หน่วยที่ 6 โทษ วิธีการเพื่อความปลอดภัย การกระทำความผิดหลายอย่าง การกระทำความผิดอีก อายุความและอื่นๆ
หน่วยที่ 7 ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง
หน่วยที่ 8 ความผิดเกี่ยวกับการปกครองและการยุติธรรม
หน่วยที่ 9 ความผิดเกี่ยวกับศาสนา ความสงบสุข การค้า การปลอมและการแปลง
หน่วยที่ 10 ความผิดต่อชีวิตร่างกาย
หน่วยที่ 6 โทษ วิธีการเพื่อความปลอดภัย การกระทำความผิดหลายอย่าง การกระทำความผิดอีก อายุความและอื่นๆ
p 6-2
6.1 โทษ
6.2 การเพิ่มโทษ การลดโทษ การเปลี่ยนโทษ การยกโทษ การรอการลงโทษ และการระงับโทษ
6.3 วิธีการเพื่อความปลอดภัย (วธกพคปด)
6.4 การกระทำความผิดหลายอย่าง
6.5 การกระทำความผิดอีก
6.6 อายุความ
6.7 บท บญ ที่ใช้แก่ความผิดลหุโทษ และการใช้ บทบญ ทั่วไปในกมอื่น
1) โทษทางอาญา(อญ ) มี 5 ประการ ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ ริมทส
2)วิธีการเพิ่มโทษ ลดโทษ เปลี่ยนโทษ การยกโทษ การรอการลงโทษ และการระงับโทษ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กม กำหนด
3) วิธีการเพื่อความปลอดภัย มิใช่โทษ มี 5 ประการ – กักกัน ห้ามเข้าเขตกำหนด การเรียกประกันทัณฑ์บน การคุมตัวไว้ในสถานพยาบาล และห้ามประกอบอาชีพบางอย่าง
4) การกระทำผิด (กกทผ) – อาจจะกทผ หลายบท หรือหลายกระทง
5) ผู้ที่เคยถูกลงโทษจำคุก -หากกทผอีกภายหลัง อาจถูกเพิ่มโทษ
6) ผู้ที่ถูก ศ พิพากษา(พพษ) หรือสั่งให้ใช้วิธีเพื่อความปลอดภัย ต้องดำเนินการตาม คำ พพษ หรือ คำสั่งศ ภายในระยะเวลาที่กม กำหนด มิฉะนั้น คดีเป็นอันขาดอายุความ
7) บทบัญญัติ(บบญ) ทั่วไปใน ปอ – ต้องนำมาใช้แก่ความผิดลหุโทษ และนำมาใช้แก่ความผิดตามกมอื่นด้วย
p 6-5 ตอนที่ 6.1 โทษ
6.1.1 โทษประหารชีวิต (ปหชว)
6.1.2 โทษจำคุก
6.1.3 โทษกักขัง
6.1.4 โทษปรับ
6.1.5 โทษริบ ทส
1) โทษบังคับต่อชว – โทษ ปหชว – ฉีดยา / ให้สารพิษให้ตาย
2) โทษบังคับต่อสรภ
✌️จำคุก – มีแบบกำหนด และไม่กำหนดระยะเวลา – คำณวณระยะเวลา เป็นไปตาม กม กำหนด
✌️กักขัง – กักขังผู้ต้องโทษ สถานที่อันมิใช่เรือนจำ – ระยะเวลาในเงื่อนไขของกม
หรือนำไปใช้ลงโทษหรือ มาตราการบังคับ กรณีฝ่าฝืนการลงโทษปรับ ริบทส
และเรียกประกันทัณฑ์บน – เพื่อความปลอดภัย
3) โทษต่อ ทส
♘ โทษปรับ – ผตท ต้องชำระเงินตาม คพพษ – หากขัดขืน จะถูกยึดท -> เพื่อใช้เป็นค่าปรับ หรือ กักขังแทนค่าปรับ , โดยมาก โทษนี้มักใช่คู่กับ โทษจำคุก
♘ โทษริบทส – ศ จะบังคับกับ ทส ที่ทำ และมีไว้เป็นคผ และได้ใช้ หรือมีไว้เพื่อในใน กกทคผ/ ทส ที่ได้มาจากกกทคผ/ ทส ที่ให้เป็นสินบน หรือเพื่อจูงใจบค ให้กทคผ หรือเพื่อเป็นรางวัลในการกทคผ วัตถุประสงค์
p 6-6/
p 6-7 ความนำ
โทษทางอญ ถือเป็น การบังคับ(sanction) – ลงโทษ เพื่อให้รู้ว่าชุมชน ไม่ยอมรับ
เพื่อให้หลาบจำ
จะต่างกับโทษทางแพ่ง <- รับผิดต่ออช
ส่วน อญ ต้องรับโทษตามที่กม กำหนดไว้เท่านั้น ศ จะกำหนดขึ้นเองไม่ได้
p 6-8 6.1.1 โทษประหารชีวิต – ตามหลักการ กระบวนทัศน์ในความยุติธรรมโดยการแก้แค้นทดแทน Retributive Justice paradigm
– ผู้ใดกระทำอะไร ก็ย่อมได้รับผลตอบแทนกกท นั้น
– ทปหชว -ยังถือเป็นการยับยั้งอาชญกรรม
คผ สมบูรณ์แบบ ไม่อาจให้อภัยได้
ปัจ มีการเคลื่อนไหว ต่อต้าน ทปหชว – เพราะหลัก มนุษยธรรม และ สิทธิมนุษยชน Universal Declaration on Human right 1948 <- มนุษย์ทุกคน มีส การมีชีวิ – ม ด้วยกัน ไม่ควรมีอำนาจเหนือความตาย ซึ่งกันและกัน
– บางประเทศ เช่น europe, USA บางรัฐ ยกเลิก ทปหชว
-มุ่งเน้นแก้ไข ฟื้นฟูพฤติกรรม – ถูกจำกัด สรภ ออกนอกสังคม Life Sentence จำคุกตลอดชีวิต แทนการ ปหชว execution
– ไทย แทบจะไม่มีการบังคับใช้ ทปหช กันแล้ว – Abolished De Facto
🔯1. วิวัฒนาการ ของ ทปหชว – เช่น ตัดคอ beheading, แขวนคอ hanging , การตายโดยไฟฟ้า electrocution ,
รมแก๊สพิศ Gas chamber , ยิงด้วยอาวุธปืน Firing Squad
ฉีดยาให้ตาย Lethal injection
p 6-9 กมตราสามดวง -เน้นลงโทษเพื่อแก้แค้น ข่มขู่ยับยั้ง
ตั้งแต่ อยุธยา ถึง รัตนโกสินทร์ตอน้น – ปหชว แลล ตัดศรีษะด้วยดาบ
หลัง 2475 – ปืน , 2478 ปอ 19 – ปหชว ให้ยิงเสียให้ตาย
ต่อมาเป็น ฉีดยา สารพิษ
🔯2. หก และวิธีการปหชว
2.1 มักใช้กับ ผกทผ คดีอุกฉกรรจ์ กระทบสวัสดิภาพในชีวิต สะเทือนขวัญ , ผิดคดีนโยบายแห่งรัฐ eg ยาเสพติด กกทผ ความมั่นคง อาวุธสงคราม
ไม่นำมาใช้ age < 18 , แต่ถ้ามี จะเป็นจาก ปหชว -> จำคุก 50yr ตาม ม 18 วรรคสอง สาม
2.2 ปหชว รับผิดชอบโดย กรมราชทัณฑ์ , กระทรวงยุติธรรม
ปอ ม 19 ให้อน รมต ยุติธรรม – วางระเบียบปหชว
– ระเบียบกระทรวงยุติธรรม และ วิธีปหชว 2546 -> ฉีดยา/ สารพิษ
p 6-10 กิจกรรม 6.1.1 ปัจ ทปหชว คำนึกหก ใด
– เพื่อแก้แค้น ,คำนึงถึง หลักส มนุษยชน
ม 19 เปลี่ยนจาก ยิง -> ฉีดยา <- Q
6.1.2 โทษจำคุก(ทจค)
ควบคุมตัวในเรือนจำ 4 วถปส(วัตถุประสงค์ )
1. แก้แค้นทดแทน Retributive purpose
2. ข่มขู่ deterrance ไม่ให้เอาเยี่ยงอย่าง
3. preventive purpose – ถูกควบคุม กำหนดระยะเวลา
4. ฟื้นฟู rehab , การปฎิบัติต่อผู้ต้องขัง custodial treatment
– ฝึกอาชีพ
p 6-11 ทจค เป็นลำดับที่ 2 ใน ม 18 , แบ่งเป็น 2 ประเภท
🌃1. ทจค ตลอดชีวิต
🌃 2. ทจค แบบกำหนดระยะเวลา ม 21 ม 22
2.1 การคำณวณระยะเวลาจำคุก ม 21
” ในการคำนวณระยะเวลาจำคุก ให้นับวันเริ่มจำคุกรวมคำนวณเข้าด้วย และให้นับเป็นหนึ่งวันเต็มโดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนชั่วโมง
ถ้าระยะเวลาที่คำนวณนั้นกำหนดเป็นเดือน ให้นับสามสิบวันเป็นหนึ่งเดือน ถ้ากำหนดเป็นปี ให้คำนวณตามปีปฏิทินในราชการ – Q ปีราชการ แต่ไม่ใช่ 360วัน
เมื่อผู้ต้องคำพิพากษาถูกจำคุกครบกำหนดแล้ว ให้ปล่อยตัวในวันถัดจากวันที่ครบกำหนด”
สรุป ม 21
2.1.1 การกำหนด ทจค , ถ้ากมระวางโทษอย่างไร – ศ ต้องกำหนดโทษ ตามนั้น เช่น ถ้ากม โทษเป็นเดือน – ศ ต้องกำหนดเป็นเดือน
2.1.2 ถ้ากำหนดเป็นปี – ให้คำนวณตามปีปฎิทินราชการ ซึ่งอาจจะเป็น 365 หรือ 366 ก็ได้ เช่นเริ่ม จค 1 ตค 2564 ครบ 1ปี ที่ 30 กย 2565
2.1.3ถ้ากำหนดโทษเป็นเดือน – จะไม่ถือตามปฎิทิน แต่ให้ถือเอา 30 วัน <-แตกต่างกับ ปพพ ม 193/85 กำหนดระยะเวลาเป็นเดือนตามปฎิทิน
ตย 1 กพ 2564 ครบ 1 เดือน คือ 2 มีค 2564
p 6-12 , การเพิ่มโทษ ลดโทษ หรือ นับโทษหลายกระทงรวมกัน -วัน/เดือน – จะไม่เปลี่ยนเป็นปี – เพราะจะทำให้กำหนดโทษปปไป ม 21 วรรค 2 – เป็นผลร้ายแก่ผู้ถูกจค
ตย จำคุก 9เดือน เพิ่มโทษ 1/3 , รวมเป็น 12 เดือน , ม 21 1 เดือน = 30 วัน ดังนั้นถ้าเป็น 12เดือน = 360วัน , ไม่ใช่ 1 ปี 365 , 366 วัน
ตย จค กระทงละ 8 เดือน รวม 3 กระทง , 24 เดือน = 720 วัน ไม่ใช่ 2ปี
p 6-13 , 2.1.5 ปล่อยตัวผู้ต้องโทษจค – ให้ปล่อยวันถัดจากวันที่ครบกำหนด ในวันรุ่งขึ้น ม 21 วรรคท้าย -การปล่อยตัว ไม่ได้กำหนดว่า จนท ต้องปล่อยเวลาใด – อาจปล่อยเวลาใดก็ได้
p 6-14
p 6-15
p 6-16 ! กิจกรรม 6.1.2
6.1.3 โทษกักขัง เกี่ยวกับ สรภ ของผกทผ เช่นเดียวกับ โทษ จค แต่เบากว่า
เพราะอยู่ในสถานที่กักขัง – ไม่ใช่เรือนจำ
ส ต่างๆมากกว่า จค , ม 18 เพื่อเป็นการกันผกทผ เล็กน้อย ออกจาก ผกท คผ ร้ายแรง
ผกทผ ไม่มีสันดานเป็นผู้ร้าย ควรหลีกเลี่ยง การลงโทษจค ระยะสั้น <- ไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อผู้ต้องโทษ เพราะเวลาสั้น ไม่สามารถแก้ไขผกทผ และทำยังทำให้ถูกตีตรา ว่าผ่านการจค มาก่อน
p 6-17 หเก
🌞 1. พจรษ เกี่ยวกับโทษ กักขัง(กข) – ไม่มีกำหนดว่า กข ผกท สำหรับ คผ ฐ ใด ฐ หนึ่งเฉพาะ แต่โทษบางบท เปลี่ยนโทษอย่างอื่น มาเป็นโทษ กข หรอื กข เพื่อเป็น มาตราการเร่งรัดให้ กทก ที่ กม บญ , กข จะมีได้
1.1 เปลี่ยนโทษ จค -> กข ( ม 23)
ม 23 ” ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุก และในคดีนั้นศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้นั้นได้รับโทษจำคุกมาก่อน หรือปรากฏว่าได้รับโทษจำคุกมาก่อน แต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ ศาลจะพิพากษาให้ลงโทษกักขังไม่เกินสามเดือนแทนโทษจำคุกนั้นก็ได้”
1.2 โทษปรับ แล้ว ไม่ชำระค่าปรับ หรือ ศ สงสัยว่าจะหลีกเลี่ยง ไม่ชำระค่าปรับ – กข แทนค่าปรับ (ม 29 30 )
1.3 ขัดขืน คพพษ ศ ให้ริบทส ให้มี กกข จนกว่าจะปฎิบัติตาม ( ม 37(3) )
1.4 ไม่ยอมทำ ทัณฑ์บน หรือ หาประกันไม่ได้ ให้ กข จนกว่าจะปฎิบัติ( ม 46) – ^ประเด็น ความเหลือมล้ำ คนจนซวยกว่าคนรวย
1.5 ไม่ชำระเงิน ตามที่ศ สั่ง เมื่อกทผ ทัณฑ์บน ให้มีการ กข จนกว่าจะชำระ(ม 47)
🌞 2. สถานที่ กข , ม 24 “ผู้ใดต้องโทษกักขัง ให้กักตัวไว้ในสถานที่กักขังซึ่งกำหนดไว้อันมิใช่เรือนจำ สถานีตำรวจ หรือสถานที่ควบคุมผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน”
p 6-18
p 6-19
! กิจกรรม 6.1.3
6.1.4 โทษปรับ
p 6-20
p 6-21
p 6-22
p 6-23
p 6-24
p 6-25
! กิจกรรม 6.1.4
p 6-26 6.1.5 โทษริบ ทส – เป็นทั้งโทษ และวิธีเพื่อความปลอดภัย
ที่เป็นโทษ เพราะ จข ทส – สูญเสีย ทส ไป
ส่วนการริบ ทสเพื่อป้องกันสังค จากกรทผ ในภายหน้า
p 6-27
p 6-28
p 6-29
p 6-30
p 6-31
p 6-32 ! กิจกรรม 6.1.5
