หน่วย 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกม อาญา และการใช้บังคับกม อาญา
หน่วย 2 ความรับผิดทางอาญา
หน่วย 3 การพยายามกระทำความผิด
หน่วย 4 เหตุยกเว้นความผิด เหตุยกเว้นโทษ เหตุลดโทษ
หน่วย 5 ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิด
หน่วย 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกม อาญา และการใช้บังคับกม อาญา
ตอนที่ 1.1 ความรู้ทั่วๆไป
1.2 การบังคับใช้
1.3 เกี่ยวกับเวลา
1.4 เกี่ยวกับ พท
ความสัมพันธ์ ระหว่าง รัฐ กับ เอกชน <- เป็นกม มหาชน เน้นคุ้มครองความสงบสุข ,ป้องกันความเสียหายต่อสังคม
ตีความเคร่งครัด
การบังคับใช้กม ย้อนหลัง – ให้เลือกที่เป็นคุณกับผู้กระทำผิด
การบังคับใช้ เฉพาะในราชอาณาจักร ,ถ้านอก อาณาจักร ให้คำนึงถึง – สถานที่ สภาพความผิดและผู้เสียหาย
ทฤษฎีกมอาญา
ตอนที่ 1 ความรู้ทั่วๆไปของกม อาญา
เป็นกม ที่ว่าด้วยกระทำผิดและโทษ
ถ้าเป็น กมแพ่ง จะว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล สิทธิและหน้าที่ ,กม แรงงาน สิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง หรือกม คุ้มครองผู้บริโภค เป็นเรื่องของการคุ้มครอง การซื้อขายสินค้าและบริการ
เป็นกม มหาชน
เรื่องที่ 1.1.1 ความหมายของกม อาญา
กมอาญา สารบัญญัติ substantive criminal law <- อย่างแคบ ภาวะจิตประการใด และดูพฤติการณ์และผล
Administration of criminal justices – รวมขบวนการทั้ง อาญาและ วิธีพิจารณา ตั้งแต่เริ่มสอบสวน ไปถึง สิ้นสุดการลงโทษ
ขั้นตอน – ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน จับกุม สอบสวน
อัยการ พิจารณาหลักฐานที่ตำรวจ รวบรวมมา
อัยการและทนาย – เสนอพยาน, สืบพยาน และค้านพยาน
ถ้าผู้พิพากษาตัดสินจำเลย ควบคุมความประพฤติ – จนทคุมประพฤติ
แต่ถ้าตัดสินจำคุก – ราชทัณฑ์
ควบคุมความประพฤติ เช่น เยาวชนกระทำผิดครั้งแรก ไม่รุนแรง , เมาแล้วขับ ไม่มีผู้บาดเจ็บ
ปวิอาญา ม.28 ผู้เสียหายฟ้องโดยตรง ไม่ผ่านตำรวจหรือ อัยการ
การกระทำ มี 2 ประการ
1. การกระทำโดยตรง ,รวมถึงละเว้น (กรณีมีหน้าที่ที่ต้องกระทำ
2. ภาวะทางจิต
กมอาญา ประกอบด้วย 2 ส่วน
1. การกระทำที่กม ห้าม
2.บทลงโทษ
โทษทางอาญามี 5ประการ <- ม 18
ประหารชีวิต ,จำคุก ,กักขัง, ปรับ , ริบทรัพยสิน
โทษอาญา 5 ประการ english
Death penalty (โทษประหารชีวิต)
Imprisonment (โทษจำคุก)
Confinement (โทษกักขัง)
Fine (โทษปรับ)
Forfeiture of property (โทษริบทรัพย์สิน)
Criminal science อาชญากรรมศาสตร์ ปกด 3 สาขา
อาชญาวิทยา(เน้นกาย+ใจ), นโยบายอาญา(Policy เน้นวิธีมาตราการป้องกันการกระทำผิด) , กม อาญา
ไม่ผิดศีลธรรม แต่ผิดกม เช่น ประมาท
common law – เกิดจากคำพิพากษาศาล (ไม่มีบัญญัติเป็นข้อๆ) เช่น อังกฤษ แต่เขาก็มีแบบบัญญัติเหมือนกัน เช่น พรบ Statute
– common law นี้รวมถึง กมอาญาด้วย
ถ้าcivil law จะมีบัญญัติไว้ชัดเช่น ถ้าไม่มีบัญญัติ ถือว่าไม่มีความผิด nulla crimen sine lege <- คำพิพากษาศาล ไม่อาจสร้างความผิดทางอาญา ,ต้องเกิดจากนิติบัญญัติ
civil law ให้ดูว่าการกระทำอยู่ใน ความผิดม. ไหนและให้ตีความในม.นั้นอย่างไร
กิจกรรม 1.1.1 กม อญ มีความหมายอย่างไร และแต่ละระบบมีความคิดในทาง กมอย่างไร
Ans – จัดอยู่ใน กม มหช , เกี่ยวกับ กกกทคผ และกำหนดโทษ
แบ่งเป็น Civil law – กำหนดบทลายลักษณ์อักษร ตรา คผ โทษอย่างไร – คพพษ ไม่สามารถสร้าง คผ อญ ได้ ^ทำไมเน้นเฉพาะ คผ อญ เพราะถ้าคผ แพ่ง ก็น่าจะเหมือนกัน
common law – คผ อญ ตาม คพพษ ศ , นำ คพพษ ศ มาเป็น บรรทัดฐาน
เรื่องที่ 1.1.2 วัตถุประสงค์ของกมอาญา
มุ่งเน้นลงโทษกรรมชั่ว มิใช่บำเหน็จกรรมดี , แต่บางกรณีก็ไม่ได้เอาผิด เช่นมีเมียน้อย กมอาญา ก็ไม่ได้เอาผิด
และยังมุ่งเน้น คุ้มครองความมั่นคงของรัฐ , คุ้มครองกระบวนการยุติธรรม , ความสงบเรียบร้อยสังคม , การกระทำย่ำยีทางเพศ ,คุ้มครองเกียรติยศชื่อเสียง , สวัสดิภาพ และทรัพย์สินของบุคคล และอนามันส่วนรวม
:::วัตถุประสงค์ของกมอาญา
วัตถุประสงค์ของกฎหมายอาญามีหลายประการ รวมถึง:
- การป้องกันและระงับการกระทำผิด: กฎหมายอาญามีบทลงโทษเพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดการกระทำผิดขึ้น โดยการกำหนดโทษเพื่อสร้างความเกรงกลัวให้กับผู้กระทำความผิดและสังคม
- การลงโทษ: เมื่อมีการกระทำผิดเกิดขึ้น กฎหมายอาญาจะทำการลงโทษผู้กระทำผิดเพื่อให้ผู้กระทำผิดรับผลจากการกระทำของตน และถือเป็นการแก้แค้นแทนผู้เสียหาย
- การปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของสังคม: กฎหมายอาญามีบทลงโทษเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของสังคม
- การฟื้นฟูและปรับปรุงพฤติกรรม: บางบทลงโทษในกฎหมายอาญามุ่งหวังที่จะฟื้นฟูผู้กระทำผิดให้กลับตัวเป็นคนดีของสังคม เช่น การบำบัด, การกักขัง, หรือการบังคับให้ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
- การสร้างความยุติธรรม: เพื่อให้เกิดความยุติธรรมในสังคม การลงโทษที่เป็นธรรมจะช่วยให้ผู้ที่กระทำผิดรู้สึกถึงความผิดที่ตนทำ และช่วยให้ผู้เสียหายได้รับการชดเชยหรือความเป็นธรรม
โดยรวมแล้ว, กฎหมายอาญามีบทบาทสำคัญในการควบคุมพฤติกรรมในสังคมและส่งเสริมความสงบเรียบร้อยในสังคมโดยการป้องกันและลงโทษการกระทำผิดที่มีผลเสียต่อบุคคลหรือสังคมโดยรวม.
Purpose of Criminal Law
The objectives of criminal law include:
- Prevention and Deterrence ยับยั้ง of Crime: Criminal law aims to prevent and discourage criminal behavior by imposing punishments that create fear and encourage individuals not to engage in illegal activities.
- Punishment: When a crime is committed, criminal law imposes punishment to hold the offender accountable and to exact justice on behalf of the victims.
- Protection of Social Rights and Interests: Criminal law aims to protect the rights and interests of individuals and society by enforcing penalties on those who violate laws and threaten public order.
- Rehabilitation and Reform: Some forms of punishment under criminal law seek to rehabilitate offenders, helping them to reform and reintegrate into society, such as through counseling, confinement, or community service.
- Justice: The criminal justice system seeks to ensure fairness by providing just punishment that reflects the severity of the crime and by ensuring victims receive justice or compensation for harm caused.
Overall, criminal law plays a key role in maintaining societal order by preventing, punishing, and rehabilitating offenses that harm individuals or society as a whole.
刑法的目的
刑法的目标包括:
- 预防与威慑犯罪:刑法通过规定惩罚来防止和阻止犯罪行为,创造恐惧感并鼓励个人不从事非法活动。
预防 (yùfáng): prevent/prevention
与 (yǔ): and
威慑 (wēishè): deter/deterrence
犯罪 (fànzuì): crime/criminal behavior
刑法 (xíngfǎ): criminal law
通过 (tōngguò): through
规定 (guīdìng): stipulate/establish
惩罚 (chéngfá): punishment
来 (lái): to/in order to
防止 (fángzhǐ): prevent
和 (hé): and
阻止 (zǔzhǐ): stop/prevent
犯罪行为 (fànzuì xíngwéi): criminal behavior/acts
创造 (chuàngzào): create
恐惧感 (kǒngjù gǎn): sense of fear
并 (bìng): and
鼓励 (gǔlì): encourage
个人 (gèrén): individuals
不 (bù): not
从事 (cóngshì): engage in
非法 (fēifǎ): illegal
活动 (huódòng): activities
- 惩罚:当犯罪发生时,刑法对犯罪者进行惩罚,使其对其行为负责,并为受害者伸张正义。
- 保护社会权利与利益:刑法旨在通过对违反法律、威胁公共秩序的行为施加惩罚,保护个人和社会的权利和利益。
- 恢复与改造:刑法下的某些惩罚形式旨在恢复犯罪者的行为,帮助其改造并重新融入社会,如通过辅导、监禁或社区服务。
- 公正:刑事司法系统通过提供公正的惩罚,反映犯罪的严重性,并确保受害者获得正义或赔偿,以确保公平。
总体而言,刑法在维护社会秩序方面发挥着关键作用,通过预防、惩罚和恢复对个人或社会整体造成伤害的犯罪行为。
โทษแบ่งเป็น 2 ทฤษฎีใหญ่ๆ
1. ทฤษฎีเด็ดขาด (Absolute theory) :Kant ใน philosophy of Law บอกว่าเมื่อกระทำผิด ก็ต้องได้รับการลงโทษ
การลงโทษ เพื่อให้ปยอย่างอื่น ไม่ได้ , ลงโทษให้ได้สัดส่วนกับการกระทำผิด
แต่จะลดโทษได้บ้างถ้าการลงโทษ กระทบกระเทือนความรู้สึก
หรือถ้าการลงโทษ จะทำให้ลดจำนวนประชากรลงจนเกินควร
ถ้ามีเกาะหนึ่งที่ผู้คนกำลังจะแยกย้าย ไปอยู่เกาะต่างๆ แต่มีผู้ต้องโทษประหารชีวิต , ก็ควรจะประหารก่อนแยกย้าย
Hegel – เห็นว่าการลงโทษเป็นการปฎิเสธกม , ต้องลงโทษการปฎิเสธกมนั้น
การลงโทษ ใช้ได้ทุกกาละเทศะ
แต่ทฤษฎีนี้ ปัจจุบัน ถูกค้านเยอะ เพราะเห็นว่า เป็นการแก้แค้นการกระทำผิด แต่ไม่ได้ป้องกันในอนาคต
แนวทางป้องกันการกระทำผิด เช่น ข่มขู่ให้กลัว
p 1-12 2.ทฤษฎีเงื่อนไข (Relative theory) , การลงโทษ ตามกาละเทศะ สิ่งแวดล้อม
เพื่อให้การลงโทษเป็นปยกับผู้กระทำผิด และสังคม , เป็นการมองในอนาคต
เพื่อให้ผู้กระทำผิด กลัว และกลับตัวเป็นคนดี – ไม่กระทำผิดอีก
plato ว่า การลงโทษ ไม่ได้ลงโทษเพื่อกระทำผิดที่ผ่านไปแล้ว แต่ต้องคำนึงถึง อนาคต – เพื่อให้ผู้กระทำผิด หรือผู้อื่นรู้เห็น ^plato มาก่อน Hagel แสดงว่า แนวเงื่อนไข มีมาก่อน แนวเด็ดขาด
นิติเยอรมัน – กม อญ ต้องมีผลทางจิตใจ , ป้องกันไม่ให้ ปชช ทำผิดกม – ให้ผู้ที่จะกระทำผิด รู้โทษในใจ ว่าได้ไม่คุ้มเสีย
Theories of Punishment
p 1-13 แต่ทฤษฎีเงื่อนไขอย่างเดียว หรือการข่มขู่ ก็อาจจะไม่เพียงพอ ต้องมีการลงโทษเพื่อให้ผู้กระทำผิดแก้ไขตัวด้วย
แม้ว่าปัจ แบบเด็ดขาดจะเสื่อมความนิยมไป แต่ยังไง ก็ต้องผสมผสานกันระหว่าง มองอดีต(เด็ดขาด ) และแบบ เงื่อนไข(ป้องกันอนาคต)
ส ในการลงโทษ ทาง อญ เป็น ส ของรัฐ เพียงผู้เดียว เอกชนไม่มี ส
ส่วนความชอบธรรมที่รัฐ เข้ามาแทรกแซงการลงโทษ มีทฤษฎี (ทฎ)
1. หลักความยุติธรรม – ผู้กระทำผิด(ผกทผ) ได้รับการลงโทษ(ลท) เป็นสัดส่วนกับความผิด , แต่บางครั้ง ก็มีเรื่องความประมาทด้วย พฉ จะคำนึงแต่สัดส่วนอย่างเดียว ก็ไม่ดี
2. หลักป้องกันสังคม – ลโท ผกทผ ให้เกิดหวาดกลัว ทำได้หลายวิธี
ก) กำหนดวิธีการลโท หวาดกลัว ไม่กล้าทำอีก
ข) กำหนด ลโท กับผู้ที่ไม่เกรงกลัวการลท หรือ ภัยสังคม ^เช่นการเพิ่มโทษกับผู้กทผ ซ้ำ
ค) ให้กลับตัวเป็นคนดี
p 1-14 3) หลักผสม -หลักยุติธรรม + หลักป้องกัน
ลโท กกท บางอย่าง เพื่อป้องกันสังคม , แต่ลโท ต้องไม่เกิน ความจำเป็น และไม่เกินความยุติธรรม <- ปัจ หลักผสม ยอมรับกันมาก
กม กำหนดลโท อย่างไร – จะลโท อย่างอื่นนอกเหนือกม กำหนดไม่ได้
ยกเว้น กม กำหนดให้เปลี่ยนโทษได้ เช่น ม 23 จำคุก -> กักขัง ได้ ถ้าเข้าตามเงื่อนไข ^แต่ก็มีที่กำหนดโทษ เป็นอย่างอื่น เช่น หปม ให้ผกท โฆษณาขอโทษผ่านหนังสือพิมพ์
การลโท หนักกว่าโทษขั้นสูงให้จำคุกไม่เกิน 3 ปี รัฐจะลโท เกินกว่านี้ไม่ได้ เว้นแต่มีเหตุเพิ่มโทษ
หรือลโท ต่ำกว่าขั้นต่ำ ก็ไม่ได้เช่นกัน เว้นแต่มีเหตุลดโทษ ^แสดงว่า จากโทษต่ำสุด ถ้ามีลดโทษ ก็ให้เป็นไม่มีได้ ?
มาตรา ๒๓ ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุก และในคดีนั้นศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้นั้นได้รับโทษจำคุกมาก่อน หรือปรากฏว่าได้รับโทษจำคุกมาก่อน แต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ ศาลจะพิพากษาให้ลงโทษกักขังไม่เกินสามเดือนแทนโทษจำคุกนั้นก็ได้
กิจกรรม 1.1.2
1. กม อาญามีความมุ่งหมายอย่างไร และวิธีการใดให้บรรลุถึงความมุ่งหมายนั้น
– คุ้มครองปยสูงสุดของส่วนร่วม พ้นจากประทุษร้าย , อาศัยการลโท เป็นมาตราการสำคัญ
Q – ข้อใดถูกต้องที่สุด เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของ กมอญ
a เพื่อบังคับให้บค ประพฤติในสิ่งที่สังคม ปราถนา <- มิใช่บำเหน็จกรรมดี
b ป้องกันไม่ให้มีประพฤติในสิ่งที่ไม่พึงปราถนา $ อันนี้ ไม่ใช่ด้วยเหรอ ?
c ค้คส่วนได้เสียต่างๆของสังคม ให้พ้นจาก การปทษร <- น่าจะข้อนี้ (ตอนแรก เราตอบทุกข้อ)
d a,b ถูก e a,b,c ถูก
2. รัฐมีเหตุผลใด ในการลโท ผกทผ – 3 ประการ
1) หลักยุติธรรม
2) หลักป้องกันสังคม
3)หลักผสม สองอันแรก
3. ข้อจำกัด อน ในการลโท ของรัฐ – มีบญ ในกม
1) โทษต้องเป็นไปตามกม
2) โทษสูง จะลโท สูงกว่านั้นไม่ได้
3) โทษต่ำ จะลโท ต่ำกว่าไม่ได้
4) ระหว่างสูง ต่ำ , ลโท ระหว่างนั้น ตามเห็นสมควร
p 1-15 เรื่อง 1.1.3 ทฎ กม อญ – ทฎทางกม เป็นทฤ ทางความคิด (Descriptive Theory) ไม่เหมือนกับทาง science
มาจาก 2 แหล่ง – ระบบ civil
– common
p 1-16 1. ทฎกม อญ ตามทรรศนะระบบกม civil law – มุ่งปฎิบัติ มากกว่า หก(หลักเกณฑ์)
ตั้งแต่ โซเครติส – มองว่าการลงโทษ เพื่อป้องกันสังคม
plato – รัฐ ไม่มีส แก้แค้น , ต้องหาทางป้องกัน
แก้แค้นกลับมาอีกครั้งด้วย โกรติอุส และ คานท์ – ถือเป็นยุติธรรม <- คือพวกเยอรมัน , จากนั้นก็มี เฮเกล
ลิสท์ ปฎิเสธการลงโทษแบบ คานท์และเฮเกล
กกทผ เนื่องจาก พตก ภายนอก – ประกอบกับ ความสัมพันธ์สังคมภายนอก
ไม่ควรพจรณในแง่ ผกท ชั่วมากหรือชั่วน้อย , แต่ให้ดูว่า ภยันอตรต่อสังคม มากน้อยเพียงใด และลงโทษตามความเหมาะสม
1) ถ้าเป็นชนิดที่กลับตนเป็นคนดีได้ – ลโท แบบกลับตัวเป็นคนดี
2) ไม่สามารถกลับตนได้ , การลโท แยกผกทผ ให้ห่างจากสังคม – เพราะบคนี้ถ้ากลับสังคม ก็จะกท อีก , ลิสท์ให้ปรับปรุง 2 อย่าง
✍️ 1.1 ควรเลิกการลงโทษจำคุกระยะอันสั้น เพราะ
– ไม่บรรลุจุดประสงค์ทำให้หวาดกลัว
p 1-17 เช่น จำคุก 2 วัน ไม่ทำให้กลัวได้ และจะให้กลับตัวเป็นคนดี ก็เวลาน้อยไปจะอบรมสั่งสอน
และถ้าผกทผ แบบไม่กลับตัว – การจำคุกระยะสั้น ก็ไม่ทำให้สังคมปลอดภัยได้เหมือนกัน
– ทำให้ผู้ถูกจำคุกกลายเป็นผู้ร้าย ขึ้นชื่อว่าขี้คุก
โดยให้ศ ยกโทษจำคุกได้ ลโทอย่างอื่น เช่น – กักขัง, รอการลโท หรือ รอการกำหนดโทษ
✍️1.2 กำหนดโทษตามบุคคลิกภาพของ ผกทผ (Individualistion of Punisment)
เช่น กทผ โดยบังเอิญ – ลโทให้หวาดกลัว
ผกท สามารถกลับนได้ – ลโท แยกให้ห่างสังคมนานที่สุด ?
ลโท ตาม บุคลิกภาพ (Personality)
⁕ให้ผพพษ ใช้ดุลยพินิจ กำหนดโทษให้มากขึ้น- ไม่ควรกำหนดโทษขั้นต่ำ, เพราะจะทำให้ ผพพษ ไม่สามารถลโท ต่ำกว่านี้ได้
⁕ศ พพษ โทษ ไม่ตายตัว , แค่พพษ ว่าต้องจำคุก , จากนั้นก็ดูรายงานจาก จพง ราชทัณฑ์ เพราะเราต้องการให้ผู้ต้องโทษ – หวาดกลัว – พฉ ในวันแรก ผพพษ ยังไม่น่าจะรู้ว่าเขาจะเป็นอย่างไร
⁕มีการรอการลโท
⁕กำหนดวิธีการเพื่อความปลอดภัย และวิธีการที่จะทำให้ผกทคผ กลับตนเป็นคนดีได้
⁕แก้ไขที่ราชทัณฑ์ อบรม สอนอาชีพ
เราเอาทฤ ของ ลิสท์มาใช้เยอะ
p 1-18 2. ทฎ ของ common law เน้นศึกษา ทฎ กม อญ หา หก แทนประมวล
เกิดจาก คพพษ ของ ศ , มิได้ทำเป็นหมวดหมู่
Hall, Lafave , Scott -> กมแบ่งเป็น 3 ส่วน
☛ภาคคผ (rules) บญ ความหมายแคบสุด แต่ มีจำนวนมากสุด
บญ กกทผ แต่ละฐาน และโทษ
☛ หลักทั่วไป (Doctrines) กว้างกว่าหลักคผ แต่ไม่กว้างเท่า หลักพื้นฐาน
เช่น หลักวิกลจริต เด็กกทผ มึนเมา การจำเป็นในการป้องกันตัว กพยย กทคผ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน ความยินยอมของ ผสห
จากหลักความผิด เช่น จล กทคผ -> มาดูต่อว่า มีวิกลจริต (ใช้หลักทั่วไป)
ม 295 ผู้ใดทำร้าย…. อันนี้เป็นหลักคผ
☛ หลักพื้นฐาน (Principles) 7 ประการ
1)ยุติธรม
2)คผของจิตใจ เช่น จตน ปม
3)กกท
4)จตน หรือ ปม
5) อตร ต่อสังคม
6) ความสัมพันธ์(คสพ)ระหว่างเหตุกับผล
7) โทษ
ทั้ง 7 ข้อ รวมเป็น 3แนวคิด คือ กม คผ โทษ
หลักยุติธรรม – ต้องให้รู้ก่อนว่า กกท ใดเป็นความผิดและลงโทษอย่างไร – No crime , No punishment without law
จตน /ความคิดชั่ว ย่อมไม่เป็นคผ – ต้องมีกกท หรือละเว้นกกท
และถ้า กกท -โดยปราศจาก จตน ก็ไม่ถือว่าผิด อญ
จตน + กกท เกิดร่วมกัน
มุ่งปกป้องอตรส่วนรวม , ถ้าไม่อตร ก็ไม่ผิด
คสพ เหตุ-ผล – กกทของ จล ต้องเป็นเหตุให้ผู้อื่นตาย – ต้องพิสูจน์ว่า กกทนั้นก่อให้เกิดผล
ปอ. ปัจ ยังมี บทบญ พิเศษ
p 1-19 บทบญ วิธีการเพื่อความปลอดภัย อายุความ
ถ้าปท หลักจตน vs ความจำเป็น , จตน ใช้ได้กว้างกว่า เพราะส่วนใหญ่ อญ ต้องมีจตน
p 1-20
กิจกรรม 1.1.3 ทฎ กม อญ ในทรรศนะ ของ ระบบ common law
Ans เป็น 3 ส่วน
1) ส่วนที่เป็นภาคคผ (Rules) บญ เกี่ยวกับ คผ ต่างๆ หรือ คำจำกัดความ คผ แต่ละฐาน และกำหนดโทษสำหรับ คผ นั้น เป็นส่วนที่มีความหมายแคบที่สุด และ จำนวน บญ มากที่สุด
2) ส่วนที่เป็นหลักทั่วไป (Doctrines) – กว้างกว่า ภาค คผ และนำไปบังคับแก่คผ ต่างๆ เช่น หลักเรื่องวิกลจริต ความมึนเมา เด็กกทคผ ความจำเป็น การป้องกันตัว พยย กทคผ , ตัวการผู้ใช้ ผู้สนับสนุน
3) ส่วนที่เป็น หลักพื้นฐาน (Principles) – เป็น หัวใจ และส่วนกว้างที่สุด หลักพื้นฐาน
3.1 ความยุติธรรม
3.2 จตน
3.3 กกท
3.4 จตน และ กกท ต้องเกิดร่วมกัน
3.5 อตร ต่อสังคม
3.6 ความสัมพันธ์ระหว่าง เหตุ – ผล
3.7 ลโท
จากทั้งสามอัน รวมเป็น -> กม คผ และ โทษ
p 1-21 1.1.4 ประเภทคผ อญ – คผ ถ้อยคำ ในกมอญ ต้องชัดเจน
1. ความหมายของ คผอญ
1.1 กกท /ละเว้น อันฝ่าฝืนต่อกมมหช – ซึ่งห้ามมิให้กท หรือบังคับให้จำต้องกท <- ขาดความหมายเกี่ยวกับลงโทษ อันเป็นนัยสำคัญ
1.2 คผใดๆ ซึ่งรัฐเห็นว่าอตร ต่อส่วนรวม ดำเนินการฟ้องร้องเพื่อลงโทษ
1.3 รวมกันเป็น -> กกท/ละเว้นกกท ซึ่งกมบังคับไว้ และรัฐจะดำเนินการฟ้องร้องเพื่อลงโทษ
p 1-22, 1.4 เพิ่ม – อันฝ่าฝืนต่อ กม มหช ด้วยความสมัครใจของ บค, ซึ่งสามารถรับผิดทางอญ
สรุป 1. กกท/ละเว้น อันฝ่าฝืนต่อกม
2. กม บญลงโทษ กกท หรือ ละเว้นนั้น
3. รัฐจะดำเนินการฟ้องร้องลงโทษ
กมไทย ผสห ก็สามารถอำนาจฟ้อง อญ ได้เหมือนกัน ,เพียงแต่ส ลงโทษ ยังเป็นของ รัฐเท่านั้น
::: กฎหมายไทย ให้ผู้เสียหาย สามารถฟ้องคดีอาญาได้เอง
แล้วมีประเทศไหนบ้าง ที่ผู้เสียหาย ไม่สามารถฟ้องได้เอง ต้องฟ้องโดยรัฐเท่านั้น
หลายประเทศกำหนดให้การดำเนินคดีอาญาเป็นอำนาจของรัฐแต่เพียงผู้เดียว (exclusive state prosecution) โดยผู้เสียหายไม่สามารถยื่นฟ้องคดีอาญาเองได้ หรือสามารถร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น โดยตัวอย่างของประเทศที่มีระบบเช่นนี้ ได้แก่:
1. สหรัฐอเมริกา 🇺🇸
- ระบบกฎหมายของสหรัฐฯ ให้อำนาจแก่ อัยการ (Prosecutor) ในการดำเนินคดีอาญาเท่านั้น
- ผู้เสียหายสามารถแจ้งความหรือร้องเรียนต่อตำรวจหรืออัยการได้ แต่ไม่มีสิทธิฟ้องเอง
- คดีอาญาทั้งหมดอยู่ภายใต้การดำเนินคดีของรัฐ (State หรือ Federal Prosecutors)
2. อังกฤษ และ เวลส์ 🇬🇧
- มีระบบ Crown Prosecution Service (CPS) ซึ่งทำหน้าที่ดำเนินคดีอาญาแทนรัฐ
- ผู้เสียหายไม่มีสิทธิฟ้องคดีอาญาเองโดยตรง ต้องแจ้งเรื่องให้ตำรวจ และ CPS จะตัดสินใจว่าจะดำเนินคดีหรือไม่
- ในบางกรณี อาจสามารถยื่นคำร้องต่อศาลได้ แต่พบได้น้อยมาก
3. ฝรั่งเศส 🇫🇷
- ระบบกฎหมายให้อำนาจ อัยการ (Procureur de la République) ในการฟ้องคดีอาญา
- อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายสามารถร้องขอให้มีการสอบสวน (complaint with civil party status) ในคดีบางประเภท แต่ต้องได้รับการยอมรับจากศาลก่อน
4. เยอรมนี 🇩🇪
- คดีอาญาอยู่ภายใต้การควบคุมของ อัยการ (Staatsanwaltschaft) เท่านั้น
- ผู้เสียหายสามารถแจ้งความและให้ข้อมูลกับตำรวจหรืออัยการ แต่ไม่มีสิทธิฟ้องเอง
5. ญี่ปุ่น 🇯🇵
- ระบบกฎหมายอาญาของญี่ปุ่นให้อำนาจการดำเนินคดีแก่ อัยการ (Prosecutors Office) เท่านั้น
- อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นมีระบบที่เรียกว่า “Prosecution Review Commission” (検察審査会 – Kensatsu Shinsakai) ซึ่งประชาชนสามารถร้องเรียนหากเห็นว่าอัยการไม่ดำเนินคดี
6. เกาหลีใต้ 🇰🇷
- การฟ้องคดีอาญาเป็นอำนาจของ อัยการ (Prosecutor’s Office)
- อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี เช่น คดีหมิ่นประมาท ผู้เสียหายสามารถร้องขอให้ตำรวจสอบสวนได้ แต่ไม่สามารถฟ้องเองได้โดยตรง
7. จีน 🇨🇳
- ระบบกฎหมายของจีนกำหนดให้ อัยการ (People’s Procuratorate) เป็นผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา
- อย่างไรก็ตาม มีคดีบางประเภทที่ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเองได้ เช่น คดีหมิ่นประมาทหรือทำร้ายร่างกายเล็กน้อย
สรุป
ประเทศที่เน้นระบบการฟ้องโดยรัฐเท่านั้นมักเป็นประเทศที่มีระบบกฎหมายซีวิลลอว์ (เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น) และคอมมอนลอว์ (เช่น สหรัฐฯ อังกฤษ) ซึ่งให้อำนาจรัฐในการควบคุมกระบวนการยุติธรรมอาญาเพื่อลดความเสี่ยงของการฟ้องร้องในเชิงอาฆาตแค้นหรือกลั่นแกล้ง
ในขณะที่ไทยยังคงอนุญาตให้ผู้เสียหายสามารถฟ้องคดีอาญาเองได้ในบางกรณี เช่น คดีหมิ่นประมาทหรือคดีที่กระทบสิทธิส่วนบุคคล
2. การแบ่งประเภทคผอญ
2.1 ตามความหนักเบา – คผลหุโทษ vs สามัญ
ลหุโทษ ไม่เกิน 1 เดือนหรือ 10000 บาท – พนงสอบสวน มีอน ปท ปรับ – เมื่อผตห ชำระ – คดีระงับไป จะฟ้องผตห อีกไม่ได้
และการควบคุมตัวผตห ได้เพียง – ถามคำให้การ ถามชื่อ และที่อยู่
สามัญ – เกินกว่า ลหุโทษ
2.2 ตามลักษณะอตร ต่อสังคม ปอ แบ่งเป็น 13. ประเภท
2.2.1 คผต่อความมั่นคงแห่งรอณจ
2.2.2 ปกครอง
2.2.3 ยุติธรรม
2.2.4 ศาสนา
p 1-23 , 2.2.5 ความสงบสุขปชช
2.2.6 ก่อให้เกิดอตร ต่อปชช
2.2.7 การปลอมและการแปลง
2.2.8 การค้า
2.2.9 เพศ
2.2.10 ชีวิตและร่างกาย
2.2.11 ท ~ เฉพาะ รัฐในส่วนที่เกี่ยวกับ ท
2.2.12 ศพ
2.3 ตามกกท
2.3.1 กกทคผ โดยละเว้นกท
2.3.2 โดยกกท – เกิดเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น ลท , ทำร้ายร่างกาย
2.3.3 โดยละเว้นกกท – กมบญไว้ชัดแจ้งว่าหากไม่กท ถือว่าผิด – จพง ละเว้นการปฎิบัติหท โดยสุจริต
ละเว้นไม่แจ้งทะเบียนเมื่อเกิด ตาย ไม่ช่วยผู้ตกในอตร
ไม่ช่วยผู้ตกอยู่ในอตร
2.3.4 กกท ต้องเกิดผลปรากฎ จึงเป็นคผ vs กกท ที่ไม่ต้องเกิดผล ก็เป็นคผ
เช่น คผ ฆ่าคนตาย ต้องมีคนตาย จึงเป็นคผ , แต่ถ้าไม่ตาย อาจจะเป็นพยย ฆ่า
ส่วนที่ไม่ต้องปรากฎผล ก็ถือว่าผ เช่น แจ้งความเท็จ – แม้ จพง จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ,และการแจ้งความนั้น เป็นผลทำให้ผู้อื่นเสียหาย (หรือความจริง อาจจะไม่เสียหาย ก็ตาม)
p 1-24 , คผ อันเกิดจากกกท กรรมเดียว vs หลายกรรม
1) กรรมเดียว ยังเแบ่งเป็น
1.1 กรรมเดียว ผ เดียว – ตีหัวเขา ยิงเขาตาย
1.2 กรรมเดียว แต่ผ ต่อเนื่อง – มีเงินตราปลอม – ผ ต่อเนื่อง อยู่ในครอบครอง
1.3กรรมเดียว คผ หลายบท – ยิง ก ตาย, กระสุนไปโดน ข บาดเจ็บ
2) หลายกรรม แยกเป็น
2.1 หลายกรรม ผ เดียว – คผ เป็นปกติธุระ เช่น จัดหาที่พัก ที่ซ่อนเร้น ประชุมแก่อั้งยี่ เสมอ , 2-3 ครั้งก็ถือเป็น ปกติธุระ
2.2 หลายกรรม หลายผิด – ฉุด ผู้หญิงไป อนาจาร (1กรรม 1ผิด) – จากนั้นไปข่มชืนกระทำชำเรา (อีก 1 กรรม 1 ผิด) , ^ ถุ้า ฉก ปชช น่าจะเป็นหลายกรรม หลายผ
2.4 พจน ในแง่จตน
2.4.1 คผ กทโดยจตน – หลักทั่วๆไป ของ บค กทคผ
2.4.2 คผ กท โดยปม – ปราศจากความระมัดระวัง , ต้องรับผ เมื่อกม มีบญ ว่าต้องรับผ แม้จะกท โดยปม
ยิงสัตว์ แต่ไปโดนคนตาย – ไม่จตน แต่ มีคผ ฐานฆ่าคนตายโดยปม
2.4.3 คผ ไม่ต้องมีจตน – ผกท ต้องรับผิด ถ้ากม บญ ไว้ชัดแจ้ง แม้จะไม่จตน เช่น คผลหุโทษ
2.4.4 คผ เกิดขึ้นเลยไปจากจตน ที่มี – eg จตน ทำร้าย แต่สุดท้าย ตาย – คผฐานฆ่าคนตาย โดยไม่จตน
2.5 พจณ ตามกม วิอ. แบ่งเป็น คผ ยอมความได้ vs คผ ต่อแผ่นดิน (ยอมความไม่ได้)
☛ ยอมความได้ หรือผ ต่อส่วนตัว – คผ ที่ผสห ต้องร้องทุกข์ก่อน รัฐจึงมีส ฟ้องร้อง ผกทคผ – หาก ผสห ไม่ร้องทุกข์ – รัฐ ไม่มี อน ฟ้องคดี
ถ้าผสหฟ้อง – ยังสามารถถอนฟ้อง เวลาใดก็ได้ ก่อนคดีถึงที่สุด
คผใด ยอมความได้ – กมจะ บญ ไว้ เช่น คผฐานยักยอก
☛ผคต่อแผ่นดิน – รัฐมีอนฟ้องได้เอง โดยผสห ไม่ตอ้งร้องทุกข์ก่อน เช่น คผฐ ลท ^อย่างคดี คอนโดเมืองเอก ยึดเอกสาร ipad เข้าข่าย ลท , ตำราจสามารถดำเนินคดีได้เลย?
