายต้นยูคา – ให้ไปว่ากันในศ – การที่จล เข้าตัดฟัน ขุดและเผาต้น ทำให้ เสียท ของ ผสห
p 14-68
p 14-69
p 14-70
p 14-71
p 14-72 ! 👩⚖️ 2. เหตุทำให้รับโทษหนักขึ้น
p 14-73
p 14-74
p 14-75
p 14-76 ! 👩⚖️ 3. ปท คผฐ ทำให้ สท vs ลท
แม้ ทำให้ สท จะกท โดยจตน เหมือน ลท แต่ สองอย่างนี้ แตกต่างกัน ในด้าน สารบญ และ วิสบญ
◕ 3.1 ในด้าน กม สารบญ – ลท – เอาไป + โดยทุจริต + ซึ่งท ของผู้อื่น หรือ ผู้อื่นเป็นจข รวมอยู่ด้วย – เนื่องจาก กม ค้ค จข หรือผู้คค ท มิให้ถูกผู้อื่นแย่งการ คค ท ไปโดยมิชอบ
สท – ทำให้เสียหาย /ทำลาย/ทำให้เสื่อมค่า / ทำให้ไร้ปย – ผกท ไม่จำต้องมี จตน พิเศษ โดยทุจริต ก็เป็น คผฐ ทำให้ สท
p 14-77 ◕ 3.2 ในด้านดม วิธีสบัญ – ลท – พนง อก สามารถเรียกทส หรือ ราคาท ที่ผสห สูญเสียไป – เนื่องจาก กทผ ฐ ลท – คืนแทนผสห
แต่ไม่อาจเรียกคืนแทน ผสห ได้ใน คผฐ ทำให้ สท
ลท ทุกมาตรา เป็นคผ ยอมความไม่ได้
สท ม 361 ยอมความได้
กิจกรรม 14.3.1
1. มีไก่เพื่อนบ้าน มากินสวนครัวเสียหาย – เราใช้ปืนยิง ไก่ตายไป 1 ตัว – ans แม้ว่าจะเป็นการ ป้องกัน ส – แต่ถือว่า กท เกินสมควร – คผฐ ทำให้ สท
2. แดงเข้าไปปลูกนาในหนอง สธรณ – ต่อมา ดำ จะเข้าไปทำนาตรงนั้นด้วย จึงไถ ข้าวแดงตายหมด – ทำให้ สทหรือไม่
ไม่ใช่ที่ของแดง แดงไม่มีส ใช้ – แต่ ดำ ไม่มีส ใช้เช่นเดียวกัน – ดำ ผ ฐ ทำให้ สท
p 14-78 14.3.2 คผฐ บุกรุก(บร) แบ่งเป็น 4 หัวข้อ
👹1. เข้าปใน อสหรม ของผู้อื่น
ม 362 “ผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
คผ 2 ประการ
(1) เข้าไปเพื่อถือการคค อสหรม ของผู้อื่น <- มีจตนพิเศษ เพื่อแย่งการคค
(2) เข้าไปรบกวนการคค อสหรม <- ไม่มีจตน พิเศษ แต่อย่างใด
1.1 คผ ประการแรก – เพื่อถือการ คค อสหรม ของผู้อื่น
อปก ภน – เข้าไป
– ในอสหรม ของผู้อื่น
ภใน – จตน
– เพื่อถือคค อสหรม นั้นทั้งหมด หรือ แต่บางส่วน
⫷ เข้าไป – เพื่อคค อสหรมท ทั้งหมด หรือบางส่วน ผกท ต้องได้ล่วงล้ำเข้าไป โดยจะล่วงล้ำเข้าไปทางพื้นดิน หรือ ใต้ดิน ทางอากาศ
ตัวผกท ได้ล่วงล้ำเข้าไปทั้งตัว เช่น เข้าไปในบ้านจท เพื่อการ คค บ้านนั้น
หรือปลูกบ้านในที่ดิน รัฐ ซึ่งอยู่ในความดูแล สุขาภิบาล แล้วไม่ยอมออก เมื่อสุขาภิบาล แจ้งรื้อถอนออกไป
p 14-79 , การ เข้าไป ม 362 ไม่ได้หมายถึง ผกท ได้อยู่ใน อสหรมท นั้นแล้วโดยเข้าไปโดยชอบ แล้วยังคงอยู่ในอสหรม นั้น หรือไม่ยอมออก เมื่อถึง เวลาที่จะต้องออกจาก อสหรมท ^ประมาณว่า เช่าแล้ว ไม่ยอมออก – ไม่ถือเป็นบร หรือเปล่า
ฎ ผู้เช่า ที่ดิน ด้วยวาจา – ไม่ชำระค่าเช่า ไม่ออกจากที่เช่า ตามที่จข ที่ดินบอกเลิกการเช่า – ไม่ผิด ม 362
ฎ จล อยู่ในที่ดินบิดา , ที่ขายให้ ก. , ก หาว่าจล บร , ศ พพษ ลงโทษปรับ
ต่อมา ก ขายให้ ส – ส หาว่าจล บร – จล ไม่ถือว่าทำกรรมใหม่ คงอยู่ใน ที่พิพาท ไม่เป็น บร ^แสดงว่า ถ้าเราจะซื้อที่ดิน ให้ดูดีๆว่ามีคนอยู่ก่อนหรอืไม่
⫷ ในอสหรท ของผู้อื่น
p 14-80
p 14-81
p 14-82
p 14-83
p 14-84
p 14-85
p 14-86
p 14-87 , !👹 2. ยักย้าย หรือทำลาย เครื่องหมายเขต
ม 363 “ผู้ใดเพื่อถือเอาอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเป็นของตนหรือของบุคคลที่สาม ยักย้ายหรือทำลายเครื่องหมายเขตแห่งอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
อปก ภน – ยักย้าย หรือ ทำลาย
– เครื่องหมายเขตแห่ง อสหรมท ทั้งหมด หรือ บางส่วน
อปก ภใน – จตน
– เพื่อถือเอา อสหรท ของผู้อื่น เป็นของตนหรือบค 3
p 14-88
p 14-89 , ! 👹3. เข้าไปหรือ ซ่อนตัว อยู่ในเคหสถาน ของผู้อื่น
p 14-90
p 14-91
p 14-92
p 14-93 ! 👹 4. เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น
p 14-94
p 14-95
