p 1-2 หน่วย 1 หลักทั่วไปเกี่ยวกับกม วิธีพิจารณาความอาญา หมายเรียก และหมายอาญา nbLM
1.1 หลักทั่วไปเกี่ยวกับกม วิธีพิจารณาความอาญา
1.2 หมายเรียก (หร)
1.3 หมายอาญา (หอ)
1) คดีอญ ให้สันนิฐานไว้ก่อนว่า ผตห(ผู้ต้องหา) หรือ จล ไม่มีคผ และก่อนคพพษ อันถึงที่สุด แสดงว่า บคใดได้กทผ
จะปฎิบัติต่อบค นั้นเสมือนเป็นผกทคผ มิได้
2) หร = หนังสือบงการซึ่งออกโดย จพง เพื่อสั่งให้บคที่ระบุในหมายนั้น มาพบ หรือ ส่งมอบสิ่งของ
3) หอ – หนังสือบงการที่ออกตาม บทบญ แห่ง ปวิอ สั่งให้ จนท ทำการจับ ขัง จำคุก หรือ ปล่อยผตห จล หรือ นักโทษ หรือให้ทำการค้น ^แสดงว่า หข(หมายขัง) ก็อยู่ใน หอ , ไม่มีหค <<< หมายจับ
p 1-4 1.1 หลักทั่วไปเกี่ยวกับกม วิธีพิจารณาความอาญา
1.1.1 ขั้นตอนการดำเนินคดีอญ nbLM วิอญ 1.1.1
1.1.2 การนำประมวล กม วิแพ่ง มาใช้บังคับ nbLM วิอญ 1.1.2
1.1.3 หก การใช้ภาษา nbLM วิอญ 1.1.3
1)กมไทย เป็นแบบ civil , แต่ศ ไทยได้รับอิทธิพลจาก อังกฤษ – ค้นหาความจริงเป็นแบบกล่าวหา -> ทำให้ ศ ไทย วางตัวเป็นกลางในการ พจรณคดี
2) วิใดที่ ปวิอ ไม่ได้บญไว้โดยเฉพาะ – ให้นำ บท บญ ปวิพ มาบังคับเท่าที่จะพอใช้
3) การสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้อง หรือ พจรณ ให้ใช้ภาษาไทย
p 1-5 1.1.1 ขั้นตอนการดำเนินคดีอญ
5มิย 2478 ประกาศใช้ ปวิอ
– ยกเลิก กม ลักษณะอญ บางมาตรา และพรบ วธพจรณ
บันทึก Rene Guiyon <<< บอกว่า ปวิอ ของไทย คล้ายกับ กม ภาคพื้นยุโรป
– เอามาจาก south africa <- holland –> ปรับใช้กับ england – เน้นให้อังกฤษ เข้าใจ เพราะมีอน ตอนนั้น
ปป ความคิดเดิมของไทย – ผู้ที่ถูกจนท จับตัวมาแล้ว เป็นผู้ร้ายเสมอ – ต้องพิสูจน์ ความบริสุทธิ – จึงจะพ้นผ
ปัจ ผตห/จล ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ – จนกว่าจะพิสูจน์จากพห ว่าได้กทผจริง จึงลงโทษ
ระบบค้นหาความาจริง
หก สันนิฐานกว่าว่า ผตห จล เป็นผู้บริสุทธิ์ The presumption of Innocence – เป็นรากฐานส. ปวิอ
รธน ม 29 ว.2 ” ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้”
p 1-6 คำประกาศ ด้วยส มนุษยชน 1798 ข้อ 9 “ข้อ 9. บุคคลทุกคนย่อมได้รับข้อสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยตัดสินว่าเป็นผู้ต้องกระทำความผิด…”
ได้รับอิทธิพลจาก Voltaire 1747 ย่อมเสี่ยงปกป้องคนผ ดีกว่า ลงโทษผู้บริสุทธิ์
sir William Blackstone 1769 ปล่อยคนผ 10 คน ดีกว่า ลงโทษผู้บริสุทธิ์ 1 คน
ทั้งหมด นำมาใช้ใน ปวิอ การจับกุม การคค ปรึกษาทนายความ , ปล่อยชั่วคราว , พจรณค ด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่องและเป็นธรรม
ส ที่จะให้การ หรือไม่ให้การ
ปวิอ เป็นแกนหลัก ดน ค อญ – กระบวนการ หรือ วิ พจรณ สำหรับ ค อญ ลณ พิเศษ บางประเภทที่แตกต่างกับ ปวิอ เช่น การสส ค พิเศษ การปฎิบัติหท ของ จพง ปปส , วิ พจรณ อญ ทหาร , ว พจรณ ค อญ ของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง – มีกม บญดฉ
มาดู ปวิอ 3 ขั้นตอน
1. ขั้นตอนก่อนฟ้องค
2. หลังฟ(ฟ้อง) ค
3. ชั้นบังคับ ค
✿ 1. ขั้นตอนก่อนฟ้องค – แบบ ฟ ค คู่ขนาน
บค ที่มีอน ฟ ค อญ ต่อ ศ ได้แก่ – อก , ผสห
ดน ค เริ่มต้นโดยพจรณ – คผ ส่วนตัว หรือ ต่อ แผ่นดิน
p 1-7 , อก จะ ฟ ค ได้ต่อเมื่อมีการ สส ค ผ ก่อน
– พนง สส มี อน สส ค อญ ทั้งปวง
แต่ถ้าค คผ ต่อ ส่วนตัว – ต้องมีคำร้องทุกข์ ตามระเบียบก่อน
รวมทั้งมีอน ออกหร บค ใดเพื่อถามปากคำได้
ขั้นตอนนี้ อาจมีการ ดน การจับกุม , ปล่อย ผถจก ชั่วคราว หรือ คค ผถจ ไว้
ทำการค้นในที่รโหฐาน หรือ ค้นบคในที่สธรณ สถาน ได้
พนงสส เสร็จ -> ส่งสำนวนไปยัง อก พร้อมทำความเห็นที่ควรให้งดการสส
– ควรสั่งฟ
– ควรสั่งไม่ ฟ
อก – มีอนสั่ง ให้งด หรือ ทำการ สส ต่อไป – เห็นว่า ควร สั่งฟ ไม่ฟ หรือ ให้ สส เพิ่มเติม
หรือสั่งให้พยย ปท ค ได้
ผสห เป็นบค ที่ส.ที่สุด – กม ให้ส หรือ อน ในการ ดน ค แทบทุกขั้นตอน เช่น มี ส ร้องทุกข์ ต่อ จนท , ฟ ค , หรือ เข้าร่วมเป็น จท กับ อก
✿ 2. หลังฟ(ฟ้อง) ค – ไทยเป็น civil law , อย่างประเทศที่มีพจรณ แบบไต่สวน
ในทางปฎิบัติ ศ ไทยได้รับอิทธิพลจาก อังกฤษ เพราะ พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธ์ จบกม อังกฤษ
และที่ปรึกษาส่วนใหญ่จาก UK , USA – ใช้แบบ กล่าวหา – มีผล สืบพย ในไทย
ศ ไทย วางตัวเป็นกลางในการพจรณค
p 1-8 , เมื่ออก /ผสห ยื่น ฟ ต่อ ศ
ศ พจรณ คฟ ว่าถูกต้องหรือไม่
-ถ้าไม่ถูกต้อง – ศ มีอน สั่งจท แก้ฟ ให้ถูกต้อง
– ยก ฟ หรือไม่ประทับ ฟ
– ถ้าฟ ถูกต้อง – ศ จัดการสั่ง ตสมฟ – แต่ถ้า อก เป็นจท – ไม่จำเป็น ตสมฟ
ถ้า ค มีมูล – ศ ประทับฟ ไว้พจรณ ต่อไป เฉพาะกระทงที่มีมูล
– ถ้า ค ไม่มีมูล – พพษ ยก ฟ
เมื่อ ศ ประทับ ฟ + พจรณ + สืบพย ในศ – เปิดเผยต่อหน้า จล – รวดเร็ว ต่อเนื่อง เป็นธรรม
– สืบ พย จท -> จล นำพย เข้าสืบ
เมื่อพจรณ ค เสร็จ -> ศ มีอน ยก ฟ จท – ปล่อย จล หรือลงโทษแก่จล ตาม คผ
หากคู่ความ ฝ่ายใด ไม่พอใจ คพพษคสั ศชต -> ค่ค มีส อธ คพพษ หรือ คส ในขทจ และ ข้อกม ได้ เว้นแต่จะถูกห้าม อธ
โดยยื่นต่อ ศชต ในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันอ่าน , หรือถือว่าได้อ่าน คพพษ /คส ให้ค่ค ฝ่ายที่อธ ฟัง <<<
ถ้า ค่ค ฝ่ายใด ไม่พอใจ คพพษ / คสั อธ – ค่ค มีอน ฎีกา คัดค้าน คพพษ หรือ คส ศอธ ภายใน 1 เดือน นับแต่วันอ่าน หรือถือว่าได้ผ่าน คพพษ /คส ให้ค่ค ฝ่ายที่ฎ ฟังได้ – เว้นแต่จะถูกห้าม ฎ
✿ 3. ชั้นบังคับ ค – ให้บังคับ ค โดยไม่ชักช้า
จล ต้องประหารชว – ห้ามมิให้บังคับตาม คพพษ – จนกว่าจะปฎิบัติเรื่องอภัยโทษ
โทษจค – ศ มีอน สั่งให้ทุเลาการบังคับจค ไว้ก่อน จนกว่าเหตุอันควรทุเลาจะหมดไป ได้แก่ <<<ทุเลา จค
– จล วิกลจริต
-จล จะถึงอตร แก่ชว ถ้าต้องจค
– จล มีครรภ์ / จล คลอดบุตรแล้ว ยังไม่ถึง 3ปี และจล ต้องเลี้ยงดูบุตรนั้น
ส่วน คพพษ/คส ให้คืน หรือ ใช้ราคาทส คสหทท หรือ ค่าธรรมเนียม – หากจล ไม่ปฎิบัติตาม – ศ มีอน ออกหมายบังคับ ค ยึดทส ของจล- ขายทอดตลาด นำเงินมาชำระ ห ได้ ตาม ปวิพ
p 1-9 กก 1.1.1 บค ใดบ้างมีอน ฟ คอญ ปวิอ
มาตรา ๒๘ บุคคลเหล่านี้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาล
(๑) พนักงานอัยการ ^ไม่มี ต นะ่
(๒) ผู้เสียหาย
กดนค อญ ระบบฟ ค คู่ขนาน คือ อก และ ผสห
1.1.2 การนำประมวล กม วิแพ่ง มาใช้บังคับ
มาตรา ๑๕ วิธีพิจารณาข้อใดซึ่งประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับเท่าที่พอจะใช้บังคับได้
รูปแบบ ขั้นตอน ดนค ในศ ยตธ แบ่งเป็น 2 ประเภท – ค แพ่ง – ปวิพ และ อญ ก็ใช้ ปวิอ
ปวิพ – ให้ค่ค ต่อสู้อย่างอิสระ – อช(เอกชน) ต้องดน การ ฟร และ ดนค ด้วยตนเอง โดยหก สู้อย่างเท่าเทียม
ศ วางตัวเป็นกลาง ไม่เข้าไปมีบทบาทใน ค มากเกินไป
ปวิอ – แบ่งแยก หท การ สส ฟร พจรณ พพษค ออกจากนั้น