2.6 พจณ ในแง่ศีลธรรม – คผในตัวเอง (mala in se) , คผเพราะกมห้าม (mala prohibita)
ถ้าแสดงถึง ความต่ำทรามทางศีลธรรม – ถือว่าผิดในตัวเอง eg ข่มขืน
คผเพราะกมห้าม เช่น ขับรถเร็ว
p 1-25 กิจกรรม 1.1.4 คผ อญ หมายความอย่างไร เราอาจแบ่งคผ อญ ได้ประการใดบ้าง
Ans – คผ อญ คือ กกท หรือ ละเว้นกกท ที่กม บญ ว่ามีคผ และกำหนดโทษไว้ แบ่งได้หลายแบบ เช่น
1) พจรณ ความหนักเบา ของ โทษ – คผอญ สามัญ และ คผ ลหุโทษ
2) พจรณ ในแง่จตน – คผ กท โดย จตน
– โดยปม
– ไม่ต้อง กท โดย จตน
3) ในแง่ศีลธรรม -คผในตัวเอง เช่น คผฐ ฆ่าคนตาย , ข่มขืน , ลท
คผเพราะ กม ห้าม – คผฐ ขับรถเร็วเกินสมควร
คผฐ ถ่มน้ำลายลงพื้นทางเดิน
และอาจจะแบ่งได้ตาม – ลักษณะอตร ต่อสังคม , ตามลักษณะ กกท และ ตาม วิ อาญา
p 1-26 1.1.5 ความแตกต่างระหว่าง กม อญ vs แพ่ง
กม อญ และแพ่งมีหลายอื่นที่เหมือนกัน
อญ มีส่วนรับผิดชอบทางแพ่ง , แพ่ง ก็มีส่วนบฐ คผอญ
กมอญ – เป็นกม มหช มุ่งลงโทษผกทผ
แพ่ง – กมอช , เกี่ยวกับ ส หทระหว่าง อช ด้วยกัน
-มุ่งชดเชยส ที่สูญเสย ให้กลับคืนดี เช่น จข ท มีส เรียก ทของตน ที่ผู้เอาท ไป , หรือ มิฉะนั้น ก็ให้ได้รับ คสห
-กกทผ ทาง แพ่ง – ถือเป็น ลม ต่อ อช ผสห โดยเฉพาะ , ไม่กระทบสังคม
– ผู้ลม ต้องชดใช้ คสห แต่ ผสห , แต่ถ้ายากจน จะฟ้องให้ กักขัง จำคุก ไม่ได้ แต่ฟ้องให้ล้มละลายได้ ^เคสโดนรถชน แล้วไม่จ่าย น่าจะเป็น ห จาก ลม – ฟ้องให้จค ไม่ได้ แต่ ฟ้องล้มละลายได้
ศ จังหวัด – มีอน พจร พพษ ทั้งคดี อญและแพ่ง
แต่ กม แพ่ง เช่น ลม / สัญญา – มีความมุ่งหมายเดียวกับ กมอญ – กำหนดความประพฤติของบค – ให้เป็นไปตามครรลองปยต่อสังคม
เช่นการซื้อขาย อสหรท ต้องจดทะเบียนจึงจะสมบูรณ์ ,เหมือน จดทะเบียนสมรส – ถือว่ากมแพ่ง – มาตราการควบคุมสังคมเหมือนกัน
p 1-27 , การชช คสห ในคดี ลม หรือ ผิดสญ – ไม่ต่างกับ ค่าปรับในคดีอญ
แต่ยังไง สภาพบังคับ อญ ก็ยังถือว่าหนักกว่า แพ่ง
กกทผ ทาง แพ่ง – จะฟ้องทางอญ ไม่ได้ , แต่มิได้หมายความว่า ศ แพ่ง จะไม่มีอน ลงโทษ ทางอญ
– เช่น ลม – ศ แพ่งก็มีอน ลงโทษจำคุก หรือปรับได้ – ลม แพ่ง ก็สามารถถูกจค ได้เหรอ ?
กรณีลม จงใจขัดขืน ไม่ปฎิบัติตามคำบังคับ – และไม่มีวิธีอื่น , จน(เจ้าหนี้) อาจของให้ ศ มีคำสั่งจับกุม หรือ กักขัง ลห(ลูกหนี้) ตาม คพพษ ได้ <- แต่กรณีนี้ไม่ถือว่า ผกกผ อญ ^แล้วทำไม แม่น้องที่ถูกรถชน ไม่ฟ้องตามนี้ เพราะ ลห ลม แพ่ง มีจตน ไม่ปฎิบัติตาม
– และฐานะผกทผ ทางแพ่ง – มักจะได้รับการผ่อนผันเป็นพิเศษ ^เคสขับรถชน แล้วไม่เยียวยา – แต่ก็บังคับอะไรไม่ได้
กกทอันเดียว แต่อาจจะผ ทั้งอญ และแพ่ง(ลม) เช่น ผ ต่อ ร่างกาย – ต้องชช คสห จาก ลม , และถือว่า ลม เป็นส่วนของกมที่ใกล้อญ มากสุด
แต่ใช่ว่า ทุก อญ จะต้องมี ลม ด้วย เช่น คผฐ กบฎ
– ขับรถชนรั้วบ้านเสียหาย โดยปม – เป็นคผฐ ลม แต่ไม่ได้ผ อญ
-ถ้าอญ มีลม ด้วย , คดีลม ผสห มักจะต้องฟ้องเอง เพื่อเรียกค่าสินไหม , ส่วน อญ รัฐฟ้องให้
– และการดำเนินคดี ต้องใช้ทั้ง วิ แพ่ง และ วิอญ
– รวมถึงผลของคดี (แม้จะเป็นคดีเดียวกัน) อาจจะต่างกันได้
p 1-28 , คดีการพนัน ,อญ ลท ผู้เล่นพนัน , ผู้ชนะ ไม่อาจฟ้องเรียกแพ่งจากผู้แพ้ได้ ^แสดงว่า เจ้ามือหวย ถ้าโกง ก็แจ้งความไม่ได้
กมแพ่ง ก็มีส่วนในการพัฒนา กม อญ , สามีภริยา ทางแพ่ง ถือเป็นคนๆเดียวกัน ,ถ้า ใครลท ใคร ทางอญ ถือว่าไม่ผิด <- กมแพ่ง ก็มีส่วนในการควบคุมสังคม
กิจกรรม1.1.5 กม แพ่งและ กม อญ ต่างกันอย่างไร
Ans 1 )กมแพ่ง ว่าด้วย – ส หท และ คสพ (ความสัมพันธ์) ระหว่าง เอกชน-เอกชน – เช่น ส หท บิดา มารดา ต่อบุตร การสมรส การหย่า มรดก ภูมิลำเนาของ บค
กม อญ – คสม รัฐ-เอกชน , กำหนดกกท ใดเป็นคผ – ถ้าฝ่าฝืน โดยปกติจะมีโทษ เช่น ลท ปท ยย หรือ หปม(หมิ่นประมาท)
2) ว ประสงค์ รักษาความยุติธรรมระหว่าง เอกชน , แม้บางทีรัฐเข้ามาเป็นคู่กรณี ก็ยังในฐานะเอกชน
ส่วน กม อญ – เน้น ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง คุ้มครองความปลอดภัย , เมื่อมีลม บท บญ กม ถือว่า รัฐเป็นผู้เสียหาย
แม้ว่ากมอญ เอกชนที่ถูกล่วงลม ก็ถือว่าเป็น ผสห ฟ้องร้องให้ศ ลโท ได้ดุจกัน แต่ส ดังกล่าวเป็นข้อยกเว้น เพราะโดยหลัก ก็ยังถือว่า รัฐเป็นผสห โดยตรง ^หลักก็จะแปลกๆ นิด ตรงที่ว่า ฟ้องส่วนตัวได้ แต่ ผสห ยังถือว่าเป็นรัฐ สำหรับ คดี อญ
p 1-29 3) การตีความ , กม แพ่ง ม 4
การตีความกฎหมายนั้น ต้องใช้ในบรรดากรณีซึ่งต้องด้วยบทบัญญัติใด ๆ แห่งกฎหมายตามตัวอักษร หรือตามความมุ่งหมายของบทบัญญัตินั้น ๆ
เมื่อไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้ ให้วินิจฉัยคดีนั้นตามจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่น ถ้าไม่มีจารีตประเพณีเช่นว่านั้น ให้วินิจฉัยคดีอาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง และถ้าบทกฎหมายเช่นนั้นก็ไม่มีด้วย ให้วินิจฉัยตามหลักกฎหมายทั่วไป “
แต่ถ้าเป็น กม อญ จะตีแบบแพ่ง ไม่ได้ เพราะตอ้งตีความแบบเคร่งครัด ต้องตาม บทบญ ตามอักษร นั้นๆ จะขยายความบท บญ ออกไปครอบคลุมกกท อื่นๆ ใกล้เคียงกกท ที่กม บญว่าเป็นคผ ไม่ได้
4) แตกต่างด้วย สภาพบังคับ – ถ้าล่วงลม แพ่ง ก็จะถูกยึด ท ,- มาขายทอดตลาด หรือ ชำระหนี้ตาม คพพษ หรือ กักขังจนกว่าจะปฎิบัติตาม คพพษ
ส่วน กม อญ มี 5 โทษ
p 1-30 1.2 ลักษณะการบังคับใช้ กม อญ
1.2.1 กม อญ ต้องมีบทบญ โดยชัดแจ้ง
1.2.2 กม อญ ต้องตีความโดยเคร่งครัด
1.2.3 กม อญ ย้อนหลังเป็นผลร้ายมิได้
กมอญ ต้องมี บทบญ คผ และ บทลโท – เป็นลายลักษณ์อักษร อย่างชัดเจน และแน่นอน
ต้องตีความตามอักษรและเจตนารมณ์ของ กม อย่างเคร่งครัด
จะย้อนหลังเป็นผลร้ายแก่ผกท โดยบญ เป็นคผ หรือเพิ่มโทษ ในภายหลัง มิได้
p 1-31 คำนำ ไม่มีคผ ไม่มีโทษ ถ้าไม่มีกม
ปอ ม 2 บุคคลจักต้องรับโทษในทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้น ต้องเป็นโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย
หลัก 3 เรื่อง-> ชัดแจ้ง , เคร่งครัด , ย้อนหลังไม่ได้
p 1-32 1.2.1 กม อญ ต้องมีบทบญ โดยชัดแจ้ง
3 หัวข้อ 1. บทบญ กมอญ ต้องเป็นลายลักษณ์อักษร
2. ต้องมีบญ คผ และโทษ ขณะกท
3. ต้องปราศจากความคลุมเครือ
🔯1. บทบญ กมอญ ต้องเป็นลายลักษณ์อักษร – ตามปอ 2
ต่างจาก แพ่ง ซึ่งมีการปรับได้อีก 3 อันคือ จารีต , กมข้างเคียง กมทั่วไป
แต่อญ ต้องมีบญ ชัดเจน เพราะกระทบ ส สรภ , เหตุผล 2 ประการ
1.1 ม 64 บุคคลจะแก้ตัวว่าไม่รู้กฎหมายเพื่อให้พ้นจากความรับผิดในท างอาญาไม่ได้ ->กมต้องบญ ให้คนทั่วไปรับทราบชัดเจน จะไม่มีเป็นลายลักษณ์ไม่ได้
p 1-33 , 1.2 เนื่องจาก อญ ต้องใช้ทั่วราช , จะทำแบบแพ่ง ที่ปรับตามจารีต แต่ละที่ไม่ได้
อญ จะไม่มีคผ ต้องมีบญ ยกเว้นคผ เช่น ชกมวยภายใต้กติกา ถ้าตาย ก็ไม่ตอ้งรับคผ อญ – เพราะกมจารีต ให้ทำได้
คนไข้ยินยอมให้แพทย์ผ่าตัด , แพทย์ไม่ผิด เพราะความยินยอมของผสห ยกเว้นคผ แพทย์
🔯2. ต้องมีบญ คผ และโทษ ขณะกท
2.1 บังคับใช้ขณะกท บญ เป็นคผ เช่นถ้ายกเลิกไปแล้ว หรือ เอากมในอนาคต มาบังคับ ไม่ได้
เช่น การชำเราผิดธรรมดามนุษย์ – คผตาม กม ลักษณะอญ รศ 127 ม 242 – ยกเลิกไปแล้ว
p 1-34 , 2.2 ต้องกำหนดโทษ ม 18 5 สถาน ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ ริบทส – ยกเว้น กมบญ เป็นพิเศษ ศ ก็มีอน สั่งใช้ได้
จะลงโทษ อย่างอื่น ไม่ได้
หรือบางคผ บอกให้ลงแค่ปรับ จะไปลง จำคุก ไม่ได้
ฎ พรบ สธ ให้จล ระงับเหตุ เลี้ยงโคในเขตชุมชน – จล กทผ จริง -ศ ลงโทษปรับ + สั่งห้ามจล เลิกเลี้ยงโคได้
ม 281 มิได้กำหนด คผ และโทษ – แต่กำหนด ตาม ม 276 , 278 – ถ้ามิได้กท ต่อหน้าธารกำนัน , ไม่อตร สาหัส หรือ โทรมหญิง – คผ ยอมความได้
( 281 เป็น กทชร / อนจ ต่อคู่สมรส)
🔯3. ต้องปราศจากความคลุมเครือ
ต้องบญ คผ ระหว่าง กท ด้วย และมี บทกำหนดโทษ
มาตรา ๒ บุคคลจักต้องรับโทษในทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้น ต้องเป็นโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย
ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง การกระทำเช่นนั้นไม่เป็นความผิดต่อไป ให้ผู้ที่ได้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด และถ้าได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแล้ว ก็ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้น ถ้ารับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง
เช่นกรณีคลุมเครือ ” ผู้ใดหาเลี้ยงชีพด้วยวิธีการอันขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือ ศีลธรรมอันดีของปชช ผู้ั้น มีความผิดฐานภัยสังคม ต้องระวางโทษ จำคุก 10ปี
ถ้ามีถ้อยคำที่เฉพาะ ต้องมีคำนิยบม เช่น ปอ ม 1 ถึง 18 อนุมาตรา
ต้องชัดเจนพอสมควร Resonable definite -เพราะถ้าต้องละเอียดมากๆๆๆ คงไม่ได้ – ต้องอาศัย พนง ยุติธรรม
ม 388 “กกท ลามกอย่างอื่น. ” อันนี้ไม่ได้เฉพาะเกี่ยวกับทางกาย แต่ยังรวมถึง วาจาด้วย <- อันนี้ให้มีความชัดเจนพอควร
คำอื่นๆเช่น “ด้วยประการใด” “เหตุอันควร” “ตามสมควร”
ที่กม ต้องชัดเจน ด้วยเหตุผล 2 ประการ
1) เพื่อให้ ปชช โดยรวม เข้าใจ – ถ้าไม่เข้าใจ ก็จะไม่เป็นธรรม
2) เพื่อมิให้ จนท ใช้ดุลยพินิจมากเกินไป – มีผลกับขบวนการยุติธรรม
p 1-36 กิจกรรม 1.2.1
1) กม อญ ต้องมีบท บญ โดยชัดเจน หมายความว่าอย่างไร
Ans – ต้องมีบทบญ ไว้เป็นลายลักษณ์ บญ คผ , โทษ ขณะกท – โดยปราศจากความคลุมเครือ มิฉะนั้นจะบังคับมิได้
ปอ ม 2 ” บุคคลจักต้องรับโทษในทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำการอัน กฎหมายที่ใช้ในขณะนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้น ต้อง เป็นโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย ความผิดทางอาญาคือ การกระทำที่มีผลกระทบกระเทือนต่อสังคม หรือคนส่วนใหญ่ของประเทศ
2) การใช้บังคับ กมอญ – จะบญ กกทที่เป็นคผ โดยไม่มีบทกำหนดโทษ หรือ กำหนดบทลงโทษ โดยไม่บญ คผ ไว้ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
Ans – ไม่ได้ เพราะอาจจะเปิดช่องใช้ อน ตามอำเภอใจ ปชชขาดหลักประกัน ส สรภ
การบังคับใช้ กม – “ไม่มีคผ ไม่มีโทษ ถ้าไม่มีกม ” โดยเคร่งครัด
p 1-37 1.2.2 กม อญ ต้องตีความโดยเคร่งครัด – ต้องตีความโดยเคร่งครัด ตามจตนร (spirit) ของกมนั้น การตีความกม มี 5 อย่าง
1) การตีความตามตัวอักษร
2) การตีความตามจตนร
3) กรณีเป็นที่สงสัย
4)เทียบบทกม ที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง
5) การตีความโดยขยายความ
🌟 1) การตีความตามตัวอักษร – ม 2 บค ต้องได้รับโทษเมื่อ… – ตีความตามตัวอักษร และถ้อยคำ
ตย การยักย้าย หรือ ทำลาย หลักเขตจะเป็นคผ ตาม ม 363 ก็เมื่อหลัก /เครื่องหมายเขต – เป็นหลักแสดงส แห่งอสหรท โดยแท้จริง – ไม่รวมถึงหลักโดยสังเขป เพื่อปยทำแผนที่พิพาท
ฎ จล เอา TV ของ จท เพราะ จทเป็นหนี้ , แต่เอาท ของกลาง ไม่ได้ทำให้เสียหาย – ไม่ถือว่า ลท
คำกม ถ้าเข้าใจยาก เป็น technical term จะมี บทนิยาม definition
egม 1 มี 18 คำ เช่น
1.1 โดยทุจริต – แสวงหาปย ที่มิควรได้โดยชอบกม แก่ตนเองและผู้อื่น
p 1-38 , เป็นหุ้นส่วนกัน แต่ จล นำเงินออกไป (โดยอ้างว่า ก็มีส่วนของตน) แต่ยังไม่ได้ชำระบช กัน – ถือว่า ยย ^เข้าคำว่า ปย ที่มิดควรได้โดยชอบ กม
1.2 ทางสธรณ – ทางบก ทางน้ำ สำหรับ ปชช ใช้จราจร , รวมถึง ทางรถไฟ รถราง ที่มีรถเดิน สำหรับ ปชช โดยสาร
ฎ จขที่ดิน ปล่อยให้ สธรณชน ใช้ที่ดินสัญจรไปมา ออกสู่ถนนคอนกรีต หลายสิบปี – แม้ไม่มีการอุทิศที่ดินเป็นสธรณ – ก้ถือว่า อุทิศโดยปริยาย
1.3 สธรณสถาน – สถานที่ใดๆ ปชช มีความชอบธรรม ที่จะเข้าไปได้
ฎ เคหสถาน แต่ให้เช่า เปิดร้านรับซ่อมไฟฟ้า – ถือเป็น สธรณสถาน – จนกว่าจะปิดร้าน
1.4 เคหสถาน – ที่อยู่อาศัย เรือน โรง เรือ แพ ที่คนอยู่อาศัย รวมถึง บริเวณของที่ซึ่งอยู่อาศัย มีรั้วหรือไม่ก็ตาม
ฎ บ้านไม่มีรั้ว อยู่ติดถนน แต่รอบๆก็ถือเป็นเคหสถาน ถ้าเข้าไปจตนไม่ดี ก็ถือว่าบุกรุก – แต่ยังไง ก็ตอ้งพยายามตีความเป็นคุณแก่จล
p 1-39 , ฎ ปลูกต้นนุ่น แนวเขต , จล ทำลาย – ผ เสีย ท 358 ธรรมดา , ไม่ได้โทษหนัก ม 359(4) บอกเป็นพืชเกษตร – เพราะปลูกนี้เพื่อเป็นแนวเขต – แต่ถ้าเกิดตีความตามตัวอักษร โดยไม่ดูจตน ไม่ได้
🌟2. ตีความตามจตนร – เช่นถ้าตีตามอักษรแล้วเกิดผลประหลาด
ฎ ติดเครื่องหมายหน้าอก คนขับสามล้อ -จะลงโทษ ปลอมป้ายเครื่องหมายกรมตำรวจ ไม่ได้
p 1-40 , ศ ไม่ได้ลงโทษ เพราะ กม ไม่ได้ให้อน จพง ผูกขาดจำหน่ายแต่ผู้เดียว
ฎ บันดาลโทสะ ม 72 – ไม่จำเป็นต้อง กท ทันที – แต่ขอให้มีเวลาต่อเนื่อง กระชั้นชิด
ตย จะมาปล้ำเมีย เดินลงไปก่อน , ผัวกลับมา รู้ รีบเดินตามไป 6-7 เส้น ,ทำร้ายจนตาย – ก็ยังถือว่า บันดาลโทสะ
ฎ เมื่อมีผู้ไปแจ้ง พนงสส ว่าจล บุกรุกที่ดิน – จล ตกเป็นผู้ต้องหา(ผตห) ปวิอ 2 – ชั้นสส จะบังคับให้ ผตห ให้ถ้อยคำใดๆ มิได้
ม 135 ห้ามมิให้ พนงสส ล่อลวง หรือ ขู่เข็ญ(ขข) ผตห – ดังนั้น หมายเรียก พนงสส ที่ผตห ให้การ ไม่เข้าลักษณะบังคับ ตาม ม 168
ผตห ขัดขืน ไม่มาให้การตามหมายเรียก โดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร – ปวิอ ม66 – ให้พนงสส มีอน ออกหมายจับตัวมาได้ <- ถือว่าเป็นการลงโทษอยู่แล้ว – ม 168 มิได้มุ่งบังคับ ผตห ที่ขัดขืน ไม่มาให้การ
p 1-41 ฎ ใช้ปืนยิงคน โดยเชื่อว่า อยู่ยงคงกระัน – ปราศจากเหตุผล – ผ ฐ ฆ่าคนตาย
ตาม ม 59 วรรค 2 – จตน – รู้สึกสำนึกในขณะกท -ถือว่าเป็นกกท
ส่วนถ้าทำโดยไม่รู้สำนึก เช่น ละเมอ วิกลจริต – ไม่เรียกว่า กกท
ต่อมา จตน – ประสงค์ผล หรือ เล็งเห็นผล – ตามวิญญูชน
การเชื่ออะไรโดยปราศจากเหตุผล – ไม่เป็นข้อแก้ตัว – ไม่ต้องด้วยข้อยกเว้น ม 59 วรรคสาม , ม 62 -เป็นเรื่องเกิดขึ้นตาม ม 59 วรรคสอง หรือ 63 ความเชื่องมงาย แต่มีคผ ได้ ไม่ใช่เหตุยกเว้นโทษ (ม 81 วรรคหนึ่ง) – เว้นแต่ ศ เห็นควรไม่ลงโทษ
มาตรา ๕๙ บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา
กระทำโดยเจตนา ได้แก่กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น
ถ้าผู้กระทำมิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด จะถือว่าผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นมิได้
กระทำโดยประมาท ได้แก่กระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่
การกระทำ ให้หมายความรวมถึงการให้เกิดผลอันหนึ่งอันใดขึ้นโดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลนั้นด้วย
ม 59 ของแต่ละประเทศ
中华人民共和国刑法 1997
第二章 犯罪
第一节 犯罪和刑事责任
第十四条 明知自己的行为会发生危害社会的结果,并且希望或者放任这种结果发生,
第十四条 (Dì shí sì tiáo) – Article 14
明知 (míng zhī) – Knowingly
自己的 (zì jǐ de) – one’s own
行为 (xíng wéi) – conduct/action
会 (huì) – will
发生 (fā shēng) – occur/happen
危害 (wēi hài) – harm/endanger
社会的 (shè huì de) – society’s
结果 (jié guǒ) – result/consequence
并且 (bìng qiě) – and
希望 (xī wàng) – hope for
或者 (huò zhě) – or
放任 (fàng rèn) – allow/let happen
这种 (zhè zhǒng) – this kind of
结果 (jié guǒ) – result/consequence
发生 (fā shēng) – occur/happen
因而构成犯罪的,是故意犯罪。
故意犯罪,应当负刑事责任。
Code pénal
Replier Partie législative (Articles 111-1 à 727-3)
Code pénal (Code pénal) – Penal Code/Criminal Code
Replier (Replier) – To fold back/Reply
Partie législative (Partie législative) – Legislative Part
Article 121-3
Il n’y a point de crime ou de délit sans intention de le commettre.
Article 121-3 (ar-tee-kl’ sant vahn-t-uh(n) twah) – Article 121-3
Il n’y a point de (eel nyah pwahn duh) – There is no
crime (kreem) – crime
ou (oo) – or
de délit (duh day-lee) – misdemeanor/offense
sans (sahn) – without
intention (ahn-tahn-see-on) – intention
de le commettre (duh luh koh-metr) – to commit it
Toutefois, lorsque la loi le prévoit, il y a délit en cas de mise en danger délibérée de la personne d’autrui.
Toutefois (too-tuh-fwah) – However
lorsque (lors-kuh) – when
la loi (lah lwah) – the law
le prévoit (luh pray-vwah) – provides for it/foresees it
il y a délit (eel yah day-lee) – there is an offense
en cas de (ahn kah duh) – in case of
mise en danger (meez ahn dahn-zhay) – endangerment
délibérée (day-lee-bay-ray) – deliberate
de la personne (duh lah per-son) – of the person
d’autrui (doh-trwee) – of others
Il y a également délit, lorsque la loi le prévoit, en cas de faute d’imprudence, de négligence ou de manquement à une obligation de prudence ou de sécurité prévue par la loi ou le règlement, s’il est établi que l’auteur des faits n’a pas accompli les diligences normales compte tenu, le cas échéant, de la nature de ses missions ou de ses fonctions, de ses compétences ainsi que du pouvoir et des moyens dont il disposait.