p 6-33 6.2 การเพิ่มโทษ การลดโทษ การเปลี่ยนโทษ การยกโทษ การรอการลงโทษ และการระงับโทษ
6.2.1 การเพิ่มโทษ และลดโทษ
6.2.2 การเปลี่ยนโทษ และการยกโทษ
6.2.3 การรอการลงโทษ
6.2.4 การระงับโทษ
p 6-34
p 6-35
p 6-36 6.2.1 การเพิ่มโทษ และลดโทษ
p 6-37
p 6-38
p 6-39
p 6-40
! กิจกรรม 6.2.1
p 6-41 6.2.2 การเปลี่ยนโทษ และการยกโทษ
p 6-42
p 6-43
p 6-44
p 6-45
! กิจกรรม 6.2.2
p 6-46
p 6-47 6.2.3 การรอการลงโทษ กม กำหนดดให้ ศ ใช้ดุลพินิจ ชั่งนน พย หฐ
ศ จะไม่พพษ ลงโทษ จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่า กทผ จริง และ จล เป็นผกทผ
ศ ลงโทษ นอกเหนือจาก บญ ไม่ได้
แต่ละคดี มี ขทจแตกต่างกัน – พตก และ มูลเหตุจูงใจ แตกต่างกัน จะลงโทษเท่ากันทุกกรณี ไม่ได้
การรอการลงโทษ หรือ รอกำหนดโทษ – เปิดโอกาสให้ผกทคผ กลับตัว
ม 56 คำว่า “การรอการลงโทษ” และ” รอกำหนดโทษ ”
ปฎิบัติต่อผกทผ แบบไม่ใช้เรือนจำ Non-custodial treatment , custodial-ดูแล
คผ ไม่ร้ายแรงนัก
ศ อาจกำหนดเงื่อนไข หรือ ควบคุมความประพฤติ โดยจนท รัฐ – กรมคุมประพฤติ ก.ยุติธรรม
รายงานตัว บริการสังคม
บทบญ รอการลง อญ มี 3 มาตรา 56 57 58
👹 1. หเก การรอการลงโทษ หรือ รอการกำหนดโทษ
ม 56 “ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุกหรือปรับ และในคดีนั้นศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปีไม่ว่าจะลงโทษปรับด้วยหรือไม่
(๑) ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน หรือ
(๒) เคยรับโทษจำคุกมาก่อนแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือเป็นโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือ
(๓) เคยรับโทษจำคุกมาก่อนแต่พ้นโทษจำคุกมาแล้วเกินกว่าห้าปี แล้วมากระทำความผิดอีก โดยความผิดในครั้งหลังเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
และเมื่อศาลได้คำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ และสิ่งแวดล้อมของผู้นั้น หรือสภาพความผิด หรือการรู้สึกความผิด และพยายามบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้น หรือเหตุอื่นอันควรปรานีแล้ว ศาลจะพิพากษาว่าผู้นั้นมีความผิดแต่รอการกำหนดโทษหรือกำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้ ไม่ว่าจะเป็นโทษจำคุกหรือปรับอย่างหนึ่งอย่างใดหรือทั้งสองอย่าง เพื่อให้โอกาสกลับตัวภายในระยะเวลาที่ศาลจะได้กำหนดแต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษา โดยจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้นั้นด้วยหรือไม่ก็ได้”
p 6-48 , เงื่อนไข เพื่อคุมความประพฤติ ผกทผ ว.1 ศ อาจกำหนดข้อเดียว หรือ หลายข้อ
1. รายงานตัว จพง , บริการสังคม สธรณปย
2. ฝึกหัด ทำงานอาชีพ
3.ละเว้นคบหาสมาคม นำไปสู่คผ ทำนองเดียวกัน
4.บำบัดรักษาติดยา บกพร่องทางจิต
5. เข้าฝึกอบรบ ศ กำหนด
6.ห้ามออกนอกสถานที่อยู่อาศัย หรือ ห้ามเข้าในสถานที่ใด ระหว่างเวลาที่ศ กำหนด ใช้ อุปกรณ์electroinc ตรวจสอบการเดินทาง
7.ชช คสหทท เยียวยา แก่ผหส
8. แก้ไขฟื้นผู เยียวยา คสห เกิดแก่ ทรัพยากรธรรมชาติ สวล
9. ทำทัณฑ์บน จะไม่ก่อเหตุร้าย แก่บคอื่น ทส
10 เงื่อนไขอื่นๆ ศ เห็นสมควร
p 6-49 ,
p 6-50
p 6-51
p 6-52
p 6-53
p 6-54
p 6-55
! กิจกรรม 6.2.3
p 6-56
p 6-57 6.2.4 การระงับโทษ
p 6-58
p 6-59
p 6-60
! กิจกรรม 6.2.4
p 6-61
p 6-62 6.3 วิธีการเพื่อความปลอดภัย
6.3.1 การกักกัน
6.3.2 ห้ามเข้าเขตกำหนด (หขขกห)
6.3.3 การเรียกประกันทัณฑ์บน (กร-ปกทบ)
6.3.4 การคุมตัวไว้ในสถานพยาบาล
6.3.5 ห้ามการประกอบอาชีพบางอย่าง
1) กักกัน – ควบคุม ผกคผ ติดนิสัย-ไว้ภายในเขตกำหนด – เพื่อป้องกัน กทคผ เพื่อดัดนิสัย และเพื่อฝึกหักอาชีพ
2) ห้ามเข้าเขตกำหนด – ห้ามมิให้เข้าไปในท้องที่หรือสถานที่ ที่กำหนดไว้ใน คพพษ
3) กร-ปกทบ – ศ เรียนให้ผู้ใด ทำคำมั่น ว่าจะไม่ก่อเหตุร้ายขึ้น ภายในเวลาที่กำหนด
– โดยกำหนดวงเงิน
– ศ จะเรียกให้มี ปก หรือไม่ก็ได้
– ถ้า ผกทผคำมั่น ก่อเหตุ -> ศ สั่งให้ ผู้นั้น ชำระเงินตามจำนวน
4) การคุมตัวไว้ในสถานพยาบาล – ป้องกันบค ดฉ – จิตบกพร่อง , จิตฟั่นเฟือน เสพสุราเป็นอาจิณ ติดยาเสพติด
– โดยให้อยู่สถานที่ที่เหมาะสม
5) ห้ามการประกอบอาชีพบางอย่าง – ห้ามผู้นั้น ไม่ให้กท อาชีพนั้นหลังพ้นโทษไปแล้ว เพื่อไม่ให้ กทคผ ขึ้นอีก
6)
p 6-64 ความนำ -แม้ได้ลงโทษ ผกทคผ ครบถ้วนแล้ว ตาม คพพษ – แต่ไม่สามารถแก้ไขผู้นั้นได้ – ยังคงเป็นอตร สังคม -> จึงต้องมุ่งคุ้มครองสังคม – เรียกว่า “วิธีการเพื่อความปลอดภัย ”
ผู้ที่ถูกใช้ – ไม่ใช่นักโทษ หรือไม่ถือว่าต้องโทษ
ความแตกต่างระหว่าง โทษ vs วิธีการเพื่อความปลอดภัย
💙 1. วัตถุประสงค์
p 6-65
p 6-66 6.3.1 การกักกัน
p 6-67
p 6-68
p 6-69
p 6-70
p 6-71
p 6-72
! กิจกรรม 6.3.1
p 6-73 6.3.2 ห้ามเข้าเขตกำหนด
p 6-74
! กิจกรรม 6.3.2
6.3.3 การเรียกประกันทัณฑ์บน
p 6-75
p 6-76
p 6-77
p 6-78 ! กิจกรรม 6.3.3
p 6-79 6.3.4 การคุมตัวไว้ในสถานพยาบาล
p 6-80
p 6-81
! กิจกรรม 6.3.4
p 6-82 6.3.5 ห้ามการประกอบอาชีพบางอย่าง
p 6-83
! กิจกรรม 6.3.5
p 6-84 6.4 การกระทำความผิดหลายอย่าง
6.4.1 กกท คผ หลายบท
6.4.2 กกทคผ หลายกระทง
p 6-85 6.4.1 กกท คผ หลายบท
ม 90 “เมื่อการกระทำใดอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่ผู้กระทำความผิด “
✹ 1. คห ของกกทคผ กรรมเดียว ผ กม หลายบท – กรรมเดียว จตน เดียว แต่เข้าคผ หลายบท (ตั้งแต่ 2 บทขึ้นไป)
กกท ไม่ได้หมายเฉพาะต้องกท อันเดียว แต่เป็นกกทหลายอัน แต่เป็นกรรมเดียวตาม ม 90 ได้ หากมีจตน เดียว แบ่งกกท ออกเป็น
1) กรรมเดียว ซึ่งเป็นกกท อันเดียว
2) กรรมเดียว ซึ่งเป็นกกทหลายอัน
p 6-86, ࿏1) กรรมเดียว ซึ่งเป็นกกท อันเดียว – กท ในท่าธรรมชาติเพียงครั้งเดียว แต่ผลของกกท อาจลม บทบญ กม 2 บท เช่น ดำยิงแดง 1 นัด – กระสุนโดนแดงนาย , กระสุนแฉลบไปถูกเหลืองตาย
ถือว่า คผฐ ฆ แดงตาย โดยจตน ม 288 + 59
คผฐ ฆ เหลืองตาย โดยจตน ม 288 + 60
การลม กม อาจผิดต่างฐานก็ได้ เช่น
ดำชกหน้าแดง – แดงได้รับบาดเจ็บ และแว่นตาที่ใส่แตกเสียหาย
ดำผ ฐ ทำร้ายร่างกาย ม 295 + ผ ฐ ทำให้เสียท โดยจตน เล็งเห็นผล ม 358
ฎ จล เข้าไปในห้อง มีท ของคนหลายคน – ลท ของคนหลายคนไปคราวเดียวกัน – กกท ของ จล เป็นกรรมเดียว (ไม่ใช่แยกเป็นต่างกรรม ต่างวาระ)
มาตรา ๖๐ ผู้ใดเจตนาที่จะกระทำต่อบุคคลหนึ่ง แต่ผลของการกระทำเกิดแก่อีกบุคคลหนึ่งโดยพลาดไป ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำโดยเจตนาแก่บุคคลซึ่งได้รับผลร้ายจากการกระทำนั้น แต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ลงโทษหนักขึ้น เพราะฐานะของบุคคลหรือเพราะความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำกับบุคคลที่ได้รับผลร้าย มิให้นำกฎหมายนั้นมาใช้บังคับเพื่อลงโทษผู้กระทำให้หนักขึ้น
p 6-87
p 6-88
p 6-89
p 6-90
p 6-91
p 6-92
p 6-93
! กิจกรรม 6.4.1
p 6-94 6.4.2 กกทคผ หลายกระทง
p 6-95
p 6-96
p 6-97
p 6-98
p 6-99
p 6-100
p 6-101
! กิจกรรม 6.4.2
p 6-102
p 6-103 6.5 การกระทำความผิดอีก
6.5.1 การเพิ่มโทษ เพราะกทผ อีกโดยทั่วไป
6.5.2 การเพิ่มโทษ เพราะกทคผ อีกเฉพาะอย่าง
6.5.3 กรณีไม่เป็นเหตุเพิ่มโทษ
1) ผู้ที่เคยถูกจค มาแล้ว หากได้กทคผอีก ภายในเวลาที่กม กำหนด- ศ จะลงโทษจค ผู้นั้น อาจถูกเพิ่มโทษให้หนักขึ้นอีก 1/3
2) ผู้ที่เคยถูกลงโทษ จค ไม่น้อยกว่า 6เดือน – หากกทผ ซ้ำอีก ในคผ ประเภทเดียวกัน ภายในเวลาที่กมกำหนด – ศ จะลงโทษจค ผู้นั้นเพิ่มโทษให้หนักขึ้นอีก กึ่งหนึ่ง
3) คผ ที่กท โดยปม คผลหท และ คผ ซึ่งกท ในขณะอายุ <18 ปี ,ไม่ถือเป็นเหตุเพิ่มโทษ
p 6-104 คำนำ – กมวางหลัก ให้ศ เพิ่มโทษ ผกคผ มาก่อน – แล้วมากทผคอีก
6.5.1 การเพิ่มโทษ เพราะกทผ อีกโดยทั่วไป
p 6-105
p 6-106
p 6-107
p 6-108
! กิจกรรม 6.5.1
p 6-109 6.5.2 การเพิ่มโทษ เพราะกทคผ อีกเฉพาะอย่าง
p 6-110
p 6-111
p 6-112
! กิจกรรม 6.5.2
p 6-113 6.5.3 กรณีไม่เป็นเหตุเพิ่มโทษ
p 6-114
! กิจกรรม 6.5.3
p 6-115 6.6 อายุความ
6.6.1 อายุความฟ้องคดีและฟ้องขอให้กักกัน
6.6.2 อายุความการลงโทษ
6.6.3 อายุความการบังคับวิธีการเพิ่มความปลอดภัย
p 6-116 6.6.1 อายุความฟ้องคดีและฟ้องขอให้กักกัน
p 6-117
p 6-118
p 6-119
p 6-120
p 6-120
p 6-121
p 6-122
p 6-123
p 6-124
p 6-125
! กิจกรรม 6.6.1
p 6-126 6.6.2 อายุความการลงโทษ
p 6-127
p 6-128
! กิจกรรม 6.6.2
p 6-129 6.6.3 อายุความการบังคับวิธีการเพิ่มความปลอดภัย
p 6-130
p 6-131
! กิจกรรม 6.6.3
p 6-132
p 6-133 6.7 บท บญ ที่ใช้แก่ความผิดลหุโทษ และการใช้ บทบญ ทั่วไปในกมอื่น
6.7.1 บทบญที่ใช้แก่คผ ลหุโทษ
6.7.2 การใช้บทบญ ทั่วไปในกมอื่น
1) บทบญพิเศษ ที่ใช้กับ คผลหท แตกต่างจาก ทั่วไป และไม่ได้มีอยู่ในเฉพาะ ปอ เท่านั้น
2) กม อญ ภาคทั่วไป สามารถใช้กับคผ อื่นใน กม อื่นได้ด้วย เว้นแต่กมอื่นนั้นจะมี หเก เรื่องๆนั้นไว้เฉพาะ
p 6-134 6.7.1 บทบญที่ใช้แก่คผ ลหุโทษ
p 6-135
p 6-136
p 6-137
p 6-138
p 6-139
! กิจกรรม 6.7.1