– อญ จึงนำ ปวิพ มาเท่าที่พอจะบังคับได้ , ถ้ามี ปวิอ อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องนำ ปวิพ มา ใช้ , 2 หัวข้อ <<<
1. กรณีไม่นำ ปวิพ มาใช้บังคับ
2. กรณีนำ ปวิพ มาใช้บังคับ
p 1-10 ✠ 1. กรณีไม่นำ ปวิพ มาใช้บังคับ , ปวิอ บญ ไว้เฉพาะแล้ว จะไม่นำ ปวิพ มาใช้ เช่น
💌1.1 เขตอน ศ – มีใน ปวิอ 22
ฎ พรบ ว่าด้วยคผเช็ค ธ ปฎิเสธจ่ายเงินตามเช็ค – สถานที่ตั้งของ ธ เป็นสถานที่คผ เกิดขึ้น – ธ ที่จท นำเช็คเข้าบช ไม่ใช่ธ ที่ปฎิเสธการจ่ายเงิน – เป็นเพียงตัวแทน จทไปเรียกเก็บเงินตามเช็คเท่านั้น
ธ ที่ปฎิเสธ จ่ายเงินอยู่ กทม – ศเชียงใหม่ ไม่อยู่ใน อน ศ รับฟ้อง ของ จท ไว้พจรณ ม 22 – จะใช้ ปวิพ 4 + ปวิอ 15 มาใช้ไม่ได้
💌 1.2 การโอนค – ปวิอ มีบญ ไว้เฉพาะแล้วใน ปวิอ ม 23 26
ฎ 1330/2532 จท ฟ้องต่อ ศ ปัตตานี ลงโทษ จล หปม
จล ได้ ย คร ขอให้รวมพจรณ ค ที่จท ฟ เข้ากับ ค จท อีกคนฟ้องจล ที่ศ แขวง พระนครเหนือ
ศชต ไม่อนุญาติ – จล ย คร อธิบดี ผพพษ ศอธ ชี้ขาด ปวิพ ม 6 , 8 + ปวิอ 15
ค อญ มี ปวิอ ม 23 , 26 บญ เรื่องการโอน ค แล้ว ไม่อาจนำ ปวิพ มาปรับได้
💌 1.3 การขอเข้าร่วมเป็นจท – มีบญ ปวิอ ม 30,31
ฎ จท ฟ ขอให้ลงโทษ จล ตาม พรบ ป่าไม้และ พรบ ป่าสงวน เป็นคผ อญ
คำขอท้าย ฟ ของ จท – ขอให้ จล คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และ บริวารของจล ออกจาก ป่าสงวน
แต่ก็เป็นการขอให้ ศ สั่งเมื่อมี คพพษ ชี้ขาดว่า บค ใดเป็น กทคผ อันถือได้ว่าเป็นคำขออุปกรณ์ ค นี้จึงเป็น ค อญ – ซึ่ง วิธี ตาม ปวิอ
การขอเข้าร่วมเป็น ค่ค ในค อญ มีได้เฉพาะ ปวิอ 30, 31
ผสห ขอเข้าเป็นจท ร่วมกับ อก และ อก ขอเข้าเป็นจท ร่วมกับ ผสหในค ที่มิใช่ คผ ส่วนตัวเท่าน้ั้น
การขอเข้าเป็นค่ค ในค ไม่อาจมีได้ ทั้งอาศัย ตาม ปวิพ ม 57+ ปวิอ 15 อนุโลมตาม ผู้ร้อง ฎ ก็ไม่ได้ ^ปวิพ มันเป็นร้องสอด แต่ใน ปวิอ มันขอเข้าร่วม
ผู้ร้อง ไม่อาจย คร สอด เข้ามาค เพื่อเป็นค่ค ฝ ที่สามได้
p 1-11 , 💌 1.4 คำท้า<<< – ปวิอ 192 ห้าม มิให้ ศ พพษ หรือ สั่งเกิน คข(คำขอ) หรือ ที่มิได้กล่าวใน ฟ
ฎ ปวิอ มิได้มี บทบญ ให้ ส ค่ค ในอันที่จะตกลงกัน หรือเรียกว่า ท้ากัน – ขอให้ ศ วนฉ ประเด็นข้อหนึ่งข้อใด โดยเฉพาะ แล้วให้ ศ พพษ ชี้ขาดไปตามประเด็นที่ตกลงหรือ ท้ากันนั้น
ในการนี้จะนำ ปวิพ 138, 182 ที่บญ เกี่ยวกับ ตกลงหรือท้ากันใน ค แพ่ง มาใช้กับ ค อญ โดยอนุโลม ตาม ปวิอ 15 ก็ไม่ได้ – เพราะ ปวิอ ม 192 บญ บังคับห้ามมิให้ ศ พพษ หรือ สั่งเกินคำขอ หรือมิได้กล่าวในฟ
💌 1.5 ฟ้องซ้ำ -บญ ไว้ใน ปวิอ ม 39(4)
ฎ ผสห เป็นจท ฟ้องหาว่า จล พยย ฆ่าคน ศชต เห็นว่า ฟ ไม่สมบูรณ์ เพราะมิได้กล่าวเวลา และสถานที่ ซึ่งจล กทผ
ศ ให้ จท แก้ฟ เสีย ให้ถูกต้อง
จท ยืนยัน ไม่แก้ – ศ มีคส ให้ยกฟ ตาม ปวิอ ม 161 , 185
อก จะฟ จล คนเดียวกัน ฐ พยยฆ่าคนอีกไม่ได้ เพราะ ศ ได้ยกฟ เสร็จเด็ดขาดในคผ ที่ฟ แล้ว ตาม ม 39(4)
💌1.6 ฟ้อง ไม่มาตามกำหนดนัด – บญ ใน ปวิอ 166
ฎ จท ไม่มาศ ตามวันนัดสืบพย จท หลังจากที่ได้สืบพย จทไปบ้างแล้ว
ศ ชอบจะยกฟ้องจท ได้ตาม ปวิอ 166 + 181 – เพราะไม่ว่าจะเป็นวันนัดสืบพย จทนัดใด จท ย่อมมี หท ต้องปฎิบัติต่อศ คือ นำพย เข้าสืบ อีกหากไม่ติดใจสืบ ก็ตอ้งแถลงให้ ศ ทราบ
และการที่จท ไม่มาศ ตามกำหนดนัด – ปวิอ ให้บญ ไว้ชัดแจ้งว่าให้ ศ ยกฟ้องเสีย
จะนำ ปวิพ เรื่อง พจรณ โดยขนั มาอนุโลม ใช้บังคับไม่ได้
p 1-12 ,✠ 2. กรณีที่นำ ปวิพ มาใช้บังคับ – กรณีปวิอ ไม่ได้ บญ – ให้นำบทบญ ปวิพ มาบังคับ เท่าที่ พอใช้บังคับ
💢2.1 ไม่อาจดน กระบวนพจรณ ในศชต ที่มีเขตศ เหนือค นั้นได้ โดยเหตุสุดวิสัย
ฎ ทนายจล ได้รับมอบหมายจาก จล ให้ ย อธ ต่อ ศชต (ศ จังหวัด ลพบุรี)
และทนายจล ได้ขอขยายเวลาอธ ไป 15 วัน ครบกำหนดขยาย 29กย 41 แต่ศชต ขยายถึง 28 กย 41
แต่ทนายจล ขับรถชน ไม่สามารถมาได้
ถือว่าเป็นพตก นอกเหนือ ไม่อาจบังคับได้ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เป็นเหตุสุดวิสัย – ทนายจล ไปย อธ ศ ฉะเชิงเทรา แทน (เพราะอยู่ในเขตศ ในขณะนั้น) ตาม ปวิพ ม 10 + ปวิอ ม 15
💢 2.2 ตรวจคำค่ค ที่พนักงาน จนท ของ ศ ได้รับไว้
ฎ ศชต มีคสั คืน ฟ ฉบับแรก ให้ จท ไปทำมาใหม่ โดยเหตุผลว่า จท เขียนคำฟุ่มเฟือย อ่านไม่เข้าใจ เป็น อน ศชต ปวิอ ม 15 + ปวิพ 18
เมื่อจท ทำฟ้องมาย ใหม่ – ศชต ย่อมมี คส ให้นัดตสมฟ ตาม ปวิอ ม 165 ว.3
การที่ศชต มีคส ดังกล่าว หาใช่ ศชต อนุญาติให้ จทแก้ไขหรือเพิ่มเติมฟ ตาม ปวิอ ม 163
แต่เป็นกรณีที่จท ทำฟ มา ย ใหม่ -ตามคส ศ เท่านั้น ไม่ได้ทำให้ จล เสียเปรียบ
💢2.3 การออกคส ขยายหรือย่อระยะเวลา
ฎ พจรณ ว่าเหตุอนุญาติให้ จท ขยายเวลา ย อธ ได้หรือไม่ ต้องพจรณ ตาม ปวิพ 23 + ปวิอ 15 เหตุที่จท เป็นพตก พิเศษหรือไม่ และมีเหตุสุดวิสัย ที่จท ไม่สามารถย ครข(คำร้องขอ) ภใน กำหนดหรือไม่
ศชต ให้โอกาส จท ขยายระยะเวลา ย อธ 2 ครั้ง เป็นเวลาเกือบ 3 เดือน – ย่อมอยู่ในวิสัย ที่ทนายจท จะเรียงอธ ให้ ทัน ภใน กำหนด เพราะทราบเรื่องดีอยู่แล้ว
p 1-13 , การที่ทนายจท ย ฎ ว่า ท.(ทนาย) จท เสร็จ ค ที่ศ กาญจ ประมาณ 15.00 และขับรถมาไม่ทัน – เป็นบกพร่อง ท.จท เอง – ไม่สามารถย ครข และ ให้ขยายสิ้นสุดลง
💢2.4 เพิกถอนการพจรณ ที่ผ ระเบียบ
ฎ 3588/2564 ศ ไม่รับคำแก้ อธ ของ จล – เพราะ ส-(นายส) ขณะทำ ไม่ได้เป็น ท.-ห้ามมิให้เป็นผู้เรียงคำแก้อธ ตาม พรบ ทนายความ 2528
ศชต ไม่รับ ตาม ปวิอ 158(7) + 215
แต่ ศชต กลับไปรับ อธ , ให้ศอธ ดนก ใหม่ ปวิพ 27+ ปวิอ 15
💢2.5 กทผ ฐ ลม อน ศ
ฎ 2030/2554 ปอ ม1(5) อาวุธ ไม่เป็นอาวุธ แต่สามารถใช้เป็นอาวุธได้ นำกระป๋องสเปรย์เข้า ศ
p 1-14 , โดยสภาพไม่เป็นอาวุธ และสักพักก็หาย , ไม่เป็น ประพฤติ ไม่เรียบร้อย
💢2.6 การเลื่อนการนั่งพจรณ
ฎ 376/2561 ผู้ร้อง ย คร ของคืนรถของกลาง , มี พย 2 ปาก , วนตส คร ผร ของเลื่อนค เหตุ ไม่สมควร ศชต ไม่อนุญาติ เลื่อน ตาม ปวิพ 40ว.1 +ปวิอ 15
ผร จึง ย คร ขอถอนคร ขอคืนของกลางทันที – และจะนำคร มาย ใหม่
ศ ยก คร เพราะเป็นการ ดนกบ พจรณ เอาเปรียบ
💢2.7 บรรดากบพรจรณ ให้ทำเป็นภาษาไทย
ฎ 757/2454 จท จัดให้ อ เพื่อนผสห เป็นล่ามการ สืพ ผสห ปวิ 237 ทวิ – ไม่มีกม ใดห้ามมิให้เป็นล่าม , จล มิไดคัดค้านล่ามดังกล่าว ในการ สืพ
การเบิกความ ผสห เป็นชาวตปท – ไม่เข้าใจภาษาไทย จึงชอบด้วย ปวิพ 46 ว.4 + ปวิอ 15
💢2.8 การแก้ไขข้อบกพร่องเรื่องความสมบูรณ์ ให้บริบูรณ์
ฎ 3427/2561 จท เป็นคน รคสม (ไร้ความสามารถ ) อยู่ในอนุบาลช
จท ฟ ค จลทั้งสาม รผ ปอ ม 83, 350
โดยทำหนังสือ มอบอน ให้ ม เป็นผู้ฟ ค แทน ขณะที่จท ยังเป็นคน รคสม , กกทของ จท ไม่มี อน , ต้องให้ช ผกทก แทน
กรณีนี้ หาใช่ การบกพร่องเรื่องคสม (ความสามารถ) ของจท และจำต้องแก้ไขข้อบกพร่อง ภใน เวลาอันสมควร ปวิพ 56+ ปวิอ 15
p 1-15 , 💢 2.9 การแต่งตั้งท.