Dans le cas prévu par l’alinéa qui précède, les personnes physiques qui n’ont pas causé directement le dommage, mais qui ont créé ou contribué à créer la situation qui a permis la réalisation du dommage ou qui n’ont pas pris les mesures permettant de l’éviter, sont responsables pénalement s’il est établi qu’elles ont, soit violé de façon manifestement délibérée une obligation particulière de prudence ou de sécurité prévue par la loi ou le règlement, soit commis une faute caractérisée et qui exposait autrui à un risque d’une particulière gravité qu’elles ne pouvaient ignorer.
Il n’y a point de contravention en cas de force majeure.
Mens rea
In criminal law, mens rea (/ˈmɛnz ˈreɪə/; Law Latin for “guilty mind“[1]) is the mental state of a defendant who is accused of committing a crime. In common law jurisdictions, most crimes require proof both of mens rea and actus reus (“guilty act”) before the defendant can be found guilty.
มาตรา ๖๒ ข้อเท็จจริงใด ถ้ามีอยู่จริงจะทำให้การกระทำไม่เป็นความผิด หรือทำให้ผู้กระทำไม่ต้องรับโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง แม้ข้อเท็จจริงนั้นจะไม่มีอยู่จริง แต่ผู้กระทำสำคัญผิดว่ามีอยู่จริง ผู้กระทำย่อมไม่มีความผิด หรือได้รับยกเว้นโทษ หรือได้รับโทษน้อยลง แล้วแต่กรณี
ถ้าความไม่รู้ข้อเท็จจริงตามความในวรรคสามแห่งมาตรา ๕๙ หรือความสำคัญผิดว่ามีอยู่จริงตามความในวรรคแรก ได้เกิดขึ้นด้วยความประมาทของผู้กระทำความผิด ให้ผู้กระทำรับผิดฐานกระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะว่า การกระทำนั้นผู้กระทำจะต้องรับโทษแม้กระทำโดยประมาท
บุคคลจะต้องรับโทษหนักขึ้นโดยอาศัยข้อเท็จจริงใด บุคคลนั้นจะต้องได้รู้ข้อเท็จจริงนั้น
มาตรา ๖๓ ถ้าผลของการกระทำความผิดใดทำให้ผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้น ผลของการกระทำความผิดนั้นต้องเป็นผลที่ตามธรรมดาย่อมเกิดขึ้นได้
มาตรา ๘๑ ผู้ใดกระทำการโดยมุ่งต่อผลซึ่งกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด แต่การกระทำนั้นไม่สามารถจะบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำหรือเหตุแห่งวัตถุที่มุ่งหมายกระทำต่อ ให้ถือว่าผู้นั้นพยายามกระทำความผิด แต่ให้ลงโทษไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
ถ้าการกระทำดังกล่าวในวรรคแรกได้กระทำไปโดยความเชื่ออย่างงมงาย ศาลจะไม่ลงโทษก็ได้ ^ที่ยก 81 มาตรงนี้ เพื่อจะบอกว่า ถ้างมงาย จะไม่ลโท ก็ได้
ฎ ผฐ ปท โดยใช้ปืน , ไม่จำต้องใช้ปืนทำก่อนได้ ท หรือ ไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้ใดได้รับบาดเจ็บ หรือแม้แต่ ใช้ปืน เมื่อได้ ท ไปแลฃ้ว – ก็ถือว่าเป็นการ ปท โดยใช้ปืน ตาม ม 340 วรรคสี่
! 🌟 3. กรณีเป็นที่สงสัย
p 1-42
p 1-43 ! 🌟 4. การเทียบบท กม ที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง
p 1-44
p 1-45
p 1-46 ! 🌟 5. การตีความโดยขยายความ
p 1-47
p 1-48
p 1-49
p 1-50
p 1-51 ! กิจกรรม 1.2.2
1) ที่ว่า กม อญ ต้องตีความตามตัวอักษรอย่างเคร่งครัด หมายถึง
Ans กม บญ คผ และ โทษ จะรวมกกท อื่น ไม่ได้ และอาจจะต้องดูเจตนารมณ์ของกม ด้วย
2) ในการตีความกม อญ จะนำหลักการเทียบกมที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง(Analogy) มาใช้ได้หรือไม่
Ans นำ Analog มาใช้ไม่ได้ เพราะต้องเคร่งครัด แต่ถ้าเป็น กม แพ่ง จะตาม ม 4
1.2.3 <<<กม อญ ย้อนหลังเป็นผลร้ายมิได้
ลักษณะการใช้บังคับ กม อญ มีหลักอีกประการหนึ่ง คือ “กมอญ ย้อนหลังเป็นผลร้าย มิได้”
จะย้อนหลังไป ใช้บังคับแก่ขทจ หรือ เหตุการณ์ ซึ่งเกิดก่อน วันที่กม ใช้บังคับ เพื่อลงโทษหรือ เพิ่มโทษ บค ให้หนักขึ้น มิได้
จะใช้บังคับให้เกิดผลร้ายแก่บค เฉพาะหลังวันประกาศใช้บังคับ แล้ว เท่านั้น
ตย กมลักษณะอญ – ไม่มีบญ คผ เรื่องการดำรงชีพจากรายได้ ของ ญ ค้าประเวณี ปอ ม 286 เดิม “ผู้ใดอายุกว่า 16 ปี ดำรงชีพอยู่แม้เพียงบางส่วนจากรายได้
ของหญิงซึ่งค้าประเวณี…”
-ถ้าก่อน ปอ ใช้บังคับ ไม่เป็นคผ แม้จะบญภายหลังว่าเป็นคผ
p 1-52 , กม อญ ระบุกกท ที่ห้าม – เอกชน ย่อมมีส ทำทุกอย่างที่กม ไม่ได้ห้าม
ทำให้ ผู้ร้ายบางคน อาจจะหลุดพ้น แม้จะทำผ ก่อนผู้ร้ายบางคนไม่นาน
แต่ถ้าไปลงโทษ จะเกิดผลเสียมากกว่า เพราะ สรภ จะไม่มีเลย
หลักกม อญ ย้อนหลัง เป็นผลร้ายมิได้ พจรณแยกเป็น 2ข้อ
1. กมอย จะย้อนหลัง เพื่อลงโทษ มิได้
2. กมอญ จะย้อนหลัง เพิ่มโทษ หรือ เพิ่มอายุความ มิได้ ^เคยมีกม ที่ทักษิณโดน จากกำหนดอายุความ กลายเป็น ไม่มีอายุความ ได้หรือไม่
⭐ 1. กม อญ จะย้อนหลัง ลงโทษ มิได้
กม ไม่มีบญ คผ ไว้ขณะกท จะบังคับ กม ที่บญ ในภายหลัง ย้อนกลับไปให้ถือว่ากท นั้นเป็นคผ และ ลงโทษ บคผทก นั้นมิได้
ฎ จทฟ้อง จล กทผ ระหว่างเดือน กค -พย 2536 แต่ตอนนั้นยังไม่มีกม พรบ จัดหางาน 2537 นำ ม 91ตรี มาใช้ย้อนหลังเป็นผลร้ายแก่จล มิได้
ฎ จล มีเครื่องชัง ไม่ถูกตอ้ง แต่ขณะกทผ มิได้บญ เครื่องชั่งดังกล่าวผิดเกินไปกว่าคผ ม 31 – ไม่อาจลงโทษ จลได้ ตาม ม 76 ตาม ป 2 ว.1
p 1-53 ⭐ 2. กมอญ จะย้อนหลัง เพิ่มโทษ หรือ เพิ่มอายุความ มิได้
p 1-54
! กิจกรรม 1.2.3 – กม อญ ย้อนหลังเป็นผลร้าายมิได้นั้น , มีความหมายครอบคลุมเพียงใด
Ans เป็น 2 กรณี
1) ย้อนหลังเพิ่มโทษ มิได้ – ถ้าก่อนหน้าไม่มีคผ แต่จะย้อนหลังให้ กกท เป็น คผ และ ลงโทษบค ผกท นั้นมิได้
2) ย้อนหลังเพิ่มโทษ หรือ เพิ่มอายุความ มิได้ – ถ้ามีกำหนดโทษไว้อยู่แล้ว หรอื อายุความไว้แล้ว – จะนำกมใหม่ มาบังคับแก่ ผกท มิได้ ต้องใช้กมเก่าไปก่อน
แต่ถ้าย้อนหลังเป็นผลดี หรือ วิธีการเพื่อความปลอดภัยมิใช่โทษทางอญ จึงใช้บังคับย้อนหลังได้ ^กม ย้อนหลัง วิธีการเพื่อความปลอดภัย เป็นผลดีได้ ทักษิณ จึงใช้อันนี้ตอนกลับมาเมืองไทย
Q . ขณะม่วงมียางไม้ไว้คค ยังไม่เป็นคผ ตามกม – ต่อมาการมีไม้ยางไว้ คค เป็นคผตามกม – ม่วงจะต้องรับโทษอญ จากกกท ดังกล่าวหรือไม่
a ต้องรับโทษ เพราะกม บญให้การคค เป็นคผ แล้ว – แต่กม เอาผิดย้อนหลังไม่ได้
b ต้องรับโทษ เพราะกมอญ มีผลย้อนหลังได้ – ผิดเต็มประตู
c ต้องรับโทษ เพราะกมอญ สามารถตีความขยายเพื่อลงโทษได้ – ไม่ได้เพราะกม ย้อนหลังมิได้ ทั้ง การลงโทษ และ การเพิ่มโทษ/เพิ่มอายุความ
d ไม่ต้องรับโทษ เพราะกมอญ จะมีผลย้อนหลัง ไม่ได้ <- น่าจะถูก ถ้าข้อสอบถึงแค่ก่อนออกกม แต่ถ้ายังคค หลังกมออกละ ?
e ไม่ต้องรับโทษ เพราะยังไม่มีดำเนินคดี -ผิด
p 1-56 1.3 การใช้กม อญ ในส่วนที่เกี่ยวกับ เวลา
1.3.1 กรณีกมใหม่ เป็นคุณแก่ผกทผ
1.3.2 กรณีวิธีการเพื่อความปลอดภัย
กรณีกมใหม่ ยกเลิกคผ กมเก่า – ถ้ายังไม่มีคพพษ – ให้คดีนั้น ยุติ
ถ้าคพพษ ถึงที่สุด ให้ลโท – ให้ถือว่าไม่เคยต้อง คพพษว่ากทคผ
กรณีกมใหม่ แตกต่างกับ กม เก่า -ให้บังคับใช้เฉพาะที่เป็นคุณแก่ ผกทผ ไม่ว่าในทางใด
วิธีเพื่อความปลอดภัย 5 ประการ
1) กักกัน
2) ห้ามเข้าเขตกำหนด
3) เรียกประกันทัณฑ์บน
4) ควบคุมตัวไว้ในสถานพยาบาล
5) ห้ามประกอบอาชีพบางอย่าง
วิธีการเพื่มความปลอดภัย แก่บค ก็ต่อเมื่อ บทบญแห่งกม ให้ใช้บังคับได้เท่านั้น – และกม จะใช้บังคับ ให้ใช้กม ในขณะที่ศ พพษ
p 1-57 1.3.1 กรณีกมใหม่ เป็นคุณแก่ผกทผ
p 1-58
p 1-59
p 1-60
p 1-61
p 1-62
p 1-63
p 1-64
p 1-65
p 1-66
p 1-67
p 1-68
p 1-69
p 1-70 ! กิจกรรม 1.3.1
1) การใช้บังคับกม อญ ย้อนหลังเป็นผลดีแก่ผกท นั้น มี กรณีใดบ้าง
Ans มี 2 กรณี คือ กมใหม่ ยกเลิก คผ กมเก่า และ กมใหม่ แตกต่างกับ กม เก่า
1.1 กมใหม่ยกเลิกคผ แยกเป็น 2 กรณี
1.1.1 อยู่ระหว่าง พพษ – ให้ถือว่าพ้นจากการเป็น ผกท โดยอัตโนมัติ
1.1.2 คพพษ ถึงที่สุด – ให้ถือว่าไม่เคยต้อง คพพษ หรือว่ารับโทษ – ให้การลงโทษสิ้นสุด
1.2 กม ใหม่ แตกต่างจากกมเก่า แยกเป็น
1.2.1 คดียังไม่สิ้นสุด – ให้ใช้กมใหม่ ในส่วนที่เป็นคุณกับ ผกทผ
1.2.2 สิ้นสุดแล้ว โทษกำหนดคพพษ หนักว่ากำหนดใหม่ แยกเป็น
1) ถ้าคพพษ ไม่ใช่ประหารชีวิต – และกำลังรับโทษอยู่ – ให้ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือ อัยการ ร้องหา , ศ อาจจะกำหนดโทษใหม่ ต่ำกว่า ตามกมใหม่ได้
2) ถ้าคพพษ เป็นโทษประหารชีวิต แต่โทษใหม่ ไม่มีประหารชีวิต – ให้งดการประหารชีวิต โดยไม่ต้องร้องขอ หรือใช้ดุลยพินิจของ ศ
2)
p 1-71 ถ้า บทบญ บอกว่ากกท นั้นไม่เป็น คผ , ให้ผู้นั้น พ้นโทษ หรือ ถ้าคพพษ ถึงที่สุด – ให้ผู้นั้นไม่เคยต้องคพพษ ว่าได้กทผ
กม อญ ไม่มีย้อนหลัง – ไม่มีผลย้อนหลังไปบังคับ ขทจ หรือ เหตุการณ์ที่เกิดก่อนวันที่ กม อญ กำหนดใช้ , มีข้อยกเว้นกรณีกมภายหลัง บญ ยกเลิกคผ กมมีผลย้อนหลังได้
1) ผกท พ้นคผทันที
2) คพพษ ถึงที่สุด – ให้ถือว่าไม่เคยต้องคพพษ
3) ถ้ารับโทษอยู่ – ให้การลงโทษสิ้นสุด
ขอ้สอบ 2 ศ นนทบุรี พพษ จำคุกเขียว 1 เดือน ฐ ดื่มสุรายามวิกาล ต่อมารัฐออกกม ยกเลิกคผ – กมใหม่ มีผลต่อนายเขียวอย่างไร
1.1 นายเขียวขณะอุทธรณ์คพพษ
1.2 นายเขียว ไม่อุทธรณ์ , กำลังรับโทษอยู่
1.3 นายเขียว รับโทษจำคุกครบกำหนดแล้ว
p 1-72 1.3.2 กรณีวิธีการเพื่อความปลอดภัย
ตาม ม 39 มี 5 ประการ
1)กักกัน
2) ห้ามเข้าเขตกำหนด
3) เรียกประกันทัณฑ์บน
4) คุมตัวไว้ในสถานพยาบาล
5) ห้ามประกอบวิชาชีพบางอย่าง $
! ♜ 1. หก การใช้บังคับ วิธีการ พคปภ
p 1-73 ! ♜ 2. วิธีการใช้บังครับ วิธีการ พคปภ
p 1-74
p 1-75
p 1-76
! กิจกรรม 1.3.2
1. การใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอด(บคพปภ)ภัยมีหลักเกณฑ์ประการใดบ้าง
Ans ตาม ปอ 12 มี 2ประการ
1) การบังคับได้ตามที่กมกำหนด เพราะการ บคพปภ จะเป็นการจำกัด ส สรภ ฉะนั้นจะต้องทำเมื่อกมให้ อน ไว้ชัดเจน
2) บคพปภ – ในขณะที่ ศ พพษคดี , มิใช่เป็นกมในขณะพฤติการณ์อันเป็นเหตุให้อาจนำวิธีการ พปภ – วิธีการ พปภ- ไม่ใช่โทษ แต่เป็นวิธีการเพื่อป้องกันสังคมให้ปภ จาก บค นั้นอาจจะกทผ ในภายหน้า
2.วิธีการใช้ บคพปภ มี 4 กรณี
2.1 กรณี ยกเลิก วิธี(วธพปภ) ปอ 13 – เมื่อกมใหม่ ยกเลิก -ให้ศ สั่งระงับการ บคพปภ
2.2 กรณีมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข วธพปภ ม 14 – ต้องบังคับในส่วนที่ให้คุณมากกว่า ขึ้นกับ ศ ดุลพินิจ
2.3 กรณีเปลี่ยน วธพปภ ม 15 – ถ้ากมใหม่ เปลี่ยนโทษอญ มาเป็น วธพปภ – ให้เลือกที่ วธพปภ – เพราะโทษน้อยกว่า , แต่ถ้าใช้ วธพปภ อยู่แล้ว แต่แตกต่างจากเดิม ให้ใช้เหมือน ม 14
p 1-77 2.4 กรณีมีให้เพิกถอน หรือ งดใช้ บคพปภ ชั่วคราว ตาม 16 – ให้ศ สั่ง เพิกถอน หรือ งดใช้ชั่วคราวได้ ขึ้นกับ ดุลยพินิจ
p 1-78 ตอนที่ 1.4 การใช้กม อญ ในส่วนที่เกี่ยวกับพท
หัวเรื่อง 1.4.1 หลักดินแดน
1.4.2 หลักอน ลโท สากล
1.4.3 หลักบค
1.4.4 การคำนึงถึง คพพษ ของศ ตปท
ผู้ใดกกผ ในราชอาณาจักร ต้องได้รับโทษตามกม – รวม เรือไทย , อากาศยานไทย ไม่ว่าอยู่ ณที่ใด
รัฐมีอน ลโท ผกทผ นอกราช -ในความผิดที่เป็นผลโดยตรงต่อความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ร่วมถึงระหว่างรัฐต่างๆ – โดยไม่คำนึงถึง สัญชาติของผกทผ
รัฐ มีอน ลโท คนสัญชาติไทย ที่กทผ ต่อคนสัญชาติไทย และ ลงโทษคนต่างด้าวที่กทผ แม้จะกท นอกราช – ทั้งนี้ภายใต้ขอบเขตที่จำกัด
กกทผ อันเดียว อาจตกอยู่ในอน ของ ศ หลายรัฐ – หากมีการดำเนินคดีแก่ผกทผ ในคดีเดียวกันซ้ำอีก – เกิดความไม่เป็นธรรม (ถูกลโท 2 ครั้ง) – ต้องอาศัยหลักคำนึงถึง คพพษ ของ ศ ตปท ด้วย
p 1-79 ความนำ
! 1.4.1 หลักดินแดน ปอ 4-6 กกทผในราช รวมถึง กกท ให้ถือว่ากทผในราช , บังคับใช้ ภายในหลักดินแดน โดยไม่คำนึงถึง ผกท หรือ ผสห บค สัญชาติใด แยกเป็น 3 หัวข้อ
p 1-80 1. กกทคผ ในราช
2. กกท ให้ถือว่า กทคผในราช
3. ผลของการใช้บังคับหลักดินแดน
1) กกทคผ ในราช – ม 4 แบ่งเป็น 2 อย่าง
ความหมายของ ในราช และ กกคผ
มาตรา 4 ผู้ใดกระทำความผิดในราชอาณาจักร ต้องรับโทษตามกฎหมาย
การกระทำความผิดในเรือไทยหรืออากาศยานไทยไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใด ให้ถือว่ากระทำความผิดในราชอาณาจักร
1.1 ความหมายของ ราชอาณาจักร – ขอบเขต
1.1.1. พื้นดินและพื้นน้ำในอาณาเขต(อณข)ไทย
1.1.2 ทะเลอันเป็นอ่าวไทย
1.1.3 ทะเลอาณาเขตระยะ 12 ไมล์ทะเล ห่างจากฝั่งอันเป็นอาณาเขตไทย
1.1.4 ใต้หรอืเหนือ อณข ตาม1-3
เรือ และอากาศยานไทย ถือเป็น ในราช รวมถึง เรือ และอากาศยานตปท ที่อยู่ในเขตดังกล่าว
สถานฑูตในตปท – ไม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของในราช , สถานฑูตของตปทในไทย ก็ไม่ถือว่าเป็นดินแดนของ ตปท <- ถือว่าเป็นเอก ส และ ความคุ้มกันตามกม ระหว่าง ประเทศ
1.2 ความหมายของ กกคผ – ไม่ใช่เฉพาะชั่วขณะใด ขณะหนึ่ง – แต่อาจเกิดขึ้นตั้งแต่ ขณะหนึ่งจนถึง สิ้นสุด , อาจเกิดขึ้นในหลายแห่งต่างกัน , ผลของกกทผ อาจเกิดได้หลายแห่ง ต่างดินแดนได้ , พจรณแยก ผล เป็น 2 ประการ
p 1-81 (1) ผลที่เป็นจุดประสงค์ใกล้ชิด but immediate – ย่อมเป็นส่วนของ กกท เช่น ยิงคน ยกปืนขึ้นเล็ง ลั่นไก – เป็นจุดประสงค์ใกล้ชิด
(2) ผลสุดท้าย resultat – ผลคือการตาย สามารถแยกออกจากกกทผ โดยเด็ดขาด
ดูจาก ม 4 + 5 ทุกแห่งที่มีกกท และผลจุดประสงค์ใกล้ชิดเกิดขึ้นเป็น คผ ทั้งสิ้น
ดังนั้น ม 4 – กกท ทั้งหมด คือ – กกท และ ผลที่เป็นจุดประสงค์ใกล้ชิด – มิใช่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง, เกิดขึ้น ใน และนอกราช
แต่ไม่รวมถึงผลสุดท้าย – แม้จะเกิดนอกราช – ก็ไม่สำคัญ
ตย 1. ก ยิง ข ในกทม – ไม่ว่า ข จะตายที่กทม หรือ ไปรักษาตัวและตายใน ตปท ก็ต้องรับผิด ตาม ม 4 วรรคหนึ่ง – ให้แยกผลสุดท้าย ออกจาก กกคผ
2. ก อยู่ในไทย ยิงปืนจะฆ่า ข ในมาเลย์ , แต่ถูกตำรวจจับได้ขณะเหนียวไก , ถือเป็น คผฐ พยยฆ ม 4 วรรคหนึ่ง
แต่ถ้า ก ยิง ขไปแล้ว โดยอาจจะโดน หรือหลบได้ , ถือว่า กกคผ ส่วนใดส่วนหนึ่งในราช เป็น ม 5 วรรคหนึ่ง
p 1-82 2. กกทให้ถือว่า กทคผ ในราช – คือกกผ นอกราช หรือ บางส่วนของกกทผ อยู่นอกราช – แต่เพื่อคุ้มครองผลปยของไทย – ขยายอน ศ ไทย ลงโทษผกทผ ซึ่งเกี่ยวกบไทย ตาม ม 4 วรรค สอง (เรือ+อากาศยาน)
มาตรา5 ความผิดใดที่การกระทำแม้แต่ส่วนหนึ่งส่วนใดได้กระทำในราชอาณาจักรก็ดี ผลแห่งการกระทำเกิดในราชอาณาจักรโดยผู้กระทำประสงค์ให้ผลนั้นเกิดในราช อาณาจักร หรือโดยลักษณะแห่งการกระทำ ผลที่เกิดขึ้นควรเกิดในราชอาณาจักรหรือย่อมจะเล็งเห็นได้ว่าผลนั้นจะเกิดใน ราชอาณาจักรก็ดี ให้ถือว่าความผิดนั้นได้กระทำในราชอาณาจักร
ในกรณีการตระเตรียมการ หรือพยายามกระทำการใดซึ่งกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด แม้การกระทำนั้นจะได้กระทำนอกราชอาณาจักร ถ้าหากการกระทำนั้นจะได้กระทำตลอดไปจนถึงขั้นความผิดสำเร็จ ผลจะเกิดขึ้นในราชอาณาจักร ให้ถือว่า การตระเตรียมการหรือพยายามกระทำความผิดนั้นได้กระทำในราชอาณาจักร
มาตรา 6 ความผิดใดที่ได้กระทำในราชอาณาจักรหรือที่ประมวลกฎหมายนี้ถือว่าได้กระทำใน ราชอาณาจักร แม้การกระทำของผู้เป็นตัวการด้วยกัน ของผู้สนับสนุน หรือของผู้ใช้ให้กระทำความผิดนั้นจะได้กระทำนอกราชอาณาจักร ก็ให้ถือว่าตัวการ ผู้สนับสนุน หรือผู้ใช้ให้กระทำได้กระทำในราชอาณาจักร
จาก ม 4 วรรคสอง , ม 5 , ม 6 พจรณ 5 กรณี
2.1 กกทคผในเรือ หรือ อากาศยานไทย
2.2 กกทคผ บางส่วนในราช
2.3 ผลแห่งกกคผในราช
2.4 การตระเตรียม(ตต) หรือ พพย กทคผ นอกราช
2.5 ตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน กทคผ นอกราช
p 1-83 2.1 กกทคผในเรือ หรือ อากาศยานไทย – “ไม่ว่าอยู่ที่ใด ” – ตปท
เช่น ลท บนเครื่องบินไทย ใน สนามบิน HK หรือ กำลังบินอยู่- ให้ถือ ม 4 วรรคสอง
แต่ถ้า ลท บนเครื่องบินไทยในดอนเมือง เป็น ม 4 วรรคหนึ่ง
ตย ก นั่งในเครื่องบินไทย จอด สิงคโปร , ถูก ข อยู่ที่ลานจอด ยิงปืนตาย – เป็นคผ ส่วนใดส่วนหนึ่ง นอกราช – อันนี้ มีทั้งแบบ ม 5 วรรคหนึ่ง + 4 วรรคสอง -> ให้ปรับตาม4 วรรคสองได้เลย เพราะส่วนใดส่วนหนึ่ง ผิด ก็ถือว่า ในราช
ก วางยาพิษ ข ดื่มกาแฟ ขณะโดยสารเครื่องบินไทย เหนือน่านฟ้า มาเลย์ แต่ไปตาย ที่รพ สิงคโปร – ม 4 วรรคสอง
ก ไล่ยิง ข ที่สนามบินลิเลีย , ข หลบหนีมาตายที่ เครื่องบินไทย – กกทผ ทั้งหมดเกิดนอกราช – ไม่ใช่ ม 4/2
p 1-84 คผฐ ครอบครองยาเสพติด ผกท ลงจากเครื่องบิน ตปท – มาอยู่ อาคาร ท่าอากาศยานไทย – ถูกจับ – ม 4/1
ฎ. จล มียาบ้า ลงจากเครื่องบิน Holland ถูกจับที่ ผู้โดยสารขาออกไทย – กทคผในราช
2.2 กกทคผ บางส่วนในราช – ม 5/1 บางส่วนนอก บางส่วนในราช ที่เกี่ยวเนื่องกัน – ให้ถือว่า ในราช
ฎ จล เรียกค่าไถ่ จาก มาเลย์ จะมาถึงไทย (น่าจะมาไทย) ภูมิลำเนา จล อยู่ในไทย , ถูกจับ เพราะบางส่วนคผ ในไทย – ม 5/1
ตย ก อยู่พม่า ยิงข ในไทย , ไม่ว่าจะโดนหรอืไม่ โดน 5/1 เพราะบางส่วน (กระสุนเข้ามาแล้ว) อยู่ในราช
p 1-85 ม5/1 ไม่ได้คำนึงว่า กกทคผ ตั้งแต่แรกหรือไม่ ขอแค่มีส่วนใดส่วนหนึ่ง
ตย ปท ผู้โดยสารรถทัวร์ จากไทยไปมาเลย – ม 5/1
ยกเว้น ถ้าปท เสร็จแล้ว ลงจากรถ แล้วเข้าไปในมาเลย์ – ก็ไม่ถือว่า 5/1 ไม่ต้องด้วยมาตราหลักดินแดน ^ปท ตั้งแต่ในไทยและสำเร็จแล้ว ก็ 4 ว.1 เต็มๆ
กกทผ ใน 5/1 ไม่จำเป็นต้องทำเอง , อาจเป็นเครื่องมือ หรือ ใช้คนที่มิได้ร่วมกทผด้วย เป็นเครื่องมือ เช่น ส่งไปรษณีย์ไป หลอกลวง(หล) ฉก หรือวางยาพิษ โดยให้คนนอกถือไป ^Youtuber จีนถูกหล ผ่านเข้าไปก่อนไป พม่า น่าจะ 5/1 เพราะบางส่วนใน ไทย
p 1-86 2.3 ผลแห่งกกคผในราช – ม 5 วรรคหนึ่ง ส่วนที่ 2 ,3 และส่วนสุดท้าย แยกเป็น 3 กรณี
ม 5 “ความผิดใดที่การกระทำแม้แต่ส่วนหนึ่งส่วนใดได้กระทำในราชอาณาจักรก็ดี ผลแห่งการกระทำเกิดในราชอาณาจักรโดยผู้กระทำประสงค์ให้ผลนั้นเกิดในราชอาณาจักร หรือโดยลักษณะแห่งการกระทำ ผลที่เกิดขึ้นนั้นควรเกิดในราชอาณาจักรหรือย่อมจะเล็งเห็นได้ว่าผลนั้นจะเกิดในราชอาณาจักรก็ดี ให้ถือว่าความผิดนั้นได้กระทำในราชอาณาจักร
ในกรณีการตระเตรียมการ หรือพยายามกระทำการใดซึ่งกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด แม้การกระทำนั้นจะได้กระทำนอกราชอาณาจักร ถ้าหากการกระทำนั้นจะได้กระทำตลอดไปจนถึงขั้นความผิดสำเร็จ ผลจะเกิดขึ้นในราชอาณาจักร ให้ถือว่า การตระเตรียมการหรือพยายามกระทำความผิดนั้นได้กระทำในราชอาณาจักร”
2.3.1 ผกท ประสงค์ให้ผลเกิดในราช – ม5/1 ส่วน 2
2.3.2 โดยลักษณะแห่ง กกท ผลที่เกิดขึ้น ควรเกิดในราช – ม 5/1.3
2.3.3 ผกท ย่อมจะเล็งเห็นได้ว่า ผลนั้นจะเกิดในราช ม 5/1 สุดท้าย
💫2.3.1 ผกท ประสงค์ให้ผลเกิดในราช – ม5/1 ส่วน 2 – ตั้งแต่เริ่มกทถึงสำเร็จนอกราช – แต่ผลเกิดในราช $
ตย ก วางแผนฆ่า ข ให้กินยา ก่อนรถไฟเข้าถึงไทย – ยาออกฤทธิ์และข ตายในไทย – 5/1.2
แต่ถ้า ข พึ่งมากินยาในเขตไทย ถือว่ 5/1.1
ถ้า กถูกจับก่อน ข ยังไม่ได้ดื่ม / หรือ ข ดื่มแล้ว แต่ไม่ตาย – ไม่ใช่ 5/1.2
ถ้า ข ดื่ม และตาย ตั้งแต่ก่อนเข้าไทย – ไม่ใช่ 5/1.2 และไม่ต้องด้วยหลักดินแดน
p 1-87 💫 2.3.2 โดยลักษณะแห่ง กกท ผลที่เกิดขึ้น ควรเกิดในราช – ม 5/1.3 – เพื่อให้รวม ปม หรือไม่จตน – แต่ก็ยังใช้ได้กับ กกท จตน ด้วย
ตย ก ทำร้าย ข ในกัมพูชา , ข เข้ามารักษาตัวในไทย – ข ตาย – ถือว่า “โดยลักษณะกกทผ ผลควรเกิดในราช” ไม่ว่าจะ ปม หรือ จตน – เป็น 5/1.3
แต่ถ้า ข ตายก่อนเข้าเขตไทย – ไม่เกี่ยวกับหลักดินแดนเลย
แต่ถ้า ก ประสงค์ให้ ข หนีเข้ามาตายในไทย – ถือว่า 5/1.2
ถ้า ข ไม่ตาย – ให้ดูว่า ก จตนทำร้าย (5/1.2) หรือ แค่ปม (ไม่มีหลักดินแดน)
p 1-88 💫2.3.3 ผกท ย่อมจะเล็งเห็นได้ว่า ผลนั้นจะเกิดในราช ม 5/1 สุดท้าย – ผกทผ มิได้ประสงค์ให้เกิดในราช หรือ มิได้ ปม – แต่ย่อมเล็งเห็นผลว่าเกิดในราช
ตย – ก ในมาเลย์ จะยิง ข ในมาเลย์ , ค อยู่ในไทย , ก ใช้ M16 ยิง ซึ่งก็อาจจะโดน ค ได้ – ย่อมเล็งเห็นผล – ม 5/1 ส่วนท้าย
2.4 การตระเตรียม(ตต) หรือ พพย กทคผ นอกราช ตระเตรียมนอกราช แต่มีผลในราช – ม 5/2 – เฉพาะคผ ม 107-110 , 114 , 128 , 219
ส่วน พพย โดยทั่วไปเป็นคผ อยู่แล้ว ตาม ม 80
p 1-89
p 1-90
p 1-91
p 1-92
p 1-93 ! กิจกรรม 1.4.1
1.กรณีใดบ้าง ที่กม ให้ถือว่าเป็นกกทผ ในราช
Ans กกผ ในราช 8 ข้อ
1.1 .ในเรือไทย อากาศยานไทย ไม่ว่าอยู่ที่ใด – แต่ต้องอยู่นอกราช ม 4 วรรค 2
1.2 กกทผ บางส่วนในราช บางส่วนนอกราช ม 5 วรรคหนึ่ง
1.3 กกทผ นอกราช และผลแห่งกกท เกิดในราช โดยผกท ประสงค์ให้เกิดผลในราช ม 5 วรรคหนึ่ง
1.4 ,, ,, ,, ,, เล็งเห็น ผลเกิดในราช ม 5 วรรค หนึ่ง
1.5 ,, ,, ,, ,, <- เหมือน 1.4 $
1.6 ตระเตรียมนอกราช ซึ่ง กม บญเป็นคผ – ถ้าหากกกทจะได้กท ตลอดไปจนถึงขั้นคผ สำเร็จ ผลเกิดในราช ม 15 วรรคสอง
1.7 กพพย นอกราช ซึ่งกม บญเป็นคผ – ถ้าหากกกท ไปตลอดถึงขั้นผิดสำเร็จ -ผลเกิดในราช ม 5 วรรคสอง