! กิจกรรม 14.3.2 ม่วงเช่าบ้านเขียว , เหลืองมาขอเช่าจากเขียว ให้ค่าเช่าสูงกว่า เขียวบอกให้ม่วงออก แต่ไม่ยอมออก – เขียวจึงเอาเครื่องมือถอดประตูบ้านออกทุกบาน – ม่วงแจ้งความเขียวบุกรุก
Ans – เขียวผิดฐาน บุกรุก เพราะ เขียว ไม่มี ส รบกวนการ คค อสหรมท ของม่วง
แต่ไม่ผิดฐานทำให้เสีย ท – เพราะเป็นบ้านของเขียว
pretest
1. การหลอกลวง ใช้แรงงานบคตั้งแต่กี่คน ถือเป็นคผ ปอ 344 – ans 10 คน ,เป็น ฉก เกี่ยวกับใช้แรงงาน
2. ขอ้ใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ คผฐ กจห จำนำ – a เป็นคผ แม้โกงเจ้าหนี้ จำนอง -> น่าจะเป็น ข้อ c เป็นคผ แม้นำ ท ของผู้อื่น มาจำนำ
3. ไม่ถูกต้อง – เข้าไป คค อสหรมท ผู้อื่น – คผฐ บร – c อสหรม ถ้าผู้อื่น เป็นจข ร่วมอยู่ด้วย ก็ไม่ถือเป็นคผ
4. ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ ฉก 341 – e ถูกทุกข้อ
5. ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ คผฐ ยย – c มีจตน เท่านั้น ไม่มีจตน พิเศษ ? ^ถ้าเป็นทุจริต ก็ถือว่า มีจตน พิเศษ ม1 (1)
6. มิใช่ กท อาจเป็นคผ ฐ ทำให้เสียท – เหมือนทุกข้อเลย ~ a
7.ถือว่า รับไว้ เข้าข่าย คผ รขจ – e ทุกขอ้หรือเปล่า ,
posttest
หน่วยที่ 15 ความผิดเกี่ยวกับศพและความผิดลหุโทษ
p 15-2 ตอนที่ 15.1 ความผิดเกี่ยวกับศพ
15.2 ความผิดลหุโทษ
ปอ ได้เพิ่ม ฐ คผ เกี่ยวกับศพ ในลักษณะ 13 ขึ้นใหม่ มุ่งกระทำศพโดยตรง 4 ฐคผ(ฐานความผิด) – กท ชำเราศพ , ทำอนาจารศพ , เคลื่อนย้ายหรือ ทำให้ศพเสียหาย และ ดูหมิ่นเหยียดศพ
แนวคิดหลักคือ – มุ่งคุ้มครอง ส และ ศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ แม้ บคจะตายไปแล้ว
คผ ลหุโทษ(ลหท) แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
1) คผ ลหท เกี่ยวกับ จพง และ คผ ลหท เกี่ยวกับก่อให้เกิดความเดือนร้อน หรืออตร ต่อความสงบสุขของ ปชช
2) คผ ลหท – คสห ต่อ ทส สธรณ หรือ คผ เกี่ยวกับ สัตว์
3) คผ ลหท เกี่ยวกับการก่อให้เกิด อตร แก่กาย หรือ จิตใจ และ คผ ลหท อื่นๆ
p 15-4 บทนำ – คผเกี่ยวกับ ศพ หมวด 13 – ม 336/1 – 336/4
บญใหม่ 4 ม คือ 336/1 , 336/2 , 336/3 , 336/4 เริ่มใช้ 14 กพ 2558
4 ฐคผ – กท ชำเราศพ , ทำอนาจารศพ , เคลื่อนย้ายหรือ ทำให้ศพเสียหาย และ ดูหมิ่นเหยียดศพ
ก่อนหน้านี้มีเพียง ม 119 ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือ ทำลายศพ เป็นเพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือ เหตุแห่งการตาย – ม ดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับ พยานหลักฐาน – มิได้มุ่งที่จะคุ้มครองศพโดยตรง – คุ้มครอง ส สรภ และ ศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ ส บุค ใน ม 4 และ ม 35 รธนแห่ง ราชอาณาจักรไทย
p 15-5 15.1 ความผิดเกี่ยวกับศพ
หัวเรื่อง 15.1.1 กกท ชำเราศพ(ชรศ)
15.1.2 กท อนาจารศพ (อนจศ)
15.1.3 ทำให้ศพเสียหาย
15.1.4 ดูหมิ่นเหยียดหยามศพ (ดหหหศ)
การใช้อวัยวะเพศ(อววพ) ผกท ล่วงล้ำ อววพ ทวารหนัก ช่องปากของศพ เพื่อสนองความใคร่ของตน กม บญ ให้เป็นคผ
กกท อนจศ กมบญเป็น คผ
คสห เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือ ทำให้ไร้ปย – ซึ่ง ศพ ส่วนของศพ อัฐิ หรือเถ้าของศพ โดยไม่มีเหตุอันสมควร – กม บญให้เป็น คผ
ดหหหส -กม บญเป็นคผ
p 15-6 15.1.1 กกท ชำเราศพ(ชรศ) – ม 366
366/1 บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำเพื่อสนองความใคร่ของตน โดยใช้อวัยวะเพศของตนล่วงล้ำ อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของศพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือ ทั้งจ าทั้งปรับ
อปกภ นอก – ใช้ อววพของตน ล่วงล้ำ อววพ ทวารหนัก ช่องปากของศพ
อปกภใน – จตนธรรมดา และ จตน พิเศษ – เพื่อสนองความใคร่ของ ผกท