ฎ 2204/2564 ไม่ได้แต่งตั้ง ณ เป็นท. ไม่มี อน ย คร ขอขยาย ระยะเวลา ย ฎ ตาม ปวิพ 60,61 + ปวิอ 15
จล แต่งตั้ง ส. เป็น ท. และ ส. มอบฉันทะ ให้ ณ. (เสมียนท. )
ท. มอบอน ให้บค ใดทำการแทนได้เฉพาะกก ที่ไม่ส. ปวิพ 64
💢2.10 การแต่งตั้งให้บค ใดทำการแทน
ฎ 1331/2542 จท มอบหมาย จนท ย คฟ ต่อ ศชต โดยไม่มีใบมอบฉันทะ ปวิพ 64+ปวิอ 15 – การ ย คฟ ไม่ชอบ
แม้ไม่มีค่ค ยกขึ้น แต่ ศฎ สามารถขึ้น เพราะปห ความสงบ.. ปวิพ 24+ ปวิอ 15
ศฎ พพษ ไม่รับ ฟ
💢2.11 แบบพิมพ์
ฎ 4071/2534 ปวิพ 67 นำมาใช้ คอญ อนุโลม + ปวิอ 15 หน้าสุดท้าย ใช้กระดาษแบบพิมพ์ แทนที่จะใช้ แบบพิมพ์ ท้ายอธ ซึ่งไม่ถูกต้อง , ให้ศ ตรวจก่อนรับ อธ , ให้แก้ไขให้บริบูรณ์ก่อน Dxx , อันนี้ไม่ทำให้ อธ ถึงกับรับ พจรณ ไม่ได้
p 1-16 , 💢2.12 ขทจ ที่ไม่ตอ้งนำสืบพห
ฎ 4636/2543 กกทคผ ภัยร้ายแรงต่อสังคม เป็นขทจ รู้กัน ไม่ตอ้ง นำสืบ ปวิพ 84(1) + ปวิอ 15 – ศ หยิบยกมา Dx พจรณ ลโท ได้
💢2.13 ภาระการพส ขทจ
ฎ 1020/2563 ปวิอ มิได้บญ ให้ภาระ พส คอญ เป็นค่ค ฝ ใด
ปวิอ 15 – ให้นำ ปวิพ มาบคั ได้ , ปวิพ 84/1 – ค่ค ฝที่อ้างขทจ เพื่อสนับสนุน คำค่ค ของตน – มีหน้าที่ พส ขทจ
ค นี้ จล รับ สารภาพ แต่อ้างเหตุลดหย่อนโทษ เพราะบันดาลโทสะ – ภาระการพส ตกเป็นของจล ต้องบอกให้ได้ว่า ผสห ข่มเหง อย่างไร จึงเกิด โทสะ ตาม ปอ72
💢2.14 ศ มี อน ที่จะ Dx ว่า พห ที่ค่ค นำมาสืบ จะเกี่ยวกับประเด็นอันเป็นเพียงพอให้เชื่อฟัง เป็นยุติได้หรือไม่
ฎ 2906/2556 ศชต ดน กบพจรณ เพื่อให้ได้ ขทจ อันเป็น ดุพน ของ ศชต มีอน สืพ เอง ปวิอ 228 เพียงพอและพพษ ค ไปตามนั้น ตาม ปวิพ 104 ว.1 +ปวิอ 15
p 1-17 , 💢2.15 การสาบานตน
ฎ 7988/2551 ผพพษ ศ สอบถาม ผู้กล่าวหา – โดยไม่ได้สาบานตน , ให้ตามสัตย์จริง ตาม ปวิพ 112 + ปวิอ 15
ศ ฎ มีอน ยกขึ้น Dx ตามปวิอ 195 ว.2 + 225
💢 2.16 ห้ามไม่ให้พย เบิกความต่อหน้า พย อื่น ที่จะเบิกความภายหลัง
ฎ 827/2537 น. ฟังคำเบิกความ ว. ซึ่งเบิกความก่อนหน้าตน แม้จะเป็นในชั้นตสมฟ ปวิพ 114 + ปวิอ 15
114 นี้ มิได้บคั มิให้ศ รับฟังคำเบิกความ
แต่ น. อาจจะเบิกไปตาม ว. อันนี้ ถือว่า เบิกความผิดระเบียบ และ ให้ศ ใช้ ดพน ในการรับฟัง ว่าผิดระเบียหรือไม่
2.17 การเบิกความของ พยบค
ฎ 5239/2547 ศ มี อน เรียก สน การ สส จาก อก เพื่อประกอบ Dx ตามปวิอ 175
p 1-18 , การดนก นี้มิได้ สืบในศ , ไม่จำเป็นต้องทำต่อหน้า จล ปวิอ 172 ว.1
และเมื่อมิใช่การ สืพ จล1 จึงไม่มี อน ถามค้านพย ตาม ปวิพ 117 ว.1 + ปวิอ 15
💢2.18 ห้ามิให้ค่ค ฝ ที่อ้างพย ใช้คำถามนำ
ฎ 7354/2562 จท ถาม ก่อน จล จะล่วงลม , จล ทำอะไรหรือไม่ใช่ตอบแค่ yes or no จึงไม่ใช่ คำถามนำ , ถือว่ารับฟังได้
💢2.19 อส มหช ซึ่งพนง จนท ได้ทำขึ้นหรือ รับรอง
ฎ 319/2508 ปวิอ ไม่ได้บญ พย อส ไว้เฉพาะ , ใช้ ปวิพ 127 – นำสืบ อส มหช , ตาม ปวิอ 15 + 226
อส มหช ซึ่งพนง จนท ได้ทำขึ้น หรือ รับรอง – เป็น หท ค่ค ฝ ที่ถูกอ้างอส มายัน – ต้องนำสืบ ความไม่บริสุทธิ์ ความไม่ถูกต้องแห่งอส
ดังนี้ กม ยอมให้ จล นำสืบความไม่บริสุทธิ์ หรือไม่ถูกต้องที่จท อ้าง ว่า เรือ “จวง” เป็น กรรมสิ ของ ตนแต่ผู้เดียวได้
💢2.20 การจำหน่าย ค เสียจากสารบบความ
ฎ 8973/2543 ขณะอยู่รห พจรณ ศ ฎ คผ ฐ ลม อน ศ – ผถกห (ผู้ถูกกล่าหา) ตา ย – ทำให้ค ไม่มี ปย ตาม ปวิพ 132(3) + ปวิอ 15
💢2.21 คพพษ ใน ค ส่วนแพ่ง ต้องกล่าว หรือแสดงเหตุผลแห่งคำวนฉ และ คำวนฉ ของ ศ ในประเด็นแห่ง ค
ฎ 863/2563 คพพษ ในค ส่วนแพ่ง ของ ศ ล่าง ยังไม่ได้กล่าวถึงเหตุผล ปวิพ 141(4) (5) + ปวิอ 15
ศชต พพษ ค ส่วนแพ่ง มิได้สอบคหก จล ในค ส่วนแพ่ง – ถือว่า มิชอบ
p 1-19 , 💢2.22 การลงลายมือชื่อ ผพพษ หรือ ทำคสั
ฎ 6341/25559 แม้คำพพษ ศอธ ลงลายชื่อ 2 คน , มี แต่อีกคนไม่ได้ ลง เพราะย้ายไปดำรงตำแหน่งที่อื่น , แต่ รองประธาน รับรอง – ปวิพ 141ว.2 + ปวิอ 15
💢2.23 ข้อกม อันเกี่ยวกับ ความสงบเรียบร้อยปชช
ฎ 4419-4420 /2558 ชั้นอธ จล 1-3 ว่าไม่ต้องรผ ชช คสห ต่อ จท – ทุนท ไม่เกินคนละ 50000 บ – ต้องห้ามอธ ใน ขทจ ปวิพ 224 ว1 + ปวิอ 40
ศชต รับอธ มามิชอบ – แม้ไม่มีค่ค ยกขึ้น , ศฎก ยกได้เอง ปวิพ 142(5) + ปวิอ 15+40 <<<
💢2.24 คพพษ หรือคสั ใด มีข้อผิดพลาดเล็กน้อย
ฎ 3644/2564 จท ย คร ขอให้เพิกถอนกบ พจรณ ที่ผิดระเบียบ อ้างว่า ศ อธ ไม่นำ ขทจ จาก พห ตามที่จท นำสืบ ตาม ปวิอ 186 -ขอให้เพิกถอน Dx ศอธ ปวิพ 27+ ปวิอ 15
แต่อันนี้ เป็นการแก้ไข คพพษ มิใช่แก้ไขถ้อยคำที่เขียน – ขัด ปวิอ 143+ ปวิอ 15
p 1-20 , 💢2.25 กดน กบ พจรณ ซ้ำ
ฎ 1497/2561 มาขอให้ ศ อธ ยกคร ขอคืนของกลางอีกละ แต่ ศ Dxx ไปแล้ว ต้องห้าม ปวิพ 144 ว1 +ปวิอ 15
💢2.26 คพพษ หรือ คสั ผูกพันค่ค นับตั้งแต่ วันที่ ได้พพษ หรือ มี คสั
ฎ 1793/2564 จท ฟ้อง จล ข้อหา พรบ คผ เกิดจากเช็ค , ธ. ปฎิเสธจ่ายง
จท ทำสญ ซข ที่ดิน ในฐานะมอบอน จาก ส.