1.8 ตัวการ ผู้ใช้ หรือ ผู้สนับสนุน ได้กท นอกราช – โดยคผนั้นได้กทในราช / กม ให้ถือว่าได้กทในราช ม 6
2 . ก วางยาพิษ ข ผสมกับเบียร์ ให้ดื่ม ขณะโดยสารบนเครื่องบินไทย น่านฟ้าฟิลิปินส์ ข ลงเครื่องที่ HK , รักษา 3 วัน – อาการไม่ดีขึ้น จึงเดินทางไปรักษาที่ Jp และตายที่ Jp – ก ต้องรับโทษในไทย หรือไม่
Ans – กกผใน เรือ หรือ อากาศยานไทย – ไม่ว่าอยู่ที่ใด ให้ถือว่ากทผ ในราช ม4 วรรค 2
p 1-94 3. ดำจะฆ่าขาว – นำมาระเบิดมาวางที่บ้านขาวในฝั่งไทย , ดำกดรีโมทจากฝั่งลาว , ขาวตาย – ถือว่ากทคผ ในราชหรือไม่
Ans ในราช ม 5 วรรคหนึ่ง คผ แม้กท ส่วนหนึ่งส่วนใดใน ราช – ให้ถือว่ากทผในราช
4. ก วางแผ่นฆ่า ข , ขนมผสมยาพิษ ให้ ข กิน ขณะเดินทางจาก มาเลย์ มาไทย เพื่อให้ ข เข้ามาตายในไทย , แต่ ข ไม่ตาย เพราะแพทย์ช่วยชีวิตไว้ได้ , ก กทผ ในไทย หรือไม่
Ans ม 5.2 กท นอกราช แต่ให้หวังผลในราช แต่ไม่ตาย ก็เลยผิดแค่ พยย ม 5.2
5.ทินอ่องในพม่า วางแผนปล้นทส ในไทย , ตระเตรียมอาวุธ ขณะเดินทางในเขตไทย โดยตำรวจพม่าจับก่อน กทผ ในราชหรือไม่
Ans ม 5.2 ตระเตรียม หรอืพยย กท แม้นอกราช – แต่โดนตำรวจ พม่าจับก่อน , ถ้าแค่ตระเตรียม ในการ ปท ยังไม่ถือว่ามีคผ , สรุป ไม่ผิด ในราช ม 5.2
p 1-95 6. บค กทผ ในราช ต้องรับโทษเสมอไปหรือไม่
Ans ม 4 กทผ ในราช ต้องรับโทษ ไม่ว่าบค สัญชาติใด ยกเว้น
(1) ข้อยกเว้นตาม รธน K อยู่ในตำแหน่งเคารพ – ผู้ใด ลม มิได้ , รวมถึง สส ผู้ที่เกี่ยวข้องแต่ภายใต้ขอบเขต
(2) ข้อยกเว้น กม ระหว่าง ประเทศ – ประมุขของรัฐตปท ฑูต หรือ บค ในคณะฑูต เรือรบ และ กองทหารของ ตปท ในราช
(3)ข้อยกเว้นตามกม พิเศษ – กม ว่าด้วยการดำเนินงานของ UN , ทบวงการชำนาญพิเศษแห่ง สหประชาชาติไทย
Q . ข้อใดกทผ ในราช
a ทำร้ายใน สถานฑูตไทยในสิงคโปร – สถานฑูต ไม่ใช อาณาเขต ได้เพียงเอกส
b คนเวียดนาม ทำร้ายคนพม่า ในเครื่องบินไทย ขณะบินน่านฟ้ามาเลเซีย <- อันนี้ก็น่าจะถูก เพราะเป็นเครื่องบินไทย ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็เป็น ในราช ม 4 ว.2
c คนไทย ทำร้ายคนไทย ในเรือไทย จอดท่าเรือ ประเทศจีน – อันนี้ก็น่าจะถูกเพราะเป็นเรือไทย 4 ว.2
d คนจีน ทำร้ายคนไทย ในเครื่องบินไทย บินเหนือ จ พะเยา <- ถูกแน่ๆ
e ถูกทุกข้อ – ตัดทิ้งไปก่อน เพราะสถานฑูต ไม่ใช่
ถ้าดูตาม ม4 อากาศยานไทย เรือไทย ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ก็เป็น ในราช
1.4.2 หลักอน ลโท สากล
ให้รัฐมี อน ลโท ผทก นอกราช ได้คผ ที่เป็นผลโดยตรงกับ ความสงบเรียบร้อย และความมั่นคง แห่งราชอาณาจักร , รวมทั้งในระหว่างรัฐต่างๆ โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของผกทผ ม 7 “ผู้ใดกระทำความผิดดังระบุไว้ต่อไปนี้นอกราชอาณาจักร จะต้องรับโทษในราชอาณาจักร คือ
(๑) ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๐๗ ถึงมาตรา ๑๒๙
(๑/๑)๑ ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๕/๑ มาตรา ๑๓๕/๒ มาตรา ๑๓๕/๓ และมาตรา ๑๓๕/๔
(๒) ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๔๐ ถึงมาตรา ๒๔๙ มาตรา ๒๕๔ มาตรา ๒๕๖ มาตรา ๒๕๗ และมาตรา ๒๖๖ (๓) และ (๔)
(๒ ทวิ)๒ ความผิดเกี่ยวกับเพศตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๒ และมาตรา ๒๘๓
(๓) ความผิดฐานชิงทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓๙ และความผิดฐานปล้นทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๔๐ ซึ่งได้กระทำในทะเลหลวง”
ม 7(1) ได้แก่ คผ ต่อ K , q , รัชทายาท ผู้สำเร็จ ตาม ปอ 107-112
คผ ต่อความมั่นคงของรัฐ ภายในราช ปอ 113-118
,, ,, ภายนอกราช ปอ 119-129
ม 7(1/1) คผ เกี่ยวกับการก่อการร้าย ตาม ปอ 135/1 , 135/2 , 135/3 และ 135/4
p 1-96 , ตาม ม 7(1) และ (1/1)
! กิจกรรม 1.4.2
1. เพราะเหตุใด กมไทย จึงรับรองหลักอน ลงโทษสากล ตาม ปอ ม 7
Ans เพราะกกทผ นอกราช ม 7 เป็นภัยต่อความสงบ รร และมั่นคง ระหว่างรัฐ ,
ม 7 (1) หลักป้องกันตนเองของรัฐ , คผเกี่ยวกับการปลอมแปลเงินตรา , แสตมป์ ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ ตั๋วเงิน
ม 7(2 ) หลักป้องกันทางศก
2ทวิ – ดำเนินธุรกินการค้าประเวณี ในและระหว่างประเทศ
7(3) คผฐ ชท ปท ในทะเลหลวง
2. ก ข ค คน HK – ร่วมกันปท จ คนเกาหลี – ในเรือjp , แล่นในทะเลหลวง , หาก ก ข ค หลบหนีเข้าไทย ต้องรับโทษประเทศไทยหรอืไม่
Ans – ม 7(3) ระบุคผ นอกราช – ต้องรับโทษ ในราช – ตาม คผฐ ชท ม 339 และ ปท ม 340 ได้กท ในทะเลหลวง
Q รัฐมีอน ลงโทษผกท นอกราช ในคผ ที่เป็นผลโดยตรง ต่อความสงบเรียบร้อย ความมั่งคนแห่ง ราช โดยไม่คำนึงถึง สัญชาติของผกทผ ใช้หลักบังคับใด
a หลักดินแดน
b หลักอน ลงโทษ สากล – ถูก ~ ม 7(1)
c หลักบค
d ผลคพพษ ตปท
e หลักความสงบเรียบร้อยของรัฐ
p 1-97 ! 1.4.3 หลักบุคคล
ให้ อน รัฐลงโทษ คนสัญชาติไทยที่กทผ ต่อ กมของรัฐ
ลโท คนต่างด้าว ที่กทผ ต่อ คนไทย (แม้กท นอกราช) – ต้องอยู่ภายใต้ขอบเขต
1. คนไทย(สัญชาติไทย) / ต่างด้าว – กทผ นอกราช
2. จพง รัฐไทย กทผ นอกราช
🔯1. คนไทย(สัญชาติไทย) / ต่างด้าว – กทผ นอกราช
ปอ ม 8 “ผู้ใดกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร และ
(ก) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนไทย และรัฐบาลแห่งประเทศที่ความผิดได้เกิดขึ้น หรือผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ หรือ
(ข) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนต่างด้าว และรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหาย และผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ
ถ้าความผิดนั้นเป็นความผิดดังระบุไว้ต่อไปนี้ จะต้องรับโทษภายในราชอาณาจักร คือ
(๑) ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๑๗ มาตรา ๒๑๘ มาตรา ๒๒๑ ถึงมาตรา ๒๒๓ ทั้งนี้ เว้นแต่กรณีเกี่ยวกับมาตรา ๒๒๐ วรรคแรก และมาตรา ๒๒๔ มาตรา ๒๒๖ มาตรา ๒๒๘ ถึงมาตรา ๒๓๒ มาตรา ๒๓๗ และมาตรา ๒๓๓ ถึงมาตรา ๒๓๖ ทั้งนี้ เฉพาะเมื่อเป็นกรณีต้องระวางโทษตามมาตรา ๒๓๘
(๒) ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖๔ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ (๑) และ (๒) มาตรา ๒๖๘ ทั้งนี้ เว้นแต่กรณีเกี่ยวกับมาตรา ๒๖๗ และมาตรา ๒๖๙
(๒/๑)๓ ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖๙/๑ ถึงมาตรา ๒๖๙/๗
(๒/๒)๔ ความผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทางตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖๙/๘ ถึงมาตรา ๒๖๙/๑๕
(๓) ความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๘๐ และมาตรา ๒๘๕ ทั้งนี้ เฉพาะที่เกี่ยวกับมาตรา ๒๗๖
(๔) ความผิดต่อชีวิต ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๘ ถึงมาตรา ๒๙๐
(๕) ความผิดต่อร่างกาย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙๕ ถึงมาตรา ๒๙๘
(๖) ความผิดฐานทอดทิ้งเด็ก คนป่วยเจ็บหรือคนชรา ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๐๖ ถึงมาตรา ๓๐๘
(๗) ความผิดต่อเสรีภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๐๙ มาตรา ๓๑๐ มาตรา ๓๑๒ ถึงมาตรา ๓๑๕ และมาตรา ๓๑๗ ถึงมาตรา ๓๒๐
(๘) ความผิดฐานลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓๔ ถึงมาตรา ๓๓๖
(๙) ความผิดฐานกรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ และปล้นทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓๗ ถึงมาตรา ๓๔๐
(๑๐) ความผิดฐานฉ้อโกง ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๔๑ ถึงมาตรา ๓๔๔ มาตรา ๓๔๖ และมาตรา ๓๔๗
(๑๑) ความผิดฐานยักยอก ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๕๒ ถึงมาตรา ๓๕๔
(๑๒) ความผิดฐานรับของโจร ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๕๗
(๑๓) ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๕๘ ถึงมาตรา ๓๖๐”
p 1-98 , ตาม ม 8 มีดังนี้
1) คนไทย กทผ หรือ เป็นผสห
หาก ทั้งผกทผ และ ผสห เป็นต่างด้าว – ไม่อาจลงโทษตาม ม 8
ม 8 (ก) ผกท เป็นคนไทย – ผสห เป็น คนไทย /รัฐไทย / ตด(ต่างด้าว)
(ข) ตด เป็น ผกทผ – ผสห ต้องเป็นรัฐไทยเท่านั้น , ^ทำไม ใช้คำว่า ตด ในเมื่อ เกิด นอกราช เช่นเกิดที่ เกาหลี และเป็นคนเกาหลี เป็นผกทผ ??
2) ต้องมีการร้องขอให้ลโท เสมอ – ทั้งคผ ยอมความได้ และ คผ อญ แผ่นดิน
กรณี ผกทเป็นคนไทย – ผู้ร้องขอ อาจะเป็นรัฐแห่งประเทศที่คผ เกิดขึ้น หรือ ผสห เกิดขึ้น
ถ้า ผกทผ เป็นตด – รัฐไทย หรือ ผสห ไทย ร้องขอ
ถ้าผสห ไม่ร้องขอให้รัฐประเทศที่คผ เกิดขึ้น – แต่จะส่งดำเนินการส่งผู้ร้ายข้ามแดน -เพื่อเอาตัวผกท ไปลโท
p 1-99 , 3)
p 1-100
p 1-101 ! กิจกรรม 1.4.3
1. หม่องคนพม่า ข่มขืน กี คนเวียดนาม ในเรือ มาเลย์ ขณะแล่นในทะเลหลวง หากหม่อง หนีการจับกุมเข้าไทย , จะร้องขอลงโทษหม่องในไทยได้หรอืไม่
Ans ม 8 (3) ข่มขืน ตามม 276 นอกราช อาจจะต้องรับโทษในราช ถ้า
(ก) ผกทเป็นคนไทย – และรัฐ ของประเทศที่คผ เกิดขึ้นหรอื ผสห – ร้องขอให้ลงโทษ
(ข) ผกท เป็นต่างด้าว – รัฐไทยหรือ คนไทย เสียหาย , และ ผสห ขอให้ลงโทษ
จากปัญหา – ไม่เข้า ม8(3) เพราะ ข่มขืน นอกราช , หม่องและผสหเป็นต่างด้าว
2. หว่องคนมาเล ฉก ก คนไทย , หว่องเข้ามาเที่ยวในไทย จะร้องทำลโท ได้หรือไม่
Ans ได้ ม 8(3) ข – ผกท ต่างด้าว และคนไทย เสียหาย คผฐ ฉก 341
p 1-102 3. โจ ต่างด้าว เป็นจพง รัฐไทย กทผ ฐ จพง รับสินบน ม 149 ร่วมกับเส็ง พ่อค้าไทย บนเครื่องบิน HK , บินเหนือ jp , ดังนั้นโจ และเส็ง ต้องรับโทษในไทยหรือไม่
Ans
ปอ 9 ” เจ้าพนักงานของรัฐบาลไทยกระทำความผิดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 147 ถึงมาตรา 166 และมาตรา 200 ถึงมาตรา 205 นอกราชอาณาจักร จะต้องรับโทษในราชอาณาจักร ”
โจ รับสินบน ม 149 แม้เป็นต่างด้าว แต่เป็น จพงไทย โดนตาม ม 9 ส่วน เส็ง คผฐ ผู้สนับสนุน ม 149 +86 , เส็งเป็นคนไทย ผิดนอกนราช , ม 8(ก) ผิด 149 ไม่ได้ระบุใน ม 8
” ผู้ใดกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร และ
(ก) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนไทย และรัฐบาลแห่งประเทศที่ความผิดได้เกิดขึ้น หรือผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ หรือ
(ข) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนต่างด้าว และรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหาย และผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ
ถ้าความผิดนั้นเป็นความผิดดังระบุไว้ต่อไปนี้ จะต้องรับโทษภายในราชอาณาจักร คือ
(๑) ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๑๗ มาตรา ๒๑๘ มาตรา ๒๒๑ ถึงมาตรา ๒๒๓ ทั้งนี้ เว้นแต่กรณีเกี่ยวกับมาตรา ๒๒๐ วรรคแรก และมาตรา ๒๒๔ มาตรา ๒๒๖ มาตรา ๒๒๘ ถึงมาตรา ๒๓๒ มาตรา ๒๓๗ และมาตรา ๒๓๓ ถึงมาตรา ๒๓๖ ทั้งนี้ เฉพาะเมื่อเป็นกรณีต้องระวางโทษตามมาตรา ๒๓๘
(๒) ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖๔ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ (๑) และ (๒) มาตรา ๒๖๘ ทั้งนี้ เว้นแต่กรณีเกี่ยวกับมาตรา ๒๖๗ และมาตรา ๒๖๙
(๒/๑)๓ ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖๙/๑ ถึงมาตรา ๒๖๙/๗
(๒/๒)๔ ความผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทางตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖๙/๘ ถึงมาตรา ๒๖๙/๑๕
4. James คนอังกฤษ จพงไทย – กทผฐ ยักยอก 147 , ในเรือไทย ขณะจอดที่อังกฤษ จะตอ้งรับโทษในไทยหรือไม่
Ans – จพง ไทย ต้องรับโทษ เพราะอยู่ในเรือไทย ม 4 , ไม่ใช่ ม 9
p 1-103 ! 1.4.4 การคำนึงถึง คพพษ ของศ ตปท
กกทผ ครั้งเดียว อาจตกใน อน ศ หลายรัฐ , หากดำเนินคดีแก่ ผกทผ คดีเดียวกัน ซ้ำอีกครั้ง จะไม่เป็นธรรม
หก กทอันเดียว – ลงโทษสองครั้งไม่ได้ ne bis in idem
หก คพพษ ศ ตปท ไทยรับรองอันนี้
ปอ 10 , 11 แยกเป็น 2 กรณี
1. กทผ นอกราช
2. กทผ ในราช
💜 1. กทผ นอกราช , ม 10 “ผู้ใดกระทำการนอกราชอาณาจักรซึ่งเป็นความผิดตามมาตราต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา ๗ (๒) และ (๓) มาตรา ๘ และมาตรา ๙ ห้ามมิให้ลงโทษผู้นั้นในราชอาณาจักรเพราะการกระทำนั้นอีก ถ้า
(๑) ได้มีคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศอันถึงที่สุดให้ปล่อยตัวผู้นั้น หรือ ^คดี ธรรมนัส
(๒) ศาลในต่างประเทศพิพากษาให้ลงโทษ และผู้นั้นได้พ้นโทษแล้ว
ถ้าผู้ต้องคำพิพากษาได้รับโทษสำหรับการกระทำนั้นตามคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศมาแล้ว แต่ยังไม่พ้นโทษ ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ หรือจะไม่ลงโทษเลยก็ได้ ทั้งนี้โดยคำนึงถึงโทษที่ผู้นั้นได้รับมาแล้ว ”
การคำนึงถึง คพพษ ศ ตปท แยกพจรณเป็น 3 กรณี
1.1 กรณี ศ ไทย ลงโทษอีกไม่ได้
1.2 ศ ไทยลงโทษอีกได้ โดยคำนึงถึงโทษที่ผู้นั้นได้รับมาแล้ว
1.3 ศ ไทย ลงโทษอีกได้ โดยไม่คำนึงถึง คำพพษ ของ ศ ตปท
p 1-104
p 1-105
p 1-106
p 1-107
! กิจกรรม 1.4.4 ยูโซป คนมาเล ทำร้ายร่างกายแดง คนไทย – เหตุเกิดในสิงคโปร – ศ สิงคโปร พพษ จำคุก 6 เดือน , เมื่อพ้นโทษ ยูโซป เข้ามาในไทย -แดงจะร้องขอให้ ศ ไทย ลโท อีกได้หรือไม่
– ปอ ม 10(2) ผู้ใดกระทำนอกราช ความผิดต่างๆตาม ม 8 ,ห้ามมิให้ ลโท ผู้นั้นในราช อีก เพราะ ศ ตปท พพษ ลโท แล้ว
p 1-108 ทำร้ายบาดเจ็บสาหัส – ม 297 – มีระบุใน ม 8(5)
2. เย คนพม่า ชิงท ลี คนสิงคโปร์ในเรือไทย ขณะจอดอยู่ที่ท่าเรือพม่า – หากศ พม่า พพษ ลโท จำคุก5 ปี เมื่อพ้นโทษแล้ว เยเดินทางมาระนอง – ลีขอให้ศ ลงโทษใน ศ ไทย ได้หรือไม่
– ม 4 วรรค 2 -กทผ ในเรือไทย – ถือว่าผิดในราชอาณาจักร
ม 11 – กทผ ในราช – ถ้าผู้นั้นได้รับโทษ คพพษ ใน ตปท แล้ว – ไม่ว่ามากน้อยเพียงใด หรือไม่รับโทษเลยก็ได้
ผู้กทผในราช แต่ถูกฟ้องโดย ศ ตปท – รัฐไทย ร้องขอห้ามมิให้ลงโทษผู้นั้นในราชอีก ถ้า
1) ได้มี คพพษ ศ ตปท อันถึงที่สุดให้ปล่อยตัวผู้นั้น
2) ศ ตปท พพษ ลโท และผู้นั้นได้พ้นโทษแล้ว
เคสนี้ ม 4 วรรค 2 ถือว่าในราช + รัฐไทย มิได้ร้องขอให้ฟ้องคดีในศ พม่า ม 11 วรรค 2 -เมื่อเข้ามาในไทย , ศ ไทย สามารถ พพษ ลโท ได้อีก แต่ ศ อาจจะลงโทษน้อยกว่าที่กม กำหนดเพียงใดก็ได้ หรือไม่ลโท เลยก็ได้ -ให้คำนึงถึง ตาม ม11 วรรค 1
มาตรา 4 “ผู้ใดกระทำความผิดในราชอาณาจักร ต้องรับโทษตามกฎหมาย การกระทำความผิดในเรือไทยหรืออากาศยานไทย ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใด ให้ถือว่ากระทำความผิดในราชอาณาจักร
มาตรา 10 ผู้ใดกระทำการนอกราชอาณาจักรซึ่งเป็นความผิดตามมาตราต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา 7 (2) และ (3) มาตรา 8 และมาตรา 9 ห้ามมิให้ลงโทษผู้นั้นในราชอาณาจักรเพราะการกระทำนั้นอีก ถ้า
(1) ได้มีคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศอันถึงที่สุดให้ปล่อยตัวผู้นั้น หรือ
(2) ศาลในต่างประเทศพิพากษาให้ลงโทษ และผู้นั้นได้พ้นโทษแล้ว
ถ้าผู้ต้องคำพิพากษาได้รับโทษสำหรับการกระทำนั้นตามคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศมาแล้ว แต่ยังไม่พ้นโทษ ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ หรือจะไม่ลงโทษเลยก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงโทษที่ผู้นั้นได้รับมาแล้ว
มาตรา 11 ผู้ใดกระทำความผิดในราชอาณาจักร หรือกระทำความผิดที่ประมวลกฎหมายนี้ถือว่าได้กระทำในราชอาณาจักร ถ้าผู้นั้นได้รับโทษสำหรับการกระทำนั้นตามคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศมาแล้วทั้งหมด หรือแต่บางส่วน ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ หรือจะไม่ลงโทษเลยก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงโทษที่ผู้นั้นได้รับมาแล้ว
ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดในราชอาณาจักร หรือกระทำความผิดที่ประมวลกฎหมายนี้ถือว่าได้กระทำในราชอาณาจักร ได้ถูกฟ้องต่อศาลในต่างประเทศโดยรัฐบาลไทยร้องขอ ห้ามมิให้ลงโทษผู้นั้นในราชอาณาจักรเพราะการกระทำนั้นอีก ถ้า
(1) ได้มีคำพิพากษาของศาลในต่างประเทศอันถึงที่สุดให้ปล่อยตัวผู้นั้น หรือ
(2) ศาลในต่างประเทศพิพากษาให้ลงโทษ และผู้นั้นได้พ้นโทษแล้ว
p 108
pretest
1. กมอญ – c บญ เกี่ยวกับกกทคผ – กำหนดโทษ
2. กม ใหม่ บญ แตกต่างจาก กมที่ใช้ ขณะกทผ – c ใหม่ เฉพาะที่เป็นคุณ
3. กม กทผ ในราช – / b อากาศยานไทย นอกไทย , แต่จริงๆ เรือไทยใน ไทย ก็น่าจะใช้
4. การใช้บังคับ กมอญ เมื่อไม่มีกม มาปรับ – e ปล่อยตัวไป
5. กท ในทะเลหลวง ต้องรับโทษในราช ไม่คำนึงผกท หรือ ผสห สัญชาติใด – ต้องจำ c ชท ปท / $
6.บค ต้องรับโทษในทางอญ ตามหลักเกณฑ์ – a กม ขณะกทำ บญ ว่ากท เป็นคผ และกำหนดโทษ
7. ฮ มาเลย์ ชท เขียวคนไทย ในเรือไทย จอด สิงคโปร์ – ศ ลงโทษจำคุก ฮ , เมื่อฮ พ้นโทษแล้ว , ศ ไทย จะลงโทษ ฮ สำหรับคผ นั้นอีกได้หรอืไม่ – d ศ ไทย ลงโทษอีกได้ โดยคำนึงถึงโทษที่ได้รับมาแล้ว ศ ไทย ลโท อีกไม่ได้เพราะผกท คผ พ้นโทษแล้ว ^ม 10 เหตุในราช แล้วถ้าไทยไม่ได้ร้องขอ (ว.2) ก็อาจจะลงโทษอีก หรือ น้อยกว่า แล้วแต่ พจรณ ศ ?
8. แดงอยู่ลาว, ยิงดำ ในไทย , ถึงตาย – แดงรับโทษในไทย – c ผลเกิดในไทย และ ประสงค์ผลในราช – ความผิดส่วนหนึ่งเกิดในราช ^เกิดในราช เป็น 5 ว.1 ,แต่ถ้าจะบอกว่า ประสงค์ผล ต้องยิงคนในลาว แล้ววิ่งมาไทย จะเป็น 5 ว.1 ท้าย ตรงประสงค์ผล
9. คส ปมอญ – e ภาคบทบญทั่วไป , ภาคคผ , คผ ลหุโทษ 3 ภาค
10. การลโท -ป้องกันสังคม – ยุติธรรม – c หลักผสม
posttest
1. กมอญ มีความมุ่งหมาย -d คุ้มครองส่วนได้ส่วนเสีย สังคม ด้วย การลโท ผกทคผ
2.กทคผในราช –a เรือไทย นอกไทย – อากาศยานไทยในไทย ?? ^ เรือไทย ในไทย 4 ว.1 , เรือไทย นอกราช 4 ว.2
3.กกท เป็นคผ – c กกท หรือ ละเว้น ที่กม บญ และคผ ที่กำหนดโทษ
4. ตีความ กมอญ- b ตีเคร่งครัด+ จตนร
5. ข้อแตกต่างระหว่าง กมแพ่ง และ กม อญ – c แพ่ง เอก-เอก , อญ เอก-รัฐ – กมแพ่ง เป็นการชชคสห , กมอญ เป็นการลงโทษ ?? <- น่าสนใจมาก เพราะอันแรกก็ดูเหมือนจะถูกเหมือนกัน
6.แม้กท นอกราช ต้องรับโทษในราช – e ทุกข้อ ก่อการร้าย ^ ม 7
7.จอห์น คน eng ทำร้าย นายแว่นคนไทย บาดเจ็บที่ลอนดอน – หากนายแว่นต้องการให้ จอห์น รับโทษไทย- d รัฐไทย ตอ้งรอ้งขอให้ จอห์น รับโทษในไทย นายแว่น ฐานะผสห ต้องร้องขอให้นายจอห์น รับโทษในไทย $
8.ม่วง ลท ในเครื่องบินไทย ม่วงต้องรับโทษในไทย เพราะ – c กทคผในอากาศยานไทย a กทคผ ในราช ^ 4 ว.2
9.หม่องคนพม่า เข้ามาราดน้ำมันเผาบ้าน บุญ คนไทย ในไทย , ถูกตำรวจไทยจับเสียก่อนในพม่า หม่องต้องรับโทษ – b ตระเตรียมกทคผ ในราช หรือ – e ตระเตรียม กทคผนอก + พยย กทคผ ในราช ^ 5 ว.2 ตระเตรียม แต่ผลเกิดในราช ให้ถือว่า ตระเตรียม ในราช
10. เมียวพม่า ทำร้าย ขาว คนไทย ในมาเลย – ศ มาเลย คำพพษถึงที่สุด ให้ปล่อยตัว เมียว , ต่อมาเมียวเดินทางมาไทย , ขาวรร้องขอให้ศ ไทย ลงโทษ – d ศไทย ลงโทษไม่ได้ เพราะ ศ มาเลย คพพษ ถึงที่สุด ให้ปล่อยตัวแล้ว ศ ไทย ลงโทษอีกได้ เพราะผกทคผ เข้ามาในราช ^ ม 10 นอกราช ต้องร้องขอ แต่ทำไมจึงลโท ได้อีก ต้องดูที่ ข้อหา กทคผ $
หน่วย 2 ความรับผิดทางอาญา
polyglot
2.1 โครงสร้างความรับผิดทางอาญา
2.2 อปก ของความผิด
2.3 ความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำกับผล
บุคคลจะต้องรับผิดทางอาญา – เมื่อกระทำ และได้กระทำครบองค์ประกอบที่กม บัญญัต และต้องไม่มีกมยกเว้นความผิดและยกเว้นโทษ
อปกภายนอกความผิด คือ -ผู้กระทำ การกระทำ และวัตถุแห่งการกระทำ
อปกภายใน – เจตนา , แต่บางทีอาจเป็นประมาท , หรือแม้ไม่มีเจตนา และไม่ประมาท -บุคคลอาจต้องรับผิด หากกมบัญญัติให้ต้องรับผิด ^แสดงว่า แม้ไม่มีอปกภายใน ก็อาจจะต้องรับผิดทาง อญ
ความผิดทางอาญา – มีทั้งแบบที่ต้องการ และไม่ต้องการผล ^แจ้งความเท็จ ไม่ต้องการผล ก็ผ แล้ว
ความผิดที่ตอ้งการผล – ผู้กระทำ ตอ้งรับผิดในผลที่เกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อผลนั้นสัมพันธ์กับการกระทำของผู้กระทำตามหลักในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำ-ผล
หากผลที่เกิดขึ้น ไม่สัมพันธ์กับการกระทำ – ผู้กระทำ ไม่ต้องรับผิดในผลนั้น เพียงแต่รับผิดเท่าที่ได้กระทำไปแล้วก่อนที่จะเกิดผลเท่านั้น
p 2-4 ตอนที่ 2.1 โครงสร้างความรับผิดทางอาญา
2.1.1 การกระทำ(กกท)ครบ “อปก องค์ประกอบ. ที่กม บญ
2.1.2 กกท ไม่มี กม ยกเว้นความผิด
2.1.3 กกท ไม่มี กม ยกเว้นโทษ
2.1.4 ความหมายของ กกท
::c make application for criminal law accessment
learn criminal access
react.js
shadcn/ui component library
3 cases access – breaking and entering , Criminal trespassบุกรุก, Burglary โจรกรรม
Essential elements อปก ? of crime
– common examples
– possible defenses ป้องกันตัว?