ล่วงล้ำ – ใช้ข้อความเหมือน กท ชร – ม 1(18) – กท เพื่อสนองความใคร่ ผกท ชร – แต่ ม นี้ไม่ใช่คำว่า ชร เพราะ – ตอ้งกท กับ บค – เพราะ ว แห่งกกทไว้ว่าเป็น “ผู้อื่น” หรือต้องมีสภาพเป็น บค – แต่ม นี้เป็น ศพ – จึงไม่ใช่คำว่า ชร เพราะ ว แห่ง กกท เป็น ศพ – มิใช่ผู้อื่น ^แล้วทำไมเขียนหัวข้อว่า ชรศ
ศพ – ว แห่งกกทเป็น ศพ – ซากผี ร่างคนที่ตายแล้ว – หากยังไม่ตาย ไม่ใช่ ศพ
และต้องเป็นสภาพ บค ตั้งแต่ก่อนตาย , ซากทารกที่เสียชีวิตในครรภ์มารดา และคลอดออกมา อย่างไม่มีชีวิต หรือ จากทำแท้ง – ไม่ใช่ศพ ตาม ความหมาย ม นี้
p 15-7 อปก ภใน – จตนธรรดา – ม 59 ผกท ต้องรู้ว่า ว ที่กท คือ ศพ – หาก กทชร แต่ไม่รู้ว่าเป็น ศพ (เข้าใจว่ายังมีชีวิต แต่แค่สลบ) ผกท ไม่ผิด ม นี้ – เพราะไม่รู้ข้อเท็จจริง ใน 59 วรรค สาม ^ถ้าคิดว่า ยังมีชีวิต จะโดนเป็น ผ กทชร คนธรรมดาได้หรือไม่ ?
ฎ . จล คิดว่า ผู้ตาย แค่สลบไป แต่ไปทำ กทชร – จล ไม่มีคผฐ ข่มขื่น กทชำ – เพราะก่อนลงมือ ว ไม่มี สภาพบค แล้ว
จตนพิเศษ – มูลเหตุจูงใจ เช่น สนองความใคร่
กิจกรรม 15.1.1 ดำรักแดง -พบแดงนอนนิ่ง คิดว่าแค่สลบไป (แต่จริงๆพึ่งตาย) – กกท ของดำ คผฐ กทชร ศพ หรือไม่
– 366/1 ผกท ต้องรู้ว่าเป็น ศพ – เพราะตาม ม 59 ว.3 – ดำจึงไม่มีคผฐ กทชร ศพ
p 15-8 15.1.2 กท อนาจารศพ (อนจศ)
มาตรา 366/2 ผู้ใดกระทำอนาจารแก่ศพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อปก ภนอก – 1) กท อนจ
2) ศพ
อปก ภใน – จตน
อนจ เทียบเคียบกับ อนจ บคอื่น ม 278 – กกท ไม่สมควรทางเพศ แต่ไม่ถึง กทชำ – เพียงแต่กอดจูบ ลูบคลำ แตะเนื้อต้องตัวร่างกาย ในทางไม่เหมาะสม – ถือว่า คผ สำเร็จ
การกอดจูบ ลูบคลำศพ เปลื้องผ้า ถ่ายภาพศพ – ถ้าทำด้วย วัตถุประสงค์ทางเพศ ก็ผิด ม นี้ , แต่ถ้าทำด้วยความรัก อาลัย หรือ ปย ทางสืบสวนคดี ก็ไม่ผิด
กิจกรรม 15.1.2
1. กกท อนจ หมายความว่า –
2 .แดงเป็น สัปเหร่อ ถอดเสื้อผ้าศพ เพื่อใส่ชุดใหม่ ซึ่งญาติเตรียมมาให้ – แดง คผฐ กท อนจศ ม 366/2 หรือไม่ – ไม่ เพราะไม่มีวัตถุประสงค์ทางเพศ
p 15-9 15.1.3 ทำให้ศพเสียหาย
มาตรา 366/3 บัญญัติว่า ผู้ใดโดยไม่มีเหตุอันสมควร ทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้ เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพ ส่วนของศพ อัฐิหรือเถ้าของศพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือ ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อปก ภนอก – 1) ทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย หรือ ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ปย
2) ศพ , ส่วนของศพ อัฐิ เถ้าของศพ
3) โดยไม่มีเหตุอันสมควร
อปก ภใน – จตนธรรมดา(ธด)
ทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย หรือ ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ปย – เหมือน ม 358 , แต่มีเพิ่ม เคลื่นอนย้ายศพ
เช่น ตัด อวววพ ศพ ไปขาย ทำพิธีไสยศาสตร์ ทุบตีศพ , แขวนคอศพ , ชำแหละศพ นำศพไปแห่ประจาน โดยไม่มีเหตุอันสมควร
p 15-10 ! กิจกรรม 15.1.3
p 15-11 15.1.4 ดูหมิ่นเหยียดหยามศพ (ดหหหศ)
p 15-12 ! กิจกรรม 15.1.4
p 15-13 15.2 ความผิดลหุโทษ
15.2.1 คผ ลหท เกี่ยวกับ จพง และ คผ ลหท เกี่ยวกับ การก่อให้เกิด ความเดือดร้อน หรือ อตร ต่อความสงบสุขของ ปชช
15.2.2 คผ ลหท เกี่ยวกับการก่อให้เกิด คสห ต่อ ทส สธรณ และคผ เกี่ยวกับ สัตว์
15.2.3 คผ ลหท เกี่ยวกับ การก่อให้เกิดอตรแก่กายหรือ จิตใจและคผ ลหทอื่นๆ
::: คผ ลหท polyglot
w- Defending Against Misdemeanor – คผ ทางอญ Charges in Kentucky
Defend Your Reputation and Freedom
Felonies คผ ทางอญ, Misdemeanors, and Minor Offenses: What’s the Difference?