จท ไม่มีฐานะเป็นผู้ทรงเช็ค – ไม่มีอน ฟ
จท ฟ แพ่ง – ศ ไม่จำต้องถือ ขทจ ตามที่ปรากฎ คพพษ ค ส่วน อญ ปวิอ 46
p 1-21 , 💢 2.27 กรณีให้ถือว่า คพพษ เป็นที่สุด
ฎ 5984/2564 ศชต อ่านคำพพษ ศ อธ
จล ฎ พร้อม ย คร – ขอให้ ฎ ปห ขทจ – ผพพษ ไม่อนุญาติ
จล ไม่ได้อธ คสั ศชต ที่ไม่รับ ฎ ปวิอ 224
กม จะฎ ไม่ได้ ถือคพพษ เป็นที่สุด ปวิพ 147 ว1 + ปวิอ 15
ค ไม่ตอ้งห้าม ฎ ปห ข้อกม
ค่ค อาจ ฎ ปห ขทจ ตาม ปวิอ 221 – แต่ ค่ค ไม่ฎ
💢2.28 การออก หจค เมื่อค ถึงที่สุดใน ค อญ ที่ค่ค ยคร ขอขยายระยะเวลา อธ ฎ แต่ ค่ค มิได้ใช้ ส อธ ฎ
ฎ 91/2564 ศชต อ่าน คพพษ ,จท ย คร ขอขยายระยะเวลา ย ฎ แต่ไม่ได้ย ฎ
อ่าน คพพษ ให้ จท และ จล คนละวัน เมื่อเลยเวลา แล้วออก หจค เป็น ไม่ชอบ เพราะเอาระยะเวลาจาก จท มาด้วย , สรุปให้ขยายหมายถึง แค่ของ จล
💢2.29 ร้องซ้ำ
ร้องขอคืนรถ ศชต ริบ – ยกคำร้อง มา ย อีกครั้ง เพราะทะเบียนรถเปลี่ยนไป , ถือว่ารอ้งเรื่องเดียวกันไม่ได้ ปวิพ 148+ ปวิอ 15
p 1-22 , 💢2.30 ฟ้องซ้อน
ค ก่อน ฟ ผ ฐานะบค , ตอนนี้จะมาฟ ผ ฐานะ จพง
แต่เป็นการฟ เรื่องเดียวกัน คนเดียวกัน ถือว่าฟ้องเรื่องเดียวกัน – ปวิพ 173ว.2 + ปวิอ 15
ฟ้องซ้อน ตาม ปวิพ 3 ประการ
1. ค อยู่รห พจรณ
2. คฟ เรื่องเดียวกัน
3. จท คนเดียวกัน ฟ จล คนเดียวกัน
เป็น ส ของ ผู้ทรงส คนเดียวกัน หรือ ผู้ทรง ส คนอื่น แต่เป็นอันเดียวกัน , รวมถึง ผู้รับมอบอน ผู้มีอน กทก แทน เช่น จข รวมคนหนึ่ง หรือ พนง อก ฟ แทน ผสห
แต่ฟซ ใน อญ ต่างกับ ค แพ่ง- ผสห และ อก ฟ ค อญ เรื่องเดียวกัน ไม่เป็น ฟซ
ฎ 21329/2556
จท ฟ แล้ว และ อย ฟ จล เป็นค ภายหลัง – กม ไม่จำกัด อน อก มิให้ฟ ที่ ผสห ฟ จลไปแล้ว ปวิอ 33
แต่ ถ้าจท ขอเข้าร่วมกับ อก โดยเอาคฟ ของ จท เป็น คฟ ของตน – ถือว่า ฟซ ไม่ชอบ ตาม ปวิพ 173 ว.2 + ปวิอ 15
p 1-23 , 💢2.31 การทิ้งฟ
ฎ 4101/2557 จท ย อธ ฉบับแรก ,ศชต รับแล้ว
ต่อมา ย อีกฉบับ , ศ นัดจท มาถามว่าจะเอาฉบับไหน , จท เพิกเฉย
ถือว่า ทฟ ปวิพ 174(2)
💢2.32 การ ย คร ขอให้ รับรอง ฎ
ฎ 2644/2554 ปวิอ ไม่ได้บญ รายละเอียดเกี่ยวกับ ให้ พพษ ที่ Dx รับอธ , ต้องนำ ปวิพ 224 ว.3 มาใช้
ผู้อธ ต้อง ย คร ถึง พพษ นั้น + คฟ อธ , แต่ จทดันย เฉพาะอธ
จึงถือไม่ได้ว่า ผพพษ รับอนุญาตให้อธ ปวิอ 193 ตรี
💢2.33 ขทจ หรือ ขกม ที่ยกขึ้นอ้าง เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันแล้วโดยชอบ ใน ศ ล่างและสาระแก่ ค ควรได้รับ Dx
p 1-24 , ฎ 2421/2564 จล ฎ ว่าไม่ได้ กท ผ , ทั้งที่ก่อนหน้าได้ รับสารภาพใน ขทจ – เป็น ฎ ขทจ ใหม่ใน ชั้น ฎ , ต้องห้าม ปวิพ 225 ว.1 , 252 + ปวิอ 15 , พรบ ค ค้ามนุษย์ 47 – ศฎ ไม่รับ Dx
💢2.34 ส่งสน คืนไปเพื่อให้ พพษ หรือ มีคสั ใหม่
ฎ 3606/2564 จล จค จึงไม่สามารถมาฟัง คพพษ และไม่มี ท. ปวิอ 245 ว.2
ให้ พพษใหม่ ย้อน สน ให้ศอธ ปวิพ 243(1) , 252 + ปวิอ 15
💢2.35 การสั่งให้พจรณ คใหม่
ฎ 674/2549 ท. จล ขอถอนตัว วันนัดสืพ จล , แต่ตอน สืพ จท มา
วันสืพ ให้ สืพ จท โดยไม่มี ท. จล ถามค้าน – ถือว่าไม่ให้โอกาส จล สู้ค
ถือว่า ศชต มิชอบ , ให้ สืพ จท โดยมี ท.จล ถามค้านใหม่
💢2.36 ฟังขทจ ใหม่ แทนขทจ ของ ศชต
ฎ 10127/2559 จล เคย กทผ มาก่อนหน้านี้เป็นค เมื่อปีที่แล้ว – แต่ไม่รู้ – ถือว่า Dx ขทจ ผ จาก พห ใน สน – ไม่ชอบ ปวิพ 243(3)(ก) , 247 +ปวิอ 15 , พรบ ศ ยวช 2553 ม 6
💢2.37 ฎ ในส่วน ค แพ่ง ให้กท เมื่อได้รับ อนุญาติจาก ศฎ
ฎ 5178/2563 ศชต ลโท จล คผฐ ปม ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความ ต , จค และชช
ค อญ ห้าม ค่ค ฎ ปห ขทจ ปวิอ 218ว.1 , ที่ จล ฎ ว่า ผสห และ ผู้ตาย ปม ขับ MC มาใกล้เกินไป
p 1-25 , จล ขอให้ รอ ลโท , ฎ โต้แย้ง ดพน กห โทษ -เป็น ฎ ขทจ
จล ไม่ได้ย ฎ สว่นแพ่ง – จึงต้องห้าม ฎ แพ่ง ปวิพ 247+ปวิอ 15
ศ ฎ เห็นพตก ค เห็นว่า ศอธ ไม่เหมาะ – พพษ รอลงโทษ
💢2.38 วิธีการขอให้ศ บคั ค
ฎ 4053/2536 คร จท ขอให้ ศ ออกหมาย บคั ค , แต่ไม่ได้บอกให้ทำอะไร – คร จทไม่ชอบ ปวิพ 275(3) + ปวิอ 15 – ยกคร
การบคั ค ให้คืน ใช้ราคา ทส คสหทท ค่าธรรมเนีย ม 249
แต่ถ้ายังไม่ได้ จท ขอให้ ศ ออกหมาย บคั ค โดยอาศัย ปวิพ + ปวิอ 15
ฎ 4053/2532 กดน บคั ค อญ ปวิอ 248 – ยังอาจ บคั ตาม ปวิพ +ปวิอ 15
คพพษ คอญ ห้ามมิให้ จล ประกอบการค้าเลี้ยงสุกร ในเขตเทศบาล จนกว่าจะได้รับอนุญาติ – แม้ไม่อาจ ดน บคั ค ปวิอ 249 – จท อาจขอให้ บคั ตาม ปวิพ
p 1-26 , ฎ 1305/2547 ปวิอ 15 – จะนำ ปวิพ มาใช้ กรณีไม่มี ปวิอ บญ ไว้
บท บญ ม 4ว.2 + ม 193/17 ว.2 – เกี่ยวกับ อายุความสะดุดหยุดลง แห่ง ปพพ – ไม่ใช่ใน ปวิพ – จึงมาใช้ไม่ได้
ปวิอ 185 ว.1 ศเห็นว่า ค ขาด อยค – ให้ศ ยกฟ จท – จึงเป็นกรณี ปวิอ ได้บญ วิธีพจรณ อยค ไว้เฉพาะ – ไม่ใช่กรณีนำ ปวิพ มาบคั ใช้
กก 1.1.2 จท ไม่มาศ ในวันนัด สืพ จท – เพราะจท ไม่ติดใจ – ศ ต้องนำ ปวิพ เรื่องพจรณ ขน มาอนุโลมหรือไม่
Ans ม166 ถ้าจท ไม่มาตามนัด – ให้ศ ยกฟ – แต่ถ้าศ เห็นสมควร จะเลื่อนค ก็ได้
ปวิอ 166+181 , จะนำ ปวิพ มาไม่ได้ ฎ 788/2529
p 1-28 1.1.3 หก การใช้ภาษา
แบ่งเป็น 3 หัวข้อ
1. คำที่มีคำอธิบายไว้แล้ว
2. การทำ อส ต้องเขียนด้วย น้ำหมึก หรือ พิมพ์ดีด หรือ พิมพ์
3. การใช้ภาษาไทย
❈ 1. คำที่มีคำอธิบายไว้แล้ว – ม 1 “ในประมวลกฎหมายนี้ ถ้าคำใดมีคำอธิบายไว้แล้ว ให้ถือตามความหมายดังได้อธิบายไว้ เว้นแต่ข้อความในตัวบทจะขัดกับคำอธิบายนั้น”
ม 2 นิยามคำศัพท์ , แปลความต่างๆ ตามที่กำหนด เว้นแต่ ข้อความในตัวบท จะขัดกับ ถ้อยคำที่นิยามไว้- ให้พจรณ สารัตถะที่เป็น วปส (วัตถุประสงค์) ของ บท บญ นั้นๆ ว่าตรงกับ คำนิยาม หรือไม่ , ถ้าไม่ตรง – ให้บังครับตาม วปส ของ บทบญ นั้นๆเป็นหลัก
ฎ 1200/2504 คำว่า “ควบคุม” หรือ “ขัง” ใน ม 90 (กม เดิม)
ม 90 สำหรับ บค ที่ถูก ควบคุมหรือ ขังโดย ผ กม ไม่ว่าจะควบคุมหรือขังโดย จพง หรือ คนธรรมดา
ฎ 5400/2560 ปวิอ 44/1 เพื่อให้ ผสห ในทางแพ่งได้รับ ความสะดวกใน ชชคสหทท , ไม่ต้องเสียคชจ ดน ค แพ่ง
ทำ คแพ่งและ อญ ให้เสร็จในคราวเดียวกัน
ให้ผสห ย กับ พนง อก เป็นจท ต่อเนื่องไปได้ เพื่อพจรณ ส่วนแพ่งให้เร็ว
ดังในท้าย ปวิอ แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับ 24 2548
ผสห ใน ม 2(4) และใน 44/1 คำว่า ผสห ก็ยังหมายถึง ผมี ส เรียก คสหทท จึงแตกต่างขัดกับคำว่าผสห ใน ม 2(4)
p 1-29 , ให้เป็นไปตาม ปวิอ 1 -> ทำให้ ผมี ส ย คร พจรณ ส ทางแพ่ง ไม่ใช่กรณี คห ผสห ทาง อญ เช่น ผสห โดย นตนัย หรือ ผู้มีอน จัดการแทน ตาม ปวิอ ม 5(2) มา บคั ใช้
❈ 2. การทำอส ต้องเขียนด้วยน้ำหมึก หรือพิมพ์ดีด หรือพิมพ์
ม 12 ” เอกสารซึ่งศาลหรือเจ้าพนักงานเป็นผู้ทำคำร้องทุกข์ คำกล่าวโทษ คำให้การจำเลยหรือคำร้องซึ่งยื่นต่อเจ้าพนักงานหรือศาล จักต้องเขียนด้วยน้ำหมึกหรือพิมพ์ดีดหรือพิมพ์ ถ้ามีผิดที่ใดห้ามมิให้ลบออก ให้เพียงแต่ขีดฆ่าคำผิดนั้นแล้วเขียนใหม่ ผู้พิพากษา เจ้าพนักงานหรือบุคคลผู้แก้ไขเช่นนั้นต้องลงนามย่อรับรองไว้ที่ข้างกระดาษ
ถ้อยคำตกเติมในเอกสารดังบรรยายในมาตรานี้ต้องลงนามย่อของผู้พิพากษา เจ้าพนักงานหรือบุคคลผู้ซึ่งตกเติมนั้นกำกับไว้”
อส ดังกล่าง จะทำวิธีอื่น ไม่ได้ เช่น ใช้ดินสอเขียน
ถ้าเขียนหรือพิมพ์ดีด พิมพ์ผิด – ห้ามมิให้ลบออก , แต่ให ขีดฆ่าคำ ผ แล้วเขียนใหม่ โดย ผพพษ/ จพง หรือ บค ผู้ต้องแก้ไข + ลงนาม
ส่วนการเติมถ้อยคำ – ให้ลงนามย่อ ผพพษ , จพง หรือ บค ผู้ซึ่งตกเติม
❈ 3. การใช้ภาษา ไทย -> ดูม 13
สส ตสมฟ หรือ พจรณ ให้ใช้ภาษาไทย
p 1-30 , หากจำเป็นต้องแปลไทย ท้องถิ่น หรือ ภาษาถิ่น , ภาษาตปท -> ไทย , ให้ใช้ล่ามแปล
ถ้า ผสห , ผตห , จล , พย – ไม่สามารถพูด หรือ เข้าใจ ภาษาไทย , ไม่มีล่าม -> ให้พนงสส อกหรือ ศ – จัดหาล่ามโดยมิชักช้า