– important legal considerations
กกท ครบ อปก –
1. ผู้กระทำต้องมี “กกท”
2. ครบ อปก ภายนอก ที่ กม บญ
3. อปก ภายใน
4. ผลของกกกท จะต้องสัมพันธ์กับกกท ตามหลักในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง กกท-ผล
ครบทั้ง 4 ด้านบน และต้องไม่มี กม ยกเว้นความผิด
จะไม่ตอ้งไม่มี กม ยกเว้นโทษด้วย
กกท มีทั้งกระทำโดยเคลื่อนไหวร่างกายและไม่เคลื่อนไหวร่างกาย , โดยไม่เคลื่อนไหว แบ่งเป็น กกท โดยงดเว้น และ กกทโดยละเว้น -Q กกท มีทั้งแบบเคลื่อนไหว และไม่เคลื่อนไหวร่างกาย
p 2-5 คำนำ
การวินิจฉัยการรับผิดทางอาญา ต้องมีหลักพิจารณา
1) กกท ต้องครบ อปก ที่ กม บญ
2) กกท ไม่มีกม ยกเว้นความผิด
3) กกท ไม่มีกม ยกเว้นโทษ
อปก
1) ต้องมีการกระทำ
2) ครบ อปก ภายนอก ความผิดนั้นๆ
3) ครบ อปก ภายใน ความผิดนั้นๆ
4)ผลของกกท ต้องสัมพันธ์กับ กกท ตามหลักในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง กกท – ผล
p 2-6 2.1.1 การกระทำ(กกท)ครบ “อปก องค์ประกอบ. ที่กม บญ
นายชม ใช้ปืนยิงนายชิต ถึงแก่ความตาม , มีการกระทำครบ ความผิด ฐานฆ่าคนตาย ม 288 , หลังจากประเมิน อปก ภายนอกแล้ว -> มาดู อปก ภายในต่อ -> และดูความสัมพันธ์ กกท – ผล
กิจกรรม -ฟ้าต้องการยิงม่วงให้ตาย , ม่วงบาดเจ็บ นำส่งรพ ต่อมาตาย , ฟ้าทำ ครบอปก หรือไม่
ครบ มี ผู้กระทำ , การกระทำ และผลของการกระทำ บาดเจ็บและตาย เป็น อปกภายนอก
อปก ภายใน คือเจตนาฆ่า
และผล กกท – ผล ต้องได้รับโทษตาม ปอ 288
ไม่มียกเว้นความผิด ยกเว้นโทษ
p 2-7 2.1.2 กกท ไม่มี กม ยกเว้นความผิด
มาตรา 68 บัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของ ผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด
ถ้าป้องกันด้วยโดยชอบ ถือว่าไม่มีความผิด , เช่นถ้านายชิต จะยิง ชมก่อน , และชมยิงป้องกันตัว , แม้ว่าครบอปก แต่ ยกเว้นผิดได้ ตาม 68
ยกเว้นความผิดยังมี
แพทย์ทำแท้งให้แก่หญิง – ม 305
p 2-8 มาตรา 305 กำหนดเหตุยกเว้นความผิดแก่หญิงที่ทำให้ตนแท้ง หรือผู้ที่ทำให้หญิงแท้งโดยหญิงยินยอม จะไม่มีความผิด ถ้าเป็นการกระทำของนายแพทย์ และ (1) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากสุขภาพของหญิงนั้น หรือ (2) หญิงมีครรภ์เนื่องจากการกระทำความผิดทางเพศ
การแสดงความเห็น หรือ ขอ้ความใดโดยสุจริต ม 329
มาตรา 329
ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต
(๑) เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ^คู่กรณี มีส พูด
(๒) ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่ ^ประมาณตำรวจแถลงข่าว
(๓) ติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อม กระทำ หรือ ^สื่อมวลชนหรือเปล่า
(๔) ในการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมเรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม
ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท “
ม 331 “ คู่ความ หรือทนายความของคู่ความ ซึ่งแสดงความคิดเห็น หรือข้อความในกระบวนพิจารณาคดีในศาล เพื่อประโยชน์แก่คดีของตน ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท
แม้ไม่มีกม บญ ชัดเจน แต่การยินยอมอันบริสุทธิของ ผสห – ถ้าไม่ขัดต่อสำนึกศีลธรรม – ย่อมยกเว้นคผ เช่น คนไข้ยอมให้แพทย์ตัดขา รักษาโรคร้าย
– ความยินยอมคผฐ ทำร้ายผู้อื่น เป็นเหตุให้อตร สาหัส ม 297 (3)
กม ยกเว้นคผ อาจเป็นกม แพ่ง ปพพ 1347 ให้อน จข ที่ดิน ใช้ส ตัดรากไม้รุกที่ดินติดต่อ – จข ที่ดิน ไม่มีคผ ฐ ทำให้เสีย ท ม 358 , หรือกรณีทำโทษบุตรตามสมควร ม 1567(2) ไม่มีคผฐ ทำร้ายร่างกาย ม 391
ยกเว้นคผ ของ ปวิอ จพง ตำรวจ จับ ผกทผ ม 78(1) หรือจับบค ตามหมายจับ ไม่ผิด สรภ ม 309 ,310
กิจกรรม 2.1.2
1.กกท ไม่มีกมยกเว้นคผ คือ – ผกท ไม่มีอน ตามกม ที่จะกท ครบ อปก ตามที่กม บญ – ถ้าไม่มีกมยกเว้นคผ – ผกท ก็ถือว่ามีคผ
ถ้ามีกมยกเว้นคผ เช่น ม 68 ป้องกันตัว
หลัก หลักความยินยอม – ไม่มีบญ โดยตรง
ปพพ ม 1567(2) ให้อน ผู้ใช้ปกครอง ทำโทษบุตร ตามสมควร เพื่อว่ากล่าวสั่งสอน
2. แดงต้องการฆ่าเหลือง ปืนจ่อเล็ง , เหลืองไวกว่า ใช้ปืนเหลืองยิงแดงตาย เหลืองผิดอย่างไร
Ans ม 288 คผฐฆ่าคนตาย แต่ได้รับยกเว้นคผ ม 68 ป้องกันตามเหตุ เวลา สมควร
p 2-9 2.1.3 กกท ไม่มี กม ยกเว้นโทษ
บางที กมไม่ยกเว้น ผ แต่ ยกเว้นโทษ เช่น จล เป็นคนวิกลจริต แต่ไปยิงคนตาย , ไม่มีคผ ปอ 65 วรรคหนึ่ง ” ผู้ใดกระทำความผิด ในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบ หรือไม่สามารถบังคับตนเองได้เพราะมีจิตบกพร่อง โรคจิตหรือจิตฟั่นเฟือน ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น ” ^ 65 ถือเป็นการย้ำ 59 ว.2 ที่บอกต้องรู้สำนึก
หรือถูกบังคับให้ทำ ไม่สามารถหลีกเลี่ย หรือ ขัดขืน ม 67(1)
หรือ เพื่อให้พ้นอตร ทำด้วยความจำเป็น ม 67(2)
ผกท ไม่รู้ผิด เช่น < 15ปี ม 73 , 74 ^เดียวนี้ให้เด็กมากขโมยของ หรือ ที่รวมแก๊งค์ 3 คน ทำให้เพื่อนจมน้ำตาย
ทำไปขณะมึนเมา ม 66
ผกท ไม่รู้คผ ความถูก ตอนกท เช่น ทำตามคำสั่งโดยมิชอบของ จพง ม 70
ผกท -ผสห มีความสัมพันธ์พิเศษ เช่น สามีภริยา คผ เกี่ยวกับ ท ม 71 วรรคหนึ่ง
p 2-10 ตย เดินละเมอ หยิบปืนไปยิง – ไม่ผิด เพราะถือว่าไม่มีกกท
ตย จะฆ่าเขียว ใช้ปืนยิง แต่จริงๆแล้วเป็นศพ เขียว – ถือว่าไม่ผ ฐ ฆ่าคน เพราะ อปก “ผู้อื่น” ไม่มี
ตย เดินซุ่มซ่าม ชนแจกัน – ยังถือว่า ไม่ผิด ทำให้เสียท ปอ ม 358 , เพราะไม่มี จตน ^แล้วโดนปม หรือเปล่า อย่างเช่นเดินในห้าง
– การทำให้เสีย ทโดยปม – ไม่มีกมบญ เป็นคผ – ไม่ตอ้งรับผ ทาง อญ ^แต่ไม่ได้พูดถึงทางแพ่ง
ตย ก ตอ้งการฆ่า ข , ไล่ยิง ข , ข ไปหลบในใต้ไม้ใหญ่ ฝนตก โดยฟ้าผ่าตาย – แม้จะครบอปก 288 – แต่ยังไม่ถือว่า ผ เพราะ ผลความตาย ไม่สัมพันธ์กับ กกท – แต่รับผ ฐ พยยฆ่า ม 288 + 80 ^ ถือว่าแปลกมากๆ เพราะสุดท้ายตาย แต่โดยข้อหา พยย ฆ
ตย กำลังจะโดนยิง โดยยิงสวนกลับไปก่อน – ผ ม 288 แต่ยกเว้นผ ม 68
p 2-11 , เด็กชาย ก 13ปี ต้องการฆ่าเพื่อน ยิงเพื่อนตาย – ผิด ม 288 – ไม่มีกมยกเว้น ผ – แต่ อายุ<15 ไม่ตอ้งรับ ผ อญ เพราะ ม 74 เว้นโทษให้
กิจกรรม 2.1.3
1. กกท ไม่มีกม ยกเว้นโทษ คือ – กทคผ ครบองค์ประกอบ ไม่มีกมยกเว้นคผ ไม่มีกมยกเว้นโทษ
ถ้ามี ปอ ยกเว้นโทษ กทคผ โดยจำเป็น ม 67
เด็กกทคผ ม 73 , 74
ผกทคผ วิกลจริต ม 65
ผกท มึนเมมา ม66
กกท ตามคำสั่งมิชอบ ของ จพง ม 70
กกทคผต่อ ท ระหว่าง สามี ภรรยา ม 71 วรรค หนึ่ง
ม 67 ผู้ใดกระทำความผิดด้วยความจำเป็น
(๑) เพราะอยู่ในที่บังคับ หรือภายใต้อำนาจซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้ หรือ
(๒) เพราะเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึงและไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ เมื่อภยันตรายนั้นตนมิได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะความผิดของตน
ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุแล้ว ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ”
$ ม 67 และ 68 ต่างกันอย่างไร ทำไมต้องมีทั้งสองอัน
“มาตรา 73 เด็กอายุยังไม่เกินสิบสองปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดเด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ ให้พนักงานสอบสวนส่งตัวเด็กตามวรรคหนึ่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่า ด้วยการคุ้มครองเด็ก เพื่อดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น”
มาตรา 74 เด็กอายุกว่าสิบปีแต่ยังไม่เกินสิบห้าปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ให้ศาลมีอำนาจที่จะดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) ว่ากล่าวตักเตือนเด็กนั้นแล้วปล่อยตัวไป และถ้าศาลเห็นสมควรจะเรียกบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่มาตักเตือนด้วยก็ได้
2. ขาวฆ่าแดง ขณะที่ขาวไม่สามารถรู้ผิดชอบ เพราะขาวจิตฟั่นเฟือน ขาวต้องรับผิด อญ ?
Ans – อปก ภายนอก – ผกท กกท วัตถุของกกท
ผลสอดคล้องกัน
กกท รู้สึกสำนึก- จิตฟั่นเฟือน
อปก ภายใน จตน
ไม่ต้องรับผิด เพราะกกท และ จตน
Ans -> แม้ครบอปก , วิกลจริต ม 65 วรรคหนึ่ง ยกเว้นโทษคผฐ ฆ่าคน
3.เหลืองเป็นมือปืนรับจ้าง ใช้ปืนยิงม่วงถึงตาย หลักเกณฑ์วินิจฉัยครผ ของเหลือง
Ans ม 289(4) ฆ่าคนตายโดยไตร่ตรอง เหตุฉกรรจ์
อปก ภายนอก ผกท กกท ว ของ กกท , ความตาย สัมพันธ์กับกกท ของเหลือง
อปก ภายใน จตน
กม ไม่มียกเว้นความผิด ,ยกเว้นโทษ
มาตรา 289 “ผู้ใด
(๑) ฆ่าบุพการี
(๒) ฆ่าเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำ หรือได้กระทำการตามหน้าที่
(๓) ฆ่าผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ในการที่เจ้าพนักงานนั้นกระทำตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่บุคคลนั้นจะช่วยหรือได้ช่วยเจ้าพนักงานดังกล่าวแล้ว
(๔) ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ^มือปืนรับจ้าง ถ้า ฆ คน เข้ามาตรานี้เลย
(๕) ฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย
(๖) ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น หรือ
(๗) ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้
ต้องระวางโทษประหารชีวิต “
มาตรา 288 “ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี
p 2-12 2.1.4 ความหมายของ กกท
3 ข้อ -1.กกท
2. กกท โดยเคลื่อนไหวร่างกาย
3.กกท โดยไม่เคลื่อนไหวร่างกาย
✨1.กกท – ขั้นแรกต้องดูเรื่อง กกท ก่อน ม 59 ” บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา”
p 2-13 เคลื่อนไหวร่างกาย หรือไม่เคลื่อนไหวร่างกาย โดย – รู้สำนึก , ภายใต้บังคับจิตใจ ตาม ม 59
1) ผกท คิดจะกท
2) ผกท ตกลงใจ ที่จะกท ตามที่คิด
3) ผกท ได้กท (เคลื่อนไหว/ไม่เคลื่อนไหว) – ลงตามที่ตกลงใจ อันสืบเนื่องจากความคิด
ตย เล็กโกรธใหญ่ จึงยิงใหญ่
❂เล็กคิดยิงใหญ่
❂ตกลงใจยิงใหญ่
❂ยิงตามที่ได้ตกลงใจ
ตย ติ๋มคลอดบุตรไม่มีพ่อ ต้องการแกล้งให้ลูกตาย – ไม่ให้กินนม
❂ติ๋มคิดไม่ให้ลูกกินนม
❂ตกลงใจ ไม่ให้กินนม
❂และไม่ให้กิน(ไม่เคลื่อนไหวร่างกาย) ตามที่ตกลงใจ
p 2-14
p 2-15 ! ✨2. กกท โดยเคลื่อนไหวร่างกาย – โดยปกติ กกท จะเป็นการคห(เคลื่อนไหว) รก (ร่างกาย) แต่บางที ก็ไม่คห เช่น โกหกว่าลูกถูกรถชนตาย ทำให้ ตกใจ หัวใจวาย
หรือแกล้งหลอกให้เดินตกหน้าผาตาย
สั่ง ในสุนัขไปหยิบกระเป๋าสตางค์
p 2-16 , ถ้ากกท คห มีผลทางตรง กกทผ , ผกทผ ต้องรับผิดชอบ แม้ไม่ได้สัมพัสแตะต้องวัตถุใด
หยิบปืน จะยิง แต่ไม่ทันได้ยิง ผสห ตกใจ ตายก่อน – คนทำท่าจะยิง ก็ผ ฐ ฆ คนตาย โดยจตน 288 , มิใช่พยยฆ
แดงขับรถเร็ว พอจะชนดำ ไม่ได้เหยีบบห้ามล้อ แต่ไม่ชน แต่ดำ ตายก่อน เพราะตกใจ แดงผ ฆ คนตาย โดยปม ม 291
ฎ จล ปาก้อนหิน ผสห หลบได้ทัน แต่มือไปโดนฟาดประตู – จล ผ ทำ อตร แก่กาย ม 295
สังเกตุว่า กกท คห แม้จะไม่ได้สัมผัสตัว แต่ให้ดูผล กับ ความสัมพันธ์ของ ผกท
✨3.กกท โดยไม่เคลื่อนไหวร่างกาย
กกท ไม่ คห โดยรู้สำนึก แบ่งเป็น 2 ประเภท
🧡3.1 กกท โดยงดเว้น ม 59 วรรคท้าย “การกระทำ ให้หมายความรวมถึงการให้เกิดผลอันหนึ่งอันใดขึ้นโดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลนั้นด้วย “
p 2-17 “เพื่อป้องกันผล”
3.1.1 ผกท มีหน้าที่ต้องกท
3.1.2 หน้าที่ตาม 3.1.1 หท ดฉ ซึ่งต้องทำ เพื่อป้องกันมิให้เกิดผลนั้นขึ้น แม่ต้องการ ฆ ลูก โดยไม่ให้กินนม – กท ไม่ คห , รู้สึก ผ่านการคิด และลงมือทำ -“การให้เกิดผลอันใดอันหนึ่ง ” – โดยงดเว้นการที่จักต้องกท -เพื่อป้องกันผลนั้น ,
ตย. ติ่ม จะฆ่าลูก ไม่ให้กินนม – เกิดผลอันหนึ่งอันใด คือ ลูกตาย – ติ๋มมีหน้าที่ตาม ปพพ 1564 บิดามารดา จำต้องอุปการะ…
⌚ 3.1.1 ผกท มีหน้าที่ต้องกท – หลายกรณี
1) หทตาม กม บญ
2) หท อันเกิดจากยอมรับโดยเจาะจง $
3) หท อันเกิดจากกท ก่อนๆของตน
4) หท อันเกิดจากความสัมพันธ์เป็นพิเศษเฉพาะเรื่อง
p 2-18
p 2-19
p 2-20
! 🧡 3.2 กกทโดยละเว้น – ม 374
มาตรา 374 ผู้ใดเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิตซึ่งตนอาจช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่นแต่ไม่ช่วยตามความจำเป็น ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ
การไม่ช่วย ถือว่า ละเว้น มีความผิด
กกท โดยละเว้น vs โดยงดเว้น – ละเว้น ไม่ได้มีหน้าที่เฉพาะ
! กิจกรรม 2.1.4
1. จงอธิบายความหมาย กกท
Ans รู้สำนึก อยู่ภายใต้บังคับจิตใจ
เคลื่อนไหว
ไม่เคลื่อนไหว(แต่มีหน้าที่)
2.หลักเกณฑ์ Dx ว่ามีผกท หรือไม่
Ans ผกท คิด -> ตกลงใจ ที่จะ กท -> กท จากความคิด
3. อธิบาย กกทโดยงดเว้น และ กกทโดยละเว้น
Ans โดยงดเว้น – เป็นหท เฉพาะที่ต้องป้องกันมิให้เกิดผล
ละเว้น -กม บังคับ ให้กท เรื่องทั่วๆไป มิใช่บังคับให้กท โดยเฉพาะเพื่อป้องกันมิให้เกิดผล
4. แดงต้องการให้ลูกตาย ไม่ให้กินนม มีคผฐ – Ans ฆ่าโดยจตน เป็นการฆ่าโดยงดเว้น เพราะมีหน้าที่ต้องเลี้ยงบุตรตาม ปพพ
p 2-21 5. ขาวเป็นนักว่ายน้ำ เห็นเขียวกำลังจะจมน้ำตาย ขาวเกลียดเขียว จึงไม่ว่ายไปช่วย ผิด- Ans ม 374 ละเว้น
5.1 ถ้าขาว เป็นพ่อ เขียว , แต่ต้องการให้เขียวตาย เลยไม่ช่วย ผิด – Ans ฆ่าคนตาย โดยจตน เพราะ ปพพ 1564 ต้องอุปการะ และถือว่า งดเว้น
p 2-22 ! 2.2 อปก คผ
2.2.1 อปกภายนอก(ภนก)
2.2.2 อปก ภายใน (ภใน)
1) บค จะรับผิดทาง อญ ต้องครบอปก กม บญ – ภนก และ ภใน
2)อปก ภนก – ผกท กกท และ ว แห่ง กกท
อปก ภใน – จตน , เว้นบางกรณี คือ ประมาท(ปม) ในกรณีที่กม บญให้ต้องรับผิด แม้กท โดยปม และบางกรณี แม้ไม่มีจตน และไม่ปม แต่บค ต้องรับผิด ถ้ากม บญ
p 2-23 2.2.1 อปกภายนอก(ภนก)
แทบทุก ฐ คผ มี – ผกท กกท และวัตถุแห่ง กกท
288 ฆ่าคน อปก ภน
ผู้ใด – ผกท
ฆ่า – กกท
ผู้อื่น -วัตถุแห่ง กกท
ม 334 “ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท”
ผู้ใด – ผกท
เอาไป -กกท
ท ของผู้อื่น หรือ ที่ผู้อื่น เป็นจข รวมอยู่ด้วย – วัตถุแห่งกกท
⚫ 1.ผกท – เกิดแก่ บค เท่านั้น , สัตว์ หรือ สิ่งของ ย่อม ไม่มีความรผ ทาง อญ หรือ การลงโทษปรับ หรือ ริบทส
ครผ ทาง อญ – มักเริ่มต้นด้วย ผู้ใด , ผกท คผ ทางอญ แยกออกเป็น
✯1.1 ผกทคผ เอง – ผู้นั้นกทคผ โดยตนเอง หรือ ใช้สัตว์ หรือ ใช้บค ผู้ไม่มี กกท เป็นเครื่องมือ ในกกทผ เช่น ม่วงต้องการ ฆ่าเหลือง – ใช้ปืนยิงเหลือง
หรือยุให้สุนัขของม่วง กัดเหลือง
หรือ สะกดจิตแดง ให้หยิบปืนมายิงเหลือง
กรณีทั้งหมดนี้ ถือว่า ม่วงเป็นผกท ผ , สรุปว่า ใช้สัตว์ หรือ บค ที่ไม่มีกกท ก็ถือว่า ผกทคผ เอง
✯1.2 ผกท คผ โดยอ้อม -ผู้นั้นไม่ได้กท เอง แต่หลอกใช้บค ที่ไม่ต้อง รผ ทางอญ เพราะขาดจตน เป็นเครื่องมือในการ กทผ เช่น
p 2-24 จะฆ่า เหลือง จึงหลอกให้แดง เป็นพยาบาล เอา ยาพิษไปให้กิน และบอกว่า ท ของแดงเป็นของเรา จึงหลอกให้พยาบาลเอา ท มาให้ด้วย – เรา รผ ฐ ฆ และ ลท ส่วนแดง เป็นเครื่องมือ เรียกว่า innocent agent หรือ เครื่องมือในกกทคผ
✯ 1.3 ผู้ร่วมในกกทคผ $
p 2-25
p 2-26
p 2-27
p 2-28
p 2-29
! กิจกรรม 2.2.1
1. อปก ภายนอก ของ คผ แต่ละฐาน คือ
Ans ผกท กกท ว กกท <- Q , ส่วน จตน เป็น อปก ภใน
2. ผกท คผ ทาง อญ แยกเป็นกี่ประเภท
Ans ผกทผ เอง
ผกทผ โดยอ้อม
ผู้ร่วมกทผ
3. ผกทเอง , ผกทผ โดยอ้อม และ ผู้ใช้ให้กท คผ แตกต่าง ?
Ans ผกทผ เอง – ลงมือกทผ เอง หรือใช้ สัตว์ หรือ บค ที่ไม่มีกกท ในทาง อญ เป็นเครื่องมือ กทผ
ผกทผ โดยอ้อม หรือผู้ที่หลอกใช้ ให้บค ไม่ต้องรับผิดทางอญ เพราะขาด จตน เป็นเครื่องมือในการกทผ
ผู้ใช้ให้กทคผ – ผู้ที่ก่อให้ผู้อื่น ไปกทคผ โดยผู้อื่นมีจตน ในการกทคผ
ผลของความแตกต่างเรื่อง ก พยย กทคผ
ผกทผ เอง – รผฐ พยย ลงมือกทคผ
ผกทผ โดยอ้อม – รผฐ พยย เมื่อใช้หรือ หลอกใช้
ผู้ใช้ให้กทคผ – รผฐพยย เมื่อผู้ถูกใช้ลงมือกทคผ ที่ใช้แล้ว
4. ขาดอปก ภายนอก คือ Ans – เช่น ปอ 288 ขาด “ผู้อื่น” หรือ ลท ปอ 334 ขาด “ท ของผู้อื่น”
5. หากผกท เข้าใจว่า อปก ภายนอกครบ แต่ความจริงขาด อปก ภายนอกบางอัน ผกทต้องรับผิดชอบอย่างไร Ans – ถือว่าไม่มีคผ เช่น ยิงศพ เข้าใจว่านอนคลุมโปง ไม่มีคผฐ ฆ่าคน , หรือ ลท ของตนเอง คิดว่าเป็นของผู้อื่น –
p 2-30 ! 2.2.2 อปก ภายใน (ภใน)
อปกภใน ของ อญคือ จตน
แต่บางอัน ก็อาจจะเป็น ปม ได้
และบางอัน ไม่ต้องมีอปก ภใน คือ ไม่จตน ไม่ปม ก็ต้องรับผ
อปกภใน 3 ข้อ
1.อปกภใน (จตน)
2.อปกภใน (ปม)
3.อปกภใน (ไม่จตน ไม่ปม)
☎ 1.อปกภใน (จตน)
1.1 จตน ตามความเป็นจริง
1.2 จตน โดยผลของกม
1.3 ส. ผ ในตัวบค
1.4 ส. ผ ว่ามีขทจ ซึ่งเป็นเหตุยกเว้นคผ ยกเว้นโทษ ลดโทษ
👹1.1 จตน ตามความเป็นจริง ม 59 ว.2
กท โดยจตน – รู้สำนึก ในการที่กท และขณะเดียวัน ผู้กท ประสงค์ต่อผล เล็งเห็นผลกกทนั้น
ถ้าผกท มิได้รู้ขทจ อันเป็น อปก คผ – จะถือว่า ผู้กท ประสงค์ต่อผล หรือ ย่อมเล็งเห็นผล ของกกท มิได้
p 2-31 , ในการที่จะถือว่า ผกท มีจตน จะต้องเป็นไปใน กรณีดังนี้
1) ผกท จะต้องรู้ ขทจ อันเป็นอปก ภน คผ
2) ผกท จะต้อง ประสงค์ตอ่ผล ของกกท ของตน หรือมิฉะนั้น ต้อง เล็งเห็นผล ของกกทของตน
“รู้” บญ ม 59 ว.3
“ประสงค์ต่อผล หรือ เล็งเห็นผล” บญ ม 59 ว.2
พจรน จตน ให้นำ 59 ว.3 ขึ้นวินิจฉัยก่อน แล้วตามด้วย ว.2 ^ว.3 รู้ขทจ หรือไม่ -> จากนั้น ค่อยดู ว.2 ดูว่ามีสำนึกรู้ตัว
😛 1) ผกท จะต้องรู้ ขทจ อันเป็นอปก ภน คผ – ผกท ต้องรู้ “ขทจ ” ในเรื่องนั้นๆ ทุกประการ เช่น คผฐ ฆ่าคน ม 288
ขทจ อปก ภน 1 ผู้ใด 2 ฆ่า 3 ผู้อื่น
ผกท ต้องรู้ว่า กกท ของตน เป็นการ ฆ่า และ รู้ด้วยว่า ผู้ที่ตนฆ่า เป็น ผู้อื่น
หากเข้าใจว่า ผู้ที่ตนฆ่า เป็น ศพ หรือ สัตว์- ผกท ไม่รู้ขทจ คผ ฐ ฆ คนตาย – จะถือว่า ผกท มี จตน ฆ่า ผู้อื่น ไม่ได้
p 2-32
p 2-33 !😛 2. ผกท จะตอ้งประสงค์ต่อผล หรือเล็งเห็นผล ของกกท นั้น
p 2-34
p 2-35
p 2-36
p 2-37
p 2-38 ! 👹 1.2 จตน โดยผล ทางกม
จตน โดยผลทางกม – ผกท มิได้มีจตน “ประสงค์ต่อผล” หรือ “เล็งเห็นผล” แต่อย่างใด – มิได้มี “เจตนาตามความเป็นจริง”
p 2-39
p 2-40 ! หากกท ต่อ ท ของ บคหนึ่ง และผลไปเกิดแก่ ท ของ อีก บค หนึ่ง -ถือเป็นกกท โดยพลาด
ไม่จำกัดเฉพาะต้องกท ต่อ ชีวิต หรือ ร่างกายของ บค เท่านั้น แต่ยังรวมถึง กกท ต่อส ประเภทอื่น ของ บค เช่น ส ใน ท
ม 60 “ผู้ใดเจตนาที่จะกระทำต่อบุคคลหนึ่ง แต่ผลของการกระทำเกิดแก่อีกบุคคลหนึ่งโดยพลาดไป ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำโดยเจตนาแก่บุคคลซึ่งได้รับผลร้ายจากการกระทำนั้น แต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ลงโทษหนักขึ้น เพราะฐานะของบุคคลหรือเพราะความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำกับบุคคลที่ได้รับผลร้าย มิให้นำกฎหมายนั้นมาใช้บังคับเพื่อลงโทษผู้กระทำให้หนักขึ้น”
p 2-41
p 2-42
p 2-43 ! 👹 1.3 ส.ผ ในตัวบค
ผกท กทต่อบค ซึ่งได้รับผลร้าย โดยเข้าใจว่า ผู้ได้รับผลร้าย เป็นอีกบคหนึ่ง
ม 61 “ผู้ใดเจตนาจะกระทำต่อบุคคลหนึ่ง แต่ได้กระทำต่ออีกบุคคลหนึ่งโดยสำคัญผิด ผู้นั้นจะยกเอาความสำคัญผิดเป็นข้อแก้ตัวว่ามิได้กระทำโดยเจตนาหาได้ไม่”
p 2-44 ! 👹 1.4 ส. ผ ว่ามีขทจ ซึ่งเป็นเหตุยกเว้น ผ ยกเว้น โทษ หรือ ลดโทษ
p 2-45
p 2-46
p 2-47
p 2-48
p 2-49
p 2-50
p 2-51
p 2-52
p 2-53
p 2-54
p 2-55
p 2-56
p 2-57
p 2-58
p 2-59
p 2-60
p 2-61
! กิจกรรม 2.2.2
1. ถือว่า ผกท มีจตน ต้องมีหลักเกณฑ์ ?