6.7.2 การใช้บทบญ ทั่วไปในกมอื่น
p 6-140
p 6-141
! กิจกรรม 6.7.2
pretest
1. เพิ่มโทษผกทผ มีหเก อย่างไร -d เคย พพษ จค – กทผ ถึงต้องจคอีก ในเวลาที่กำหนด
2. ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโทษกักขัง – e
3. ลงโทษปหชว ตามอญ – b หรือ e
4. ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคำณวนระยะเวลาจค -a 365
5. คผลหท -e ไม่เกิน1 เดือน 10000 บาท
$
posttest
หน่วยที่ 7 ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง
7.1 ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
7.2ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร
7.3ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร
7.4ความผิดต่อสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ
7.5ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย
1.)กมต้องคุ้มครอง K, Q และองค์รัชทายาทและผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เพราะฐานะสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของประเทศ , ต้องคุ้มครองเป็นพิเศษเหนือบุคคลทั่วไป
2)การคุกคามทั้งภายใน และภายนอก – เช่นกบฎ ทำให้เอกราชสูญสิ้น – กมถือเป็นความผิด และต้องคุ้มครองสวัสดิภาพของรัฐ
3) ข้อกม ต้องให้ความคุ้มครองเป็นพิเศษแก่ ประมุขของรัฐตปท ซึ่งมีสัมพันธไมตรีกับไทย ผู้แทนรัฐ
4) การก่อการร้ายกระทำรุนแรง ของบค หรือกลุ่มบค โดยมุ่งผลต่อจิตใจ และพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมือง ศาสนา หรือ ลัทธิอุดมการณ์ – กระทบความมั่นคง – กมต้องบญ ความผิดเพื่อ คุ้มครองรัฐและปชช ของรัฐ
p 7-4 7.1 ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
7.1.1 ความผิดต่อองค์ K
7.1.2 ความผิดต่อพระราชินี รัชทายาท(รทย) หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์(ผสรกท)
1)ความผิดต่อข้างต้น – กม บญ เป็นความผิดตั้งแต่ขั้น ตระเตรียมการ และถ้าพยายามกระทำความผิด – ลโท เท่ากับความผิดสำเร็จ
ผู้สนับสนุน กระทำความผิด(กทคผ) – กม ลท เท่ากับตัวการผู้ลงมือ
2)หปม ดูหมิ่น แสดงอาฆาตมาดร้าย K Q รทย , ผสรกท – เป็นคผ
3) ทั้ง 4 ด้านบน ถือว่า สำคัญ ต่อชาติ – กม ให้ค้ค เป็นพิเศษ แตกต่างจากบค ทั่วไป
p 7-5 , ความนำ – ค้ค ตั้งแต่ ม 107-112
ต่อชีวิต ร่างกาย สรภ ชื่อเสียง
ยังครอบคลุมไปถึง ผู้ใดรู้ ว่ามีกกทผ – ปกปิด- ถือว่า คผ เช่นกัน
p 7-6 7.1.1 ความผิดต่อองค์ K 💝 ม 107 ผู้ใดปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์ ต้องระวางโทษประหารชีวิต
➋ ผู้ใดพยายามกระทำการเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน
➌ ผู้ใดกระทำการใดอันเป็นการตระเตรียมเพื่อปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์ หรือรู้ว่ามีผู้จะปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์ กระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต
อปก ภน – ปลงพระชนม์ = ไม่ว่าด้วยวิธีใด
– K = ขณะ ครองราชย์ , ถ้าสละไปแล้ว ไม่นับ
ภใน – จตน – ประสงค์ต่อผล /เล็งเห็น
– ต้องรู้ว่าเป็น K , ถ้าไม่รู้ ก็ผิด 288 289
p 7-7 ➋ พยย = สำเร็จ เช่น ยกปืนจ้อง แต่มีผู้ขัดขวาง ,ยิงไปแล้วแต่ไม่โดน หรือโดนแต่รักษาไม่ตาย
ถ้าคนทั่วไป ม 80 , พยย โทษ 2/3 หรือ 81 ไม่เกิน 1/2
แต่ถ้า K ไม่มีลดโทษ
➌ – ตระเตรียม , และรู้ +ปกปิด
(1) ตระเตรียม เช่นซื้อปืนมา ก็ถือว่าผิดแล้ว 107 , แต่ถ้าบคทั่วไป ไม่ผิด
ถ้าเกิดกลับใจ เหมือน 82 อาจได้รับยกเว้นโทษ , แต่ถ้า k ไม่มี เพราะผ ตั้งแต่ ตระเตรียมแล้ว
และ ต้องจตน คือรู้ว่าเป็น k จึงเข้า 107
(2) รู้ + ปกปิด – มีการแสดงออก เช่น จนท สอบถาม แล้วดันบอกว่า ไม่ใช่ คนนั้นจะไปล่าสัตว์
ถ้ารู้ แต่นิ่งเฉย – ไม่อยากยุ่งเกี่ยว โดยไม่กท อะไร – ยังไม่เป็นคผ
แต่ถ้ามีหท แต่กลับงดเว้น – ก็ถือว่าปกปิด เช่น ตำรวจมีหท ป้องกันกทผ -แต่กลับนิ่งเฉย -ถือว่าปกปิด
p 7-8 , ถ้าช่วยปกปิด หลังสิ้นพระชนม์แล้ว -ไม่ผิด ม นี้ แต่อาจผิด ม189
ม 111 ลงโทษ ผู้สนับสนุน = ตก
ผู้ใดเป็นผู้สนับสนุน(ผสส)ในการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๐๗ ถึงมาตรา ๑๑๐ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น
ผสส ดูตาม ม 86 กทก ช่วยเหลือ /ให้ความสะดวก ผู้อื่นในกทผ ก่อน หรือ ขณะ กทคผ
-แม้ผกทคผ จะมิได้รู้ถึงการช่วยเหลือ /ให้ความสะดวก นั้น – ก็ผิด
เช่น ให้คำแนะนำ กทผ ให้ยืมยานพาหนะ ^เคสให้ยืมรถขับหนีไปกัมพูชา , ให้ยืมอาวุธ
ผสส โทษ 2/3 , แต่ถ้าเป็น ม 107 ให้โทษ เท่า ตก
💝 2. ประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือ สรภ
มาตรา 108 ผู้ใดกระทำการประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระมหากษัตริย์ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
พยย ก็โทษเดียวกัน <- 108 วรรคสอง
กกท อันมีลักษณะน่าจะเป็นอตร – ประหารชีวิต
ตระเตรียม คุก 16-20 ปี <- 108วรรคท้าย
อปกภนอก – ประทุษร้าย
ต่อพระองค์ สรภ ของ K
อปก ภใน – จตน
p 7-9 , ประทุษร้าย ม 1(6) ทำร้าย กาย และใจ – ไม่ว่าแรงกาย หรือวิธีใด รวมถึง ทำให้ บค ไม่สามารถขัดขืน ใช้ยามึนเมา สะกดจิต
– ทำร้ายจิตใจ – เอาข่าวร้าย ทำให้ตกใจ สลบไป – สังเกตุว่า มิได้บอกว่ามีผลต่อร่างกายจิตใจเท่าไร เพราะลงโทษเท่ากันหมด
ประทุษร้าย สรภ – คผ สรภ ม 309 310
อปกภใน จตน ต้องมุ่งประทุษร้าย มิได้จตน ฆ่า
– ต้องรู้ว่าเป็น K ถ้าไม่รู้ว่าเป็น K จะไม่เข้า 108 , แต่เข้า ประทุษร้ายบคธรรมดา
พยย กทคผ ม 80,81 , แต่กรณี 108 ไม่มีลดโทษ
วรรคสาม เพิ่มโทษ – น่าจะอตรต่อพระชนม์ – โทษ ปหชว
กม คำนึงถึงลักษณะกกท และ ผลกกท – โยนหินก้อนใหญ่ ขณะ K นั่งรถผ่าน – ผิด วรรคสาม
วรรคท้าย – ตระเตรียม หรือ กท ช่วยปกปิด – มีความหมายเดียวกับวรรคท้าย 107
ม 111 – ผู้สนับสนุน(ผสส) มีโทษเท่าตก
p 7-10 , 💝 3. หปม ดูหมิ่น และ แสดงความอาฆาตมาดร้าย
ม 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี
เหมือน ปอ 2500 ค้ค หปม – แต่ได้ขยาย การดูหมิ่น อาฆาตมาดร้าย
อปกภน – หปม ดม อาฆาตมาดร้าย
– K, Q , รัชทายาท และ ผู้สำเร็จ
อปกภใน – จตน
🌠หปม – ใส่ความผู้อื่น แต่บค 3 , – ทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือเกลียดชัง – เหมือน ม 326 , ถ้าผิด 112 – จะยก 329 มาแก้ตัวเพื่อพ้นผิด ไม่ได้
🌠 ดูหมิ่น -สบประมาท ดูถูก เหยียดหยาม ถ่มน้ำรายรด
– ไม่จำเป็นต้องทำซึ่งหน้าหรือ โฆษณา แต่ทำลับหลัง หรือกล่าวต่อบค ด้วยคำสามัญ – ต่างกับ หปม เพราะไม่ได้กล่าวใส่ความ
🌠 อาฆาตมาดร้าย – ขู่เข็ญ อตรต่อชีวิต ร่างกาย ทส ส สรภ ด้วย วาจา กริยา – และทำในสิ่งที่ตนไม่มี ส
อปก ภใน – จตน เหมือน ม 59 – ต้องรู้ว่าบค ดังกล่าวเป็นใคร เช่น K
อาฆาตมาดร้าย – ถ้าไม่รู้ว่าเป็น K ,Q.. ก็ไม่ผิด เพราะไม่มีกม บญ บคธรรมดาเป็นคผ – แต่อาจผิด ม 392 397 ลหุโทษ
ฎ จล กล่าวคำหปม K สนามหลวง- แก้ว่า ติชมโดยสุจริต ม 329(4) ไม่ได้ , ผิดตาม 112
ม 329 “ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต
(๔) ในการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมเรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท “
ฎ เปิดเพลง – จล ตะโกน “เฮ้ยเปิดเพลง อะไร ฟังไม่รู้เรื่อง” – ดูหมิ่น K
ฎ เขียนหนังสือ ว่า K พยย แบ่งชนชั้น – 112
ฎ กล่าวหาว่า K สบาย ไม่ต้องทำงานมาก – 112
p 7-12 กิจกรรม 7.1.1 ขาว+เหลือง คบคิดปลงพระชนท์ ขอให้ม่วงจัดหาอาวุธ แต่ขาว เหลือง ถูกจับก่อน ทั้งสามผิดอะไรบ้าง
Ans – ตระเตรียม ม 107 วรรคสาม เป็นคผ
ม่วงจัดหา ม 111 โทษเดียวกับตก
p 7-13 7.1.2 ความผิดต่อพระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
🌃 1. ปลงพระชนม์ Q รัชทายาท ผู้สำเร็จ – ม 109 – ปหชว
– พยย โทษเดียวกัน
– แต่ถ้าตระเตรียม จค 12-20ปี
อปก ภน – ฆ่า
– Q , รัชทายาท ผู้สำเร็จ
ภใน – จตน
ตาม ม นี้ ผกท ต้องรู้ว่าเป็นใครด้วย – เหมือน ม 107
พระราชินี – พระมเหสีของ K ซึ่งครองราชย์อยู่ , ไม่หมายถึง Q ของ K ที่ตาย หรือ พ้นราชสมบัติไปแล้ว
รัชทายาท – K สถาปนา
p 7-14 , ผู้สำเร็จ – ได้รับโปรดเกล้า ให้ปฎิบัติภารกิจตอน K ไม่อยู่
หรือ องค์มนตรี เสนอ -> รัฐสภาเห็นชอบ , กกทผ ม 111 โทษเท่าตก
อปกภใน – ตามจตน ม 59
วรรคท้าย ตระเตรียม
p 7-15, 109 เอาผิดตระเตรียม
รู้แต่ปกปิด – แสดงการปกปิด เช่น จนท สอบถาม แต่กลับบอกความเท็จ ว่าจะไปล่าสัตว์
แต่ถ้ารู้ แต่นิ่งเฉย – ยังไม่เป็นคผ
ยกเว้น มี หท แต่ละเว้น – ถือว่าช่วยปกปิด
การปกปิด ต้อง ก่อนฆ่า – ถ้าปกปิดหลังฆ่าแล้ว ไม่ผิด ม นี้ แต่อาจ ผ ม 189
ม 189 ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม
ม 111 ลงโทษ ผสส เท่า ตก
p 7-16 🌃2. ประทุษร้ายพระองค์ หรือ สรภ
p 7-17 ! กิจกรรม 7.1.2
p 7-18 7.2ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร
7.2.1 คผฐเป็นกบฎ
7.2.2 ยุยงทหารหรือตำรวจให้หนีราชการ
7.2.3 กทให้ปรากฎแก่ปชช เพื่อล่วงลม กม
7.2.4 ยุยงหรือจัดให้เกิดการหยุดงาน ปิดงาน ไม่ยอมค้าขาย
7.2.5 กท ต่อธงหรือเครื่องหมายแห่งรัฐ