All crimes are not created equal. Just as the Kentucky criminal justice system carries different penalties for different crimes, it also classifies those offenses into different categories. Someone who is caught speeding will not be subject to the same punishment as someone who is caught speeding while impaired. Likewise, someone charged with simple possession of marijuana will not face the same penalties as someone charged with simple possession of heroin, cocaine, or methamphetamine. Below is a summary of the different Classes of crimes in Kentucky. /
->
w- 加快构建轻重有别的轻罪治理体系
加快 (jiā kuài) – speed up, accelerate
构建 (gòu jiàn) – build, construct
轻重有别 (qīng zhòng yǒu bié) – differentiate between severity
的 (de) – (possessive particle)
轻罪 (qīng zuì) – minor crimes
治理 (zhì lǐ) – governance, regulation
体系 (tǐ xì) – system, framework
构建具有中国特色的轻罪治理体系,需逐步实现刑事司法的“两个转向”。
构建 (gòu jiàn) – build, construct
具有 (jù yǒu) – possess, have
中国特色 (zhōng guó tè sè) – Chinese characteristics
的 (de) – (possessive particle)
轻罪 (qīng zuì) – minor crimes
治理体系 (zhì lǐ tǐ xì) – governance system
需 (xū) – need to
逐步 (zhú bù) – gradually
实现 (shí xiàn) – realize, achieve
刑事司法 (xíng shì sī fǎ) – criminal justice
“两个转向” (liǎng gè zhuǎn xiàng) – “two shifts” / “dual transitions”
同时,应秉持系统思维与整体观念,探寻刑事案件“轻重分道”的程序法与实体法应对之策。
->
1) ไม่ให้ความร่วมือหรือ ปฎิบัติตามคำสั่ง จพง
– ทำให้เอกสารจพง ไร้ปย
– ก่อให้เกิดความเดือดร้อน หรือ อตร ความสงบสุข ปชช – ทั้งหมด กม บญ เป็นคผ
2) ก่อให้เกิดคสหต่อ ทส สธรณ , ทารุณต่อสัตว์ , ทิ้งซากสัตว์ อาจเน่าเหม็นไว้ในริมทาง สธรณ <- กม บญ คผ
3) ปทร ต่อ – กาย / จิตใจ ของ บคอื่น หรือ กท ทารุณต่อ ผู้อ่อนแอ ก่า
– ปล่อยปละละเลยให้คนวิกลจริต -ออกไปเที่ยวลำพัง
– ไม่ให้การช่วยเหลือ ผู้ตกในภยันอตร
– กกท อันควรขายหน้าต่อ ธารกำนัล การดูหมิ่นผู้อื่น <- กมบญ เป็นคผ
p 15-14 ความนำ – ลหท กม บญ พิเศษแตกต่างกับ กมอญ ทั่วไป – ทั้งหก คผ , การดำเนินคดี การลงโทษ อน จพง ในการควบคุมการฟ้องคดี และ วิธี พจรณคดี
ม 102 – “ความผิดลหุโทษ คือ ความผิดซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
ลหท – เอาที่ อัตราโทษเป็น เกณฑ์ , นอกจาก ปอ ภาค 3 ม. 102 , ยังใช้กับ พรบอื่นๆที่ โทษไม่เกินกำหนด <- ตาม ฎ เคยว่าไว้ , เว้นแต่ พรบ จะระบุไว้เป็นพิเศษ เช่น พรบ บำรุงพันธ์สัตว์ 2509 , พรบ คันและคูน้ำ , พรบ การชลประทานหลวง , การชลประทานราษฎร์
ม 103 “บทบัญญัติในลักษณะ ๑ ให้ใช้ในกรณีแห่งความผิดลหุโทษด้วย เว้นแต่ที่บัญญัติไว้ในสามมาตราต่อไปนี้” ม. 104 105 106 ดังนี้
☝️ 1. กทผ ลหท – แม้ไม่มีจตน ก็ถือว่า ผ ดัง ม 104 “การกระทำความผิดลหุโทษตามประมวลกฎหมายนี้ แม้กระทำโดยไม่มีเจตนาก็เป็นความผิด เว้นแต่ตามบทบัญญัติความผิดนั้นจะมีความบัญญัติให้เห็นเป็นอย่างอื่น”