ฎ 18538/2555 ผู้เป็นล่าม ต้องไม่ใช้ พนงสส อก หรอื ศ , จาก ล่ามเป็น ตร แต่ไม่ได้ทำหท สอบสวน, ท.จล คัดค้าน แต่ไม่ได้เหตุผล , ถือว่า ชอบแล้ว ปวิอ ม 13 ว.4 <<<
ฎ 10449/2556 ผสห เป็นคนต่างด้าว, ไม่มี ล่าม -ถือว่า ฝ่าฝืน ปวิอ 13- ให้ย้อนกลับไปให้ ศชต สืพ ใหม่ ให้ถูกต้องตาม ปวิอ 208(2) + 225
ฎ 1351/2558 ศ สอบถาม จล พูด เข้าใจภาษาไทยดี มีดน กบพจรณ ต่อหน้าศ ตาม ปวิอ 172 ว.2 + พรบ จัดตั้งศ แขวง และ วิ แขวง ,ไม่มีเหตุจำเป็นต้องใช้ล่าม ปวิอ 13 ว.1
p 1-31 , ล่าม ม 13 ว.1 , 1 คือผู้แปลคำพูดจากภาษาหนึ่ง ไปอีกภาษาหนึ่ง , มิได้มีคุณสมบัติว่าต้องทำ หท ล่ามโดยตรง
แต่กห แค่ว่า
– แปลให้ถูกต้อง , ต้องสาบาน/ปฎิญาณ ว่าจะทำ หท สุจ
– ไม่เพิ่มเติม หรือ ตัดทอน
– ให้ลงลายมือชื่อ คำแปลนั้น
กก 1.1.3 จล เป็นต่างด้าว เข้าใจภาษาไทยได้ดี , รับสารภาพ , ศ ไม่ได้จัดล่าม , ถือว่าชอบหรือไม่
ans ชอบ เพราะเข้าใจภาษาไทยได้ดี ไม่มีเหตุจำเป็นตาม ปวิอ 13 ว.1
p 1-32 1.2 หมายเรียก (หร)
1.2.1 หลักทั่วไป เกี่ยวกับ หร nbMLวิอญ 1.2.1
1.2.2 การดำเนินการตามหร nbMLวิอญ 1.2.2
1) หร ตอ้งทำเป็นหนังสือโดย ศ พนงสส หรือ พนง ฝปค หรือ ตำรวจชั้นผู้ใหญ่
มีข้อความตามที่ กม บญ ^ต้องให้ศ ออกหรือเปล่า เพราะอย่าง หร สว ค ฮั้ว สว
เพื่อปย ในการสส , ไต่สวนมูลฟ้อง , การพจรณค
^test ถาม ใครมีอน ออก หร ค อญ – ศ และ พนงสส แต่ไม่มี พนง ปค น่ะ ?<<<
2) กำหนดวัน เวลา ที่จะให้มา ตาม หร นั้น – ให้คำนึงถึงระยะทาง จากที่อยู่ของ บคที่ออกหร กับ สถานที่ที่จะให้ผู้นั้นไปถึง
p 1-33 1.2.1 หลักทั่วไป เกี่ยวกับ หร
มี 4 ข้อ
1. คห ของ หร
2. ผู้มีอน ออก หร
3. วปส ในการออก หร
4. แบบ หร
♋ 1. คห ของ หร –
มาตรา ๕๒ การที่จะให้บุคคลใดมาที่พนักงานสอบสวนหรือมาที่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่หรือมาศาล เนื่องในการสอบสวน การไต่สวนมูลฟ้อง การพิจารณาคดี หรือการอย่างอื่นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ จักต้องมีหมายเรียกของพนักงานสอบสวนหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่หรือของศาล แล้วแต่กรณี
แต่ในกรณีที่พนักงานสอบสวนหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไปทำการสอบสวนด้วยตนเอง ย่อมมีอำนาจที่จะเรียกผู้ต้องหาหรือพยานมาได้โดยไม่ต้องออกหมายเรียก
ปวิอ ไม่ได้นิยาม หร Summons – แต่หมายถึง หนังสือ บงการ ซึ่งออกโดย พนงสส พนงฝปก ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ศ
– สั่งให้บค ที่ระบุในหมาย
-มาพบ หรือส่งสิ่งของ ที่อาจใช้เป็น พย หฐ ได้แก่ ผู้มีอน ออก หร – เพื่อปยในการ สส ตสมฟ(ไต่สวนมูลฟ้อง) กพจรณ ค หรือเพื่อการอื่นใด ตามกม
♋ 2. ผู้มีอน ออก หร – ตาม ปวิอ
1) พนง สส ^อย่าง DSI ก็สามารถออกกับ สว ได้เลย
2) พนง ฝ ปค หรือ ตำรวจชั้นผู้ใหญ่
3) ศ
p 1-34 , นอกจาก ปวิอ แล้ว ยังมีกม อีกหลายฉบับ ให้อน จพง มี อน เรียกบค มาพบ หรือ ส่งมองสิ่งของ ได้ เช่น พนง อก ปปช ผู้ว่าตรวจเงินแผ่นดิน พนงสสพิเศษ
♋ 3. วปส ในการออก หร
🌮3.1 ชั้นสส -พนง สส มีอน ออก หร บค มาพบ เพราะปยการสส
3.1.1 เรียก ผสห หรือ บค ซึ่งเชื่อว่าอาจเป็นปย แก่ค -เรียกผสห หรือ บค ใด ซึ่งมีเหตุอันควร เชื่อว่า ถ้อยคำของเขา อาจมีปย แก่ค เช่น พย ^แสดงว่า ผสห ก็โดน หร ได้
– มาตามเวลา และสถานที่ในหมาย
3.1.2 เรียกผตห มาทำการ สส
ฎ ก่อนที่ พนงสส จะแจ้งข้อหา แก่จล – พนงสส เคยเรียกจล ไปสอบถาม
จล 1 ให้ถ้อยคำ บันทึกถ้อยคำ
จล 2 รับสารภาพ เขียนด้วยลายมือ – แสดงว่าจล ทั้งสองรู้เรื่องราวดี
ในวันที่ พนงสส – แจ้งข้อหา – จล ให้การว่า ทราบและเข้าใจ ข้อหาดีแล้ว
การที่ พนงสส ไม่ได้กล่าวย้ำถึง ขทจ และรายละเอียด เรื่องที่กล่าวหาจล – ไม่ทำให้การ สส ไม่ชอบด้วยกม – จท มีอนฟ้อง
3.1.3 เรียกบค ให้ส่งมอบ สิ่งของ ซึ่งอาจเป็นพห – เรียกบค ที่ครอบครองสิ่งของ
บคที่ถูกหร – ไม่จำเป็นต้องมาเอง – เพียงจัดส่งสิ่งของมาให้พนงสส ก็พอ
p 1-35 , ขาวร้องทุกข์ ต่อ พนงสส นายดำยักยอก รถไป ขอให้ดำเนินกับ ดำ – รถอยู่ในคiค ของ แดง – พนงสส ออก หร ถึง แดง ให้เอารถมาให้ เป็นหฐ ในการ ดำเนินค
ถ้าพนงสส /ฝปค / ต. ชั้นผู้ใหญ่ ไปสส ด้วยตัวเอง – ไม่ต้องออกหร
🌮3.2 ชตสมฟ – จล อาจแถลงให้ศ ทราบขทจ ขกม อันส. , ที่ศ ควรสั่งว่า ค มี มูล หรือไม่มีมูล
ระบุถึง ตัวบค อส วถ <- และศ อาจเรียกพวกนี้มาเป็น พย ศ ได้
🌮3.3 ชั้น พจรณ ค – หลังประทับฟ – ศ มี อน เรียก บค มา ศ เพื่อ
3.3.1เรียก จล มาศ – ค ราษฎร เป็นจท – ถ้า ศ ตสมฟ – ประทับฟ – หาก จล ไม่มาศ – ศ อาจจะออก หร หรือ หจ ก็แล้วแต่สมควร
ฎ 3031/2526 หลังประทับ ฟ – ศ จะสั่งกห วันนัดสืพ โดยยังไม่ได้ตัว จลมา ศ – เป็นการข้ามขั้นตอน
ฎ 1889/2541 หลังประทับฟ – ศ หร จล มาศ – จล ไม่มา – ให้ศชต ออก หจ + และจำหน่าย ค ชั่วคราว
3.3.2 เรียก พย บค มาศ – เมื่อ ค่ค ฝ ใด ไม่สามารถนำ พย ของ ตน มาศ – ค่ค ฝนั้น อาจขอต่อศ ก่อนวันสืพ – ให้ออก หร พย มาศ ได้
3.3.3 เรียก อส มา ศ – อส ที่ค่ค อ้าง – แต่มิได้อยู่ในยึดถือของเขา ศ มีอน ออก หร บค ที่ยึดถือนำ อส มาส่งศ ได้
p 1-36 ,3.4 การอื่นใดตาม กม – ยังมี วถปส อื่น เช่น ศ เรียก พย มาสืบ ตส สน ชันสูตรพลิกศพ
เพื่อเรียก จล ที่ศ ปล่อยตัวไปแล้วมาขัง หรือ ปล่อยชั่วคราว รห อธ
ถ้า ศ อธ เห็นว่าควร สืพ เพิ่มเติม – มีอน เรียก พย มาสืบเอง , เรียก จนท / บค ที่เกี่ยวข้องกับ อสลับ มาแถลงต่อ ศ
4. แบบของ หร
4.1 สถานที่ ออกหร เช่น สถานีตำรวจ ภูธร เมืองชลบุรี
4.2 วันเดือนปี ที่ออก หร
4.3 ชื่อและที่อยู่ ของ ผตห จล พย
4.4 เหตุที่ตอ้งเรียกผู้นั้นมา – เช่นกทผ ฐ ลท , จท อ้างเป็นพย
4.5 สถานที่ วันเดือนปี เวลา ที่จะให้ ผตห จล พย ไปถึง
4.6 ลายมือชื่อ ประทับตราของศ หรือ ลายมือชื่อและตำแหน่ง จพง ผู้ออกหมาย
กก 1.2.1 ผู้ใดมีอน ออกหร ตาม ปวิอ
Ans ม 52 พนงสส พนง ฝปค , ต. ชั้นผู้ใหญ่ และ ศ
p 1-37 , 1.2.2 การดำเนินการตามหร
1. การกำหนดวันที่จะให้มาตามหร
2. การส่ง หร
3. การขัดขืน ไม่มาตามหร
🩲 1. การกำหนดวันที่จะให้มาตามหร – มาตรา ๕๔ ในการกำหนดวันและเวลาที่จะให้มาตามหมายเรียกนั้น ให้พึงระลึกถึงระยะทางใกล้ไกล เพื่อให้ผู้ถูกเรียกมีโอกาสมาถึงตามวันเวลากำหนดในหมาย
– สถานที่ จะให้ ผู้นั้นไปถึง เช่น ที่ทำการ พนง สส หรือ ศ
🩲 2. การส่ง หร – ให้แก่ ผตห จล พย – ให้ส่งไป ภูมิลำเนา หรือ สำนักทำการงาน , รายละเอียดแตกต่างบ้าง
🧨2.1 การส่ง หร แก่ ผตห หรือ จล
2.1.1 บค ธมด เป็น ผตห/จล – มาตรา ๕๕ การส่งหมายเรียกแก่ผู้ต้องหา จะส่งให้แก่บุคคลผู้อื่นซึ่งมิใช่สามีภริยา ญาติหรือผู้ปกครองของผู้รับหมายรับแทนนั้นไม่ได้
ส่ง หร ต้องส่งแก่ ผตห – จะส่งบค อื่นไม่ได้
แต่ถ้า ส่งให้ ผตห ไม่ได้ – ให้ส่งหร ไปยัง บค ที่อาศัย ในที่อยู่เดียวกันกับ ผตห
p 1-38 , 1) สามีภริยา ผตห
2) ญาติ ผตห
3) ผู้ปค ผตห
2.1.2 นตบค เป็น ผตห หรือจล – มาตรา ๗ ในการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาคดีที่นิติบุคคลเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย ให้ออกหมายเรียกผู้จัดการหรือผู้แทนอื่น ๆ ของนิติบุคคลนั้น ให้ไปยังพนักงานสอบสวนหรือศาล แล้วแต่กรณี
– นตบค เป็น ผตห หรือ จล- ให้ออก หร ผจก หรือ ผู้แทนอื่นๆ ของ นตบค นั้น เช่น หุ้นส่วนผจก ของ หหส จทบ , กก ผู้มีอน กทก ผูกพันบ ของ บจก
อธิบดี ของแต่ละกรม , นายก อบจ
🧨 2.2 การส่ง หร แก่พย – ให้ส่งกับ ตัว พย , หรือ บค อายุ >20 ซึ่งอยู่หรือทำงานในบ้านเรือน หรือ สน ทำการงานเดียวกับ พย