p 7-19 7.2.1 คผฐเป็นกบฎ
p 7-20
p 7-21
p 7-22
p 7-23
p 7-24 ! กิจกรรม 7.2.1
7.2.2 ยุยงทหารหรือตำรวจให้หนีราชการ
p 7-25
p 7-26
! กิจกรรม 7.2.2
7.2.3 กทให้ปรากฎแก่ปชช เพื่อล่วงลม กม
p 7-27
p 7-28
p 7-29
p 7-30
! กิจกรรม 7.2.3
p 7-31 7.2.4 ยุยงหรือจัดให้เกิดการหยุดงาน ปิดงาน ไม่ยอมค้าขาย
p 7-32
p 7-33
p 7-34
! กิจกรรม 7.2.4
p 7-35 7.2.5 กท ต่อธงหรือเครื่องหมายแห่งรัฐ
p 7-36
! กิจกรรม 7.2.5
p 7-37 7.3ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร
7.3.1 กทเพื่อให้เอกราชรัฐเสื่อมไป
7.3.2 คบคิดกับบค ซึ่งกทเพื่อปยของรัฐ ตปท
7.3.3 คนไทยทำการรบต่อประเทศ
7.3.4 อุปการะแก่การรบของข้าศึก
7.3.5 กทให้ได้มาซึ่งความลับ
7.3.6 กทให้ผู้อื่นล่วงรู้หรือได้ไปซึ่งความลับ
7.3.7 กท แก่เอกสารอันเกี่ยวกับส่วนได้ส่วนเสียของรัฐ
7.3.8 กท กิจการที่ได้รับมอบหมายโดยทุจริต
7.3.9 กท ให้เกิดเหตุร้ายแก่ประเทศจากภายนอก
7.3.10 ตระเตรียม พยย กท และเป็นผู้สนับสนุน
p 7-38 7.3.1 กทเพื่อให้เอกราชรัฐเสื่อมไป
p 7-39
! กิจกรรม7.3.1
7.3.2 คบคิดกับบค ซึ่งกทเพื่อปยของรัฐ ตปท
p 7-40
p 7-41
! กิจกรรม 7.3.2
7.3.3 คนไทยทำการรบต่อประเทศ
p 7-42
! กิจกรรม 7.3.3
p 7-43
7.3.4 อุปการะแก่การรบของข้าศึก
p 7-44
p 7-45
! กิจกรรม 7.3.4
p 7-46 7.3.5 กทให้ได้มาซึ่งความลับ
p 7-47
! กิจกรรม 7.3.5
p 7-48 7.3.6 กทให้ผู้อื่นล่วงรู้หรือได้ไปซึ่งความลับ
p 7-49
! กิจกรรม 7.3.6
7.3.7 กท แก่เอกสารอันเกี่ยวกับส่วนได้ส่วนเสียของรัฐ
p 7-50
p 7-51
! กิจกรรม 7.3.7
7.3.8 กท กิจการที่ได้รับมอบหมายโดยทุจริต
p 7-52
! กิจกรรม 7.3.8
p 7-53 7.3.9 กท ให้เกิดเหตุร้ายแก่ประเทศจากภายนอก
p 7-54
! กิจกรรม 7.3.9
p 7-55 7.3.10 ตระเตรียม พยย กท และเป็นผู้สนับสนุน
p 7-56
! กิจกรรม 7.3.10
p 7-57 7.4ความผิดต่อสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ
7.4.1 ประทุษร้ายต่อชีวิต ร่างกาย สรภ ของประมุขหรือผู้แทนรัฐ ตปท
7.4.2 หปม ดูหมิ่น ประมุขหรือ ผู้แทนรัฐตปท
7.4.3 กท ต่อธง หรือ เครื่องหมาย แห่งรัฐ ตปท
p 7-58 7.4.1 ประทุษร้ายต่อชีวิต ร่างกาย สรภ ของประมุขหรือผู้แทนรัฐ ตปท
p 7-59
p 7-60
p 7-61
p 7-62 ! กิจกรรม 7.4.1
7.4.2 หปม ดูหมิ่น ประมุขหรือ ผู้แทนรัฐตปท
p 7-63
p 7-64
! กิจกรรม 7.4.2
p 7-65 7.4.3 กท ต่อธง หรือ เครื่องหมาย แห่งรัฐ ตปท
p 7-66
! กิจกรรม 7.4.3
p 7-67 7.5ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย
7.5.1 กกท อันเป็นการก่อการร้าย(ก กกร)
7.5.2 กกทที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย
7.5.3 การเป็นสมาชิกคณะ บคที่มีกกท อันเป็ฯการก่อการร้าย
p 7-68 7.5.1 กกท อันเป็นการก่อการร้าย
p 7-69
p 7-70
p 7-71
p 7-72
p 7-73
! กิจกรรม 7.5.1
p 7-74 7.5.2 กกทที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย
p 7-75
p 7-76
p 7-77
p 7-78
! กิจกรรม 7.5.2
p 7-79 7.5.3 การเป็นสมาชิกคณะ บคที่มีกกท อันเป็ฯการก่อการร้าย
p 7-80 ! กิจกรรม 7.5.3
pretest
$
posttest
หน่วยที่ 8 ความผิดเกี่ยวกับการปกครองและการยุติธรรม
8.1 ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
8.2 ความผิดเกี่ยวกับยุติธรรม
1) เจ้าพนักงาน(จพง) มีบทบาทสำคัญในการบริหารของรัฐ – รัฐให้ความคุ้มครองเป็นพิเศษ ผู้ใดเป็นอุปสรรคต่อการปฎิบัติงาน – ถูก ลโท ทาง อญ
แต่รัฐ ก็มีหน้าที่ควบคุม จพง มิให้ใช้อำนาจในทางไม่ถูกที่ควร – ลงโทษ จพง ที่ปฎิบัติหน้าที่ โดยทุจริต หรือ โดยมิชอบ
2) จพง ในการยุติธรรม – ผู้ใดทำผิดต่อจพง ยุติธรรม – มีโทษต่างจากกระทำผิด จพง อื่น , แต่ถ้า จพง ปฎิบัติงานมิชอบ ก็มีโทษหนักกว่า จพง อื่นๆ
p 8-4 8.1 ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
8.1.1 ความผิด(คผ) ต่อ จพง
8.1.2 คผต ตำแหน่งหน้าที่ราชการ (1)
8.1.3 คผต ตำแหน่งหน้าที่ราชการ (2)
1) คุ้มครอง จพง เป็นพิเศษ เช่น บญ ลท แก่ผู้ที่ดูหหมิ่น ต่อสู้ ขัดขวางหรือ ให้สินบนแก่ จพง
2) รัฐควบคุมวางกรองปฎิบัติหน้าที่ของ จพง , ลท จพง ปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริต หรือในทางมิชอบ หรือเกิดความเสียหาย
p 8-5 คำนำ – กม อญ เรียก จนท รัฐ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พวกนี้ว่า “จพง”
ม 136 “ผู้ใดดูหมิ่น จพง…. ” – คผ นี้เฉพาะกับ จพง , ถ้าไม่ใช่ จพง ก็ไม่ใช่ คผนี้
ม 147 “มาตรา 147 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มี หน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน” <- ตรงนี้ ก็ต้องเป็น จพง
ควบคุมเฉพาะการทำงาน , ไม่เกี่ยวกับ กิจการส่วนตัว , การปฎิบัติราชการ – ต้องมีกม ให้อน และกำหนด หท
ถ้าบค ธรรมดา ร่วมมือกับ จนท ตำรวจ เรียกท – บค ธรรมดา นั้นเป็นเพียงผู้สนับสนุน ไม่ใช่ตัวการ
p 8-6 ความหมายของคำว่า “จพง” -ได้รับแต่งตั้งโดยการทางการรัฐไทย , ปฎิบัติการในรัฐไทย
ประจำ หรือชั่วคราว ไม่สำคัญ
ปกติจะตอ้งเป็น ข้าราชการ , เว้นแต่มีกม บญ
ต่อมา นิยามตาม ศ ฎีกา -ได้รับการแต่งตั้งตามกม โดยชอบ ให้ทำกิจการของ จพง , จะมีปย ตอบแทนหรอืไม่ ไม่ใช่สาระสำคัญ
ปอ ม 3 นิยาม จพง (ม 1 (16)) – บค ซึ่ง กม บญ ว่าเป็น จพง หรือ ได้รับการแต่งตั้งตามกม ให้ปฎิบัติหท ราชการ , ไม่ว่าประจำหรือครั้งคราว และไม่ว่าได้รับค่าตอบแทนหรือไม่
แบ่งเป็น 2 จำพวก
1) บค ที่กมบญ ไว้ดฉ ว่าเป็น จพง – กม กำหนดไว้ชัดเจน เช่น พรบ เลือกตั้ง – กำหนด คณะกรรมเลือกตั้ง , กรรมการประจำจังหวัด,…. เป็นจพง
พรบ สงฆ์- ให้เจ้าอาวาสและไวยาวัจกรเป็น จพง
พรบ รัฐวิสาหกิจต่างๆ
p 8-7 2) บคได้รับแต่งตั้งให้ปฎิบัติหท ราชการ ไม่ว่าประจำหรือครั้งคราว – เช่น พรบ จราจรทางบก ระบุให้ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร -เป็นพนักงานจราจร
ผู้ที่แต่งตั้ง ต้องเป็นผู้บังคับบัญชา – ถ้าขาดประการใด ประการหนึ่ง ก็ไม่ถือว่าเป็นผู้รับการแต่งตั้งเป็น จพง
กระทรวงมหาดไทย – แต่งตั้ง พนง จราจร – จากตำรวจสัญญาบัติ
ผู้ว่า แต่งตั้ง ศึกษาธิการเป็นพนง สอบสวน – ผู้ต้องหาดูหมิ่น ก็ไม่ถือว่า ดูหมิ่นจพง เพราะ ผู้ว่า ไม่มีส แต่งตั้ง ศึกษาธิการเป็นพนง สอบสวน
พนง ปกครอง ตำแหน่งตั้งแต่ ปลัดอำเภอ หรือ ตำรวจ ร้อยตรีขึ้นไป – จึงมี อน สอบสวนคผ อญ
เลือกตั้ง กรรมการตรวจคะแนน เป็นชาวบ้านธรรมดา ก็เป็น พนง แม้ไม่ได้รับเงิน หรือ เช่น ผพพษ สมทบ
มีฎ ลูกจ้างหน่วยราชการ แม้ได้รับเงินเดือน – แต่ก็ไม่มีฐานะเป็น จพง
p 8-8 , จพง – ใช้อน ทางการปกครอง เช่น รมต , ข้าราชการประจำทุกฝ่าย , พลเรือน รัฐสภา อัยการ ตุลาการ ครู – แต่ไม่ได้หมายถึง ผู้มี อน ทาง นิติบัญญัต เช่น สส สว สจ สท <- ไม่ถือเป็นจพง แต่จะแยกไป ตาม ม 143, 144 , 146 , 138 , 289 เรียกว่า “ผู้ซึ่งต้องช่วยจพง” หรือ “ผู้ช่วยเหลือจพง”
กม คุ้มครอง จพง เพราะการปฎิบัติหท ราชการ – นอกเหนือ ไม่เกี่ยว เช่น ม 136 เอาผิดผู้ดูหมิ่นจพง ปฎิบัติตามหน้าที่ , ถ้าแม้เป็น จพง แต่ไม่ได้ปฎิบัติหท – ก็ไม่ได้รับค้ค ม นี้
ฎ กำนันจะให้ บค มาเจรจาแบ่งทส , ถูกด่าดูหมิ่น – ไม่เป็นคผ ฐ ดูหมิ่น พนง เพราะไม่ใช่ หท
ม 147 เอาผ จพง ที่มีหท จัดซื้อ ทำ จัดการ หรือ รักษา ท – แล้วเบียดบังเอา ท เป็นของตน – ถ้าจพง ใด ไม่มีหทนี้ – แล้วเกิดไปเบียดบัง ท – ก็ไม่ผ ม นี้ – แต่อาจผิด ม ยย 352
p 8-9 ฎ ลจ กรมธนารักษ์ รับค่าจ้างงบงานจัดทส – แต่มิใช่ตามที่กม กำหนดให้คนนี้จัดการ – ไม่มีคผ ม 147 – แต่ผ ม 352 ยย โดยบค ธรรมดา
ฎ
p 8-10 ! 8.1.1 ความผิด(คผ) ต่อ จนง
บคใด กระทำต่อจพง อันอาจส่งผลต่อการปฎิบัติงานของจพง กำหนดเป็นคผ เพื่อค้ค การปฎิบัติงาน
1. คผ กทต่อจพง
1.1 ดูหมิ่นจพง ม 136 ” ผู้ใดดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทาการตามหน้าที่หรือเพราะได้กระทาการตามหน้าที่ต้องระวาง โทษจาคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ”
อปกภน – ดูหมิ่น
-จพง กทตามหท หรือ เพราะได้กทตาม หท
อปกภใน จตน
🎗ดูหมิ่น – แสดงความดูถูก เหยียดหยาม ด่า สบประมาท ผู้อื่น
– แสดงกริยา วาจา ท่าทาง กท ต่อหน้า/ลับหลัง – เช่น ให้ขอบลับ ด่านายสถานี ว่าเป็นหมา ไม่ใช่คน
ว่า ผู้ใหญ่บ้าน หมาๆ เย็ดแม่
ด่าต ว่า ต ชาติหมา , ต จับ จล จล บอก คุณถอดเครื่องแบบมาชกกันตัวต่อตัว
แกลังจับผมคนเดียว , ไม่ยตธ
ต เฮงซวย , เจอมีดเสียบเสียบ้าง
ขู่ ต – จ่า ถ้ามึงจับกู กูจะเอามึงออก
p 8-11 , กลั่นแกล้ง เลือกที่รัก มักที่ชัง
ถ้อยคำไม่สุภาพ คำติชมตาม ปกติวิสัย หรือ พูดด้วย น้อยเนื้อต่ำใจ – ไม่ถือว่า ดห(ดูหมิ่น)
ใช้คำว่า มึงกู , พูดอย่างนี้ เอา กมมาพูด ไม่มีศีลธรรม
บอก ต พวกนี้ ต ไม่มีคห สำหรับกู อยากจับ ก็มาจับ ในเมื่อกูไม่ได้กทผ
คุณเป็นนายอำเภออย่างไร ไม่รับผช
แค่รตท กระจอก ไม่อยากคุยด้วย
ดห กับ หปม ต่างกัน
p 8-12
p 8-13
p 8-14
p 8-15
p 8-16
p 8-17
p 8-18
p 8-19
p 8-20
p 8-21
p 8-22
p 8-23
p 8-24
p 8-25
p 8-26
p 8-27
p 8-28
p 8-29
p 8-30
p 8-31
p 8-32
p 8-33
p 8-34
p 8-35
p 8-36
p 8-37
p 8-38
p 8-39
p 8-40 ! กิจกรรม 8.1.1