Ans – รู้ ขทจ อันเป็นอปก ภายนอกของ คผ ผกท ประสงค์ต่อผล หรือ เล็งเห็นผล
2. อธิบาย รู้ ขทจ อันเป็น อปก ภายนอก คผ
Ans คือ รู้ขทจ ทุกประการ ของ อปก ภายนอก คผ ฐาน นั้นๆ เช่น ม288 ตอ้งรู้ว่า ฆ่า และฆ่าผู้อื่น
ไม่รู้ขทจ ถือว่า ไม่จตน – เช่น ไม่รู้ว่ายิงผู้อื่น , คิดว่าไปยิงศพ – ไม่ผิด ม 288 เพราะ ม นี้ต้องมี จตน
แต่อาจจะโดน ปม ที่ไม่รู้ขทจ กมบางข้อ ปม ก็มีคผ – ฆ่าคนตายโดย ปม ม 291
p 2-62 3.จตน โดยผลทาง กม คือ
Ans จตน – ประสงค์หรือ เล็งเห็นผล จากกกท แม้ตามจริง ผกท อาจะไม่ได้ทั้ง ประสงค์ และเล็งเห็นผลนั้นเลย
4. กกท โดยพลาด ม 60 $
Ans ผกท ต้องมีตั้งแต่ สองฝ่ายขึ้นไป และ มิได้มีจตน ประสงค์หรือเล็งเห็นผล ต่อผู้รับผลโดยกกท โดยพลาด
หากผกท มีจตน กทต่อ ชีวิตบคหนึ่ง – แต่ผลไปเกิดแก่ ท อีกบค – ไม่ถือว่ากท โดยพลาด หรือกลับกัน ก็ไม่เป็นกกท โดยพลาด เพราะผกท รู้ขทจ เป็น อปก ภนอก ม 288 , แต่ผกท ไม่รู้ขทจ อปก ภนอก คผฐ ทำให้เสีย ท ปอ 358 – จะบอกว่า จตน ทำให้ เสีย ท ไม่ได้ , เช่นจะยิง ก แต่ไปโดนแจกัน , จะบอกว่า จตน ต่อ ท เจกัน ไม่ได้
มาตรา ๖๐ ผู้ใดเจตนาที่จะกระทำต่อบุคคลหนึ่ง แต่ผลของการกระทำเกิดแก่อีกบุคคลหนึ่งโดยพลาดไป ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำโดยเจตนาแก่บุคคลซึ่งได้รับผลร้ายจากการกระทำนั้น แต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ลงโทษหนักขึ้น เพราะฐานะของบุคคลหรือเพราะความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำกับบุคคลที่ได้รับผลร้าย มิให้นำกฎหมายนั้นมาใช้บังคับเพื่อลงโทษผู้กระทำให้หนักขึ้น
5. การสำคัญ ผ ในตัว บค ? Ans ผกท ได้กท ต่อบค ซึ่งได้รับผลร้ายโดยเข้าใจว่า ผู้ได้รับผลร้าย เป็นอีกบคหนึ่ง
p 2-63 ม่วงต้องการฆ่าเหลือง แต่ฟ้าเดินมาตอนมึด , ม่วงยิงฟ้า(เข้าใจว่าเป็นเหลือง) แต่ถือว่าจตน ฆ่าผู้อื่น – ถือว่า ม่วงจตน ต่อฟ้า จะยกความสำคัญผิด ว่าฟ้าเป็นเหลือง ไม่มีจตน ไม่ได้
6. ความสำคัญผ ว่ามีขทจ ซึ่งเป็นเหตุยกเว้นคผ ยกเว้นโทษ ลดโทษ มีในกรณีใดบ้าง
Ans สำคัญผ ขทจ ยกเว้นคผ ป้องกันโดยสำคัญผ ความจริงไม่มีภยันตราย แต่สำคัญผิดว่ามี
สำคัญผ ขทจ ยกเว้นโทษ เช่น ลท ของผู้อื่น แต่สำคัญผิดว่าเป็นคู่สมรส
สำคัญผ ขทจ ลดโทษ เช่น บันดาลโทสะ โดยสำคัญผ หรือ ลท ของผู้อื่นแต่สำคัญผ ว่าเป็นผู้สืบสันดานหรือ บุพการี
7.การขาดอปก ภายนอก คผ , ไม่รู้ขทจ อปกภายนอก คผ ,การสำคัญผิดว่ามีขทจ เป็นเหตุยกเว้นคผ , ยกเว้นโทษ ลดโทษ – Ans เช่น ขาด “ผู้อื่น” ใน คผฐฆ่าคน ,
สำคัญผ – เป็นเหตุยกเว้นคผ , ยกเว้นโทษ ลดโทษ
8. กกท โดยปม มีหลักเกณฑ์ – Ans
(1) มิใช่ กกทคผ โดยจตน
(2) กทโดยปราศจากความระมัดระวัง – ซึ่งบค ในภาวะเช่นนั้น ต้องมีวิสัยและพฤติการณ์
(3) ผกท อาจจะใช้ความระมัดระวัง แต่หาได้ใช้เพียงพอไม่
9. เมื่อทราบหลักเกณฑ์กกท โดยปม , การ Dx ว่าผกท ปม หรือไม่ มีหลักพจรณอย่างไร – Ans ให้ตั้งบค สมมุติ และพฤติการณ์ ไม่ใช้ความระมัดระวังอย่างดี
10. ม่วงไม่มีใบอนุญาติขับรถ , ขับรถด้วยความระมัดระวัง แต่แดงขับรถตัดหน้า เสียชีวิต เช่นนี้ การขับรถไม่ใบอนุญาติ – ปม ม 59 วรรคสี่ , และ ต้องรับผิด ปอ ม 291 ฐ ทำให้คนตายโดยปม ถูกต้องหรือไม่
Ans การไม่มีใบอนุญาติ ไม่เกี่ยวกับปม ม 59 แต่ จะปม ถ้ากท โดยปราศจากความระมัดระวัง
11.ม่วงขับรถปม , ชนเหลือง ขับรถปม , แดงนั่งในรถเหลือง ถูกรถชนตาย , ม่วงและเหลือง ต้องรับผิดชอบ ? – Ans ทั้งคู่ได้ครับ ผฐ ทำให้คนตายโดยปม
12. หากผู้กระทำ ไม่มีกกท ตามกม – ผกท มีคผ ในคผที่ไม่ต้องการจตน หรือ ไม่ต้องการปม หรือไม่
Ans ไม่มีคผ เพราะแม้ คผ อาจจะเกิดได้จาก ไม่จตน ไม่ปม , แต่ยังตอ้งอาศัยหลัก กกท ด้วย เพราะถ้าไม่มีกกท ก็ไม่มีคผ
p 2-65 ! 2.3 ความสัมพันธ์ระหว่างกกท กับ ผล
2.3.1 หลักทั่วไปเกี่ยวกับ คสพ ระหว่าง กกท – ผล
2.3.2 ผลโดยตรง
2.3.3 ผลธรรมดา
2.3.4 ผลโดยตรงซึ่งเกิดจากเหตุรุนแรง
คผ ที่ต้องมีผลแยกออกจากกกท – เช่น คผฐ ฆ่าคนตาย , ผลคือความตาย – ผกท ต้อง สัมพันธ์กับการทำให้ตาย , แต่ถ้าไม่สัมพันธ์กัน ก็อาจจะแค่รับผิด พยย ฆ่าคนตาย
ผกท ต้องรับผิด ถ้าผลนั้นเป็นผลโดยตรง , หากไม่ใช่ผลโดยตรง – ไม่ต้องรับผิดในผลนั้น
ผลโดยตรง -ตาม ทฎเงื่อนไข – ถ้าไม่มีกกท ผลไม่เกิด , แม้ผลนั้น ต้องมีเหตุอื่นๆร่วมด้วย
ผกท ต้องรับโทษหนักขึ้น เมื่อเป็นทั้ง ผลโดยตรง และผลธรรมดา
ผลธรรมดา คือ ตาม ทฎ เหตุที่เหมาะสม – ผกท สามารถคาดเห็น ความเป็นไปได้ของผลนั้น ตามหลักวิญญูชน
ถ้าผลโดยตรง เกิดจากผลแทรกแซง – ผกท จะต้องรับผล เมื่อเหตุแทรกแซง – คาดหมายได้ , ในการ Dx คาดหมาย ให้ตามวิญญูชน
เหตุแทรกแซง ที่คาดหมายได้ คือ เหตุตาม ทฎเหตุที่เหมาะสม นั้นเอง
p 2-67 2.3.1 หลักทั่วไปเกี่ยวกับ คสพ ระหว่าง กกท – ผล
p 2-68
p 2-69 ! กิจกรรม 2.3.1
1. อธิบายหลักทั่วไปของ คสม ระหว่างกท – ผล
ผลโดยตรง – ผกท ต้องรับผิดในผลนั้น ,ถ้าไม่ใช่ ไม่ต้องรับผิด
โทษหนักขึ้น ถ้ามีทั้ง ผลโดยตรงและผลธรรมดา
ผลโดยตรง เหตุจากเหตุแทรกแซง – จะรับผิดถ้าคาดหมายได้
2. ปอ บญในเรื่อง คสพ ระหว่าง กท -ผล ไว้อย่างไร
Ans ปอมิได้บญ เรื่องผลโดยตรง
แต่ม 63 บอกเกี่ยวกับหลัก ผลธรรมดา
ม 63 ถ้าผลของการกระทำความผิดใดทำให้ผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้น ผลของการกระทำความผิดนั้นต้องเป็นผลที่ตามธรรมดาย่อมเกิดขึ้นได้”
2.3.2 ผลโดยตรง
p 2-70
p 2-71
p 2-72 ! กิจกรรม2.3.2
1. ผลโดยตรง ตามทฎเงื่อนไข หมายความ
Ans ถ้าไม่มีกกท – ผลไม่เกิด ,แม้ผลนั้นจะเกิดขึ้นต้องมีเหตุอื่นด้วยก็ตาม
ถ้าไม่มี กกท – แล้วผลยังเกิด- จะบอกว่าผลจาก กกท จล ไม่ได้
2. หากผกท ไม่จตน และไม่ปม คผนั้น ไม่ใช่ คผโดยเด็ดขาด – ในกรณีต้องพจรณเรื่องผลโดยตรง ตามทฎเงื่อนไขหรือไม่
Ans ไม่ต้องพจรณเลยว่ เกิดขึ้นนั้นเป็น ผลโดยตรง หรอืไม่ เพราะขาดอปก ตั้งแต่ต้น แดงขับรถโดยไม่ปท , ดำวิ่งตัดหน้า – ไม่จำเป็นต้องดูต่อเลยว่าเป็นโดยตรงหรอืไม่ – เพราะไม่ปม ตาม ม 59 วรรค 4 ก็ถือว่าขาด อปก ภายใน
และไม่มีทางรับผิด ตาม ม 291
แต่ถ้าแดงขับรถปม – จะถือว่าครบ อปก ภายใน แล้วค่อยมาดูว่า ม 291 การตายของดำเป็นผลโดยตรง จากแดงหรือไม่
p 2-73 2.3.3 ผลธรรมดา
p 2-74
p 2-75
p 2-76
p 2-77 ! กิจกรรม 2.3.3
1. การใช้ หลักธรรมดา วนฉ คสพ ระหว่าง กกท -ผล ต้องใช้มาตราฐานผู้ใด –
Ans เป็นกกทผ ที่ผกท ต้องได้รับโทษมากขึ้น – ใช้มาตราฐานจากวิญญูชน
2. ม่วงวางเพลิงเผาบ้านแดง , แดงไปตจว , ไฟคอกเหลืองที่มาแอบนอนพักกาย ,ม่วงต้อง รผ ฐ วางเพลิง เป็นเหตุให้คนตาย หรือไม่
Ans ปอ 224 ฐ วางเพลิง ทำให้คนตาย โทษหนักกว่า 218 , เป็นผลธรรมดาของการวางเพลิงเผาบ้าน
Q. หากวางเพลิงเผาโกดัง ซึ่งอยู่ในที่เปลี่ยว ไม่มีคนอาศัย แต่เหลืองหลงทางมา และเข้าไปนอน ถูกไฟคอกตาย
Ans ม่วงโดน 218 ไม่โดน 224 เพราะไม่ใ่ช่ผลธรรมดา
p 2-78 2.3.4 ผลโดยตรงซึ่งเกิดจากเหตุรุนแรง
p 2-79
p 2-80
p 2-81
! กิจกรรม 2.3.4
1. ทฎเหตุที่เหมาะสม หมายความ ?
Ans – เหตุนั้นเหมาะสมเพียงพอตามปกติ ที่จะก่อให้เกิดผลอันเป็น คผ หรือไม่ , หากเหมาะสม ผกท ต้องรับผิด , หากไม่เหมาะสม ไม่ต้อง รผ
2. ในกรณีใดที่ต้องใช้ ทฎที่เหมาะสม แทนทฎเงื่อนไข และมีหลักเกณฑ์การใช้ ทฎเหตุที่เหมาะสมอย่างไร
Ans ทฎเงื่อนไข ใช้วนฉ – ครผ ผกท ต่อผลที่เกิดขึ้นเสมอ
แต่ถ้ามีเหตุเกิดขึ้นใหม่ แทรกแซง ตอ้งใช้ ทฎเหมาะสม แทน เงื่อนไข
ถ้าสิ่งที่แทรกแซง คาดหมายได้หรือไม่ และเพียงพอให้เกิดผลบั้นปลายหรือไม่ ถ้าใช่ ก็ต้อง รผช
แต่ถ้าแทรกแซง ไม่สามารถทำให้เกิดผลบั้นปลายได้ – ให้รับผ เฉพาะที่ตนได้กท
3. ดำทำร้ายม่วง , ม่วงหลับหมดสติ , ต่อมางูพิษเลื้อยมากัดม่วงตาย – ดำ ต้องรับผิด ?
Ans ถ้าใช้ ทฎ เงื่อนไข – ถือว่า ฆ่าคนตาย โดยไม่จตน , แต่มีเหตุแทรกแซง ต้องใช้ ทฎเหมาะสม – เคสนี้ไม่สัมพันธ์กัน คาดหมายผลบั้นปลายไม่ได้ ถือว่าไม่ผิด 290ฆ่าคนไม่จตน
ยกเว้น ถ้าฆ่าในป่าทึบ มีงูพิษ – คาดหมายได้ จะผิด 290
4. เหลืองทำร้ายเขียวบาดเจ็บ – เขียวไม่ยอมรักษาแผล ปล่อยให้แผลสกปรก – ตาย , เหลืองผิด ?
Ans ถ้าใช้ ทฎเงื่อนไข จะเป็น 290
แต่ถ้า ทฎเหมาะสม เพราะมีแทรกแซง – ผสห ไม่รักษาแผล ไม่ใช่สิ่งผิดปกติธรรมดา – จึงถือว่าคาดหมายได้ , – ถือว่าผิด 290
p 2-82
pretest
1. ขาวและเหลือง ให้ยาพิษดำตาย ต้องกิน 6 กรัม , ให้กันคนละ 3 กัน – c คผฐ ฆ่าคนตคาย ผลโดยตรง
2.แม่ ให้ลูกกินนม เพราะตอ้งการให้ตาย – b ฆ่าโดยจตน งดเว้น
3.ฟ้าเผลอ เหลืองจับมือไปเขกศรีษะแดง ฟ้ารู้ตัวเมื่อได้เขกศรีษะไปแล้ว – ฟ้า ไม่ตอ้งรับผิด c ไม่จตน , b ไม่ถือว่ามีกกท แต่มีกระทำด้วย ? เผลอ
4.ฟ้า ทำความสะอาดปืน ไม่รู้ว่ามีกระสุน ลั่นไปโดนเหลืองตาย ฟ้า ผ – ฆ่าคนตายโดยปม c <- มีคผ นี้ด้วยเหรอ ?
มาตรา 291 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท มาตรา 300 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กฎหมายเกี่ยวกับการรอการลงโทษ
มาตรา 290 “ผู้ใดมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี
ถ้าความผิดนั้นมีลักษณะประการหนึ่งประการใด ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 289 ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี”
5.ฟ้า ใช้ม่วงไปฆ่าเหลือง แต่ฆ่าดำ เพราะเป็นแฝด , ม่วงผิด – d ฆ่าโดยจตน กท โดยพลาด a ฆ โดยจตน ^แบบนี้เป็น ส.ผ ในตัวบค ม 61
ไม่ใช่ ม 60 เหรอ
มาตรา 60 ผู้ใดเจตนาที่จะกระทำต่อบุคคลหนึ่ง แต่ผลของการกระทำเกิดแก่อีกบุคคลหนึ่งโดยพลาดไป ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำโดย เจตนาแก่บุคคลซึ่งได้รับผลร้ายจากการกระทำนั้น เช่นต้องการฆ่าคนหนึ่งแต่กระสุนปืนเลยไปถูกอีกคนหนึ่ง ดังนี้ผู้กระทำความผิดมีความผิดฐานพยายามฆ่าคนแรก และพยายามฆ่าคนที่สองโดยพลาดไป คือผิดทั้งสองกระทง
6. ม่วง นักว่ายน้ำ เห็นเด็ก ลูกศัตรู จมน้ำ เลยไม่ช่วย – c ไม่ช่วย ผู้ตกอยู่ในภยัน 374
7.เขียว หลอกเล่น หยิบปืน จะยิงม่วง ม่วงตกใจ ยิงเขียวตาย – ไม่ผิด ฐ ป้องกัน โดยสำคัญผิด c
8.เขียววางเพลิงเผาบ้านเหลือง แต่แดงนอนพักอยู่ ตาย – c ผ เผาท และ คนตาย , และเป็นแทรกแซง เป็นผลธรรมดา
9. แดงยิงเหลือง ยืนข้างขาว , เหลืองและขาวตาย – c เหลืองประสงค์ผล , ขาว เล็งเห็นผล
10.แดงไล่ยิงขาว ขาววิ่งหนีไปหลบใต้ต้นไม้ใหญ่ – ต่อมา ฟ้าผ่าขาวตาย – ผลธรรมดา คาดเดาได้ ฆ่าคนตาย b ไม่ สพ ตามทฎ เงื่อนไข c ผิด พยย ฆ ไม่สพ กกท ของแดง ตามหลัก คสพ ระหว่าง กกท -ผล
posttest
1. บค ไม่ต้องรับโทษ ฐ พยย กทคผ – c ยับยั้ง กลับใจ มิให้กกท บรรลุผล
2. กกม ขาดอปก คผ – e ไม่เป็นคผ ตาม กม
ทำใหม่
1. กกท ตาม กม อญ – a เคลื่อน และไม่เคลื่อน แต่อยู่ภายใต้สำนึก บังคับจิตใจ
2. ขับรถเร็ว ตามถนน คนสัญจรไปมา รถชนดำตาย – b ฆ่าคนตายโดยปม
3.สาเหตุโกรธกันมาก่อน , ฟ้าแกล้งล้วงกระเป๋า – เหลือง ยิงฟ้า โดย ฟ้าไม่มีปืนติดตัว – c ไม่ผิด ฐ ฆ คนตายโดยจตน ป้องกันโดยกม โดยสำคัญผิด
4.ไม่อุปการะ ไม่ยอมให้อาหาร – a กท โดยงดเว้น
5. หากความตาย ไม่ใช่ผลธรรมดา (ก็คือผลตรง หรือเปล่า) ^น่าจะเป็นผลแทรกแซง จากการวางเพลิงเผาท ผกท จะต้องรผ อญ – b กทผฐ วางเพลิง ทำให้ผู้อื่นตาย ไม่ผฐ วางเพลิงเผา ท เป็นเหตุให้คนตาย
6. โดยทำร้าย มีแผล , รักษาแผลไม่ดี ทำให้ตาย – d ฆ่าคนโดยไม่จตน
7.จตน เล็งเห็นผล – e ทุกข้อ ผลเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
8.เหลืองจะลักปากการเขียว , เห็นปากกา ดำ คิดว่าเป็นของเขียว , หยิบไป ,คผฐ – d จรต ลท โดยพลาด ? b ลท โดยจตน
9.แดงต้องการฆ่าดำ แต่เมื่อเห็นตกน้ำ มีขอนไม้ ไม่ช่วย – c 374 ไม่ช่วย ผู้ตกในภยันอตร
10. เหตุแทรกแซง เป็นเหตุธรรมชาติ – d รผช เฉพาะผลจากกกท ของตน เสมอ ? ไม่ตอ้งรผช ในผลนั้น ถ้าเหตุแทรกแซงคาดหมายไม่ได้
หน่วย 3 การพยายามกระทำความผิด
3.1 หลักทั่วไปของการพยายามกระทำความผิด
3.2 การกระทำความผิดที่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้
3.3 การพยายามกระทำความผิดที่ผู้กระทำยับยั้งหรือกลับใจแก้ไข
3.4 บทบัญญัติพิเศษเกี่ยวกับการพยายามกระทำความผิดบางลักษณะ
ความผิดทางอาญา โดยหลัก -> เมื่อลงมือกระทำแล้ว -> แต่ถ้ากระทำไม่ตลอดหรือกระทำตลอด แต่ไม่บรรลุผล – ถือว่าการพยายามกระทำผิด -มักจะได้รับโทษ 2/3 ของความผิดสำเร็จ
ถ้าความผิดไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ – คือความผิดไม่มีทางกระทำสำเร็จ โดยเด็ดขาด (ไม่ใช่โดยบังเอิญ) หรือการพยายามกระทำความผิดไม่ได้อย่างแน่แท้ เพราะการพยายามกระทำความผิดเช่นกัน -> ผู้กระทำ ระวางโทษไม่เกิน กึ่งหนึ่งของโทษ
การยับยั้งหรือกลับใจ แก้ไขการกระทำ – อันทำให้ผู้กระทำ(ผู้กระทำ ไม่ตอ้งรับโทษ – ต้องเป็นการยับยั้งหรือกลับใจด้วยความสมัครของ ผกท – มิใช่ถูกกดดันจากภายนอก
บางความผิด ไม่มีความผิดฐานพยายาม หรือ ไม่ต้องรับโทษ และการพยายามกระทำควาผิดซึ่งมีลักษณะรุนแรง- แต่กมเอาโทษ ผู้พยายาม(ผพพ) กระทำความผิดนั้น เท่ากับ การกระทำความผิดสำเร็จ
p 3-4 ตอนที่ 3.1 หลักทั่วไปของการพยายามกระทำความผิด
3.1.1 การเริ่มต้นของความผิด
3.1.2 การลงมือกระทำผิด (กทผ)
3.1.3 หลักเกณฑ์การพยายามกระทำผิด(กพยย กทผ)
กกท จะเริ่มเป็นความผิดต่อเมื่อพ้นขั้นตระเตรียมการ -เข้าสู่ขั้นลงมือกระทำ
แนวคิดการลงมือ กทผ มีหลายแนวคิด แต่ไทยใช้ 2 หลัก คือ – หลักความใกล้ชิดกับผล และหลักการกระทำความผิด ที่ปกด กรรมเดียวหรือ หลายกรรม
กพยย กทผ – ผกท ต้องมี จตน กท เพื่อให้บรรลุผลตามจตน , แต่ ผกท ไปไม่ตลอด หรือ กท ตลอดแล้ว แต่ กกท นั้นไม่บรรลุผล
p 3-5 ความนำ กพยย กทผ – เป็นการลงโทษ โดยกกท ยังไม่เกิดผล ,มีจตน อย่างไร ,ส่วนกกท โดยประมาท ไม่ถือว่าเป็น กพยย กทผ ✸✸
กพยย กทผ แบ่งเป็น 3 กรณี
1) กพยย กทผ ทั่วไป ม 80 – โทษ 2/3 <<< ม 80
2) กพยย กทผ ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ ม 81 – โทษ ไม่เกิน 1/2 , หรือ ถ้าทำไปเพราะความเชื่องมงาย , ศ อาจจะไม่ลงโทษ (ลท) ก็ได้
3) กพยย กทผ ที่ ผกท ยับยั้งหรือกลับใจแก้ไข ไม่ให้ กกท บรรลุผล ม 82 – ไม่ต้องรับโทษในส่วนความผิดนั้น , รับเฉพาะที่ได้ทำไปแล้ว
เรื่อง 3.1.1 การเริ่มต้นของความผิด
บค ได้ กทผ สำเร็จ หรือไม่ ตอ้งดู ครบอปก ตามที่กม บญ ความผิดครบถ้วนหรือไม่ และต้องคำนึงถึงผล กกท ด้วย เช่นความผิด ฐานฆ่าคนตาย แต่ยังไม่ตาย ก็ยังไม่ถือว่า ความผิดสำเร็จ
แต่บางครั้ง ไม่ต้องคำนึงถึงผล เช่น แจ้งความเท็จ – ไม่ตอ้งคำนึงว่าสำเร็จหรือ เจ้าพนักงานเชื่อหรือไม่ ก็ถือว่า ความผิดสำเร็จแล้ว
p 3-6 เมื่อ กทผ สำเร็จ(สร) ก็อาจจะไม่เกิดผลทันที ต้องรอ , พจรณ ขั้นตอน
1) คิดที่จะ กทผ
2) ตกลงใจที่จะ กทผ
3) ตระเตรียมการที่จะ กทผ
4) ลงมือกทผ
5) กทผ สร
แดงคู่อริดำ , แดงคิดจะฆ่าดำ – 1
ตัดสินใจใช้ปืนเก็บเสียง – 2
ซื้อปืน – 3
ยกปืนขึ้นเล็ง – 4
กระสุนถูกดำ ตาย -5
แยกเป็น 3 วาระ
1) วาระทางจิตใจ – 1 + 2
2) วาระตระเตรียม
3) วาระลงมือกระทำ
จะ ลโท เมื่อใด ต้องครบทั้งสามวาระ , หรือ ต้องรวมผลด้วย
p 3-7 ปอ. เราไม่ได้เห็นทางใดทางหนึ่งเด็ดขาด , เช่น หาขวานมาเฉยๆ จะ ลท เลย ?
หรือ ยิงปืนแล้ว แต่ยังไม่ตาย ก็ถือว่า น่าจะต้อง ลโท
ปอ บ้านเรา เลยรวมๆกัน เอา เจตนา +การกระทำ + น่าจะเกิดอตร กับสังคม(แม้ยังไม่เกิดผล) ก็ควร ลโท
ตย. ก ต้องการฆ่า ข แต่ยิงไม่แม่น โดนขา , – ลโท แต่น้อยกว่า กทผ สร
2. ก ตอ้งการฆ่า ข ซื้อยาพิษเตรียมไว้ จะฆ่า ข เมื่อมีโอกาส , ก มีจตน จะฆ่า ข แต่ยังไม่เกิดผลร้ายกับใคร – ก จึงไม่ยังไม่ควรรับโทษ
วาระทางจิตใจ , คิดชั่วร้าย -> ตกลงใจ -> แต่หาก กกท ออกมาภายนอก ยังไม่ทำ กม ยังไม่เอาโทษ
วาระตระเตรียม -> เช่น เตรียม เครื่องไม้เครื่องมือมาทำร้าย , หาสมัครพรรคพวก หรือไปหาถึง บ้านเจ้าท จะปล้น -> ขั้นตระเตรียมนี้ โดยทั่วไป ยังไม่ถือเป็น คผ เพราะ กม ยังถือว่า สงสัยว่าจะเอาไปทำผิดหรือไม่ ?