ม นี้ ถือเป็น บท ยกเว้น ม 59 “บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา …. ” เช่น ม 377 “ผู้ใดควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลำพัง ในประการที่อาจทำอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
ม นี้ ผกท มีจตนปล่อยสัตว์ดุออกมา , หรือไม่มีจตนปล่อย – แต่ลืมใส่กุญแจ – ทำให้สัตว์นั้นไปเที่ยวตามลำพัง – ก็เป็น คผ
แต่บางม มีการระบุว่า ต้องมีจตน จึงเป็น คผ เช่น คำว่า “แกล้ง” ม 389 หรือ “ใช้กำลังทำร้าย” ใน ม 391 – หมายถึง ผกท ต้อง มีจตน
p 15-15 ☝️ 2. กพยย กทคผ ลหท – ผกท ไม่ต้องรับโทษ ตาม ม 105 “ผู้ใดพยายามกระทำความผิดลหุโทษ ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ”
– พยย คือ ลงมือกท หรือ กท แต่ไปไม่ตลอด หรือ กท แล้ว แต่ไม่บรรลุผล ม80 81 เช่น จะยกขาเตะ แต่มีคนมาห้าม , เช่นนี้ ไม่ต้องรับผ พยย คผลหท เพราะ คผ โทษเล็กน้อยอยู่แล้ว – และโดยส่วนใหญ่ คผ ลหท มักกทโดย ไม่ต้องมีจตน , ก็ย่อมมี กพยย กทคผ ไม่ได้
☝️3. การสนับสนุน กทคผ ลหท -> ไม่ตอ้งรับโทษ ตาม ม 106 “ผู้สนับสนุนในความผิดลหุโทษไม่ต้องรับโทษ”
– คำว่า สนับสนุน คือให้ความช่วยเหลือ – เพราะผู้สนับสนุน ต้องรู้ ว่า ผู้กท ต้องมีจตน กทผ – และ หลท นี้ มักจะไม่จตน
☝️ 4. คผลหท – ไม่มีกรณีที่เป็น คผ อันยอมความได้ – เพราะมันเล็กๆน้อยๆอยู่แล้ว – แม้ว่า ยอมความกันไม่ได้ – แต่หาก พนงสส เห็นว่า ผตห ไม่ควรต้องรับโทษถึง จำคุก – พนงสส ก็มีอน ปท ปรับ -> ทำให้ คดีอญ เลิกกันไป -ส่งผลให้ ส นำคดีอญ มาฟ้อง ระงับไป
และ คผ ลหท ยังมีลักษณะอีกหลายประการ
♓1. ม 23 กทคผ โทษจำคุก ไม่เกิน 3 เดือน – และผู้นั้นไม่เคยรับโทษจำคุก(จค) มาก่อน (หรือเคยจค แต่ เป็นคผ กทโดย ปม หรือ คผ ลหท) – ศ จะ พพษ ลงโทษกักขัง ไม่เกิน 3 เดือน แทนโทษจค ได้
♓2. ม 26 ถ้าผู้ต้องโทษ กักขัง ในที่อาศัย ของตน หรือของผู้อื่น – มีส ดำเนินการวิชาชีพ – ศ จะกำหนดเงื่อนไข ให้ผู้ต้องโทษกักขัง อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วแต่สมควร
♓3. ม 58 เมื่อปรากฎแก่ ศ หรอื คำแถลง จท – ตามม 56 , ผู้ที่ถูก ศ พพษ ได้ กทผ อันมิใช่คผ – ทำโดย ปม หรือ คผลหท – และ ศ พพษให้ลงโทษ จำคุก สำหรับคผ นั้น – ศ พพษ คดีหลัง กำหนดโทษ ที่รอกำหนดไว้ในคดีก่อน บวก กับคดีหลัง – ภายในระเวลา ตามที่ ศ กำหนด
ถ้าผู้นั้นมิได้ กทคผ ในวรรคแรก – ให้พ้นโทษ
♓4.ม 94 คผ ปม ลหท หรือ คผ ที่กท ขณะอายุ <18 – ไม่ว่าครั้งก่อน หรือ ครั้งหลัง – ไม่เป็นการเพิ่มโทษในหมวดนี้
p 15-16 15.2.1 คผ ลหท เกี่ยวกับ จพง และ คผ ลหท เกี่ยวกับ การก่อให้เกิด ความเดือดร้อน หรือ อตร ต่อความสงบสุขของ ปชช
1. คผลหท เกี่ยวกับ จพง
1.1 ไม่ยอมบอกชื่อ หรือบอกชื่อเท็จ ต่อ จพง
1.2 ไม่ปฎิบัติตามคำสั่ง จพง โดยไม่มีเหตุผล ข้อแก้ตัวอันสมควร
1.3 ทำให้เอกสารจพง ไร้ปย
1.4 ไม่ช่วยเหลือ จพง ซึ่งเรียกให้ช่วยระงับสธรณ ภัย
ทั้ง 4 อยู่ใน ม 367 368 369 383
💫1.1
p 15-17
p 15-18
p 15-19
p 15-20
p 15-21
p 15-22
p 15-23
p 15-24
p 15-25
p 15-26
p 15-27
p 15-28
p 15-29
p 15-30
p 15-31
p 15-32
p 15-33
p 15-34
p 15-35
p 15-36
p 15-37
p 15-38
p 15-39
p 15-40
p 15-41
p 15-42
p 15-43
p 15-44
p 15-45
p 15-46 ! กิจกรรม 15.2.1
p 15-47