p 8-41 8.1.2 คผต ตำแหน่งหน้าที่ราชการ (1)
ความนำ กม ควบคุมการปฎิบัตงาน – หากกทผ รับโทษหนักขึ้น
เอาผ เฉพาะจพง กทผ ในหท ราชการของตน เท่านั้น
บทบญ ขึ้นต้นด้วย “ผู้ใดเป็น จพง…. “
p 8-42
p 8-43
p 8-44
p 8-45
p 8-46
p 8-47
p 8-48
p 8-49
p 8-50
p 8-51
p 8-52
p 8-53
p 8-54
p 8-55
p 8-56
p 8-57
p 8-58
p 8-59
p 8-60
p 8-61
p 8-62
p 8-63
p 8-64
p 8-65
p 8-66
p 8-67
p 8-68
p 8-69
p 8-70
p 8-71
p 8-72 ! กิจกรรม 8.1.2
p 8-73 8.1.3 คผต ตำแหน่งหน้าที่ราชการ (2)
p 8-74
p 8-75
p 8-76
p 8-77
p 8-78
p 8-79
p 8-80
p 8-81
p 8-82
p 8-83
p 8-84
p 8-85
p 8-86
p 8-87
p 8-88
p 8-89
p 8-90
p 8-91
p 8-92
p 8-93 ! กิจกรรม 8.1.3
p 8-94
p 8-95 8.2 ความผิดเกี่ยวกับยุติธรรม
8.2.1 คผต่อจพง ในการยุติธรรม(1)
8.2.2 คผต่อจพง ในการยุติธรรม(2)
8.2.3 คผต่อจพง ต่อตำแหน่งที่ในการยุติธรรม
p 8-96 8.2.1 คผต่อจพง ในการยุติธรรม(1)
p 8-97
p 8-98
p 8-99
p 8-100
p 8-101
p 8-102
p 8-103
p 8-104
p 8-105
p 8-106
p 8-107
p 8-108
p 8-109
p 8-110
p 8-111
p 8-112
p 8-113
p 8-114
p 8-115
p 8-116
p 8-117
p 8-118
p 8-119
p 8-120
p 8-121
p 8-122
p 8-123
p 8-124
p 8-125
p 8-126
p 8-127
p 8-128
p 8-129 ! กิจกรรม 8.2.1
p 8-130 8.2.2 คผต่อจพง ในการยุติธรรม(2)
p 8-131
p 8-132
p 8-133
p 8-134
p 8-135
p 8-136
p 8-137
p 8-138
p 8-139
p 8-140
p 8-141
p 8-142
p 8-143
p 8-144
p 8-145
p 8-146
p 8-147
p 8-148
p 8-149
p 8-150
p 8-151
p 8-152
p 8-153
p 8-154
p 8-155
p 8-156
p 8-157
p 8-158
p 8-159 ! กิจกรรม 8.2.2
p 8-160 8.2.3 คผต่อจพง ต่อตำแหน่งที่ในการยุติธรรม
p 8-161
p 8-162
p 8-163
p 8-164
p 8-165
p 8-166
p 8-167
p 8-168
p 8-169
p 8-170
p 8-171 ! กิจกรรม 8.2.3
pretest
posttest
หน่วยที่ 9 ความผิดเกี่ยวกับศาสนา ความสงบสุข การค้า การปลอมและการแปลง
p 9-2 ตอนที่ 9.1 ความผิดเกี่ยวกับ ศาสนา (ศ) ความสงบสุข(สส) และการค้า
9.2 ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
มีกม คุ้มครอง ศ เพื่อมิให้กระทบความศรัทธา ความสงบสุขของ ปชช
การค้า เป็นการนำสินค้าจากผู้ผลิต ไปยังผู้บริโภค – มีความสำคัญต่อ ศก , จึง มี บญ ควบคุม คุ้มครองไว้เฉพาะ
เงินตรา เป็นสื่อการแลกเปลี่ยน สินค้า และบริการ ชำระหนี้, มีความสำคัญต่อความมั่นคง ศก ส่วน ดวงตรา แสตมป์ และ ตั๋ว – มีความสำคัญในการดำเนินกิจกรรมต่างๆของ รัฐ
ปัจ เอกสารหลายชนิดทำบน e , การปลอมแปลง ไม่จำเป็นต้องทำบนแผ่นกระดาษ – ความผิดในอดีตที่เกี่ยวกับเอกสาร ครอบคลุมไปไม่ถึง ,
หนังสือเดินทาง –พวกนี้ก็ต้องมีกม ควบคุม ความผิดเกี่ยวกับ เงินตรา ดวงตรา แสตมป์ และตั๋ว เอกสาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ และหนังสือเดินทาง
p 9-4 9.1 ความผิดเกี่ยวกับ ศาสนา (ศ) ความสงบสุข(สส) และการค้า
9.1.1 ความผิด(คผ) เกี่ยวกับ ศ
9.1.2 ความผิดเกี่ยวกับ ความ สส ของ ปชช
9.1.3 ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตราย(ภยอ)ต่อ ปชช
9.1.4 ความผิดเกียวกับการค้า
การเหยียดหยาม(หห) ศ ก่อให้เกิดความวุ่นวาย(วว) ในที่ประชุม ศาสนิกชน และการแต่งกายหรือใช้เครื่องหมายในทาง ศ โดยมิชอบ
กม กำหนด(กห)เกี่ยวกับ ความ สส ของปชช ในความผิดฐาน อั้งยี่ , ผิดฐาน ซ่องโจรประชุมกับอั้งยี่ หรือ ซ่องโจร
ประพฤติตนเป็นปกติธุระจัดหาที่พำนัก ที่ซ่อนเร้น หรือที่ประชุมแก่ผู้ กทผ (กระทำผิด) มั่วสุม ทำให้เกิดความวุ่นวานในบ้านเมือง
ก่อให้เกิด ภยอ ต่อ ปชช – คผ วางเพลิงเผา ท , กกท อันน่าจะเกิด อันตรายแก่บค หรือ ท , เพื่อให้เกิด อุทกภัย หรือ ขัดข้องแก่การใช้น้ำ , อตรแก่จราจร, กระทำแก่ยานพาหนะ หรือ ยานพาหนะรับจ้างขนคนโดยสาร , ทำให้เกิดขัดข้องในกิจ สธรณูปโภค และการ สื่อสาร , ปลอมปมอาหาร หรือ เจือของมีพิษในอาหาร
ควบคุมการค้า – คผ เกี่ยวกับ เครื่องชั่ง , เครื่องตวง , เครื่องวัด อัตรา ขายโดยหลอกลวง(หล) , หล หรือ ไขข่าว การค้า, ปลอม (ป) เครื่องหมายการค้า เลียนแบบ เครื่องหมายการค้า หรือ นำเข้า จำหน่าย(จห) สินค้าที่เป็นคผ เกี่ยวกับการค้า
p 9-6 เรื่อง 9.1.1 ความผิด(คผ) เกี่ยวกับ ศ 3 หัวข้อ
1) กกท เหยียดหยาม ศ
2) ก่อให้เกิด วว ในที่ประชุมศาสนิกชน
3) แต่งกายหรือใช้เครื่องหมาย (คห) ในทาง ศ โดยมิชอบ
1) กกท เหยียดหยาม ศ ม 206 มาตรา 206 ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ แก่วัตถุ หรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด อันเป็นการเหยียดหยามศาสนานั้น ต้องระวางโทษจําคุก ตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปีหรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่ง แสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อปก ภายนอก
(1) กระทำด้วยประการใดๆ – มิได้จำกัด กกท ,ไม่จำเป็นตอ้งทำลายให้เสียหาย , เช่น ถ่มน้ำลายใน , ใช้เท้าเหยียบ , ปัสสาวะรด
(2) แก่วัตถุ หรือ สถานอันเป็นที่เคารพในทาง ศ ของหมู่ชนใด – วัตถุ(ว) สิ่งที่เคลื่อนที่ได้ , และ สถาน – ที่ดิน สิ่งที่ติดกับที่ดิน เป็นที่เคารพของ ศ , ไม่จำกัด ศ ใด , หมู่ชนมาก หรือน้อยก็ตาม , เช่น โบสถ์ พระบูชา พระเครื่อง รูปปั้นพระเยซู
แต่ลูกประคำ เครื่องราง ลูกแก้ว ปลุกเสก กุฏิพระ ศาลพระภูมิ <- ไม่ใช่ ว หรือ สถานที่อันเคารพ ทาง ศ
หรือกระทำ ต่อบค ก็ไม่ผิดตาม ม นี้ เช่น กท ต่อ พระภิกษุ นักบวช –
(3) หห ศ – ถ้าประสงค์ หห แต่ พฤติการณ์ ไม่ได้ หห ก็ไม่ผิดตาม ม นี้ , ขั้นพยายาม ก็ไม่ผิด
เช่น ยกมือเลียนแบบพระพุทธรูป ล้อเลียน ถลึงตา
ลักลอบขุดเจดีย์วัดร้าง เพื่อลักเอา พระพุทธรูป – เป็น หห ศ
พระ ร่วมประเวณีกับ หญิงในกุฎิ -ไม่เป็น หห ศ , แต่พาไปร่วมใน โบสถ์ – เข้า หห ศ
อปก ภายใน – จตน – จตน ธรรมดา ม. 59 , โดยผกท ต้องรู้ว่าเป็น ว หรือ สถานที่นั้นเป็นที่ เคารพทาง ศ ตาม ม 59 วรรค 3
p 9-7
p 9-8
p 9-9
p 9-10 ! กิจกรรม 9.1.1
9.1.2 ความผิดเกี่ยวกับ ความ สส ของ ปชช
7 หัวข้อ 1) คผฐ อั้งยี่ 2) คผฐ เป็นซ่องโจร
3) ประชุมกับอั้งยี่ หรือซ่องโจร 4) อุปการะอั้งยี่หรือ ซ่องโจร
5) สมาชิกอั้งยี่หรือซ่องโจร กทผ 6) ประพฤติตนเป็นปกติธุระจัดหาที่พัก ซ่อนเร้น หรือที่ประชุมแก่ผกทผ
7) มั่วสุม ทำให้เกิดความวุ่นวายของบ้านเมือง
p 9-11 ▒ 1) คผฐ อั้งยี่ – “ผู้ใดเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ถ้าผู้กระทำความผิดเป็นหัวหน้า ผู้จัดการหรือผู้มีตำแหน่งหน้าที่ในคณะบุคคลนั้น ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท”
อปก คผ อปก ภน – เป็นสมาชิกของคณะบค
– ซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการ
– มีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกม
อปก ภใน – จตน
□ อั้งยี่ – ภาษาจีน – สมาคมที่คนจีนตั้งขึ้น เพื่อช่วยเหลือกัน – ดำเนินการทั้งชอบและมิชอบ กม – เช่น เรียกค่าค้ค จากสมาชิก หรือผู้อืื่น
ถ้ามีผลปย ขัดกัน อาจจะต่อสู้ฆ่าฟัน
อดีต ไทยมีกม ปราบปรามอั้งยี่ พรบ อั้งยี่ รศ 116
อปก ภน เป็นสมช ของคณะบค – มิได้คำจำกัดคำว่า “คณะบค” ไว้เฉพาะ – ทั่วไป เอา 2 คน
อาจรวมตัวกันเป็นรูปแบบ เช่น สมาคม สโมสร กลุ่มบค – แต่คณะบค ต้องจัดตั้งเป็นถาวร แยกหท เป็นสัดส่วน
□ ซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการ – ไม่ให้รู้ไม่ให้เห็น รู้กันเฉพาะสมาขิก
มุ่งหมาย เพื่อการอันมิชอบ กม – แต่ถ้าเกิดชอบ กม ก็ไม่ผิด
p 9-12 – ไม่จำต้องขนาด คผ อญ , อาจะเป็นลม ทางแพ่งก็ได้
ที่เคยมี มักผ กม อญ เช่น ห้องคนจีน เช่า – หนังสือ เต็กง้วยคงซ้อ – ก่อการวิวาท
จล เข้าเป็นสมาชิก กองกำลังติดอาวุธ แยกดินแดน เรียกค่า ค้ค
ซุ่มโจมตี จนท รัฐ ม 209
อปก ภใน – จตน ม 59 ตอ้งรู้ ขทจ , ว.3 รู้ด้วยว่าบค นั้นปกปิด วิธีดำเนินการ มุ่งหมาย เพื่อการอันมิชอบ กม
ม209 คผ สำเร็จเมื่อเป็น สมช – ไม่จำต้องไปทำตามมุ่งหมายที่มิชอบเสียก่อน
คผฐ อั้งยี่ เป็นคผ ต่อเนื่อง- ผ ตลอดเวลาที่เป็นสมช – อายุความ เริ่มนับเมื่อคณะบค สิ้นสุดลง
– เป็นกรรมเดียว ไม่ว่าจะมี สมช เพิ่มกี่คน
209 ว.2 หัวหน้า ต้องรับโทษหนังกขึ้น รวมถึง ผจก ผู้มีตำแหน่ง เช่น นายทะเบียน เลขา เหรัญญิก
▒ 2. คผฐ เป็นซ่องโจร , ม 210 “ผู้ใดสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ในภาค ๒ นี้ และความผิดนั้นมีกำหนดโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นซ่องโจร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
อปกภน – สมคบตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
p 9-13 อปก ภใน – จตน
– เพื่อกทคผ อย่างใดอย่างหนึ่งที่บญ ในภาค 2 และคผ มีโทษ จค ตั้งแต่ 1ปี ขึ้นไป
⑉ สบคบตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป – ตกลงที่จะกท คผ ร่วมกัน – มิใช่เพียงการประชุม โดยไม่ได้ตกลงอะไรกัน หรือตกลงกันไม่ได้
ถ้าตำรวจทราบว่ามีกลุ่มคนร้ายวัยรุ่น เข้ามายิง ปล้นรถ- ไม่มี พยว่า พวกนี้คบคิดประชุมปรึกษาหารือที่ไหน ^แสดงว่าเน้นที่การประชุมกันด้วย
การประชุม ตกลงกัน กทคผ เป็น สาระ ส.