เช่น ซื้อ มีด ไป 1อัน , ไม่รู้ว่าจะไปทำร้าย หรือ ป้องกันตัว
ลงโทษ ก ยังไม่ได้ เพราะกกทคผ ยังห่างไกล
p 3-8 ตย ที่ยังไม่เป็นคผ
ฎ จล มีจตน ลักปลา พอเดินไปถึง หน้าไซ จท ก็จับเลย – ถือว่ายังไม่ผิด พยย ลท
ฎ เขียนสลาก ยังไม่ทันขาย ถูกจับก่อน – ถือว่าตระเตรียม – ไม่ผิด
ฎ ผสห ท้าให้จล ยิง – จลควักปืนจากเอว ผสหแย่งปืนได้ – ไม่ผิด เพราะเพียงตระเตรียม
ฎ ชักปืนจากเอว ยังไม่ทันยก ถูกตีปืนหลุดมือ – ไม่เป็นพยยฆ่า ^ถือว่าแค่ตระเตรียม
ฎ จล ถือปืน ปากกระบอกชี้ไป ผสห แต่ยังไม่ได้จ้องปืน , ผสห แย่งก่อน – ยังไม่ผิด เพราะไม่ถึงขั้นลงมือ
ฎ ไม่มี พย ยืนยังว่า จล ขายสลาก แม้จะจับ คนซื้อ แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าจล ขาย , ไม่มีคผ เพราะเป็นเพียงเตรียมการ
p 3-9
! กิจกรรม 3.1.1 นักกม แยกกกท ทางอญ ออกเป็นกี่วาระ และปกติจะลงโทษเมื่อวาระใด – คิด ตัดสินใจ , ตระเตรียม ร
-> เริ่มลงโทษ -> กท, กท ส
วาระทางจิตใจ – คิด+ ตัดสินใจ
วาระ ตระเตรียม
วาระลงมือกระทำ <- ลโท , กกท ใกล้ชิด คผสร แต่ถ้าคผร้ายแรง จะรับโทษตั้งแต่ ตระเตรียม เช่น ปลง พระชนม์ กบฎ คผ ต่อความมั่นคง
p 3-10 3.1.2 การลงมือกระทำผิด (กทผ)
บค จะต้องกท ถึงขั้น “ลงมือ” กระทำ – จนถึง บรรลุผล และ คผ สำเร็จ รับโทษเต็ม
– ลงมือแล้ว – กทไปไม่ตลอด – รับผ พยย กทคผ
การลงมือ ถือเป็น อปก ส. ของ กกทคผ หรือ พยยกทคผ
– นับเป็นกกท ขั้นสุดท้าย ที่กกท จะเกิดเป็นคผ ขึ้น
พจรณ จตน กทผ – เพราะกพยย กทคผ ฐานหนึ่ง แต่อาจจะไม่เข้าขั้นพยย กทคผ อีกฐานหนึ่ง
ก พกปืนเข้าไปในบ้าน ข – ถ้าจตน ลท – ถือว่า ก ลงมือแล้ว รับโทษ พยย กทคผ ลท
– แต่ถ้า ก มีจตน ฆ่า ข – ยังถือว่าไม่ได้ลงมือกทคผ – ไม่เป็นคผ พยยกทคผ ฐาน ฆ ผู้อื่นโดยจตน
หเก ต้องลงมือก่อนจึงผ , ส่วน ตระเตรียม ยังไม่ผ <- พจรณ ยาก เพราะอยู่ใกล้กันมาก
บางคนมองกว้างๆก็ว่า จริงๆแล้ว การตระเตรียม(ตต) ก็น่าจะรวมใน กพยย ด้วย
p 3-11 , ปกติ ตต มีกกท หลายอย่างต่อเนื่องกัน – ยากที่จะบอกว่า พ้นการตต และมาอยู่ในขั้นลงมือกท แล้ว
ฎ เกี่ยวกับ คผ นำคน หรือ ของออกนอกราช -ถ้าเราดูจะเห็นว่ามีหลายขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องบิน – จะบอกว่าจุดไหน ถือว่าเริ่มกทคผ หรือแค่ ตต
ฎ จล ขนแร่ดีบุก ไว้ในกระสอบ ไปเก็บแพ หางไป 2กม เพื่อรอเรือยนต์ มารับ – จล มีจตน ลักลอบส่งแร่ดีบุกออกนอกราช – ถือว่า เลนยขั้นตต แล้ว – คผ พยย ลักลอบนำแร่ออกนอกราช
ฎ จล จะนำ ผสห ออกนอกประเทศไปทำเมถุนกรรม – ถูกจับที่ท่าอากาศยาน ขณะขอรับเลขบัตรนั่งในเครื่องบิน – ถือว่าผ่านขั้นสุดท้าย ดนก พา ผสห ออกนอก – แม้จะใกล้ชิดระหว่าง ตต vs กท แล้ว – แต่อันนี้ถือว่า พยย กทคผ แล้ว
ฎ 1887/2535 จล เดินทางไปตปก ขึ้นเครื่อง 8.40 – ไปถึงพร้อมกระเป๋า 8.15 จนท ตรวจพบมีเงิน 9100 ดอลลาร์ – ถือว่า พยย กทคผ จตน นำเงินตราออกนอกประเทศ
p 3-12
p 3-13
p 3-14
p 3-15
p 3-16
p 3-17
p 3-18
! กิจกรรม 3.1.2
1. ปัจ ศ ฎีกาไทยใช้หลักอะไรในการ Dx การลงมือ กทคผ มีข้อดีข้อเสีย?
– ใช้หลัก ความใกล้ชิดกับคผสร
– ข้อดี สะดวก ยืดหยุ่น ศ ใช้ดุลยพินิจเป็นเรื่องๆ
– ข้อเสีย กท เพียงใด ถือว่าใกล้ชิด แล้วแต่ความคิดของแต่ละคน – ทำให้หลักนี้ ขาดความแน่นอน
2. นักทฎ กม ได้พยย วางหลักเกณฑ์(หก) เรื่องการลงมือ กทคผ อย่างไร ?
Ans กกทคผ กรรมๆ หรือ หลายกรรม
กรรมๆเดียว- ซึ่งในทางธรรมชาติ ลงมือกท ก็ถือว่าผิดแล้ว เช่นการฟัน , ถ้าเงื้อดาบขึ้น จะฟัน ก็ถือว่ากทผ แล้ว
แบบหลายกรรม เช่น คผฐ ชท – ปกด 2 กรรม ลท + ใช้กำลังประทุษร้าย(ชกลปทษร) – ถ้าได้ทำร้ายร่างกาย แม้ยังไม่ได้เอาท ไป ก็ถือว่า ชท แล้ว
p 3-19 3.1.3 หลักเกณฑ์การพยายามกระทำผิด(กพยย กทผ)
p 3-20
p 3-21
p 3-22
p 3-23
p 3-24
p 3-25
p 3-26
p 3-27
p 3-28
p 3-29
p 3-30
p 3-31
p 3-32
p 3-33
p 3-34
p 3-35
p 3-36
! กิจกรรม 3.1.3
1.หก ทั่วไปของ กพยย กทคผ
Ans ม 80 แยกเป็น 3 ประการ
(1) โดยจตน
(2) ผกท ลงมือกทคผ แล้ว
(3) กทไปไม่ตลอด หรือ กทแล้ว แต่ กกท ไม่บรรลุผล
มาตรา ๘๐ ผู้ใดลงมือกระทำความผิดแต่กระทำไปไม่ตลอด หรือกระทำไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ผู้นั้นพยายามกระทำความผิด ผู้ใดพยายามกระทำความผิด ผู้นั้นต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
2.ข ถอยรถในห้าง ชน ก เดินอยู่ , กแจ้งความ พยยฆ่า ถูกหรือผิด -ผิด เพราะไม่มี จตน , มีแค่ ลงมือ กท และ กทไปไม่ตลอด
ข ปม ซึ่งบค ทั่วไป พึ่งมี วิสัยและพฤต
p 3-37
p 3-38 ! 3.2 การกระทำความผิดที่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้
3.2.1 หเก ของการพยายาม(พยย) กกคผ ที่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้
3.2.2 ผลของการพยายาม กกทคผ ที่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้
3.2.3 ปัญหาของ กพยย กกทคผ ที่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้
3.2.4 ข้อเหมือน และข้อแตกต่างระหว่าง กพยย กทคผ ม 80 และ 81
p 3-39
กพยย กทคผ ที่เป็นไปไม่อย่างแน่แท้ ม 81 ได้ – ต้องผ่าน หก กพยย กทคผ 80 ด้วย
กกท บางอย่างแม้จะไม่สามารถบรรลุ ได้อย่างแน่แท้ – แต่ กกท นั้น มุ่งต่อผล ซึ่งกม บญ เป็นคผ – กกท แสดงถึงจตน ชั่วร้ายของผกท – จึงสมควรลโท บ้าง เพื่อดัดนิสัยของผกท
กกทคผ ที่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ – กม บญ สาเหตุไว้ 2 ประการ
1) ปัจจัยที่ใช้ในกกท
2) วัตถุที่มุ่งหมาย กท ต่ออีกอย่าง
ผลของ – กกทคผ ที่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ – ลโท ไม่เกิน 1/2 , แต่ศ จะไม่ลโท เลยก็ได้ หากเป็นจากความเชื่องมงาย
กพยย กทคผ โดยทั่วไป vs กกทคผ ที่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ – แม้จะ เป็นกพยย กทคผ เหมือนกัน แต่ก็มีข้อแตกต่างกัน
p 3-40 3.2.1 หลักเกณฎ์ของการพยายาม(พยย) กกคผ ที่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้
p 3-41
p 3-42
p 3-43
p 3-44
! กิจกรรม 3.2.1 ก จะฆ่า ข แต่ก่อนนอน ภริยา เอา กระสุนออก , ก มีคผฐ พยยฆ่า โดยไม่สามารถบรรลุผล อย่างแน่แท้ – ม 81 กกทคผ ที่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้
มาตรา ๘๑ ผู้ใดกระทำการโดยมุ่งต่อผลซึ่งกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด แต่การกระทำนั้นไม่สามารถจะบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำหรือเหตุแห่งวัตถุที่มุ่งหมายกระทำต่อ ให้ถือว่าผู้นั้นพยายามกระทำความผิด แต่ให้ลงโทษไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
p 3-45 3.2.2 ผลของการพยายาม กกทคผ ที่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้
p 3-46
p 3-47
! กิจกรรม 3.2.2 ก เมียน้อย ต้องการฆ่าเมียหลวง เชื่อหมอผีให้กินขนม – ก ผิด – 81 พยายามฆ่า ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ แต่ศ อาจจะไม่ลงโทษ เลยก็ได้
p 3-48 3.2.3 ปัญหาของ กพยย กกทคผ ที่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้
p 3-49
p 3-50
p 3-51
! กิจกรรม 3.2.3 นักกม มีความเห็นอย่างไรบ้าง เรื่องพยย กทคผ ที่ไม่สามารถบรรลุผลอย่างแน่แท้ ม 81 และเรื่องการขาดอปก
ฝ่ายแรก คิดว่า บญ พิเศษ ขาดอปก สำหรับ ม 80 เช่น ลท ของ ตัวเอง , ยิงศพคิดว่าเป็นคน – ผกท มีจตน ร้าย และลงมือแล้ว ก็น่าจะได้รับโทษ
อีกฝ่ายว่า หากไม่มีขทจ อันเป็นอปก คผ ก็ไม่ค่อยถือเป็น พยย กทคผ
p 3-52 3.2.4 ข้อเหมือน และข้อแตกต่างระหว่าง กพยย กทคผ ม 80 และ 81
p 3-53
p 3-54
p 3-55
p 3-56
!กิจกรรม 3.2.4 ขอ้เหมือน และแตกต่าง คผ ม 80 vs 81
ข้อเหมือน – 1. มีจตน
2. กทผ ลงมือกท แล้ว
ขอ้แตกต่าง 3 อย่าง
(1) 80 ไม่บรรลุ เพราะบังเอิญ แต่ 81 ไม่บรรลุอย่างแน่แท้
(2) 80 เกิดจากปัจจัย ที่ใช้ในกกท หรือวัตถุที่มุ่งหมายกท หรือ เพราะเหตุอื่น , 81 เกิดจาก ปัจจัยในกกท หรือ วัตถุ
(3) 80 โทษ 2/3 , 81 โทษ 1/2
p 3-57 ! 3.3 การพยายามกระทำความผิดที่ผู้กระทำยับยั้งหรือกลับใจแก้ไข
3.3.1 หลักเกณฑ์การยับยั้งหรือกลับใจแก้ไข
3.3.2 ผลของการที่ผกท ยับยั้งหรือกลับใจแก้ไข
การยับยั้งเสียเอง ไม่กท – สมัครใจ ยุติกกท ของตนเอง – เมื่อตนกท ถึงขั้นลงมือ – จนก่อน คผสร– ถึงขั้นพยย แล้ว
การกลับใจ แก้ไขไม่ให้กกท บรรลุผล – เขาเชื่อว่า คผสร แต่เขาได้กลับใจ โดยสมัครใจแก้ไข – ไม่ให้กกท บรรลุผล
ถ้าถึงขั้น พยย กทคผ แล้ว – ต้องรับโทษเสมอ แต่ถ้ากลับใจ โดย มิใช่ถูกกดดัน – ไม่ต้องรับโทษคผ นั้น – รับโทษฉพ คผที่สร แล้ว
p 3-58 3.3.1 หลักเกณฑ์การยับยั้งหรือกลับใจแก้ไข
p 3-59
p 3-60
p 3-61
p 3-62
p 3-63
p 3-64
! กิจกรรม 3.3.1 หก กพยย กทคผ -ผู้กท ยับยั้งหรือกลับใจแก้ไข พร้อมยกตัวอย่าง
82 แยกได้ 3 ประการ
(1) ลงมือกท แล้ว
(2) คผ ยังไม่สร ผล ตาม ผกท จตน
(3) ผกท ยับยั้งเสียเอง กลับใจ แก้ไขไม่ให้บรรลุผล
ตย- ยกปืนขึ้นเล็ง แต่เกิดสงสาร กลับใจไม่ยิง – ไม่ต้องรับโทษ ฐ พยย ฆค
เฟื่องใส่ยาพิษ ให้เพื่อน กินไปแล้ว แต่รีบให้ยาถอนพิษ เพื่อไม่ให้บรรลุผล – ไม่ต้องรับโทษ ฐ พยย ฆค
มาตรา ๘๒ ผู้ใดพยายามกระทำความผิด หากยับยั้งเสียเองไม่กระทำการให้ตลอด หรือกลับใจแก้ไขไม่ให้การกระทำนั้นบรรลุผล ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษสำหรับการพยายามกระทำความผิดนั้น แต่ถ้าการที่ได้กระทำไปแล้วต้องตามบทกฎหมายที่บัญญัติเป็นความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น ๆ
p 3-65 3.3.2 ผลของการที่ผกท ยับยั้งหรือกลับใจแก้ไข
p 3-66
p 3-67
! กิจกรรม 3.3.2
1. ผลของ กพยย กทคผ ที่ผู้กท ยับยั้ง หรือ กลับใจ
Ans 2 ประการ
1) ไม่ต้องรับโทษ สำหรับพยย กทคผ
2) แต่ถ้าได้กทไปแล้ว กทบญ คผ ให้รับผ สำหรับ คผ นั้น
2.ส้ม ต้องการฆ่าม่วง แต่เห็นพระ จึงเลิกยิง , แต่ใช้ดามปืนตีหัว เป็นแผลเลือดออก
Ans ม 80 กท ไม่ตลอด ไม่บรรลุผล
82 พยย ยับยั้งใจเอง – ไม่ต้องรับโทษ
สรุปว่า ส้ม ผฐ พยย ฆ ผู้อื่น แต่ไม่ต้องรับโทษ เพราะ 82 กลับใจก่อน
แต่รับผ ฐ ทำร้ายร่างกาย
p 3-68
p 3-69 ! 3.4 บทบัญญัติพิเศษเกี่ยวกับการพยายามกระทำความผิดบางลักษณะ
3.4.1 คผ ที่มีกพพย กทคผ ไม่ได้
3.4.2 กพยยม กทคผ ที่ไม่ต้องรับโทษ
3.4.3 กพพย กทผค ที่กม บญโทษไว้เท่ากับโทษในคผ สำเร็จ และ กพพย กทคผ ที่กม ถือเป็นคผ เช่นเดียวกับคผสำเร็จ
บางประเภท ไม่มีคผ ฐ พยย กทคผ เช่น คผฐปม ,คผฐ เป็นผู้ใช้ หรือ ผู้สนับสนุน , คผฐละเว้น , คผบางอย่าง แม้กทสำเร็จแล้ว ยังไม่เป็นคผเด็ดขาด จนกว่าจะผ่านพ้นเวลาหรือ พฤต อื่นมาประกอบ จึงจะผ
คผที่รับโทษหนักขึ้น โดยอาศัย ผลของกกท ตาม จตนเดิม โดยไม่ต้องอาศัย จตน ในผลสุดท้าย ที่เกิดขึ้น ก็จะมี พยยในคผที่ผลยังไม่เกิดขึ้น ไม่ได้ , และคผที่เกิดจากกกท ซ้ำๆ
โดยทั่วไป คพยย กทคผ รับโทษ 2/3 หรือ ไม่เกิน 1/2 ของโทษที่กมกำหนด , ยยกเว้นบาง กพยย กทคผ ไม่ต้องรับโทษ
กพยย กทคผ บางอย่าง รุนแรง – กมเอาโทษผู้พยย เท่ากับ กท คผสำเร็จ หรือให้ถือว่าคผ เช่นเดียวกับ คผสำเร็จ
p 3-70 3.4.1 คผ ที่มีกพพย กทคผ ไม่ได้
p 3-71
p 3-72
! 4. คผบางอย่าง แม้กทเสร็จ แล้ว ยังไม่เป็นคผเด็ดขาด , จนกว่าจะผ่านเวลาหรอืมีพฤตอื่นมาประกอบ จึงเป็นคผ
แบบนี้ เป็นคผ พยย ไม่ได้ , เป็นคผ หรือไม่ผ เด็ดขาด แล้วแต่พฤก
4.1 คผฐ เบิกความเท็จ ม 177 หรือแปลเท็จ 178 – แม้จะกทสำเร็จแต่ยังไม่เด็ดขาด
p 3-73
! กิจกรรม 3.4.1 ยกตัวอย่างคผ ที่มีกพยย กทคผ ไม่ได้ 5 ข้อ
1) คผฐปม
2) คผลหุโทษ ทั่วไป แม้ไม่มีจตน ก็เป็นคผ
3) คผฐ ผู้ใช้ หรือ ผู้สนับสนุน
4) คผฐ ละเว้น
5) คผ บางอย่าง แม้กทสำเร็จ แล้ว ยังไม่เป็นคผ เด็ดขาด จนกว่าเวลาจะผ่านพ้นหรือมี พฤต อื่นมาประกอบ
p 3-74 3.4.2 กพยยม กทคผ ที่ไม่ต้องรับโทษ
p 3-75
! กิจกรรม 3.4.2 กรณีที่ พยย กทคผ แต่ไม่ต้องรับโทษ
Ans 1. กพยย กทคผ ลหุโทษ
2. พยย ทำแท้ง
3. การยับยั้งเสียเอง
3.4.3 กพพย กทผค ที่กม บญโทษไว้เท่ากับโทษในคผ สำเร็จ และ กพพย กทคผ ที่กม ถือเป็นคผ เช่นเดียวกับคผสำเร็จ
p 3-76
p 3-77
! กิจกรรม 3.4.3 คผที่ กพยย กทคผฐ นั้น กมบญ โทษไว้เท่ากับโทษ คผสำเร็จ และกพยย กทคผ ที่กมถือเป็นคผ เช่นเดียวกับ คผสำเร็จ
Ans พวกที่ผลร้ายแรง ไม่น้อยกว่าไปกว่าเมื่อสำเร็จ
1) พยย ปลงพระชนม์
2) พยย กทประทุษร้าย ต่อพระองค์ หรือ สรภ K
3) พยย ปลง Q , รัชทายาท หรือ ฆ่าผู้สำเร็จ
4) พยย กทประทุษร้าย Q , รัชทายาท หรือ ต่อร่างากาย สรภ ผู้สำเร็จ
5) พยย กทคผ ต่อความมั่นคง ของรัฐ ภายนอกราช
6) พยย กทประทุษร้าย K , Q , ราชสามี รัชทายาท ประมุข รัฐ ตปทที่มีสัมพันธไมตรี
7) พยย ฆ K ,Q , ราชสามี รัชทายาท ประมุข ตปท ที่มีสัมพันธไมตรี ได้รับแต่งตั้งให้มาสู่พระราชสำนัก
p 3-78
pretest
1.ผลของการยับยั้ง หรือ กลับใจแก้ไข กกท ไม่ให้บรรลุผล – e ส่วนกลับใจ ไม่ต้องรับโทษ ส่วนทำไปแล้ว ก็รับโทษ
2.โทษ พยย กทคผ – b 2/3
3.ถือว่าลงมือกทคผ แล้ว – d ม่วงใส่ยาพิษ ม่วงปัดตก
4. ต้องรผ ฐ พยย -d ลงมือกท
5. กพยย กทคผ ยับยั้งเสียเอง – ลงมือกทแล้ว แต่เกิดเปลี่ยนใจ ไม่กทตลอด
6. จตน ฆ่าเขียว ยิงปืน แต่เขียวหลบได้ ผิดฐ – พยย ฆ
7.พยย กทคผ – a ลงมือ กท ตลอด แต่กกท ไม่บรรลุผล
8.พยย กทคผ – d ยกปืน
9. ไม่ถือว่า พยย กทคผ ไม่สามารถบรรลุผลอย่างแน่แท้ – a ยิงไม่ถูก
10.ยิงตอไม้ คิดว่ายิงติง ผ ฐ – พยยฆ โดยไม่สามารถบรรลุผล เพราะวัตถุ
post test
1.กทคผ แต่ไม่กทไปตลอด หรือ กทตลอด แต่ไม่บรรลุผล – รผ ฐ พยย
2.กพยยย กทคผ – b ลงมือ แต่กท ไม่บรรลุ
3.ตัดสร้อย แต่ยังไม่ทันได้เอาไป – พยย ลท
4. ยับยั้งเสียเอง – c คิดถึงลูกป้อมจะกำพร้า ยับยั้งไม่ยิง
5.
6.
7. คผปกด หลายกรรม หก พจรณ ลงมือ กทคผ – a กท กรรมลงไป ถือว่า ลงมือกท
8. ยิงปืนไป บ้านเช่าที่เคยนอน แต่ย้ายไปราชการนานแล้ว ผิด – c พยย ฆ ไม่สามารถบรรลุ เพราะวัตถุ
9. .ให้ยาพิษ แต่ให้ยาถอนพิษ จึงไม่อตรแก่กาย – a ไม่มีคผ b ไม่ต้องรับโทษ แสดงว่ามีคผ
10 ปัจ ศ ใช้หลักใด ลงมือกทคผ – a หลักความใกล้ชิดต่อผล
หน่วย 4 เหตุยกเว้นความผิด เหตุยกเว้นโทษ เหตุลดโทษ
p 4-2 ตอนที่ 4.1 เหตุยกเว้นความผิด
4.2 เหตุยกเว้นโทษ
4.3 เหตุลดโทษ
บุคคลไม่ต้องรับผิดทางอาญาเมื่อมีเหตุยกเว้นความผิด
1. บทบัญญัติกม หรือ จารีตประเพณีให้อำนาจกระทำ
2. ความยินยอม
3. การป้องกันโดยชอบด้วยกม
บุคคลไม่ต้องรับโทษทางอาญา อันนี้น่าจะผิด แต่ไม่ต้องรับโทษ
1. การกระทำโดยจำเป็น
2. ความไม่สามารถรู้ผิดชอบ และความอ่อนเยาว์
3. การกระทำตามคำสั่งที่มิชอบด้วยกม ของเจ้าพนักงาน และการกระทำผิดบางประเภท ระหว่าง สามี-ภรรยา
Q ที่บอกว่า กกท ไม่มีกม ยกเว้นคผ จะต้องไม่มีกม ยกเว้นโทษด้วย – ^น่าจะไม่ถูก เช่น เด็กยิงคนตาย ยังมีคผ แต่ไม่ต้องรับโทษ เพราะเป็นผู้เยาว์
บุคคลอาจได้รับการลดโทษทางอาญา
1. เหตุลดโทษโดยทั่วไป
2. เหตุบันดาลโทสะ
3.เหตุบรรเทาโทษ
p 4-4 ตอนที่ 4.1 เหตุยกเว้นความผิด
4.1.1 บทบัญญัติกม หรือ จารีตประเพณี( จร ปพณ )ให้อำนาจกระทำ
4.1.2 ความยินยอม
4.1.3 การป้องกันโดยชอบด้วยกม
บุคคล (บค) ได้รับการยกเว้นความผิดทางอาญา(อญ) หากมีบทบัญญัต จร ปพณ ให้อำนาจกระทำได้
– หากผู้เสียหายยินยอมต่อการกระทำนั้น , ทั้งนี้ เป็นความยินยอมอันบริสุทธิ์ ไม่ขัดต่อสำนึกศีลธรรมอันดี , และเป็นความยินยอมจนถึงขณะกระทำผิด
– หากเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกม ป้องกันสิทธิของตน หรือผู้อื่น ให้พ้นจากภยันอันตราย(ภย อตร) ซึ่งเกิดจากการกระทำประทุษร้ายอันละเมิดต่อกม , ภย อตร ที่ใกล้จะถึง อีกทั้งไม่กระทำเกินขอบเขต
คำนำ
ผู้กระทำ(ผกท) ต้องรับผิดทาง อญ หรือไม่ ต้องพจรณ คส ความรับผิดทาง อญ
1. การกระทำครบ อปก ที่กม บัญญัติ
2. ,, ไม่มีกม ยกเว้นความผิด
3. ,, ไม่มีกม ยกเว้นโทษ
p 4-5 4.1.1 บทบัญญัติ(บบญ)กม หรือ จารีตประเพณี( จร ปพณ )ให้อำนาจกระทำ
แยกเป็น 1. บบญ กม ให้อำนาจกระทำ
2. จร ปพณ ให้อำนาจกระทำ
✹ 1. บบญ กม ให้อำนาจกระทำ
♏ 1.1 กม ยกเว้นความผิดตาม ปอ เช่น
a)การกระทำโดยการป้องกัน ม 68
p 4-6 b)กรณีทำแท้ง ม 305 – ยกเว้นผิดสำหรับ หญิง(ญ) ที่ยอมให้ผู้อื่นทำแท้ง อายุครรภ์เกิน 12 wk ตาม ม 301
แพทย์ผู้ทำแท้ง ให้ ญ โดย ญ ยินยอม ม 302 , ทำแท้งของผู้ประกอบวิชาชีพ ตามหลักเกณฑ์ แพทย์สภา
1) การตั้งครรภ์เสี่ยงต่อสุขภาพหรือจิตใจของ ญ นั้น
2) เสี่ยงมาก หรือ เหตุผลเชื่อว่าทารกคลอดจะผิดปกติ หรือ ทุพพลภาพร้ายแรง
3) ตั้งครรภ์เกี่ยวกับกระทำผิดเกี่ยวกับเพศ
4)< 12 wk และยืนยันให้ยุติการตั้งครรภ์
5) 12-20 wk ยืนยัน และ+ รับคำปรึกษาจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือ อื่นๆตามหลักเกณฑ์ตามกระทรวงสธ
c) การแสดงความเห็นหรือ ข้อความใดโดยสุจริต ม 329 หรือแสดงความเห็น หรือ ข้อความในกระบวนพจรณ คดีใน ศ โดยคู่ความ หรือ ทนายความคู่ความ ม331
ฎ ผู้ว่าการท่า ตอบหนังสือกองทัพอากาศ ว่าโจทก์ถูกปลดเพราะต้องหาลักทรัพย์ , เป็นการแสดงขอ้เท็จจริงโดยสุจริต ของ เจ้าพนักงานตามหน้าที่ , ได้รับข้อยกเว้นตาม ปอ ม 329 , ไม่มีความผิดหมิ่นประมาท
♏ 1.2 กม ยกเว้นความผิดตาม รธน , รธน 2560 ม 124
“ มาตรา ๑๒๔ ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมวุฒิสภาหรือที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา สมาชิก ผู้ใดจะกล่าวถ้อยคำใดในทางแถลงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็นหรือออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดย เด็ดขาด ผู้ใดจะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวสมาชิกผู้นั้นในทางใดๆมิได้
♏ 1.3 กม ยกเว้นความผิดในปพพ
1) เจ้าของที่ดินใช้สิทธิตัดรากไม้, ซึ่งรุกเข้ามาจากที่ดินติดต่อและเอาไว้เสียตาม ปพพ 1347 – ไม่เป็นความผิดฐานทำให้เสีย ท
ม 1347
เจ้าของที่ดินอาจตัดรากไม้ซึ่งรุกเข้ามาจากที่ดินติดต่อและเอาไว้เสีย ถ้ากิ่งไม้ยื่นล้ำเข้ามา เมื่อเจ้าของที่ดินได้บอกผู้ครอบครองที่ดินติดต่อให้ตัดภายในเวลาอันสมควรแล้ว แต่ผู้นั้นไม่ตัด ท่านว่าเจ้าของที่ดินตัดเอาเสียก็ได้
p 4-7 2) การทำบุบสลาย หรือ ทำลาย ท สิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อบำบัดปัดป้องภยันตราย มีมาเป็นสาธารณะ(สธณ)โดยฉุกเฉิน ปพพ 450
อุทาหรณ์
ฎ ทำลายทำนบของเอกชน เพื่อจำเป็นป้องกันน้ำท่วมนาราษฎร – ทำไปโดยความจำเป็นไม่เกินแก่เหตุ – เพื่อปย ของปชช , ถึงจท จะเสียหาย ก็น้อยกว่าความเสียหายของปชช – และไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก(แม้จะรบกวน คค อสหรม ปอ 362) เพราะถือตาม ปพพ 450
3)ผ คค อสหรมท ฆ่าสัตว์ที่เข้ามาเสียหายใน อสหรมท ปพพ 452 – ไม่เป็นความผิดฐานทำให้เสีย ท
4) ผู้ใช้อำนาจปกครอง เช่น บิดามารดา ทำโทษบุตร- ตามสมควร เพื่อว่ากล่าวสั่งสอน – ปพพ 1567
5)เจ้าสำนักโรงแรม ยึดหน่วงเครื่องเดินทาง หรือ ทส ของคนเดินทาง หรือแขกที่อาศัยใน hotel – จนกว่าจะได้รับเงินที่ค้างชำระ ปพพ 679 “เจ้าสำนักชอบที่จะยึดหน่วงเครื่องเดินทางหรือทรัพย์สินอย่างอื่นของคนเดินทางหรือแขกอาศัยอันเอาไว้ในโรงแรม โฮเต็ล หรือสถานที่เช่นนั้นได้จนกว่าจะได้รับใช้เงินบรรดาที่ค้างชำระแก่ตน เพื่อการพักอาศัยและการอื่น ๆ อันได้ทำให้แก่คนเดินทางหรือแขกอาศัยตามที่เขาพึงต้องการนั้น รวมทั้งการชดใช้เงินทั้งหลายที่ได้ออกแทนไปด้วย” ^ป้าหอพัก ใช้ข้อนี้หรือเปล่า
6) บิดาเอาเงินของบุตรที่บิดา คค ไปใช้ ปพพ 1573 – ไม่เป็นความผิดฐาน ยย
p 4-8 7) ผู้ทำพินัยกรรม(พนก) ทำลาย พนก ปพพ 1695 , แม้จะส่งมอบ พนก ให้ผู้รับมรดกตาม พนก ไปแล้ว – ย่อมไม่เป็นความผิด ปอ 188
♏ 1.4 กม ยกเว้นความผิดตาม ปวิอ. เช่น
1) พนง ฝ่ายปกครอง(ฝปค) หรือ ตำรวจ จับ ผู้กระทำ(ผกท) “ความผิดซึ่งหน้า” ตาม ปวิอ 78 หรือ จับ บค ตามหมายจับ , ผู้จับ ไม่มีความผิดต่อเสรีภาพ
หรือหากการจับนั้น ต้องทำให้เสีย ท เช่น บอกให้รถยนต์บรรทุกไม้ผิดกม หยุด , ไม่ยอมหยุด , ตร ยิงยางล้อรถ – ถือว่าใช้วิธีเท่าที่เหมาะแก่พฤติการณ์แห่งเรื่องการจับ ปวิอ 83 – ใช้อำนาจหน้าที่ตามปม การกระทำของจล ไม่มีความผิด
2) ปวิอ 117 ผู้ต้องหา หรือ จล หน หรือ หลบหนี , ให้พนง ฝปค หรือ ตำรวจจับผู้ต้องหานั้น แต่ถ้ากรณีที่บุคคลซึ่งทำสัญญาประกัน หรือ หลักประกันเป็นผู้พบเห็น , อาจให้จนท จับ ยกเว้น ไม่สามารถขอความช่วยเหลือได้ ให้มีอำนาจจับได้เลย
♏ 1.5) กม ยกเว้นความผิดตาม กม อื่น เช่น
1. จนท ที่มีอำนาจตัดโค่นต้นไม้หวงห้าม เพื่อปย บำรุงป่า,ค้นคว้าหรือ ทดลองทางวิชาการ ตาม ม 17 ไม่ถือว่าเป็นความผิดฐานทำไม้ไม่ได้รับอนุญาติตาม พรบ ป่าไม้
2.อย คค ยาเสพติด เฮโรอีน ไม่ผิดตาม ม 5 พรบ ยาเสพติดให้โทษ
3. จทน ราชทัณฑ์ประหารชีวิตนักโทษ ตาม คพพษ ศ – ไม่ผิดฐานฆ่าคนตาม ปอ 288
p 4-9 4. เจ้าพนักงาน(จพง)ท้องถิ่น ปฎิบัติหน้าที่ รื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้าง ตาม พรบ ควบคุมอาคาร – ไม่ผิดฐานบุกรุกหรือทำให้เสีย ท
5. จพง พิทักษ์ทรัพย์ ตาม พรบ ล้มละลาย ไม่เป็นความผิดฐานเอาไปเสียซึ่ง พนก(พินัยกรรม) หรือ เอกสารของผู้อื่น ปอ 188
6. กม ให้อำนาจกระทำได้ ก็มี เช่น ให้ จพง ตาม พรบ ป่าไม้ ,
มาตรา ๑๑ ผู้ใดทำไม้ หรือเจาะ หรือสับ หรือเผา หรือทำอันตรายด้วยประการใด ๆ แก่ไม้หวงห้าม ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือได้รับสัมปทานตามความในกฎ พระราชบัญญัตินี้ และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือในการอนุญาต
✹ 2. จร ปพณ ให้อำนาจกระทำ
แม้กม มี บบญ เป็นความผิด อญ แต่ ผกท อาจจะไม่มีความผิด หรือ ยกเว้นความผิด อญ เพราะ จร ปพณ
p 4-10 จร ปพณ มี อปก
1) ปฎิบัติเป็นเวลานาน ติดต่ออย่างสม่ำเสมอ
2) เชื่อมั่นในกลุ่มคน ยึดถือปฎิบัติกัน และถ้าจะอ้าง จร ปพณ เพื่อยกเว้นผิด ต้องเป็น จร ที่ยังคงมีอยู่ขณะกทผ ^เช่นสาดน้ำมันสงกรานต์ ?