p 15-48 15.2.2 คผ ลหท เกี่ยวกับการก่อให้เกิด คสห ต่อ ทส สธรณ และคผ เกี่ยวกับ สัตว์
♑1. คผ ลหท เกี่ยวกับ ก่อให้เกิด คสห ต่อ ทส สธรณ
เกี่ยวกับ 3 คผ
1.1 ทำให้ทางระบายน้ำ ร่องน้ำ หรือ ท่อระบายของโสโครก เป็นสิ่ง สธรณ -เกิดขัดข้องไม่สะดวก
1.2 เกิดปฎิกูลแก่น้ำ ในบ่อ สระ หรือ ที่ขังน้ำ – อันมีให้ปชช ใช้สอย
1.3 ขุดหลุม หรือ ราง หรือ ปลูกปัก หรือ วางสิ่งของเกะกะ ไว้ในทาง สธรณ
ลหท ม 375 380 386
🧡 1.1 ทำให้ทางระบายน้ำ ร่องน้ำ หรือ ท่อระบายของโสโครก เป็นสิ่ง สธรณ -เกิดขัดข้องไม่สะดวก
ม 375 “ผู้ใดทำให้รางระบายน้ำ ร่องน้ำหรือท่อระบายของโสโครก อันเป็นสิ่งสาธารณะเกิดขัดข้องหรือไม่สะดวก ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท”
อปก ภน – ทำให้รางระบายน้ำ ร่องน้ำ หรือ ท่อระบายของโสโครก อันเป็นสิ่งสธรณ
– เกิดขัดข้อง ไม่สะดวก
อปก ภใน – ไม่มี
รางระบายน้ำ – สิ่งที่ทำขึ้นเพื่อระบายน้ำออก
ร่องน้ำ – ทางน้ำไหล ซึ่งเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ หรือ โดยขุดขึ้น
ฎ.
p 15-49
p 15-50
p 15-51
p 15-52 !♑ 2. คผ ลหท เกี่ยวกับ สัตว์ 6 คผ
2.1 ปล่อยปละละเย ให้สัตว์ดุ หรอื สัตว์ร้าย ที่ควบคุมไว้ เที่ยวไปโดยลำพัง
p 15-53 , 2.2. กท ทารุรต่อสัตว์ หรือ ฆ สัตว์ โดยให้ได้รับทุกขเวทนา อันไม่จำเป็น
2.3 ใช้ให้สัตว์ ทำงานจนเกินสมควร หรือใช้ให้ทำงานอันไม่สมควร
2.4 ไล่ต้อนหรือทำให้สัตว์ใดๆ เข้าไปในสวน ไร่ หรือนาของคนอื่น
2.5 ปล่อยปละละเลย ให้สัตว์ที่ควบคุมไว้ เข้าไปในสวน ไร่ หรือ นาของผู้อื่น
2.6 ทิ้งซากสัตว์ซึ่งอาจเน่าเหม็น ในริม ทางสธรณ
ผ ลหท ม 377 ,381 , 382 ,394 , 395 , 396
▅2.1 ปล่อยปละละเลย ให้สัตว์ดุ หรอื สัตว์ร้าย ที่ควบคุมไว้ เที่ยวไปโดยลำพัง
ม 377 “ผู้ใดควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลำพัง ในประการที่อาจทำอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
อปก ภน – ผู้ควบคุม สัตว์ดุหรอื สัตว์ร้าย
– ปล่อยปละละเลย ให้สัตว์ นั้นเที่ยวไปโดยลำพัง
– ในประการที่อาจจะทำ อตร แก่บค หรือ ท
อปก ภใน – ไม่มี
◭ ผู้ควบคุม สัตว์ดุหรอื สัตว์ร้าย – ผู้มีหน ในการควบคุม อาจจะเป็น จข สัตว์ หรือมิใช้ จข ก็ได้
◭ ควบคุมสัตว์ – กำกับดูแล ควบคุมสัตว์ นั้น หมายถึง ผู้มี หท กำกับดูแล เช่น ควาญช้าง ครูฝึกสุนัข ผู้ที่มี หท แต่่ให้อาหาร หรือรักษาสุขภาพสัตว์ <- ไม่ใช่กำกับดูแล ควบคุมสัตว์
◭ สัตว์ร้าย
p 15-54
p 15-55
p 15-56
p 15-57
p 15-58 ! กิจกรรม 15.2.2
p 15-59 15.2.3 คผ ลหท เกี่ยวกับ การก่อให้เกิดอตรแก่กายหรือ จิตใจและคผ ลหทอื่นๆ
👿 1. คผ ลหท เกี่ยวกับ ก่อให้เกิด อตร แก่กาย หรือ จิตใจ ปกด 5 คผ
1.1 กท โดย ปม เป็นเหตุให้ ผู้อื่นรับอตร แก่กาย /จิตใจ
1.2 ใช้กำลัง ทำร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับ เป็นเหตุให้เกิดอตร แก่กาย/จิตใจ
1.3 ทำให้ผู้อื่นเกิดความกล้ว หรือ ตกใจโดยการขู่เข็ญ
1.4 กท ด้วยประการใด อันเป็นการรังแก หรือข่มเหงผู้อื่นๆในที่สธรณ หรือ ต่อหน้า ธารกำนัล
1.5 กท ทารุณต่อ เด็ก <5 ปี คนป่วยเจ็บ คนชรา
ทั้ง 5 คผ อยู่ใน ม 390 391 392 398
p 15-60 , ⌛ 1.1 กท โดย ปม เป็นเหตุให้ ผู้อื่นรับอตร แก่กาย /จิตใจ