จล กับพวกร่วมกันโกง ท ผู้เสีย โดยใช้ เลห์เพทุบาย ในการเล่นการพนัน – แต่ไม่ได้ความว่า คบคิดร่วมประชุม – ไม่เป็นคผฐ ซจ(ซ่องโจร) – ^กรณีทนายตั๊ม ถ้า 5 คนขึ้นไป และมีพย หารือกัน ก็อาจจะเข้าข่าย
ผู้สบคบ 6 คน ปรึกษากันจะไปงัดรถ – ผฐ ซจ
จล พวก 10 คน วางแผลฉ้อโกง ผู้โดยสารบนรถ แบ่งหน้าที่กันทำ – ซจ
ประชุมกัน 5 คน วางแผลปล้นทอง แม้วันลงมือ บางคน ไม่ได้ไปด้วย ก็ ซจ ทุกคน ^เหมือน 12 ocean
p 9-14 อปกภใน – จตน
p 9-15
p 9-16
p 9-17
p 9-18
p 9-19
p 9-20
p 9-21
p 9-22 ! กิจกรรม 9.1.2
9.1.3 ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตราย(ภยอ)ต่อ ปชช
7 หัวข้อ 1) คผเกี่ยวกับการวางเพลิง ทำให้เกิดระเบิด
2) กกท อันน่าจะเกิดอตรแก่ บค หรือ ท
3) กท เพื่อให้เกิด อุทกภัยหรือ ขัดข้อแก่การใช้น้ำ
4) กกท อันน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอตร แก่การจราจร
5) กท แก่ยานพาหนะ หรือใช้ยานพาหนะ รับจัางขนคนโดยสาร
6) กท ให้เกิดความขัดข้องในกิจการสธรณูปโภค และการสื่อสาร
7) ปลอมปนอาหาร หรือเจือของมีพิษในอาหาร
p 9-23 👩👩👦 1) คผเกี่ยวกับการวางเพลิง ทำให้เกิดระเบิด
p 9-24
p 9-25
p 9-26
p 9-27
p 9-28
p 9-29
p 9-30
p 9-31
p 9-32
p 9-33
p 9-34
p 9-35
p 9-36
p 9-37
p 9-38
p 9-39
p 9-40
p 9-41
p 9-42
p 9-43
p 9-44
p 9-45
p 9-46
p 9-47
p 9-48
p 9-49 ! กิจกรรม 9.1.3
p 9-50 9.1.4 ความผิดเกี่ยวกับการค้า
6 หัวข้อ 1) คผ เกี่ยวกับเครื่องชั่ง เครื่องตวง
2) ขายโดยหลอกลวง 3) หลอกลวงหรือไขข่าวเกี่ยวกับการค้า
4) ปลอมเครื่องหมายการค้า
5) เลียนเครื่องหมายการค้า 6) นำเข้า หรือจำหน่ายสินค้าที่เป็นคผ เกี่ยวกับการค้า
p 9-51
p 9-52
p 9-53
p 9-54
p 9-55
p 9-56
p 9-57
p 9-58
p 9-59
p 9-60
p 9-61
p 9-62
p 9-63 ! กิจกรรม 9.1.4
p 9-64 9.2 ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
9.2.1 คผ เกี่ยวกับเงินตรา
9.2.2 คผ เกี่ยวกับดวงตรา แสตมป์ และ ตั๋ว
9.2.3 คผ เกี่ยวกับเอกสาร
9.2.4 คผ เกี่ยวกับ บัตรอิเล็กทรอนิกส์
9.2.5 คผเ เกี่ยวกับหนังสือเดินทาง
p 9-65
p 9-66 9.2.1 คผ เกี่ยวกับเงินตรา
9 หัวข้อ
1) คผฐ ปลอมเงินตรา 2) คผฐ แปลงเงินตรา 3) ทำให้เหรียญกษาปณ์มีน้ำหนักน้อยลง 4) นำเงินตราปลอม หรือ แปลงเข้าประเทศ
5)มีไว้เพื่อนำออก ใช้ซึ่งเงินตราปลอม หรือแปลง
6) ได้มาซึ่งเงินตราปลอม หรือแปลง ยังขืนนำออกใช้
7) 8) คผ เกี่ยวกับเงินตรา ตปท
9) ทำหรือ จำหน่ายบัตรโลหะธาตุให้คล้ายคลึงเงินตรา
💙 1) คผฐ ปลอมเงินตรา – ม 240 “ผู้ใดทำปลอมขึ้นซึ่งเงินตรา ไม่ว่าจะปลอมขึ้นเพื่อให้เป็นเหรียญกระษาปณ์ ธนบัตรหรือสิ่งอื่นใด ซึ่งรัฐบาลออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้ หรือทำปลอมขึ้นซึ่งพันธบัตรรัฐบาลหรือใบสำคัญสำหรับรับดอกเบี้ยพันธบัตรนั้น ๆ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเงินตรา ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับ …”
อปกภน – ทำปลอมขึ้น
– ซึ่งเงินตรา – ไม่ว่าเพื่อ เหรียญกษาปณ์ ธนบัตร หรือสิ่งอื่นใด ซึ่งรัฐออกใช้ หรือให้อน ให้ออกใช้ , หรือ พันธบัตรรัฐบาล หรือ ใบสำคัญสำหรับรับดบ พันธบัตรรัฐบาล
อปกภใน – จตน
– เพื่อให้เหรียญกษาปณ์(หกษ) ธนบัตร หรือ สิ่งอื่นใด ซึ่งรัฐออกใช้หรอืให้ อน ให้ออกใช้ หรือ พันธบัตรรัฐ หรือ ใบสำคัญสำหรับรับดบ พันธบัตรรัฐบาล
⌚ ทำปลอมขึ้น – ทำโดยตั้งใจ ทำให้เหมือนจิรง ลักษณะอย่างเดียวกับเงินตรา ที่รัฐกำหนดโดยกฎกระทรวง พรบ เงินตรา 2501
ลวดลาย สี ขนาด ลักษณะของโลหะอย่างเดียวกัน
การปลอมให้ผิดไปจากของจริงที่ตั้งใจ ทำให้เหมือนมากน้อยเพียงใด ไม่ ส. – เช่นสีแดงที่กระดาษกลาง ต่างกับธนบัตรของแท้
เป็นเรื่องขีดความสามารถที่จะทำปลอม – ไม่จำเป็นต้องถึงกับเหมือนของแท้จนไม่รู้ว่าปลอมหรือแท้
ทดลองทำ หกษปลอม – แต่ไม่เหมือนจริง จะทดลองทำอีก – ก็เป็นคผ สำเร็จ
p 9-67 , ผู้ทำ เหรียญ 5 ปลอม มีแร่ผสมทำให้ด้านไม่ขึ้นเงา – นำออกใช้ไม่ได้ ต้องขัดก่อน – ยังไม่พอฟังได้ว่า จล ทำ หกษ ปลอม
ธนบัตรที่ฉีดขาดชำรุด ชำระหนี้ไม่ได้ตาม พรบ เงินตรา – นำมาต่อกับ จะต่อท่อนถูกหรือผิด – ไม่เป็นทำปลอมเงินตรา
แต่ถ้าการตัดต่อ ธนบัตร โดยมีจตน ทำปลอม – ก็เป็นคผฐ ปลอมเงินตามได้
โดยตัด 2 ท่อนยาวไม่เท่ากัน จำนวน 46 ฉบับ – คผ ม 240 244
⌚ เงินตรา ไม่ว่าเป็น หกษ ธนบัตร หรือสิ่งอื่นใด …
เงินตรา ตาม พรบ เงินตรา = หกษ และธนบัตร ออกโดย รัฐ ม 240
รวมถึงสิ่งอื่นดที่รัฐออกใช้ หรอื ให้อน ให้ออกใช้ หรือ พันธบัตรรัฐบาล ใบสำคัญสำหรับดบ พันธบัตร – เป็นเงินตราที่ใช้ได้โดยชอบด้วยกม ปัจ เท่านั้น
ไม่รวมเงินตรารุ่นเก่าๆ ที่เลิกใช้ไปแล้ว
การปลอมเงินพดด้วยสมัยต่ากงๆ – ไม่เป็นคผ ม 240
p 9-68
p 9-69
p 9-70
p 9-71
p 9-72
p 9-73
p 9-74
p 9-75
p 9-76
p 9-77
p 9-78
p 9-79 ! กิจกรรม 9.2.1
p 9-80 9.2.2 คผ เกี่ยวกับดวงตรา แสตมป์ และ ตั๋ว
4 หัวข้อ 1) คผ เกี่ยวกับดวงตรา 2) คผ เกี่ยวกับแสตมป์ 3) คผ เกี่ยวกับตั๋ว 4) ทำหรือมีเครื่องมือหรือ วัตถุสำหรับปลอม หรือแปลงแสตมป์ หรือตั๋ว
5) การลงโทษผกทคผ หลายกระทง
p 9-81 ☗ 1) คผ เกี่ยวกับดวงตรา
p 9-82
p 9-83
p 9-84
p 9-85
p 9-86
p 9-87
p 9-88
p 9-89
p 9-90
p 9-91
p 9-92
p 9-93
p 9-94
p 9-95 ! กิจกรรม 9.2.2
9.2.3 คผ เกี่ยวกับเอกสาร
แบ่งเป็น 6 ข้อ 1) คผฐ ปลอมเอกสาร 2) ปลอมเอกสาร ส. หรือ เอกสารราชการ 3) ปลอมเอกสาร(ปอส) บางประเภท
4) คผ เกี่ยวกับการแจ้งให้พนง จดข้อความอันเป็นเทจ ลงใน อส
5) คผเ เกี่ยวกับการใช้ หรือ อ้างอส ปลอม หรือ อส เท็จ
6) คผ เกี่ยวกับการทำคำรับรองอส อันเป็นเท็จ
✍️1) คผฐ ปลอมเอกสาร ม 264 ” ผู้ใดทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใด ๆ ในเอกสารที่แท้จริง หรือประทับตราปลอม หรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเอกสาร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดกรอกข้อความลงในแผ่นกระดาษหรือวัตถุอื่นใด ซึ่งมีลายมือชื่อของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม หรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งของผู้อื่นนั้น ถ้าได้กระทำเพื่อนำเอาเอกสารนั้นไปใช้ในกิจการที่อาจเกิดเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือประชาชน ให้ถือว่าผู้นั้นปลอมเอกสาร ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน”
p 9-96 , 2 วรรค
ม 264 ว.แรก อปก ภน
– ทำอส ปลอมขึ้นทั้งฉบับ หรือ แต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติม หรือ ตัดทอนข้อความ หรือ แก้ไขด้วย ประการใดๆในอส ที่แท้จริง หรือ ประทับตราปลอม หรือ ลงลายมือชื่อปลอมใน อส
-โดยประการที่น่าจะเสียหาย แก่ผู้อื่น หรอื ปชช
อปก ภใน
– จตน
– ถ้าได้กท เพื่อให้ผู้หนึ่ง ผู้ใด หลงเชื่อว่า เป็นอส ที่แท้จริง
🌃 ทำอส ปลอมขึ้นทั้งฉบับ หรือ แต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติม หรือ ตัดทอนข้อความ หรือ แก้ไขด้วย ประการใดๆในอส ที่แท้จริง หรือ ประทับตราปลอม หรือ ลงลายมือชื่อปลอมใน อส
อส ม 1(7) คือ กระดาศหรือ วัตถุอื่นใด – ปรากฎความหมาย ด้วย ตัวอักษร ตัวเลข ผัง หรือ แผนแบบอย่างอื่น
โดยวิธีพิมพ์ ถ่ายภาพ วิธีอื่นๆ
อันเป็นหฐ แห่ง ความหมาย อส จึงมีลกษณะส. 3 ประการ
⋆ 1. เป็นกระดาษ หรือ วัตถุอื่น – สิ่งที่ทำให้ความหมาย ข้อความปรากฎขึ้น อส มิใช่ตัวถ้อยคำ แต่เป็นวัตถุที่ทำให้ปรากฎความหมายขึ้น
ปกติทำด้วยกระดาษ แต่อาจจะเป็นโลหะ ศิลา กำแพง
เช่น อักษร และเลขหมายที่ พานท้ายปืน – ทะเบียนอาวุธปืน , หมายเลขเครื่องยนต์ และตัวถังรถยนต์
ป้ายทะเบียนรถยนต์ เลขหมายที่เครื่องยนต์ , ท่อนซุง
p 9-97 , ถ่ายลายพิมพ์นิ้วมือ , ถ่ายบัตรปชช
⋆ 2. ทำให้ปรากฎความหมาย – ชั่วคราว เช่น ควันทำอักษรในอากาศ , หรือ ยั่งยืน แบบศิลาจารึก
หรือตอนทำ ยังไม่ปรากฎ เช่น เขียนด้วยหมึกวิทยาศาสตร์ จะเห็นเมื่อโดนความร้อน
หรือเมื่อใส่เคมีลงไป เช่นถ่ายรูปในฟิลม์
แต่พวกภาพถ่าย – ไม่ได้ปรากฎความหมายใด
การทำปรากฎด้วยอักษร ตัวเลข ผัง หรือแบบแผนอื่น อ่านหรือเห็นความหมายด้วยสัมผัสทางตา – อักษรเบรลล์ ถือเป็น อส
แต่ถ้าอัดเทป อัดแผ่นเสียง -ไม่ถือเป็นอส ^ดังนั้นภาพวิดีโอ ไม่น่าจะเป็นอส
⋆ 3. หฐแห่งความหมาย – ต้องคงทนอยู่ขณะหนึ่ง แม้ไม่นาน เช่น อากาศยาน ทำอักษรในอากาศด้วยควัน , เขียนข้อความบนชายทะเล บนหิมะ – แม้ไม่นานก็จางหาย แต่ยังถือว่าเป็นอส
คนทำเครื่องหมาย เคลื่อนไหวร่างกาย ตีธง ยกมือ – ไม่เป็นหฐ ไม่เป็นอส
แบบพิมพ์เช็ค ที่ยังไม่ได้กรอกรายการ = มิได้ปรากฎความหมาย – ตัวเลขเป็นหฐ แห่งความหมาย – ไม่เป็นการปลอมอส
การทำคำสั่ง จังหววัด แต่งตั้งขรก ในกระดาษไข โดยไม่มีอน , แล้วตัดเอากระดาษไข ที่มีลาย มือชื่อ ผู้ว่า ติดไว้ท้ายคำสั่งและทำโรเนียว – ปรากฎความหมาย(คห๗ และ หฐแล้วคห แล้ว
p 9-98 กกทผ ม 264 มี 3 ลักษณะ
✐ 1. ทำอส ปลอมขึ้นทั้งฉบับ หรือ ส่วนใดส่วนหนึ่ง – ไม่จำกัดว่าต้องมี อส ที่แท้จริงอยู่
อาจทำปลอมโดยไม่อสจริงก็ได้ – ต่างจากปลอมเงินตรา ม 240 – ต้องมีเงินตราแท้จริงอยู่ก่อน
เช่น เขียนชื่อ ประทับตราชื่อห้างร้าน ไม่มีตัวจริง -สมมุติขึ้น
p 9-99
p 9-100
p 9-101
p 9-102
p 9-103
p 9-104
p 9-105
p 9-106
p 9-107
p 9-108
p 9-109
p 9-110
p 9-111
p 9-112
p 9-113
p 9-114
p 9-115
p 9-116
p 9-117
p 9-118
p 9-119
p 9-120
p 9-121
p 9-122
p 9-123
p 9-124 ! กิจกรรม 9.2.3
9.2.4 คผ เกี่ยวกับ บัตรอิเล็กทรอนิกส์
7 หัวข้อ 1) คผฐ ปลอมบัตร electronics 2) ทำหรือมีเครื่องมือสำหรับ ปลอมแปลงบัตร e 3) นำเข้าหรือส่งออกไปซึ่ง บัตร e ปลอม หรือ เครื่องมือสำหรับวัตถุสำหรับปลอม
4) ใช้หรือมีไว้ใช้ จำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย บัตรe ของผู้อื่นโดยมิชอบ
5) ใช้บัตร e ของผู้อื่นโดยมิชอบ
6) มีไว้เพื่อใช้บัตรe ของผู้อื่นโดยมิชอบ 7)เหตุที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น
p 9-125
p 9-126
p 9-127
p 9-128
p 9-129
p 9-130
p 9-131
p 9-132
p 9-133
p 9-134
p 9-135 ! กิจกรรม 9.2.4
p 9-136 9.2.5 คผ เกี่ยวกับหนังสือเดินทาง
p 9-137
p 9-138
p 9-139
p 9-140
p 9-141
p 9-142
p 9-143
p 9-144
p 9-145
p 9-146
p 9-147 ! กิจกรรม 9.2.5
pretest
posttest
หน่วยที่ 10 ความผิดต่อชีวิตร่างกาย
p 10-2
10.1 ความผิด (คผ) ต่อชีวิต
10.2 คผ ต่อร่างกาย
ชีวิต(ชว) สำคัญยิ่งกว่า ทส และต่อ ประเทศชาติ ศก ความมั่นคง
คผ อาจเกิดจาก การกระทำโดยเจตนา , ไม่เจตนา , โดยประมาท
การกระทำโดยให้ผู้อื่น ฆ่าตนเอง , หรือ พยายาม(พยย) ฆ่าตนเอง หรือ เข้าร่วมชุลมุน ทำให้ผู้อื่นตาย <- กม กำหนดโทษไว้ต่างกัน
ถ้าผลการกระทำ ทำให้ได้รับอันตรายสาหัส ,กำหนดโทษสูงขึ้น
p 10-4 ตอนที่ 10.1 ความผิด (คผ) ต่อชีวิต
10.1.1 การทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย (ก..ต) โดยเจตนา
10.1.2 ก..ต โดยไม่เจตนา
10.1.3 ก..ต โดยประมาท (ปม)
10.1.4 การกระทำอันเป็นเหตุให้ผู้อื่นฆ่าตนเอง หรือ พยยฆ่าตนเอง( ฆ ตอ)
10.1.5 การเข้าร่วมชุลมุนต่อสู้ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
การ ฆ ผู้อื่น – ทำให้บุคคลตาย ,ไม่ว่าด้วยวิธีใด , ถ้าทำลักษณะฉกรรจ์ ตามที่ กม กำหนดไว้ , ได้รับโทษหนักขึ้น
การทำร้ายผู้อื่น ให้ถึงแก่ความตาย – แตกต่างจาก การฆ ผอ(ผู้อื่น) , เพราะจตน(เจตนา) เพียงทำร้าย – แต่ผลเกินไปจาก จตนทำให้ตาย – กม ลงโทษเบากว่า การฆ ผอ โดย จตน
แต่ถ้า ทร (ทำร้าย) ผอ ด้วยลักษณะฉกรรจ์ จะได้รับโทษหนักขึ้น
ทำให้ ก..ต โดยปม , ไม่ได้จตน ฆ หรือ ทร ,แต่ปราศจากความระวัง , แม้ผู้กระทำ มิได้ประสงค์ต่อผล หรือ ย่อมเล็งเห็นผลแห่งการกระทำของตน, – ก็แสดงถึงความชั่วร้ายในจิตใจ – กม บัญญัติให้ต้องรับโทษ เพื่อให้บุคคลต้องระมัดระวัง
ถ้าผู้กระทำ ไม่รู้ข้อเท็จจริง หรือสำคัญผิดในข้อเท็จจริง – ผกท(ผู้กระทำ) ไม่มีความผิด หรือโทษน้อยลง
ถ้าปม – กม เอาโทษเช่นเดียวกับ ปม
p 10-5 4. ฆ ตอ – กม ไม่ถือว่าผิด
แต่กม คุ้มครองเอาโทษกับ ผกทด้วย ทารุณ หรือคล้ายคลึง- จนทำให้บุคคล ฆ ตอ หรือ พยย ฆ ตอ
หรือแม้เพียงยุยง ถ้า กระทำต่อเด็ก หรือ บุคคลผู้หย่อนความรู้สึกผิดชอบ – จน ให้บุคคลนั้นฆ ตอ หรือ พยย – กม ลงโทษผู้ยุยง
5. ชุลมุมต่อสู้ ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป – เป็นเหตุให้บุคคลใด ต , ยากแก่การพิสูจน์ว่าใครทำร้าย , กม เอาโทษผู้เข้าร่วม ไม่ว่าการ ต เกิดจากใครก็ตาม , ยกเว้นถ้าพิสูจน์ได้ว่าเข้าไปเพื่อห้าม การชุลมุนต่อสู้ หรือเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกม
p 10-6 10.1.1 การทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย (ก..ต) โดยเจตนา
1) คผ ฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยจตน – มาตรา 288 ได้กล่าวว่า ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 15 – 20 ปี (ของเก่า 10-20ปี?)