มาตรา ๕๕/๑ ในคดีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ถ้าศาลมีคำสั่งให้ออกหมายเรียกพยานโจทก์โดยมิได้กำหนดวิธีการส่งไว้ ให้พนักงานอัยการมีหน้าที่ดำเนินการให้หัวหน้าพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่เป็นผู้จัดส่งหมายเรียกแก่พยานและติดตามพยานโจทก์มาศาลตามกำหนดนัดแล้วแจ้งผลการส่งหมายเรียกไปยังศาลและพนักงานอัยการโดยเร็ว หากปรากฏว่าพยานโจทก์มีเหตุขัดข้องไม่อาจมาศาลได้หรือเกรงว่าจะเป็นการยากที่จะนำพยานนั้นมาสืบตามที่ศาลนัดไว้ ก็ให้พนักงานอัยการขอให้ศาลสืบพยานนั้นไว้ล่วงหน้าตามมาตรา ๑๗๓/๒ วรรคสอง
– ค ที่อก เป็น จท – ศ ออกหร มิได้กห วิธีการส่ง
อก – ให้ หัวหน้า พนงสส – ส่ง หร และ ติดตาม พย จท มาศ และแจ้งผลไปยัง ศ และ อก
🧨2.3 การส่ง หร ต่างท้องที่
มาตรา ๕๖ เมื่อบุคคลที่รับหมายเรียกอยู่ต่างท้องที่กับท้องที่ซึ่งออกหมาย เป็นหมายศาลก็ให้ส่งไปศาล เป็นหมายพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจให้ส่งยังพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่มีอำนาจออกหมายเรียกซึ่งผู้ถูกเรียกอยู่ในท้องที่ เมื่อศาลหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจได้รับหมายเช่นนั้นแล้ว ก็ให้สลักหลังหมายแล้วจัดการส่งแก่ผู้รับต่อไป
– เมื่อผู้รับหมาย -อยู่ต่างท้องที่กับ ท้องที่ ออกหมาย
1) ถ้าเป็นหมาย ศ – ให้ส่งไป ศ ท้องที่ ซึ่ง บค รับ หร อยู่
2) หมาย ฝปค ต. – ให้ส่งไป ฝปค ต. ที่มีอน ออก หร ซึ่งผู้ถูกเรียก อยู่ในท้องที่นั้น
เมื่อ ศ ฝปค หรือ ต. ได้รับหมาย – ให้สลักหลัง -แล้วจัดการส่งแก่ผู้รับต่อไป
p 1-39 , 🩲3. การขัดขื่น ไม่มาตาม หร
3.1 พย ขข (ขัดขื่น) ไม่มาตาม หร – เมื่อ บค ได้รับ หร แล้ว ขข ไม่มา ต้องระวางโทษจค ปรับ or both
1) ขข คบคั ตาม กม อก พนงสส เพื่อมาให้ถ้อยคำ
2) ,,, ,,,, เพื่อส่ง หรือ จัดการส่ง ท อส
3) ขข หมาย หรือ คสั ศ ให้มาให้ ถ้อยคำ – ให้มาเบิกความ หรือให้ส่งท หรือ อส ใดในการ พจรณ ค
ถ้า ศ เห็นว่า คำเบิกความของ พย ที่ไม่มา ศ เป็น ข้อ ส.Dxx – และศ เห็นแล้ว ว่า พย ได้รับ หร จงใจ ไม่ไป ศ หรือไม่ไป ณ สถานที่ นัดกห , หรือ ให้ ศ รอคอย จงใจหลบเสีย
ศ จะเลื่อนการ นั่งพจรณ ค และ ออก หจ แล้วเอาตัว พย กักขัง ไว้จนกว่าพย จะได้เบิกความตามวันที่ ศ เห็นสมควรก็ได้ – ทั้งนี้ไม่เป็นการลบล้างโทษ ตาม บญ ใน ปอ.
ห้ามมิให้ออก หร พย ดังต่อไปนี้
1) K , Q , รัชทาย , ผู้สำเร็จ
2) พระ เณร ในพุทธ
3) ผู้ได้รับ อสิ คุ้มกันตามกม
2,3 – ให้ ออกคำบอกกล่าวว่าจะสืพ แทนออก หร
โดย 2 -> ส่งไป พย
3 -> ส่งไป สนง ศ ยตธ หรือ ตาม กม รห ปท
p 1-40 , 3.2 ผตห หรือ จล ขข ไม่มาตาม หร
จพง มีอน ร้องขอ ศ ให้ออก หจ ตาม ม 66 – แต่จะลโท จค หรื อปรับ ตาม ปอ ไม่ได้ ^ ออกหจ แต่ไม่ได้ จค
ส่วน ค ที่ ราษฎร เป็นจท – เมื่อ ศ ตสมฟ + ประทับ ฟ – แต่ยังไม่ได้จล
– ศ จะะออก หร หรือ หจ ก็ได้ , ถ้าออก หร แล้วยังไม่ได้ ก็ หจ ได้
กรณี นตบค เป็นผตห หรือ จล – ถ้า ผจก หรือ ผู้แทน นตบค ไม่มา ตาม หร – ออก หจ ได้ แต่จะ ข หรือจค หรือ ปชค บค ดังกล่าวไม่ได้
กก 1.2.2 กรณีไม่สามารถส่ง หร ไปยัง ผตห – ให้ส่งไปให้ใคร
Ans ม 55
1) สามี ภริยา ผตห
2) ญาติ ผตห
3) ผปค ผตห
p 1-41 1.3 หมายอาญา (หอ) <<<
1.3.1 หลักทั่วไปเกี่ยวกับ หมายอญ
1.3.2 หจ
1.3.3 หมายค้น(หค)
1.3.4 หข
1.3.5 หจค
1.3.6 หมายปล่อย(หป)
1) หมายอญ มี 5 ประเภท – หจ หค หข หจค หป
2) พนงฝ่ายปค – ต (ป.ต) จะจับบคได้ต่อเมื่อ มีหจ หรือ คำสั่งศ – เว้นแต่เป็นกรณีที่กม บญ ให้จับโดยไม่ต้องมีหจ
3) ป.ต จะทำการค้นในที่รโหฐานได้ต่อเมื่อ มีหค หรือ คส(คำสั่ง) ศ – เว้นแต่มีกม บญ ค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น
4) ในกรณีที่ผตห ไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว และมีเหตุจำเป็น เพื่อทำการ สส หรือ ฟ้องค – ให้ พนงสส หรือ พนง อก – ยื่นคำร้อง ต่อ ศ – ขอ หข ผตห นั้นไว้
5) หจค – หนังสือ บงการ ที่สั่งให้จนท ทำการจค จล
6) หป – หนังสือ บงการ ที่สั่งให้จนท ทำการปล่อย ผตห หรือจล ซึ่งต้องขัง ตาม หข
p 1-43 , 1.3.1 หลักทั่วไปเกี่ยวกับ หมายอญ – แบ่งเป็น 6 หัวข้อ
1. คห ของหมายอญ
2. ผู้มีอน ออกหมายอญ
3. ผู้ร้องขอ ให้ออกหมาย อญ
4. กดนก ออกหมาย อญ
5. การจัดการตามหมายอญ
6. การเพิกถอนหรือแก้ไข หมายอญ
✸ 1. คห ของหมายอญ – ม 2 (๙) “หมายอาญา” หมายความถึงหนังสือบงการที่ออกตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทำการจับ ขัง จำคุก หรือปล่อยผู้ต้องหา จำเลย หรือนักโทษ หรือให้ทำการค้น รวมทั้งสำเนาหมายจับหรือหมายค้นอันได้รับรองว่าถูกต้อง และคำบอกกล่าวทางโทรเลขว่าได้ออกหมายจับหรือหมายค้นแล้ว ตลอดจนสำเนาหมายจับหรือหมายค้นที่ได้ส่งทางโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น ทั้งนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๗
กดนก จับ ขัง จค ปล่อย และค้น – จนท ดนก โดยปราศจาก หอญ ไม่ได้
เว้นแต่ กมบญ ให้ดนก โดยไม่ต้องมีหมายได้
หอญ (Criminal Warrants) – คือหนังสือที่ให้ อน จนท จับ คับ จค ปล่อย บค หรือ ทำการค้นในที่รโหฐานได้ , รูปแบบ ของหอญ 4 ชนิด
1.1 ต้นฉบับหอญ – มี 5 ประเภท -> หจ หข หจค หป หค
1.2 สำเนาหจ หรือ หค – สำเนาที่ใช้แทนหอญต้นฉบับได้มีแค่ หจ / หค เท่านั้น
และสำเนาหอญ นี้ ต้องได้รับการรับรองว่าถูกต้อง
1.3 คำบอกกล่าวทางโทรเลขว่าได้ออกหจ หรือ หคแล้ว – ปัจไม่มีการใช้โทรเลขแล้ว
1.4 สำเนาหจ หค ส่งทางโทรสาร , สื่อ e , สื่อ IT -> FAX , email
p 1-44 , ✸2. ผู้มีอน ออกหอญ
” มาตรา ๕๗ ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติในมาตรา ๗๘ มาตรา ๗๙ มาตรา ๘๐ มาตรา ๙๒ และมาตรา ๙๔ แห่งประมวลกฎหมายนี้ จะจับ ขัง จำคุก หรือค้นในที่รโหฐานหาตัวคนหรือสิ่งของ ต้องมีคำสั่งหรือหมายของศาลสำหรับการนั้น
บุคคลซึ่งต้องขังหรือจำคุกตามหมายศาล จะปล่อยไปได้ก็เมื่อมีหมายปล่อยของศาล “
สมัยก่อนการออก หจ บค หรือ หค ในที่รโหฐาน – ผู้ที่อนออกหมาย ได้แก่ – ศ , พนง ฝปก ต ชั้นผู้ใหญ่
ต่อมา รธน 2540 – ให้เฉพาะ ศ เท่านั้น ทั้ง -> หจ หข หจค หป หค
ยกเว้น หร – พนงสส พนง ฝปก ตชั้นผู้ใหญ่ และ ศ มีอน ออก หร ได้
บางกรณี กม บญ จับบค /ค้นรโหฐาน ได้ไม่ต้องมีหมาย ได้แก่
– กรณีที่กม บญให้พนงฝปก/ตจับได้ โดยไม่มีหจ
– ราษฎร เป็นผดน การจับ
-จับบค ซึ่งกทผ ซึ่งหน้า
– กม บญให้ พนงฝปก/ต – ค้นในที่รโหฐานได้ โดยไม่มี หค
– กรณีสั่งให้ยอมให้เข้าไปโดยมิหวงห้าม
ปล่อยบค ซึ่งต้องข จค ตาม หมาย ศ – จะปล่อยไปได้ ก็เมื่อมี หป ของ ศ เท่านั้น
กม บญให้ ผพพษ เพียงคนเดียว ที่มี อน ออก หร/หอญ ได้
p 1-45 , ฎ เมื่อกล่าวหาว่า บค ใดกทผ อญ- บคนั้น ย่อมตกเป็น ผตห ม 2(2)
พนงสส ยื่นคำร้อง ขอให้ศชต – ออก หจ ผตห ม 66 – เพื่อให้ได้ตัวมาสส ตาม ม 134 ซึ่งตาม พระธรรมนูญ ศ ยุติธรรม ม 24(1) – กำหนดให้ ผพพษ คนหนึ่ง มีอน ออกหจ ได้
ม 2(๒) “ผู้ต้องหา” หมายความถึงบุคคลผู้ถูกหาว่าได้กระทำความผิด แต่ยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาล”
มาตรา ๖๖ เหตุที่จะออกหมายจับได้มีดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี หรือ
(๒) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น
ถ้าบุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นจะหลบหนี
มาตรา ๑๓๔ เมื่อผู้ต้องหาถูกเรียก หรือส่งตัวมา หรือเข้าหาพนักงานสอบสวนเอง หรือปรากฏว่าผู้ใดซึ่งมาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ต้องหา ให้ถามชื่อตัว ชื่อรอง ชื่อสกุล สัญชาติ บิดามารดา อายุ อาชีพ ที่อยู่ ที่เกิด และแจ้งให้ทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิด แล้วจึงแจ้งข้อหาให้ทราบ