ม 390 “ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
อปกภน – กท ด้วยประการใดๆ
– เป็นเหตุให้ผู้อื่น รับอตร แก่กาย/ จิตใจ
อปก ภใน – ปม
กท ด้วยประการใดๆ – กม ไม่ได้จำกัดลักษณะกทไว้ จึงหมายถึงทั่วๆไป เช่น วิ่ง ยืน เดิน ปัสสาวะ ขับรถ กระโดด
-แต่ต้องเป็นกกท ตามหลัก กม อญ คือ เคลื่อนไหว หรือไม่เคลื่อนไหว โดยรู้สำนึก
เป็นเหตุให้ผู้อื่น รับอตร แก่กาย/ จิตใจ – เช่นเกิด ฟกช้ำ ปูดบวม มีแผล หรือ อตร แก่จิตจ ตกใจ จนช๊อก มึนงง , แต่ไม่ใช่อารมณ์ ความรู้สึก เช่น โกรธแค้น เสียใจ น้อยใจ
อตร ต่อกาย/จิตใจ -ผลโดยตรงจากกกท โดยปม
อปก ภใน -ปม -ไม่จำกัดกกท , แต่ทุกอย่างที่ปม มิใช้กทโดยจตน – กท โดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบค ตอ้งมีตามวิสัย และ พตก
ผกท ใช้ความระมัดระวัง นั้นได้ แต่หาได้ใช้เพียงพอไม่ต้องตาม ม 59 ว4
ฎ ขี่เรือเร็ว จล 1 2 เข้าหากัน , โดย 1 ไม่ลดความเร็ว ไม่หลบ , ส่วน 2 พยยหลบ แต่ไม่ทัน , ทำให้ 1 ตาย
จล 2 – ผฐ ปท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
p 15-61 , !⌛ 1.2 ใช้กำลัง ทำร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับ เป็นเหตุให้เกิดอตร แก่กาย/จิตใจ
ม 391 “ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ”
สาระส. คล้าย ลักษณะ อญ ม 338(3) “ผู้ใดบัง อาจทุบตี หรือ ใช้กำลัง กท อย่างใดๆ แก่ผู้อื่น แต่ไม่ถึงบาดเจ็บ ท่านว่า มันมีคผ ต้องระวางโทษชั้น 4”
p 15-62 , อปก ภน – ใช้กำลังทำร้าย
– ผู้อื่น
– โดยไม่ถึงกับเหตุให้เกิดอตร แก่กาย หรือ จิตใจ
อปก ภใน – จตน
◉ใช้กำลังทำร้าย – ต่างจาก ผคฐ ทำร้ายร่างกาย ม 295 คำว่า “ทำร้าย” ต่างกับคำว่า “ใช้กำลัง ปทษร ” ม 339 นิยาม ม 1(6)
“ใช้กำลังประทุษร้าย” หมายความว่า ทำการประทุษร้ายแก่กายหรือจิตใจของบุคคล ไม่ว่าจะทำด้วยใช้แรงกายภาพหรือด้วยวิธีอื่นใด และให้หมายความรวมถึงการกระทำใด ๆ ซึ่งเป็นเหตุให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ไม่ว่าจะโดยใช้ยาทำให้มึนเมา สะกดจิต หรือใช้วิธีอื่นใดอันคล้ายคลึงกัน”
p 15-63
p 15-64
p 15-65
p 15-66
p 15-67
p 15-68
p 15-69
p 15-70 👿 2. คผ ลหท อื่นๆ – มี 4 คผ ด้วยกัน
2.1 ปล่อยปละละเลย ให้บค วิกลจริต ที่ควบคุมดูแลไว้ ออกเที่ยวไปโดยลำพัง
2.2 ไม่ช่วยผู้อื่นซึ่งตกอยู่ในภยันอตร แห่งชีวิต
2.3 กทก อันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล
2.4 ดูหมิ่นผู้อื่น ซึ่งหน้าหรือ ด้วยการโฆษณา
อยู่ใน ม 373 , 374 , 388 , 393
🤢 2.1 ปล่อยปละละเลย ให้บค วิกลจริต ที่ควบคุมดูแลไว้ ออกเที่ยวไปโดยลำพัง
p 15-71
p 15-72 ! 🤢 2.3 กทก อันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล
ม 388 “ผู้ใดกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท”
อปกภน – กทก อันควรขายหน้า โดยเปลือยร่างกาย หรือ เปิดเผยร่างกาย หรือกทก ลามกอย่างอื่น
– ต่อหน้าธารกำนัล
อปก ภใน – จตน
☻ กกท อันควรขายหน้า – กกท อันที่กท ไปแล้ว ผกท ควรอับอาย คือ บค ทั่วไป เห็นว่า กกท นั้นเป็นกกท ที่น่าอับอาย ขายหน้า – ขึ้นกับขนบธรรมเนียมประเพณี
มิดได้ขึ้นกับความรู้สึกส่วนตัวของ บคใด บคหนึ่ง