อปก 288
อปก นอก – ฆ่า – ทำให้ตาย , ไม่ได้ระบุว่าตอ้งวิธีใด เมื่อเกิดผลให้ตาย ก็ถือว่าฆ่าทั้งสิ้น แยกเป็น
(1) ก..ต โดยใช้อาวุธ อาจใช้อาวุธโดยสภาพกระทำ eg ปืน มีด หรือ ที่ไม่ได้เป็นอาวุธโดยสภาพ เช่น ไม้คานหาบของ ไม้เท้า เคียวเกี่ยวข้าว
(2) ก..ต โดยใช้กำลังประทุษร้าย ซึ่งอาจ กท แก่กาย ด้วยใช้แรงกายภาพ – ชกต่อย ทุบตี , หรือ หลอกให้คนตาบอดเดินตกบันได คอหักตาย ขึงลวดสลิงให้คนขับ mc ปาดคอ , ไฟฟ้าจี้ , ปล่อยงูพิษกัด หลอกให้ดื่มยาพิษ
หรืออาศัยเหตุทางจิตใจ เช่น แกล้งบอกข่าวร้ายให้คนแก่คนป่วยใกล้ตาย ตกใจตาย ก็เป็นการฆ่าวิธีหนึ่ง
(3) ความสัมพันธ์ระหว่าง กกท และ ผลที่เกิดความตาย จาก กกท
p 10-7 2 ทฎ คือ ทฎ เงื่อนไข และ ทฎ เหตุที่เหมาะสม
p 10-7 – ผู้อื่น – บคอื่น นอกจากเป็นผู้กระทำเอง ,พน การฆ่าตัวตาย หรือ พยายามฆ่าตัวตาย – ย่อมไม่มีคผ และมีผลให้ ผู้ใช้ สนับสนุน หรือ ยุยงส่งเสริมให้บค ใดฆ่าตัวตาย – ไม่เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือ ผู้สนับสนุน
คำว่า ผู้อื่น ต้องมีสภาพเป็น บค ขณะถูกฆ่า – พน ถ้าขณะลงมือฆ่า ผู้ถูกกระทำตายแล้ว ผู้กระทำ ย่อมไม่มีความผิดฐานฆ่าคน
ต้องเป็น บค ธรรมดา , ไม่รวมถึง นิติบค แม้กม รับรองให้ นิติบค มี ส (หน้าที่) หท เดียวกับ บค ธรรมดา – เพราะ นิติ บค ไม่มีชีวิต ร่างกาย มีได้แค่เพียง เลิก นิติ บค
อปก ใน – จตน คือ จตน ฆ่า
มาตรา ๕๙ วรรคสอง
กระทำโดยเจตนา ได้แก่กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น
ประสงค์ต่อผล คือ โดยประสงค์ให้ผู้อื่นตาย อันเป็นประสงค์ที่ผกท มีอยู่ขณะนั้น
ฎ. จล ยิงปืนไปที่ เก้าอี้ที่ จท เคยนั่งแต่บังเอิญ จท ยังไม่กลับมา
เป็น คผ ฐาน พยายามฆ่าผู้เสียหาย
ย่อมเล็งเห็นผล – ไม่ประสงค์ผลโดยตรง
p 10-8 ตย. ไล่ตาม mc แล้วยิงปืน m 16 ไปที่ล้อ แต่โดนจุดสำคัญ ทำให้ตาย – ถือว่าเล็งเห็นผล – จตน ฆ่า
ตย. ก เดินไปข่มขืน ข ที่ระเบียง โดยถ้าดิ้นรน มีโอกาสตกไปตาย , และข ดิ้นรน ตกไปบาดเจ็บ และตาย – จตน ฆ่า
ตย ดำกดขาวในน้ำ ไม่ถึง 5 นาที , ปอดอักเสบ แต่ไม่ถึงตาย – ม 59 เล็งเห็นผล แต่ไม่ถึงกับตาย ถือว่าพยายามฆ่า
การ พจรณ จตน หรือไม่ ถือว่ายาก เพราะอยู่ในจิตใจ , ต้องดูจากกกท เป็นหลัก รวมถึง สิ่งแวดล้อม อาวุธ สภาพ ความร้ายแรง , เว้นแต่มีข้อเท็จจริง เช่น ใช้ปืนยิงขู่ หรือ ยิงที่แขนขา เพื่อทำร้ายเท่านั้น
p 10-9 เล็งเห็นแล้วว่า กระสุนปืน ไม่สามารถทะลุผ่าน ว ไปได้ ถือว่า – ไม่มีจตน
ฎ ยิงผ่านกองมะพร้าว 400 ลูก , – ย่อมเล็งเห็นแล้วว่า ไม่สามารถทะลุผ่านได้ , ไม่มีจตนฆ่า – ไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่า
จตน ใช้ปืนขู่ ไม่ถือว่ามีจตน ฆ่า
ฎ. จล ยิงปืน ผู้เสียหาย 1 นัด เพราะแอบดูภริยาอาบน้ำ , จท ตกไปในเหมือง จากนั้นเมื่อขึ้นมาได้ วิ่งหนี , จล วิ่งตาม ห่างเพียง 2-3 เมตรง มิได้ยิงต่อ – ถือว่า ขู่และปราบ ไม่มีจตน ฆ่าผสห
p 10-10
p 10-11
p 10-12
p 10-13
p 10-14
p 10-15
p 10-16
p 10-17
p 10-18
p 10-19
p 10-20
p 10-21
p 10-22
p 10-23
p 10-24
p 10-25 ! กิจกรรม 10.1.1
p 10-26 10.1.2 ก..ต โดยไม่เจตนา
1. ทร ผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงเแก่ความตาย
ม 290 “ผู้ใดมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี”
อปกภน – ทำร้ายผู้อื่น
– เป็นเหตุให้ผู้ถูกทร ถึง แก่ความตาย
อปกนใน – จตน – มิได้จตน ฆ่า แต่ มีจตน ทร
〓 ทำร้ายผู้อื่น – ทำการ ปทษร แก่กาย หรือจิตใจ – ใช้เครื่องมือ อาวุธ ใช้แรงกายภาพ
ทำให้เสียหายแก่กายหรือ จิตใจ
p 10-27
p 10-28
p 10-29
p 10-30
p 10-31 ! กิจกรรม 10.1.2
p 10-32 10.1.3 ก..ต โดยประมาท (ปม)
มาตรา 291 “ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท”
อปกภน – กท
– เป็นเหตุให้ผู้อื่น ถึงแก่คต(ความตาย)
อปกภใน – ปม
✿ กท – กมมิได้จำกัด ลณ ของ กกท โดยปม – จึงอาจกท ด้วยประการใดๆ ก็ได้ เช่น ขับรถ ขับเรือ เดิน วิ่ง ยิงปืน ขว้างสิ่งของ ^เช่นคดีแตงโม
ซึ่ง กกท โดยรู้สึกนึก ในกกท – การงดเว้น การที่จักต้องกท เพื่อป้องกันผลนั้น ก็ถือว่าเป็น กกท ด้วย
ตย ขับรถบรรทุกไม้หล่น จนมึด ไม่ทำสัญญาณ สมศรีขับรถมาชนเสา ตาย – ผ ม 291 – คสพ ระหว่าง กกท – ผล
ตย ยิงกระรอก บนต้นมะพร้าม กระสุนถูกลูกมะพร้าว หล่นมาถูกศรีษะคนข้างล่าง ตาย – ผ 291
ตย ทำปืนหลุดมือ ปืนลั่นไปโดนผู้อื่น แผลไม่ถึงตาย แต่ไม่ยอมดูแลแผล – ตาย ม 291
p 10-33 ,
p 10-34 ! กิจกรรม 10.1.3
p 10-35 10.1.4 การกระทำอันเป็นเหตุให้ผู้อื่นฆ่าตนเอง หรือ พยยฆ่าตนเอง( ฆ ตอ)
p 10-36
p 10-37
p 10-38
p 10-39
p 10-40 ! กิจกรรม 10.1.4
p 10-41 10.1.5 การเข้าร่วมชุลมุนต่อสู้ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
p 10-42
p 10-43
p 10-44
p 10-45 ! กิจกรรม 10.1.5
p 10-46
p 10-47 10.2 คผ ต่อร่างกาย
10.2.1 <<<การทำร้ายร่างกาย (กทรรก) จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับ อตรแก่กาย และจิตใจ
10.2.2 กทรรก จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับ อตร สาหัส
10.2.3 การเข้าร่วมชุลมุนต่อสู้ ทำให้บคหนึ่ง บคใด ได้รับ อตร สาหัส
10.2.4 การทำโดยปม เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับ อตรสาหัส
1) กทรรก ผู้อื่นโดย จตน – ทำให้ผู้อื่น ได้อตรแก่กาย / จิตใจ -เป็น คผฐ ทรรก
แต่กทรรก ผู้อื่นในบางกรณี -ผกท ต้องรับโทษหนักขึ้น
2) คผฐ ทรรก – ถ้าทำให้ผู้ถูกทร เป็นอตร สาหัส – ผกท ต้องรับโทษ หนักขึ้น
และบางกรณี หากอตร สาหัส เกิดแต่บค บางประเภท หรือเป็นผลจากกกท ภายใต้พตก พิเศษ – กม ลงโทษผกท หนักขึ้น
3) การชุลมุน(ชม)ต่อสู้กัน เป็นการยากที่จะพิสูจน์ว่าใครทำร้ายใครอย่างไร – กมจึงลงโทษผู้เข้าร่วมชม ต่อสู้ทุกคน – ไม่ว่าจะอตร สาหัส นั้นจะเกิดจากกกทของผู้ใด
แต่ถ้าผู้เข้าร่วมชม ต่อสู้ – พิสูจน์ได้ว่า กกทของตน เข้าข้อยกเว้น กม – ย่อมไม่ต้องรับโทษ
4) กกท โดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นอตร สาหัส – กมลงโทษทางอญ แม้ว่ามิได้กท โดยจตน ^อันนี้เกี่ยวเฉพาะทำร้าย ร่างกาย หรือว่า อื่นๆ เช่น การรักษา การบริการด้วย
p 10-49 10.2.1 การทำร้ายร่างกาย (กทรรก) จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับ อตรแก่กาย และจิตใจ
1) คผฐ ทรรก มาตรา ๒๙๕ ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อปกภายนอก – ทำร้าย
– ผู้อื่น
– จนเป็นเหตุให้เกิด อตร แก่กาย / จิตใจ ของผู้อื่น
อปกภายใน – จตน
อปก ภายนอก – ใกล้เคียงกับ คผฐ ทำให้คนตายโดยไม่จตน ม 290 แต่ต่างที่ 295 ผลชองกกท ทำให้เกิด อตรแก่กายหรือจิตใจ
ทำร้าย – กกท ต่อร่างกาย/ จิตใจ ทำให้เกิดสห เป็นภยันตราย แก่กาย/จิตใจ ต่างกับใช้กำลังประทุษร้าย ตาม ปอ ม 1 (6)- ทำให้บค หนึ่งบคใด ไม่สามารถขัดขืนได้
– กทร ไม่ถึงกับ ใช้กำลัง หรือ ใช้กำลัง ตาม ม 391
– กทร ยังหมายถึง การงดเว้น การที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลตาม ม 59
ตย. แดงรับเลี้ยงเด็ก เด็กคลานไปถึงบันได ไม่สามารถช่วยตนเองได้ , แดงปล่อยเด็กให้ตกบันได – คผ ม 295
ดำ ต่อลวดไฟฟ้าไปที่ น้ำประปา เพื่อแกล้งคนมาเปิดก๊อกประปา ขายไปเปิดประปา อตรแก่กาย ดำผิด ม 295 ,แต่ถ้าขาวตาย – ผิด ม 290
p 10-50 , ทำร้ายร่างกาย รวม ทุกประการที่ทำให้เกิด อตร แก่ กาย จิตใจ – ชก ต่อย เตะ ถีบ แทง ฝัน ผลัก เอาไฟฟ้าช็อต ให้กินยาพิษ , ยุให้สุนัขกัด ใช้ของขว้างใช้รถยนต์ชน บอกข่าวร้ายให้ตกใจ – กทร ตาม 295 มีความหมายกว้างกว่า การใช้ กำลัง ทร ม 391 <- ซึ่งอันนี้ ใช้แรงกายภาพ และต้องมีการเคลื่อนไหวร่างกาย
ผู้อื่น – คือนอกจากผกท , และผถกท ต้องยังมีสภาพบค มีชีวิต ในขณะถูกทร , การ ทร ตนเองไม่ผิด
ตย เราทำกับข้าว แล้วใส่เอายาพิษ มาทดลองกินกันเอง , เป็นกกท ของตนเอง – ไม่มี คผ
จนเป็นเหตุให้เกิดอตร หรือ จิตใจ ของผู้อื่น – ต้องเกิดผล และผลต้องโดยตรงจากการทร
ตย จล ใช้ไม้ตีศรีษะ ผสห 2 เกิดรอยช้ำ รักษา 5 วัน การใช้อาวุธทร อวัยวะสำคัญ ทำให้ ผสห ได้รับอตรแก่กาย – ผิด ม 295
ฎ เอามีดฟัน 1 ที จากสาเหตุโดนด่า ไม่น่าจะถึงกับต้องฆ่า – แม้ว่าจะพูด มึงตายเสียเถอะ – เป็นเพียงคำขู่ เพราะโกรธ – Dx จตน ทรรก
p 10-51 อย่างไร เป็นอตรแก่กาย หรือ จิตใจ – ปอ ไม่ได้ให้นิยาม – ต้องพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งกกท รุนแรงหรือไม่ , คนเดียวหรือ หลายคน , อาวุธหรือมือเปล่า