การแจ้งข้อหาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีหลักฐานตามสมควรว่าผู้นั้นน่าจะได้กระทำผิดตามข้อหานั้น
ผู้ต้องหามีสิทธิได้รับการสอบสวนด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม
พนักงานสอบสวนต้องให้โอกาสผู้ต้องหาที่จะแก้ข้อหาและที่จะแสดงข้อเท็จจริงอันเป็นประโยชน์แก่ตนได้
เมื่อได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ถ้าผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่ได้มีการออกหมายจับ แต่พนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังผู้นั้นได้ตามมาตรา ๗๑ พนักงานสอบสวนมีอำนาจสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อขอออกหมายขังโดยทันที แต่ถ้าขณะนั้นเป็นเวลาที่ศาลปิดหรือใกล้จะปิดทำการ ให้พนักงานสอบสวนสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลในโอกาสแรกที่ศาลเปิดทำการ กรณีเช่นว่านี้ให้นำมาตรา ๘๗ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาออกหมายขังโดยอนุโลม หากผู้ต้องหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานสอบสวนดังกล่าว ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจจับผู้ต้องหานั้นได้ โดยถือว่าเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่จะจับผู้ต้องหาได้โดยไม่มีหมายจับ และมีอำนาจปล่อยชั่วคราวหรือควบคุมตัวผู้ต้องหานั้นไว้
✸ 3. ผู้ร้องขอให้ออก หอญ ม 59 “ศาลจะออกคำสั่งหรือหมายจับ หมายค้น หรือหมายขัง ตามที่ศาลเห็นสมควรหรือโดยมีผู้ร้องขอก็ได้…. “
การออก หอญ – ศ จะออกคส /หจ หค หข – ตามที่ศ เห็นสมควร หรือโดยมีผู้ร้องขอ ก็ได้
สำหรับ หป / หจค – ศ มีอน ออกหมายเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ร้องขอ
3.1 รอ้งขอให้ ศ ออก หจ , หค – ม 59 ว.2 ” ในกรณีที่ผู้ร้องขอเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ต้องเป็นพนักงานฝ่ายปกครองตั้งแต่ระดับสามหรือตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไป”
พนง ฝปค – เช่น ผู้ว่า นายอำเภอ ต พัศดี จพง กรมสรรพสามิต กรม ศุลกากร กรมเจ้าท่า พนงตรวจคนเข้าเมือง – มีหท จับกุม หรือปราบปราม เช่น พนงสส ค พิเศษ จพงป่าไม้
ผู้มีอน เกี่ยวกับการสืส สส ค ที่ร้องขอออกหมาย – ต้องให้ ผพพษ สอบถามก่อนออกหมาย
พนงฝปค ระดับปฎิบัติการขึ้นไป , ต รตต ขึ้นไป
p 1-46 , ฎ การออก หจ และหค ในชั้นสส – เป็นเพียงขั้นตอนเพื่อการ สส ดนก ไปได้
แม้พนงสส จะต้องร้องขอต่อ ศชต เพื่อออก หจ หค – แต่ยังไม่ใช่เรื่องที่ฟ้องเป็น ค ถึง ศ
ไม่ใช่เรื่องที่กม ประสงค์ให้ อธ ได้ตาม ม 193 – หากผู้ร้องอ้างข้อมูลเป็นเท็จ – ผตห มี ส ดนก แก่ผู้ร้อง ตามที่เห็นสมควร
ผตห ไม่อาจอธ คสั ศชต – ให้ยกคำร้องของผตห ให้เพิกถอน หจ หค ในชั้นสส
ระหว่างไต่สวน มูลฟ้อง ค ที่ราษฎรเป็น จท – ราษฎร มี ส ร้องขอ ให้ศ ออก หค ได้
ฎ ม 69(1) บญ เหตุ ศ จะออก หค ไว้ว่า -เพื่อพบ และยึดสิ่งของ ซึ่งเป็น พห ประกอบการ สส ไต่สวนมูลฟ้อง หรือ พจรณ
กรณีที่ ราษฎร เป็นจท ฟ้อง ค อญ ต่อ ศเอง – และ ค ดังกล่าวมีการไต่สวนมูลฟ้อง – หาก ราษฎร เป็นจท มีความจำเป็นต้องค้นหาสิ่งของ ในความคค ของผู้อื่น – เพื่อนำพห มาประกอบ – ก็ชอบที่จะยื่นคำร้องขอให้ ศ ออก หค
หาใช่เป็นอน ของ ฝปค หรือ ต โดยเฉพาะ ม 59(2) <<<
3.2 การร้องขอให้ ศ ออก หข – พนงอก หรือ พนง สส – อาจยื่นคำร้อง ให้ ศ ออกหข ผตห ระหว่าง สส ได้
✸4. กดนก ออกหอญ – ผู้ร้องขอ – เสนอ พห ให้ศ พจรณ ว่ามี หฐ พอสมควร ให้ออก หอญ
✂ 4.1 วิธี กดนก ร้องขอ – การทำคำร้องขอ ให้ ศ ออก หอญ – ต้องทำเป็นหนังสือ มีรายละเอียด และอส ประกอบ ตามแต่ละประเภทของ หอญ
4.1.1 การเสนอ พห ในการขอให้ออก หจ หรือ หค
1) กรณีทั่วไป – ให้ผู้ร้องขอ สาบาน หรือ ปฎิญาณตน หรือ แถลงด้วยตนเอง รวมถึงตอบคำถาม ผพพษ เกี่ยวกับข้อมูลที่ได้จากการ สืส สส หรือ พห ที่สนับสนุน ถึง เหตุแห่งการขอออกหมาย
ผู้รู้เหตุการณ์ หรือ ทราบข้อมูล – อันเป็นเหตุแห่งการ ออก หจ หค – ควรมาเบิกความต่อ ผพพษด้วยตนเอง , หากมา ให้บค เบิกความ ให้ ผพพษ บันทึกสาระส. โดยย่อ ให้บค นั้นลงลายมือชื่อไว้
p 1-47 , ถ้าผู้รู้เห็นเหตุการณ์หรือทราบข้อมูล ไม่สามารถเบิกความ ต่อ ผพพษ –ผู้ร้องขอ อาจใช้บันทึกถ้อยคำ บค ดังกล่าว ที่ได้สาบานตนว่าจะให้ถ้อยคำตามความจริง – และได้ต่อ พนกฝปค, ต ชั้นผู้ใหญ่ หรือ ลงลายมือชื่อรับรอง -ว่าได้มีการให้ถ้อยคำตรงตามบันทึก – เสนอเป็นพห ประกอบคำเบิกความของผู้ร้องขอได้
2) กรณีจำเป็นเร่งด่วน ม 59 ว.3 “ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนซึ่งมีเหตุอันควรโดยผู้ร้องขอไม่อาจไปพบศาลได้ ผู้ร้องขออาจร้องขอต่อศาลทางโทรศัพท์ โทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นที่เหมาะสมเพื่อขอให้ศาลออกหมายจับหรือหมายค้นก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้เมื่อศาลสอบถามจนปรากฏว่ามีเหตุที่จะออกหมายจับหรือหมายค้นได้ตามมาตรา ๕๙/๑ และมีคำสั่งให้ออกหมายนั้นแล้ว ให้จัดส่งสำเนาหมายเช่นว่านี้ไปยังผู้ร้องขอโดยทางโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา”
ผู้ร้องขอ – พนงฝปค ระดับ ชำนาญการพิเศษขึนไป หรือ ต ชั้นพตอ ขึ้นไป
หากผพพษ เห็นสมควร ให้ลงรหัส + ลายมือชื่อตน ในหมายต้นฉบับ – ให้ผู้ร้องขอ รับ สำเนาทาง โทรสาร e IT
พร้อมแจ้งรหัส +ผลของหมาย เพื่อให้ ผู้ร้องขอ นำไป ดนก ต่อไป
4.1.2 กรข (การร้องขอ) ให้ ศ ออก หข ในระหว่าง สส – อก สส – รข ให้ ศ ออก หข จะต้องเป็นผู้มี อน หท เกี่ยวข้องกับ ค หรือ สส ค ที่ รข ออกหมายนั้น – และต้องให้ ผพพษ มาสอบถามก่อนออกหมาย
✂ 4.2 หเก ในการ พจรณคำร้อง ให้ออกหมาย
มาตรา ๕๙/๑ ก่อนออกหมาย จะต้องปรากฏพยานหลักฐานตามสมควรที่ทำให้ศาลเชื่อได้ว่ามีเหตุที่จะออกหมายตามมาตรา ๖๖ มาตรา ๖๙ หรือมาตรา ๗๑
คำสั่งศาลให้ออกหมายหรือยกคำร้อง จะต้องระบุเหตุผลของคำสั่งนั้นด้วย
หลักเกณฑ์ในการยื่นคำร้องขอ การพิจารณา รวมทั้งการออกคำสั่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา
p 1-48 , 👩🏽⚕️4.2.1 ก่อน ศออก หจ หค หข – ต้องปรากฎ พห ตามสมควร ที่ทำให้ศ เชื่อว่า มีเหตุที่จะออกหมาย – โดยคำสั่ง ศ ให้ออกหมาย หรอืยกคำร้อง – ต้องระบุเหตุผลของ คส(คำสั่ง) นั้นดวย
“หฐ ตามสมควร” นั้น ไม่ต้องถึงขนาดมี หฐ แน่ชัดหรือมั่นคงเพียงพอที่จะพิสูจน์ คผ ต่อ ศ – การรับฟัง พห เพื่อพจรณ ออก หจ หค หข – ผพพษ ไม่จำเป็นถือเคร่งครัด เช่นเดียวกับการรับฟังพห ที่ใช้ พิสูจน์ คผ จล
1) ศ จะออกหจ บค ได้ต่อเมื่อ มีหฐ ตามสมควร ว่าบค ดังกล่าว น่าจะมีกทคผ อญ
2) การ รข ให้ ออก หค- ผู้รข ต้องเสนอ พห ที่น่าเชื่อว่า บค หรือ สิ่งของที่ค้นหา อยู่ในสถานที่ที่จะค้น
3) พจรณ ครข หข รห สส – แม้ผตห ไม่คัค(คัดค้าน) – แต่ศ ตอ้งพจรณว่า หฐ ตามสมควร
หากมีการจับกุม ผตห ให้ดูว่า ชอบหรือไม่, ถูกคคุ(ควบคุม) เกินกห เวลา หรือไม่
ศ ไม่ออกหข โดยดูแต่ คร และ บันทึกจับกุมเพียงลำพัง
👩🏽⚕️4.2.2 พฐ ที่อาจพส ว่า มีเหตุสมควร หจ หค หข
1) ข้อมูลได้จากการ สส – บันทึกการ สส ,สรุปขทจ , บันทึกถ้อยคำ สายลับ จพง แฝงตัว , รายงานแหล่งข่าว รายงาย เฝ้าสังเกตุการณ์ ลลอษ หจ เดิม , หร
2) วิเคราะห์ทาง นตวิทย พส ลายพิมพ์นิ้วมือ , พส ของกลาง เครื่องจับเท็จ ตรวจโลหะ พส พันธุกรรม พส mobile phone
p 1-49 , 3) ข้อมูลจาก สื่อ e , CCTV
4) หนังสือ อก -จัดการให้ได้ตัว ผตห อ.ก.29
✸5. กจก ตาม หอญ
มาตรา ๖๑ ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๙๗ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจมีอำนาจหน้าที่จัดการให้เป็นไปตามหมายอาญา ซึ่งได้มอบหรือส่งมาให้จัดการภายในอำนาจของเขา