ตย จร บางอย่าง ถูกรับรอง ตาม บญ กม เช่น ปพพ 1354 บค เข้าไปในป่า เก็บหญ้าเลี้ยงสัตว์ เก็บฟืน ผัก เห็น … ถ้าจข ไม่ห้าม ไม่มีคผ ฐ บร 362 หรือ ลท 334 335
กิจกรรม 4.1.1 ยก บบญ ปอ ให้อน แก่บค กท บางกรณีไม่มีคผ
Ans ป้องกันโดยชอบ ม 68
แสดงความคิดเห็นสุจริต 329
กระบวนพจรณ ในศ 331
p 4-11 4.1.2 ความยินยอม
p 4-12
! กิจกรรม 4.1.2 หลักกม ความยินยอม ของ ผสห ทำให้ผกท ไม่มีคผ ในทาง อญ -Ans 1)ยินยอมอันบริสุทธิ
2) ไม่ขัดต่อสำนึกศีลธรรม
3) ยินยอมอยู่ถึง ขณะกท อันกม บญเป็นคผ
p 4-13 4.1.3 การป้องกันโดยชอบด้วยกม
แนวคิดตั้งแต่สมันย cicero , grotius , wolff , carrara
เมื่อจนท ไม่อาจค้ค ผู้ได้รับร้าย จากกกท ลม ได้ทันท่วงที – ต้องค้ค ป้องกันตนเอง ^ที่อเมริกา ยอมให้ทุกคนมีปืนได้
ให้บค ป้องกัน ส ของตน แต่มิใช่ เพราะรัฐให้อน ลงโทษกันเอง
ม 68 “ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด “
หเก ดังนี้
1) ภยันตราย เกิดจาก ปทษร อันลม กม
2) ภยันตราย ใกล้จะถึง
3) ป้องกันส ตนเอง หรือ ผู้อื่นให้พ้นจากภยันตราย
4) ป้องกันไม่เกินขอบเขต
💚 1) ภยันตราย เกิดจาก ปทษร อันลม กม
p 4-14
p 4-15
p 4-16
p 4-17
p 4-18
p 4-19
p 4-20
p 4-21
p 4-22
p 4-23
p 4-24
p 4-25
! กิจกรรม 4.1.3
1.
p 4-26
p 4-27 4.2 เหตุยกเว้นโทษ
4.2.1 กกท โดยจำเป็น
4.2.2 ความไม่สามารถรู้ผิดชอบและความอ่อนอายุ
4.2.3 กกท ตามคำสั่งที่มิชอบด้วยกม ของ จพง และกกทคผ บางประเภทระหว่างสามีภริยา
p 4-28 4.2.1 กกท โดยจำเป็น
p 4-29
p 4-30
p 4-31
p 4-32
p 4-33
p 4-34
p 4-35
p 4-36
p 4-37
! กิจกรรม 4.2.1
4.2.2 ความไม่สามารถรู้ผิดชอบและความอ่อนอายุ
p 4-38
p 4-39
p 4-40
p 4-40
p 4-41
p 4-42
p 4-43
p 4-44
p 4-45
p 4-46
p 4-47
p 4-48
p 4-49
p 4-50
p 4-51
p 4-52
p 4-53
! กิจกรรม 4.2.2
p 4-54 4.2.3 กกท ตามคำสั่งที่มิชอบด้วยกม ของ จพง และกกทคผ บางประเภทระหว่างสามีภริยา
p 4-55
p 4-56
p 4-57
p 4-58
p 4-59
p 4-60
! กิจกรรม 4.2.3
p 4-61
p 4-62 ! 4.3 เหตุลดโทษ
4.3.1 เหตุลดโทษโดยทั่วไป
4.3.2 เหตุบันดาลโทสะ
4.3.3 เหตุบรรเทาโทษ
1) บค อาจได้รับการลดโทษ เหตุลดโทษ โดยทั่วไป ได้แก่
(1) ความไม่รู้กม
(2) คนวิกลจริต หรือคนมึนเมา ซึ่งยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง หรือยังสามารถบังคับตนเองได้
(3) ป้องกันหรือจำเป็นเกินขอบเขต
(4) กกทผ เกี่ยวกับ ท บางมาตรา ระหว่างญาติใกล้ชิด
(5) ผกท 15-20 ปี
2) ได้รับลดโทษด้วยเหตุบันดาลโทสะ หากปรากฎว่า
1.ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรง ด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
2. ถูกข่มเหงนั้นเป็นเหตุให้บันดาลโทสะ
3. ได้กทคผ ต่อผู้ถูกข่มเหงในขณะบันดาลโทสะ
3) ได้รับลดโทษ เพราะเหตุบรรเทาโทษ
1. พตก ก่อนกกทคผ
2. พตก หลังกกทคผ
p 4-63 ความนำ หากมีเหตุลดโทษบางประการ – ศ ใช้ดุลพินิจ ลดโทษน้อยกว่าที่ กม กำหนด สำหรับคผ นั้น เพียงใดก็ได้
ศ อาจจะลดโทษ เพราะเหตุหนึ่ง และอาจจะลดอีก เพราะอีกเหตุลดโทษ ก็ได้ เช่น ได้ทั้งตาม 72 (บันดาลโทสะ) + 78
4.3.1 เหตุลดโทษโดยทั่วไป
1. ความไม่รู้กม (ม 64)
2. วิกลจริต หรือมึนเมา ซึ่งยังสามารถรู้รับผิดชอบอยู่บ้าง หรือยังสามารถบังครับตนเองได้บ้าง (ม 65 ว.2 ) และ ม 66
3. ป้องกันหรือ จำเป็น เกินขอบเขต (ม 69)
4. กกทคผ เกี่ยวกับ ท บางมาตรา ระหว่าง ญาติใกล้ชิด (ม 71 ว.2)
5. ผกท อายุ <15ปี แต่ไม่เกิน 20ปี (ม 75 76 )
p 4-64 , 🌿 1. ความไม่รู้กม
p 4-65
p 4-66
p 4-67
p 4-68
p 4-69
p 4-70
p 4-71
p 4-72
p 4-73
p 4-74
p 4-75
p 4-76
p 4-77
p 4-78
p 4-79
p 4-80
! กิจกรรม 4.3.1
p 4-81 4.3.2 เหตุบันดาลโทสะ
p 4-82
p 4-83
p 4-84
p 4-85
p 4-86
p 4-87
p 4-88
p 4-89
p 4-90
p 4-91
p 4-92
p 4-93
! กิจกรรม 4.3.2
p 4-94 4.3.3 เหตุบรรเทาโทษ
p 4-95
p 4-96
p 4-97
p 4-98
p 4-99
p 4-100
p 4-101 !กิจกรรม 4.3.3
pretest
$
posttest
หน่วย 5 ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิด
5.1 ตัวการ (ตก)
5.2 ผู้ใช้
5.3 ผู้สนับสนุน
ตัวการในการกระทำผิด – คือบุคคลที่มีการกระทำร่วม และเจตนาร่วมกับบุคคลอื่น ในการกระทำผิดอาญา
ผู้ใช้ คือ บุคคลที่ก่อให้ผู้อื่นกระทำผิด , โดยตัวเองมิได้มีส่วนร่วมกระทำความผิดนั้นด้วย , ผู้ใช้ อาจจะเจาะจงให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือ ใช้วิธีโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปก็ได้
ผู้สนับสนุน คือให้ความช่วยเหลือ หรือความสะดวกแก่ผู้กระทำผิดก่อน หรือในขณะกระทำความผิด
หลักเกณฑ์และวินิจฉัยปัญหาของ 3 ประเภทนี้
p 5-4 ตอนที่ 5.1
5.1.1 การกระทำร่วมกัน
5.1.2 เจตนาร่วมกัน
5.1.3 ความรับผิดของตัวการ
การกระทำร่วมกัน อาจเป็นกรณีที่ บค ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป – ร่วมกระทำส่วนใดส่วนหนึ่งอันเป็น อปก ความผิด , หรือแบ่งหน้าที่กันทำ , หรือร่วมอยู่ในที่เกิดเหตุในลักษณะที่สามารถเข้าช่วยเหลือผู้กระทำผิดคนอื่นทันที
การมีเจตนา(จตน)ร่วมกันของตัวการ, คือ – ผู้กระทำทุกคน รู้ถึงการกระทำของกันและกัน และต่างถือเอาการกระทำของคนอื่น เป็นการกระทำของตนเอง
ตัวการ(ตก) ต้องรับโทษตามที่กม กำหนด – สำหรับ ความผิดนั้น, แต่ ตก แต่ละคน อาจจะรับโทษไม่เท่ากัน ก็ได้
p 5-5 ความนำ
ถ้ามีผู้กระทำผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ต้องมาดูเรื่องตัวการ
1. กรณีมีหลายคนกระทำผิด แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนลงมือกระทำผิดตั้งแต่ต้น จนจบ , เช่น แดงและดำ เข้าไปลท เขียว , แดงหยิบ ท , พอเขียวกลับมา , ดำ ยิงปืน , จากนั้นทั้งคู่หลบหนีไป , – แดง ลท , ดำ ยิงเขียวบาดเจ็บ แต่ไม่ได้ลท , – แต่ทั้งสองถือเป็นตัวการความผิดฐาน ชท – แต่ลำพังการกระทำผิดแต่ละคน ไม่พอให้เกิดผลสุดท้าย
– ก และข วางยาพิษ ค , ก ใส่ 3 ก. , ข ใส่ 3 ก , ค กินแล้วตาย , ยาพิษนี้ ต้องใส่ 5 ก ถึงตาย , ถ้าไม่มีความผิดตัวการ จะถือว่า ก และ ข ไม่มีความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นเลย
– แนวคิดนี้ ยังรวมไปถึง บค ที่มีส่วนทำให้เกิดความผิดขึ้น โดยที่ บค นั้นมิได้กระทำอันเป็น อปก ความผิดเลย – ให้ต้องรับผิดฐานตัวการ
2. ความผิดบางฐาน กำหนด (ผู้กระทำผิด) ผกทผ ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป เช่น ปล้นท(ปท) ม 340 , หรือกำหนดถ้ามี ผกทผ ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เป็นเหตุให้ต้องรับโทษหนักขึ้น เช่น ลท ผู้ร่วมกระทำ(ผรกท) ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ม 335(7) และแต่ละคน ต้องเป็นลักษณะตัวการ – มิฉะนั้นจะให้ต้องรับโทษหนักขึ้นมิได้
ลักษณะความผิดแบบ ตก ม 83
มาตรา 83 ในกรณีความผิดใดเกิดขึ้นโดยการกระทำของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป ผู้ที่ได้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันนั้นเป็นตัวการ ต้องระวางโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
p 5-6 แยกเป็น 2 อปก
1.มี กทผ ร่วมกัน
2. จตน รกกทผ
5.1.1 การกระทำร่วมกัน (กกทรก)
คส ความรับผิดทาง อญ – เมื่อมีการกระทำ + จตน(ยกเว้นกมกำหนดให้ต้องรับผิด แม้ไม่ จตน)
“กกทรก “แต่ละคน ที่เป็น ตก ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในลักษณะใด มากแค่ไหน จึงถือว่ามีส่วน่วมในการกระทำผิด
แนวคิด- ถ้าได้ กท เป็นส่วนหนึ่งของ อปกความผิด , แต่ถ้าเข้าใจการมีส่วนร่วมในการกระทำมีความหมายเพียงเท่านั้น <- บบญและแนวคิดเรื่อง ตก แคบลงไปมาก และไม่สมวัตถุประสงค์ของกม เอาผิด บค ที่มีส่วน รกทผ -เพราะ ทุกคน ล้วนมีผลอำนวยผลให้ กทผ สำเร็จ , และถ้าไปตีความอย่างแคบ ก็จะทำให้แต่ละคน แบ่งช่วยเหลือกันทำ จะได้ไม่ครบ อปกความผิด ก็จะไม่ต้องรับผิด – สรุปว่า กรกทผ จึงควรต้องกว้างกว่า มีส่วนในการกระทำที่ครบอปก ความผิด
สรุป กกทรก –
⌛1. กกท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ กกท ทั้งหมด ที่รวมกันเป็น คผ – เช่น รวมกันทำร้าย จนบาดเจ็บ ผู้ร่วมแต่ละคน จะทำร้ายมากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่สาระสำคัญ
p 5-7 , ฎ ยกพวกไปแทง จล แค่ป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายมาช่วยผู้ตาย – จล ก็ผิดทำร้ายผู้ตาย แม้จะไม่ได้กทผ ร่วมกับพวกจล
ฎ จล 1,2 รวมกับฉุดญ , จล1 กทชร ส่วน จล2 แค่กอดจูบ – ผ ม 276 วรรคแรก ไม่ผิดวรรคสอง เพราะโทรม ญ ต้องผลัดกัน
ฎ จล 1 และ 2 เป็นสามี ภริยา คนหนึ่ง ออกเช็ค อีกคนสลักหลัง – เด้ง – ถือเป็นตก ร่วม
ฎ จล ดันรถ mc ไปจน mc ผสห ให้ล้ม เพื่อให้เพื่อนรุมทำร้าย – ถือว่า ผฐ ร่วมกัน ทร ผู้อื่น
⌛2. แบ่งหท กันทำ กับผู้ร่วม กทผ อื่น – แบ่งกันทำ เพื่อให้ คผ นั้นสำเร็จ- บางงาน อาจไม่ใช่ อปก คผ แต่ถือเป็นการทำให้ คผ สำเร็จ หรือ สะดวกขึ้น- ช่วยเหลือในที่เกิดเหตุ /ขณะเกิดเหตุ เช่น ช่วยดูต้นทาง ช่วยส่งสัญญาณ – ถือเป็น ผร กทผ
ฎ พวก จล หยิบ ท ของ จข – จล รับ ทและเอามาซ่อน – จล ถือเป็น ตก ลท
p 5-8 ขข กทชร , 2 คน ,อีกคนแค่จับแขน – ก็ถือว่า ผ ฐ ตก
ฎ พวกไปปล้น ท , เราแค่ดูต้นทาง – ถือเป็นส่วนหนึ่ง – ผ ตกปท
ฎ พวก 4 คน คนหนึ่งชูปืน ห้ามคนอื่นเข้ามา – ชูปืนอย่างเดียว ก็ถือว่า ตก
ฎ ขับ mc , เพื่อนกระชากสร้อย วิ่งมานั่ง – คนขับ ก็ถือเป็น ตก ผ ฐ วรท
ขี่รับมารับ ผกท ผ – ถ้าอยู่ใกล้ๆ ถือว่า ร่วมกทผ – แต่ถ้าไกลออกไปมากๆ – ไม่ถือว่าเป็นตก ร่วม
ฎ ถือเสื้อให้เพื่อน พร้อมดูลาดเลาเพื่อตำรวจมา เพื่อนไป ขข กทชร – ถือเสื้อ ก็ถือว่า ร่วม กทผ
p 5-9 ⌛ 3. ร่วมในที่เกิดเหตุ ลักษณะพร้อมจะช่วยเหลือ ผกทคผ อื่นได้ทันที – แม้ไม่ได้ลงมือกท สิ่งใด – การอยู่ในที่เกิดเหตุ เป็นการสบทบให้ผกทผ อื่น ให้ความมั่นใจมากขึ้น
ฎ จล 1 ยิงผู้ตาย ,ส่วน 2,3 มีมีด ขวาน , แม้ไม่ได้ทำอะไร แต่พร้อมจะช่วย – ถือว่าเป็นตก ด้วย
ฎ นั่งรอขข ต่อจากเพื่อน , ถอดกางเกงแล้ว -โดนจับ – เป็น ตก
ฎ ไปกับมือปืน เมื่อมือปืนยิง เราก็แสดงตนว่ามาด้วยกัน – เราเป็น ตก ม 83
⌛4. อยู่ในที่เกิดเหตุ + ได้ใช้ หรือก่อนให้ผู้อื่น กทคผ – ถือว่ามีส่วนร่วม กทคผ ด้วย
ปกติถ้าใช้ จะเป็น ผู้ใช้ – แต่ถ้าอยู่ร่วมกทผ ด้วย – ถือเป็นตก – ^เช่นโกทร
p 5-10 , ฎ จล ฉุด ญ , พ่อ ญ ตามมา , จล สั่งให้พวกยิง พ่อตาย – จล ผ ฐ ตก ฆ่า
ฎ จล แย่งปืนกับผู้ตาย – จล สั่งให้ จล 2 ยิง – จล ทั้งคู่ เป็นตก
ฎ จล 1 แค้นหัวหน้า เล่าให้จล2 – จล 2 เดินไปหยิบปืน มาให้ยิงหัวหน้าตาย – จล 2 ไม่เพียงเป็นผู้สนับสนุน – แต่เป็นตก
ฎ เราอยู่เหตุชุลนุม – บอกให้เอามันเลย ,แม้เราจะไม่มีอาวุธ และตอนที่จล1 ลงมือทำร้ายหลังยุยง และเราก็ยังอยู่ในกลุ่มขณะชุลมุน – เราก็ผ ตก ร่วมด้วย
สรุป แม้เพียงพูดยุยง แต่อยู่ในกลุ่มคนร้ายขณะเข้าทำร้าย ผสห – เลยขึ้นผู้ใช้ -> ไปสู่ตก
กกทรก มีลักษณะเป็นตก ม 83 – ยังมี ร่วมกัน ขณะ มี กกทคผ- ตั้งแต่ลงมือ ถึง กทคผ สำเร็จ
แต่ถ้าอยู่ตั้งแต่ก่อนลงมือ – แต่พอมาถึงลงมือ ไม่อยู่ มิได้มีส่วนเกี่ยวขอ้ง – ไม่ถือเป็น ตก – อาจเป็นเพียง ผู้สนับสนุน
ถ้าระหว่างกทผ ไม่เข้ามาเกี่ยว , แต่เกี่ยวตอนเริ่ม และเมื่อ กทคผ สิ้นสุดแล้ว -ไม่ถือเป็นตก เช่นกัน
p 5-11 ฎ คนร้ายลักโคมา จูงมาสักพัก เจอจล บอกให้ช่วยไล่ต้อนโค โดยทราบว่า ลักโคมา – ถือว่า ลท ขาดตอนแล้ว – จล ไม่ผ ฐ สมคบ หรือ สมรู้ ลท
คผฐ ลท – ผู้ที่ร่วมมือ เอา ท ต่อจากผู้ที่ลงมือหยิบเคลื่อนที่ในชั้นแรก – ถ้าร่วมกันคิดตั้งแต่แรก ก็เป็นตก – แต่ถ้า พึ่งเข้ามาร่วม ในขณะที่ ลท เคลื่อนที่สำเร็จลงแล้ว – ไม่เป็นตก – เพราะเข้าร่วมกทผ ภายหลัง กทคผ สำเร็จลงแล้ว
ฎ จล1 ฉุดญ ขึ้นรถขณะจอดอยู่ – จากนั้น จล2 รีบขับรถออกไป – ยังถือเป็น คผฐ อนจ อยู่ตลอดเวลา – จล 2 เป็นส่วนหนึ่งของกทผ – ถือว่าร่วมกันกทคผ
กิจกรรม 5.1.1 ขาว และดำ วางแผนจะไปทำร้ายแดง – ขาวไปดักซุ่ม , ดำไปพูดจาชักชวนแดง ให้เดินมาที่ขาวซ่อนอยู่ – ตีศรีษะแดง , ขาว และดำ ผ ?
ตอบ ม 83 คผ โดยกทของ บค ตั้งแต่ สองคนขึ้นไป ร่วมกันเป็น ตก
แม้ดำจะไม่ได้ตีแดง – แต่มีส่วนไปชักชวนแดง แบ่งหน้าที่กันทำ – ผ ม 295
p 5-12 5.1.2 เจตนาร่วมกัน – นอกจาก กทรก ยังต้องมีจตน ร่วมกัน
ทุกคนรู้ถึงกกท ของกันและกัน และต่างประสงค์เอากกท ของแต่ละคน เป็น กกทของตนด้วย – มุ่งหมายให้ คผ สำเร็จ ดุจทำด้วยตนเอง
ปัญหา จตน รก มีประเด็น
🌠 1. พตก อย่างไร ถือว่า จตน รก – เช่น สมคบคิดกันมาก่อน และอาจตกลงกันว่า เมื่อกทผ สำเร็จ แล้วจะหลบหนี
แต่ไม่ได้แค่ว่า ต้องคบคิดกัน – รวมถึง ร่วมกันกท อย่างกะเป็นพวกเดียวกัน ก็ถือว่ามีจตน แล้ว
ฎ จล 3 คน 1 และ 2 เข้าไปหักออยกินข้างทาง ส่วน 3 รอข้างนอก , 1 และ 2 มีคผ ลำพัง ไม่ได้สมคบกัน ลท เพราะไม่ได้กท โดยแบ่งปันเอาผลแห่งกกท ร่วมกัน ,ส่วน 3 ไม่มี คผ
ฎ ผู้ร้ายต่างพวก เข้ามาลักสับปะรถ , ผู้ร้ายแต่ละพวก เป็นแค่ตก ร่วมของพวกตน ไม่เกี่ยวกับพวกอื่น , มีคนร้ายคนหนึ่ง ยิง จข สวนตาย – พวกของคนยิง ถือว่า คผ ยิง เจ้า ท ด้วย , พวกอื่น ไม่เกี่ยว
กกท ที่ต่างคนต่างทำ แม้จะกท ในเวลาเดียวกัน ก็ไม่ถือว่า มีจตน ร่วมกัน
ฎ 3 คนเมา คนหนึ่งกอดผู้ตาย และอีก 2 คน ใช้ดุ้นฟื้นตีผู้ตาย – คผ ฆ่าคนตาย โดยไม่จตน – เมาสุรา และเกิดเหตุทำร้าย – แสดงว่า ไม่ได้ร่วมกันกท แต่เป็นเหตุเกิดขึ้นโดยปัจ
ฎ คนรุมตี และแทง ก , จลเดินผ่าน เห็นและจำ กได้ เลยพลอยผสมเข้าไปตีก 2-3 ที – จลมี คผ เท่าที่ทำไป คือ ตี ก เป็น อตร แก่กาย – แต่ไม่ได้เป็น ตก ทำร้ายร่างกาย อตรสาหัส
ฎ ผู้ตาย ต่อยกับ น้อง ภริยา จล 1 ยิงไปก่อน 1 นัด ถูกผู้ตาย และต่อมา จล 2 ได้ยิงไป – พตก เกิดขึ้นทันที ต่างกันต่างทำ มิได้สมคบร่วมรู้กันมาก่อน , จล 1 ฆ่าคนตาย , ส่วน จล2 ไม่มี คผ เพราะกระสุนไม่โดน
p 5-13 , ฎ สมคบกันฉุด ผสห ขขทกชร มิได้ จุดประสงค์ต่อ ท , มี 1 จล ล้วงกระเป๋า – เหตุการณ์เกิดขึ้น ฉับพลันทันที – จะบอกว่าจล คนอื่น รู้เรื่อง ลท มิได้
ฎ จล กับ พวก – ท้าทาย ผสห เข้าต่อสู้ทำร้าย – มิได้สมคบ- จลไม่ต้องร่วมรับโทษบาดแผล ที่คนอื่น ทำอตร สาหัส
– การทำร้ายร่างกายใน ต่างคนต่างสมัครใจ ต่อสู้ ทำร้ายกัน – ไม่มี จตน ร่วมกัน – ผ เฉพาะที่ตนทำ – แต่ถ้าทะเลาะวิวาทแบบกลุ่ม ^น่าจะคล้ายๆช่างกล , เข้าทำร้ายระหว่างกลุ่ม – ผู้เข้าทำร้าย ต้องเป็น ตก ร่วมกัน
ฎ ต่อสู้กัน ก แทง ข ยิง ทำให้ค ตาย – แม้ว่าแผลแทง จะไม่ทำให้ตาย แต่ เป็น คผ ตก ร่วม ฆ่าผู้อื่น
ฎ ทั้งสามคน รวมกันจะไปทำร้าย ง , แต่ ก ดันไปยิง ทำให้ก ตาย , แต่ยังไง ข และ ค ร่วมกับ ก ตั้งแต่ต้น – ถือว่า ผ ม 290 วรรคเหนึ่้ง ,ไม่ใช่แค่ ทำร้ายร่างกาย ม295
p 5-14
p 5-15
! กิจกรรม 5.1.2
p 5-16 5.1.3 ความรับผิดของตัวการ
ม 83 ตก ระวางโทษตามกม กำหนด หมายถึง ตกแต่ละคน มีโอกาศได้ครับ โทษเท่าเทียมกัน ไม่ว่าแต่ละคนอาจจะมีส่วนร่วมกทผ มากน้อยเพียงใด
เช่น ร่วมกันฆ่าคน – ต้องระวางโทษ 288 ไม่ว่าจะลงมือฆ่า หรือ เพียงดูต้นทาง ->แต่ศ ก็มักจะพจรณ ตามาแต่ละ บค individualizaion of punishment ลทจริง ผกท ฆ่า ก็มักจะได้โทษ มากกว่า คนดูต้นทาง (แต่ทุกคน ระวางโทษเดียวกัน)
ฎ ตก ร่วม ศ อาจจะกำหนดโทษต่างกัน
! กิจกรรม 5.1.3
p 5-18 5.2 ผู้ใช้
5.2.1 การก่อให้ผู้อื่น(ผอ)กกผ
5.2.2 จตน ผู้ใช้(ผช)
5.2.3 ครผ ขอผู้ใช้
5.2.4 ผู้ใช้โดยวิธีโฆษณาหรือประกาศ
1) ก่อให้ผู้อื่น กทผ , คือทำให้ บคอื่น ซึ่งยังไม่มีจตน ที่จะ กทผ ตกลงใจที่จะ กทผ นั้น
2) ผช ต้องมีจตน ก่อให้ ผอ กทผ ด้วย , ลำพังผกท ตัดสินใจกทผ เพราะคำพูดของ ผช โดย ผช มิได้มี จตน , ผช ไม่ต้องรับ ผ ^ถ้ากำนันนกพูดเล่นๆ แต่ คนยิงไปยิงเอง อันนี้ กำนันนก อาจจะไม่ตอ้งรับผิด , แต่ต้องพิสูจน์ว่า กำนันนก มี จตน ด้วย
3) ความรับผ ของ ผช ขึ้นกับ กกท ของ ผู้ถูกใช้ (ผถช)
ถ้า ผถช ยังไม่ได้ กทผ – ผช ระวางโทษ 1/3 ของ คผ
ผถช ลงมือ กทผ – ผช โทษเท่าตก
4) การใช้ โดยวิธีโฆษณา เป็นการประกาศ แก่บค ทั่วไป ไม่เจาะจงเฉพาะคนใดคนหนึ่ง
p 5-19 ความนำ การใช้ ก่อให้เกิด กทผ 2 ประเภท
p 5-20 5.2.1 การก่อให้ผู้อื่นกกผ
p 5-21
p 5-22
p 5-23
! กิจกรรม 5.2.1
p 5-24 5.2.2 จตน ผู้ใช้
p 5-25 ! กิจกรรม 5.2.2
5.2.3 ครผ ขอผู้ใช้
p 5-26
p 5-27
! กิจกรรม 5.2.3
p 5-28 5.2.4 ผู้ใช้โดยวิธีโฆษณาหรือประกาศ
p 5-29
p 5-30
! กิจกรรม 5.2.4
p 5-31 ! 5.3 ผู้สนับสนุน
5.3.1 ผู้สนับสนุน(ผสส)
5.3.2 ข้อเปรียบเทียบระหว่างตัวการ ผู้ใช้ และ สส
5.3.3 ขอบเขตความรับผิดของผู้ใช้ และ ผู้สส
5.3.4 เหตุที่มีผลกระทบถึงความรับผิดของตัวการ ผู้ใช้ และ ผสส
p 5-32 5.3.1 ผู้สนับสนุน(ผสส)
p 5-33
p 5-34
p 5-35
p 5-36
p 5-37
p 5-38
p 5-39
p 5-40
p 5-41
p 5-42
p 5-43
p 5-44
p 5-45
! กิจกรรม 5.3.1
p 5-46
5.3.2 ข้อเปรียบเทียบระหว่างตัวการ ผู้ใช้ และ สส
p 5-47
p 5-48
p 5-49
p 5-50
! กิจกรรม 5.3.2
p 5-51 5.3.3 ขอบเขตความรับผิดของผู้ใช้ และ ผู้สส
p 5-52
p 5-53
p 5-54
p 5-55
p 5-56
p 5-57
! กิจกรรม 5.3.3
p 5-58
p 5-59 5.3.4 เหตุที่มีผลกระทบถึงความรับผิดของตัวการ ผู้ใช้ และ ผสส
p 5-60
p 5-61
p 5-62
p 5-63
p 5-64 ! กิจกรรม 5.3.4
pretest
posttest