ฎ แฟนถูกล่วงไปล่วงเกินทางเพศ , โกรธ ก จึงวางแผนให้ก ออกมา และชวนเพื่อนไปทร ตีหัวจนหมดสติ – ก ไม่ได้บรรยายฟ้องว่า เราไตร่ตรองไว้ก่อน จึงลงโทษแค่ 295 ไม่ถึง 296
กรณีจะตีหรือฟัน, แต่ไม่โดน เป็นคผฐ พยย ทรรก ม 295+80 – และพจรณ ความรุนแรง ถ้าดูแล้ว น่าจะรุนแรง ก็พยย 295 , แต่ถ้าไม่รุนแรง ก็ ลหุโทษ 391
ฎ เอามีดวางที่คอ แย่งไปมา เป็นแค่รอย abrasion -> ลหุโทษ 391
” ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
p 10-52 แผลและ คพพษ
✐ กรณี 1 บาดแผลแตก เลือดไหลตามปกติ เป็นอตรแก่กาย
ฎ มีดฟัน รักษา 20 วัน – ขอให้ลงโทษ 297 , แต่ผสห บอก 10 วันหาย – ผ 295
ม 297 “ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสองแสนบาท”
✐กรณี 2 แผลเลือดซึมๆ -อตรแก่กาย หรือไม่ก็ได้
ฎ ถูกกระทืบ แผล 2 แห่ง ecchymosis , – รักษา 12 วัน อตรแก่กาย
ฎ ชกต่อย ฟันหัก 1 โยก 3 – อตร แก่กาย
ฎ แผลริมฝีปากบวม แก้มบวม ข้อเท้าเคล็ด ปวดคอด้านหลัง – รักษา 5 วัน – 295
ถ้าแผลหนังขาด เลือดซึมๆ รักษา 3 วัน – abrasion -ไม่ถึง อตรแก่กาย
✐ กรณี 3 abrasion ถลอก -ไม่อตรแก่กาย
ฎ เล็บขวนดั้งจมูก 1 ซม เลือดออก – ไม่อตรแก่กาย 391
p 10-53 , ฎ โดนมือทร ช้ำบวม2 แห่ง ไม่มีเลือด , แม้แพทย์ลงความเห็น 10 วัน – ถือเป็นเพียงคาดคะเน อาจจะหายก่อน – 391
✐กรณี 4 บวม ฟกช้ำ อตร แก่กายหรือไม่ก็ได้ – ขึ้นกับลักษณะแผล
ฎ ต่อยใต้ตา ฟกช้ำเท่านิ้วโป้ง ข้อมือเคล็ด รักษา 10 วัน -อตรแก่กาย
ฎ มีดดาบ ชายโครง มีรอยช้ำแดง 0.5 ซม รักษา 5 วัน – ไม่ถือว่า อตรแก่กาย
✐ กรณี 5กระทบกระเทือน อวัยวะภายใน อตรถึงขั้นฟันโยก หัก – ปกติถือว่า อตรแก่กาย
ฎ ไม้ตี รอยช้ำท้ายทอย รักษา 5 วัน มีอาวุธ + อวัยวะส – อตรแก่กาย 295
ฎ good conscious ,mild headache, ecchymosis chin, ใต้ตา lower lip , rib ,น่อง รักษา 5 วัน – อตรแก่กาย
ฎ แกงค์ 9 คน โยนประทัดใส่ขบวนผ้าป่า บาดเจ็บตา – นำสืบไม่ได้ว่าใครโยน – ลงโทษ ทรรก ไม่ได้ – ได้เพียงพยย ทรรก
อตร แก่จิตใจ บญใหม่ แตกต่างจากเดิม , 254 ใช้คำว่า “ทำให้เขาถึงวิกลจริต” – ผถทร ต้องถึงขึ้น หมดความรู้สึกผิดชอบ เ ช่น เอาใบไม้เบื่อเมา มาปนในไข่ ทอดให้ผสห กินจนวิงเวียน ผสห ไม่ได้สติ 15 ชม
อตร แก่จิตใจ – มีความหมายกว้างกว่า วิกลจริต
p 10-54 , คือแค่จิตใจ ผิดปกติ สติฟั่นเฟือน ผวาหมดสติ เป็นเวลานาน ก็เพียงพอ
ถ้าจิตใจ ปกติ แต่ อารมณ์เกิด เช่นรู้สึกถูกเหยียดหยาม เจ็บใจ แค้นใจ – ไม่ถือว่า อตร แก่จิตใจ – เพราะทุกคนมีอารมณ์ได้หมด
ฎ จล ยืนฉี่ข้างรถ โดยจข ว่า หรือตบ , จล ใช้ปืนยิง -ถือว่า จล อุกอาจ มีปืน จะอ้างว่าป้องกันตัว หรือ บันดาลโทสะ ไม่ได้ – จล ผ 295
อปก ภใน – จตน 59 ว.2 3 ผกท ประสงค์ผล หรือ เล็งเห็นผล – จะเกิดอตร แก่กาย จิตใจ – แต่ถ้าไม่เกิดผล ก็เป็น พยย กทผ
ตย แดงโกรธเหลือง หยิบก้อนหินขว้าง – เหลืองหลบได้ทัน แต่มือไปฟาด แผลแตกเลือดออก – แดงผ ฐ ทรรก 295
ม่วงขว้างก้อนหิน เข้าสนามฟุตบอล ถูกเด็กหัวแตก – ผ 295
ฎ แทงท้องหนึ่งที แล้วหนีไม่ , แม้จท จะบอกว่าจะโดนเส้นเลือดใหญ่ได้ แต่ ศ เห็นว่า แค่ ทร – 295
p 10-55 , จล 2ใช้ยาฆ่าแมลง ให้จล1 นำไปให้ผสหกิน อาเจียน – จน 2 ล้วงคอ – จล 2 ไม่เคยโกรธกันมาก่อน , ไม่จตน ฆ่า – เพียง ทร ผสห
🌸 พยย ทรรก – ลงมือ ทร แต่กท ไม่ตลอด / หรือ ไม่บรรลุผล -อันนี้ถือว่ายาก เพราะยังไม่เกิดเหตุจริง ยังไม่รู้ว่าจะเข้า 391 หรือ 295 หรือแม้แต่ พยยฆ หรือไม่
– ต้องดูจตน เป็น ส.
ฎ จล ใช้ขวานฟัน 1 ที , หลบทัน และไม่ได้ทำต่อ – พยย ทร
ฎ
p 10-56
p 10-57
p 10-58
p 10-59
p 10-60
p 10-61
p 10-62
p 10-63 ! กิจกรรม 10.2.1
p 10-64 10.2.2 กทรรก จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับ อตร สาหัส
1. คผฐ ทรรก เป็นอตร สาหัส
ม 297 “ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสองแสนบาท”
อตร สาหัสคือ
1) ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด เสียฆานประสาท
2) เสียอวัยวะสืบพันธ์ หรือ ความสามารถสืบพันธ์
3) เสียแขน ขา มือเท้า นิ้ว หรือ อวัยวะอื่นใด
4) หน้าเสียโฉมติดตัว
5) แท้งลูก
6) จิตพิการอย่างติดตัว
7) ทุพพลภาพ หรือ ป่วยเจ็บเรื้อรัง ซึ่งอาจตลอดชีวิต
8)ทุพพลภาพ หรือ ป่วยเจ็บด้วย อาการทุกขเวทนา >20 วัน หรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติ ไม่ได้เกิน 20 วัน
จาก 295 -> 297 โดยผกท ไม่จำเป็นต้องมีจตน ต่อผลให้รับโทษหนักขึ้น – แต่ผลมันร้ายเอง ถือว่าผ 297
ฎ ไม่ต้องมีจตนให้ผลต้องรับโทษหนักขึ้น – ก็ต้องรับโทษ ตาม 297 , ตก ที่ร่วมทำร้าย ก็โดนเช่นกัน
p 10-65 , 3 คน รุมทร , มีจล1 ใช้มีดกรีดหน้า , – ผ 297(4) – และจล 2 3 ตกร่วม โดนด้วย
ฎ แม้ผู้ทำร้าย ไม่ได้ประสงค์ให้แท้งลูก แต่ผู้ถูกกท แท้ง – รับ ผ 297(5)
ถ้าจะ เอา 295 -> 297 ต้องดูผลธรรมดาย่อมเกิดขึ้น ตาม ม 63 และเป็นผลจริงๆ มิใช่คาดคะเน เช่นแผล หมอบอกว่า เกิน 20 วัน , แต่จริงๆ 1 วัน ผสห ก็ไปทำงานได้แล้ว – ถือว่าไม่ครบ อปก 297(8)
ฎ จท ถูกทรรก รอยฟกช้ำ ดั้งจมูกหัก – หมอบอกหยุด 30 วัน , แต่จริงๆ วันรุ่งขึ้น ไปทำงานได้ – ถือว่า ม 295
p 10-66 , 🔯อนุมาตรา(1) ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด เสียฆานประสาท
ตาบอด- ตาไม่สามารถมองเห็นได้ – ถ้ายังเห็นแต่พร่ามัว ยังไม่ถือว่าบอด
เป็นถาวร มิใช่ประสาทตาชั่วคราว – รักษาให้เป็นปกติ ยังไม่ถือว่าอตร สาหัส
ไม่จำเป็นต้องบอด 2 ข้าง, ข้างเดียวก็สาหัส
ฎ ถูกต่อย ตาซ้ายบวม ต่อมา 4-5 วัน มองไม่เห็น – 297(1)
หูหนวก- เสียความสามารถได้ยิน – แม้เพียงข้างเดียว – แต่ถ้าได้ยินแต่เบาลง – ยังไม่ถือว่าหูหนวก
ลิ้นขาด- ส่วนใดส่วนหนึ่งของลิ้นขาด -มิใช่เพียงแผลที่ลิ้น ที่ต่อมาหายเป็นปกติได้
เสียฆานประสาท – เสียความสามารถดมกลิ่น- แต่ถ้าถูกทร จนจมูกขาด แต่ยังดมกลิ่นได้ ไม่นับเข้าข้อนี้ – แต่เป็นเสียโฉมติดตัว
🔯(2)เสียอวัยวะสืบพันธ์ หรือ ความสามารถสืบพันธ์ 2 กรณี
ทั้งสองเพศ
ไม่ว่าจะอวัยวะภายใน หรือ ภายนอก
เสียอวัยวะ เช่น ตัดมดลูก รังไข่ หรือตัดจู๋
เสียความสามารถ เช่น เป็นหมั่น
🔯3) เสียแขน ขา มือเท้า นิ้ว หรือ อวัยวะอื่นใด – ขาด หรือไม่สามารถใช้ปยได้
แขนเส้นเอ็นขาด – ไม่สามารถยกแขนหยิบอะไรได้ ถือว่า เสียแขน
ฎ ถูกฟันต้นแขน ปลายแขน ข้อมือ- ผ่าน m , ตัด n – รักษา 2 เดือน แต่ทำงานไม่ได้ – ม 297(3)
อวัยวะอื่นใด ที่ ส เท่าแขน ขา มือ เท้า นิ้ว
ฎ ฟันทั้งหมดในปาก รวมกัน เป็นอวัยวะส
– ฟันหักหลายซี่ เป็นแถบ เคี้ยวอาหารไม่ได้- ถือว่า สาหัส
– ฟันหน้าหัก 3-4 ซี่ แต่ยังเคี้ยวอาหารได้- ไม่ถือว่าสาหัส
p 10-67 , ฎ ฟันหน้าล่างหัก 4 ซี่ แต่ยังเคี้ยวอาหารได้ – ไม่เข้า 297(3)
ฎ นิ้วขาด 1 นิ้ว – สาหัส
ฎ ฟันคนแจวเรือ เอ็นขาดพิการ ใช้งานไม่ได้ตลอดชีวิต – สาหัส
p 10-68 , 🔯4) หน้าเสียโฉมติดตัว – รูปหน้าบิดเบี้ยว รอยแผลเป็น รอยบุบ
ถ้ารอยเล็กๆ ถ้าไม่สังเกตุ ไม่เห็น – ยังไม่ถือ
โดนตีโหนกแก้ม -กลายเป็นเนื้อติ่ง หายใน 7ปี – ยังไม่ถือ
ฎ โดนขวดเบียร์ฟัน – แก้ม 6 ซม มองเห็นจาก 5 เมตร – แม้ทำศัลยตกแต่ง ยังเห็น – อีก8 เดือนมาดู ยังเห็นรอยชัด – โดน 297(4)
ฎ ใบหูขาดไปส่วนหนึ่ง มองเห็นได้ชัดเจน – สาหัส
p 10-69 , กรณียังไม่ถึงขั้นหน้าเสียโฉมอย่างติดตัว – แผลหน้าผาก ถึงใต้คิ้ว 4 ซม
p 10-70
p 10-71
p 10-72
p 10-73
p 10-74
p 10-75
p 10-76
p 10-77 ! กิจกรรม 10.2.2
p 10-78
p 10-79 10.2.3 การเข้าร่วมชุลมุนต่อสู้ ทำให้บคหนึ่ง บคใด ได้รับ อตร สาหัส
p 10-80
p 10-81
p 10-82
p 10-83
p 10-84 ! กิจกรรม 10.2.3
p 10-85 10.2.4 การทำโดยปม เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับ อตรสาหัส
⚫1. กท โดยปม เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับ อตร สาหัส
ม 300 “ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
อปกภน – กท ด้วยประการใดๆ
– เป็นเหตุให้ผู้อื่น รับอตรสาหัส (สห)
อปกภใน – ปม
สาระส. เช่นเดียวกัย กทโดย ปม เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ม 291 – แตกต่างกับผล ของกกท คือ ทำให้ อตรสห
❂กท ด้วยประการใดๆ –
p 10-86
p 10-87
p 10-88
p 10-89
p 10-90 ! กิจกรรม 10.2.4
pretest
posttest