ถ้ากกท นี้อยู่ลำพัง ในที่เปลี่ยว ที่มืด – ไม่ถือว่ารบกวนความสงบ – ไม่เป็นคผ
แต่ทั้งนี้ ขึ้นกับคนทั่วไปด้วยว่าเป็นอย่างไร เช่น นางแบบเปลือยกายให้นักศึกษา วาดภาพ เด็กช ใส่กางเกง ไม่ใส่เสื้อ , มารดา ให้นมบุตร – ไม่เป็นกกท อันควรขายหน้าของคนทั่วไป ไม่เป็นคผ
☻ โดยเปลือยร่างกาย หรือเปิดเผยร่างกาย – ไม่ใส่เสื้อผ้าเลย หรือเปิดเผยร่างกาย เพียงบางส่วน , เช่น แก้ผ้าเดินไปมาในตลาด , เปิดของลับในโรงหนัง
p 15-73 , ☻ กกท ลามก อย่างอื่น – นอกเหนือจากเปลือยกาย – เช่นแสดงกริยาท่าทาง ลามก ทำท่าร่วมประเวณี ให้คนดูกลางตลาด , ถอดกางเกงยืนฉี่ตรง ไฟแดง , กล่าววาจาลามาก
กกท อันควรขายหน้าต่อ ธารกำนัล – เป็นคผ เฉพาะหน้า “เปลือย” หรือ “เปิดเผยร่างกาย ” “กทก ลามกอย่างอื่น ”
ส่วน กท อย่างอื่น นอกเหนือจากนี้ แม้เป็นอันน่าขายหน้า – ก็ไม่ผ ตาม ม นี้ – เช่น ซุ่มซ่าม กินอาหารมูมมาม ต่อหน้าธารกำนัล
ฎ จล ใชั้ผ้าแก้ผ้าภรรยา ให้คนอื่นดู ทำให้ ได้รับความอับอาย – จล มีคผ ฐ กทอันควรขายหน้าต่อธารกำนัล
กกท ลามก – รวมถึง วาจาด้วย
ฎ กล่าวว่า “เย็ดโคตแม่มึง” ต่อหน้า ญ ช 50 คน , จล ผ 388
แต่ถ้ากล่าว เพียงคำหยาบ คำด่า , ไม่ถึงขั้นลามก – ไม่เป็นคผ ม นี้
เช่น “ไอ้ชาติหมา” หรือ “ดอกทอง” – เป็นคำด่ากัน ไม่ใช่ถ้อยคำลม อนจ
ต่อหน้า ธารกำนัล(ธกน)
ธกน – ปรากฎ ตาม ม 281
กท ต่อหน้า ธกน – กกท ในลักษณะที่เปิดเผย ให้บค อื่นเห็น กกทนั้น หรือ แสดงให้ปรากฎแก่ปชช ทั่ว ไม่จำเป็นต้องสธรณ สถานเท่านั้น , อาจกทในบ้าน แต่มีคนมองเข้าไปเห็นโดยง่าย
ฎ ใต้ถุนเรือน ไม่มีสิ่งกำบัง ห่างทางหลวง 13 วา , มีเรือนราษฎรหลาายหลัง มีพย อยู่ใกล้ๆ 4 คน – ถือว่า สถานที่ ธกน
p 15-74 , ฎ ถนนริมคลอง กลางคืน – กทผ ต่อหน้า ธกน
แต่ถ้าไม่มีคนเห็น ไม่ถือว่า ธกน
ฎ เหตุเกิดในป่า ห่างทางเดิน 1 เส้น , ถ้ามีคนมองก็เห็นได้ , แต่พอดีไม่คนเห็น – ถือว่า ไม่ผ ต่อหน้าธกน
ฎ ห้องมืด ดับตะเกียง ดญ นอนข้างๆ – ตื่นขึ้น หลัง จล กทเสร็จ -ไม่ถือ ธกน
กกท มีลักษณะที่บค อื่น ไม่ควรเห็น – ถึง แม้มีผู้พบเห็น ก็ยังไม่เป็นธกน
ฎ ผสห นอนในห้อง ไม่มีประตู – จล เข้าไปปลุกปล้ำ อนจ – ผสหร้อง พ่อเดิมมาดู – ไม่เป็นธกน ^เพราะจุดประสงค์ของ จล น่าจะเข้าไปในห้อง
ฎ จล กท อนจ ญ นอนเตียงในบ้าน กลางคืน – ญ ร้อง , จล ยังกอด เพื่อป้องกัน ถูกทำร้าย – จนมีคนมาเห็น – ไม่เป็นธกน
ฎ จล ขึ้นไปอนจ ญ บนเรือน พลบค่ำ – ญ คนหนึ่งเห็นกกท จล- ยังไม่ถือว่า ธกน
อปก ภใน – จตน ม 59
🤢 2.4
p 15-75
p 15-76
p 15-77
p 15-78
p 15-79 ! กิจกรรม 15.2.3
p 15-80
pretest
1. กกท ต่อหน้าธารกำนัล หมายถึง – a กกท ในสถานที่เปิดเผย และมีบคอื่นเห็นกระทำนั้น
2. ปล่อปละละเลย สัตว์ดุ ร้ายไปเที่ยวลำพัง โดยอาจจะทำอตร แก่ บค หรือ ท , กม กำหนดให้ ผู้ใดต้องรับผิดชอบ – c เจ้าของ -> น่าจะ a ผู้ควบคุม สัตว์ดุหรือ ร้าย
3.ข้อใดถูกสุด เกี่ยวกับ การ ชร ศพ – e น่าจะต้องมี อวัยวะเพศ จล ล่วงล้ำ + เพื่อสนองความใคร่
4.ข้อใด ไม่ถือว่าเป็นการใช้กำลังทำร้าย ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอตร แก่กาย ใจ – ^391 – น่าจะต้องโดนตัว แต่ไม่รุนแรง – เหลือ d, e -> e , เพราะ d มีไม่สมัครใจ จะเป็น ปทษร หรือเปล่า
posttest