หมายอาญาใดซึ่งศาลได้ออก จะมอบหรือส่งไปยังพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจซึ่งอยู่ภายในเขตอำนาจของศาลดังระบุในหมาย หรือแก่หัวหน้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจประจำจังหวัด อำเภอ กิ่งอำเภอ หรือตำบล ซึ่งจะให้จัดการให้เป็นไปตามหมายนั้นก็ได้
ในกรณีหลังเจ้าพนักงานผู้ได้รับหมายต้องรับผิดชอบในการจัดการตามหมายนั้น จะจัดการเองหรือสั่งให้เจ้าพนักงานรองลงไปจัดการให้ก็ได้ หรือจะมอบหรือส่งสำเนาหมายอันรับรองว่าถูกต้องให้แก่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจคนอื่นซึ่งมีหน้าที่จัดการตามหมายซึ่งตนได้รับนั้นก็ได้ ถ้าหมายนั้นได้มอบหรือส่งให้แก่เจ้าพนักงานตั้งแต่สองนายขึ้นไป เจ้าพนักงานจะจัดการตามหมายนั้นแยกกันหรือร่วมกันก็ได้
– ฝปค / ต. มีอน หท จัดให้เป็นไปตาม หอญ
5.1 พนง ผจก ตามหอญ – ศ ส่งไปยังฝปก ต. , ภใน เขตอน ศ
หค – อาจระบุชื่อหลายคน ตาม คร – จาก พนง ฝปก ระดับ ปฎิบัติการ หรือ รตต ขึ้นไป
5.2 แจ้งผลกดนก ตามหอญ – ผรข – รายงานผลการจก (จับกุม) – ผ่าน email , หนังสือ ไป ศ ไม่ช้ากว่า 7 วัน นับจาก วันจับ
หค – บันทึกรายละเอียด ส่งไปศ ไม่ช้ากว่า 15 วัน
p 1-50 , จข หรือ ผู้ครค สถานที่ หค – รข ให ้ศ ออก หฐ การตรวจค บช ท
✸6. การเพิกถอน หรือ แก้ไข ปป หอญ
ม 59 ว.4 ” เมื่อได้มีการออกหมายตามวรรคสามแล้ว ให้ศาลดำเนินการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการขอหมายมาพบศาลเพื่อสาบานตัวโดยไม่ชักช้า โดยจดบันทึกถ้อยคำของบุคคลดังกล่าวและลงลายมือชื่อของศาลผู้ออกหมายไว้ หรือจะใช้เครื่องบันทึกเสียงก็ได้โดยจัดให้มีการถอดเสียงเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของศาลผู้ออกหมาย บันทึกที่มีการลงลายมือชื่อรับรองดังกล่าวแล้ว ให้เก็บไว้ในสารบบของศาล หากความปรากฏต่อศาลในภายหลังว่าได้มีการออกหมายไปโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ศาลอาจมีคำสั่งให้เพิกถอนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงหมายเช่นว่านั้นได้ ทั้งนี้ ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้ร้องขอจัดการแก้ไขเพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่เห็นสมควรก็ได้”
– หาก ศ ออกหมายไปแล้ว เกิดไม่ชอบ – ศ คสั เพิกถอน / แก้ไข ปป ได้
ฎ 2338/2536 ศชต พพษ ลโท ปหชว จล – จล อธ – จล ยื่นคร ถอน อธ
ศ อธ อนุญาติ – พพษ ยืน ค ถึงที่สุด
ศชต ออก หจค ถึงที่สุด ไม่ถูกต้อง – รข ศชต แก้ไข – แต่หจค ไม่ใช่คพพษ หรือ คสั จะอธ ฎ ไม่ได้ ปวิอ 193 , 216
ฎ 10173/2558 ปวิอ 182 ว2, 3 ให้ศ อ่านคพพษ ต่อหน้า ค่ค – ม 2(15) ค่ค คือ จท และ จล
แต่ ท.จล – ไม่ถือเป็น ค่ค , การให้ ท. จล ลงลายชื่อ ไม่ชอบ ปวิพ 74(2)+ ปวิอ 15 เพราะทำให้ จล เสียโอกาส ไม่ได้อธ
p 1-51 , มีอน เพิกถอน แก้ไขปป หอญ – จพง ไม่มีอน นี้
ฎ 6475/2547 ศ ออก หค แต่เขียนบ้านเลขที่ผิด – ต. ไปแก้เอง – ถือว่าไม่มีอน
แต่การตรวจค้น พบ เฮโรอิน และ พจรณ จล ก็นำสืบเป็นปกติ – ถือว่า พห รับฟังได้
แต่การเพิกถอน หจ หค – ให้รายงาน ศ และแก้ไขโดยเร็ว
ฎ 479/2555 ผตห ถูกออกหจ มามอบตัว ที่ พนงสส – หจ ย่อมสิ้นผล
รวมถึง หาก ค ขาดอยค หรือ ศชต ที่ออก หจ ได้ถอนหจ คืน – หจ ย่อมสิ้นผลเช่นกัน
ฎ 11720/2555 ปวิอ 59 ว.4 – ศ มีคสั เพิกถอน แก้ไข ปป หจ – ถ้าภายหลังปรากฎว่า หจฝ่าฝืน ต่อ บทบญ กม
p 1-52 ฎ 2853/2559 ตส คร ขอ เพิกถอน หจ – จริงๆอันนี้เป็น อน เฉพาะตัวของ ผพพษ ศชต – เมื่อ ศ มีคสั ยกคร – ผร จะอธ หรือฎ มิได้
กก 1.3.1 ศ ออกหค บ้านเลขที่ 74 – แต่เมื่อต. ไปจริงเป็น 161 , ต จะแก้เองได้ไหม
Ans ไม่ได้ , ตาม 59 ว.4 ถ้าศ ออกหค มิชอบด้วยกม – ศ มีคสั เพิกถอน หรือ ปป ได้
p 1-53 , 1.3.2 หจ
ปค หรือ ต. จะจับบค ใด ต้องมี หจ หรือ คสั ศ เว้นแต่ กรณีกม บญ จับ โดยไม่ต้องมี หจ – หจ Arrest Warrant 4 หัวข้อ
1. กรข ให้ ศ ออก หจ
2. เหตุแห่งการ ออกหจ
3. แบบของ หจ
4. ขอบเขต ของ หจ
🎑1. กรข ให้ ศ ออก หจ
ปก ต. หรือ พนง อื่น มีอน หท รข ให้ศ ออก หจ กทได้โดย
(1) ผู้รข นำ คร พร้อม อส ใส่ซอง ไม่ต้องปิดผนึก – ย ต่อ ศ ที่ขอให้ ออกหมาย
(2) ผู้ร้อง บันทึก ผ่าน webservice ที่หน่วยงาน ได้รับอนุญาติ จาก สนง ศ ยตธ เช่น สนช กรมสส พิเศษ
ชื่อสกุล รูปพรรณ อายุ อาชีพ ที่อยู่ เลขบัตร ปชช หรือ passport ของ บค ถูกจับ
เหตุจะออกหจ ม 66
รายละเอียดตามแบบพิมพ์ หจ
ให้ผู้รข นำ คร และ อส ไปย ศ ด้วย
ศ ที่มี อน ออก หจ 6 กรณี
1.1 กรข ให้ ออก หจ ค อญ ธมด – ศ เขตอน ชำระค หรือ เขตอน เหนือท้องที่ที่ขะทำการจัล เช่น ศจ ศข
1.2 ,,, ที่อยู่ใน อน ศ ยวช ครค – รข ต่อ ศ อญ อญธนบุร , อญ กรุงเทพใต้ , อญ มีนบุรี , อญ พระโขนง, อญ ตลิ่งชัน , ศ จ ศช
แต่ถ้ามี ศ ยวช ครค – ให้รข ต่อศ นั้นด้วย
p 1-54 , 1.3 ,,, ในอน ศ ชำนัญพิเศษ (ชนพศ) เช่น ศ ภษอก , ศ ลลลก , ศ ทส ทปญ และ กค้ รห ปท กลาง , ศ แรงงาน
ให้รข ต่อ ศ ชนพศ นั้น
แต่ถ้า จังหวัดอื่น นอกจาก กท – ให้ไปที่ ศ จ
1.4 ,, ในเขตท้องที่ ศข ซึ่งไม่ใช่ ศข ในอำเภออันที่เป็นตั้ง ศ จ
ศข ในจ.อื่น ที่มิใช่ กทม – ในที่อำเภอนั้นไม่ใช่ที่ตั้ง ศจ – ศข มีอน ออก หจ ทุกปภค ที่มีการ สส หรือ จับในเขตท้องที่นั้น
1.5 ,,, เกี่ยวกับ ค อญ ใน อน ศ อญ ค ทุจ ปพมช(ประพฤติ) – รข ศ อญคทุจ..กลาง หรือภาค 1-9
แต่ถ้า จ. อื่นจากที่เป็นที่ต้อง ศ ดังกล่าว -ไปที่ ศ จ
1.6 รข ให้ออกหจ เร่งด่วน – เช่น นอกเขตอน ศ -จะทำได้เมื่อ ถ้าเกิดความล่าช้า จะเกิดผลเสีย เช่น ผู้ถูกหจ – กำลังจะหลบหนี
ผร ต้อง ฝปค หรือ ระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป , พตต ขึ้นไป
ศ ต้อง ผพพษ อย่างน้อย 2 คน – องค์คณะ และ ผพพษ ประจำศ ไม่เกิน 1 คน
ค ทุจ … – จะจับนอกเขตอน – จพง มีส ย คร – ขอออกหจ ต่อ ศ อญ ค ทุจ… ได้
ฎ 225/2493 กรข ศ ออกหจ จล – จท จะมาร้อง ศ ฎ ไม่ได้ – ต้องไปรอ้ง ศชต
p 1-55 , กรณี ผพพษ ออกหจเอง – เช่น จล หลบหนีในรห ปล่อยชั่วคราว , จล ไม่ปฎิบัติตามเงื่อนไข , พย ไม่มาศ ตาม หร
ถ้า จล อยู่ กทม – ศ ส่งหจ ไปยัง ผบ ต. นครบาล
หากตจว – ส่งไผ ผู้บคั ต.ภูธร
และ ศ จะส่งไปให้ หัวหน้าส่วนราชการ อื่นที่เกี่ยวขอ้งได้ด้วย
🎑2. เหตุแห่งการ ออกหจ
มาตรา ๖๖ เหตุที่จะออกหมายจับได้มีดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี หรือ ^ทำไม เสก ถูกออกหจ ทั้งๆที่ยิงปืนขึ้นฟ้า เป็นลหุโทษ หรือพกพาปืนไปที่ สธรณ พรบ อาวุธปืน น่าจะโดนมากกว่า
(๒) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น
ถ้าบุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นจะหลบหนี
-เหตุ 66 มี 2 กรณี
🎏2.1 บค ใด น่าจะกทคผ อญ อัตราโทษจค อย่างสูง เกิน 3ปี
มีลณ กทคผ อญ ร้ายแรง เช่น จค 5ปี , 1-7 ปี
โทษ ไม่เกิน 3ปี จะออกหจ ในกรณีนี้ไม่ได้
ในกรณีนี้ – ไม่ต้องคำนึงว่าจะหลบหนีหรือไม่ , แต่ศ สามารถใช้ ดุลยพินิจ จะไม่ออก หจ ก็ได้ แม้โทษจะเกิน3ปี
หาก ศ เห็นว่า พนงสส เพียงนัดหมาย หรือ ออก หร ก็ได้
🎏 2.2 บค น่าจะกทคผ อญ หรือเหตุอันควรเชื่ออย่างใดอย่างหนึ่ง
2.2.1 เหตุอันควรเชื่อว่าหลบหนี – ไปตปท
2.2.2 เหตุอันควรเชื่อว่า ยุ่งเหยิง กับ พห เช่น มีอิทธิพบ ไปข่มขู่ พย
2.2.3 เหตุอันควรเชื่อว่า จะก่อเหตุ อตร ประการอื่นๆ เช่น ไปก่อเหตุซ้ำอีก
ใน 66(2) – ศ จะพิเคราะห์ พตก , ไม่ได้คำนึงโทษ
p 1-56 , 66(2) ยัง สันนิฐาน ว่า บค มีพตก บางอย่าง -ให้ถือวว่าจะหลบหนี
1) ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง – เช่น คนต่างด้าว เข้ามาในราชอาณาจักร ชั่วคราว –
แต่กรณี ไม่ปรากฎว่าย้ายที่อยู่ไปที่ใด – ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน – ยังถือไม่ได้ว่าเป็นบค ที่ไม่มีที่หลักแหล่ง หรื อ
2) ไม่มาตามหร ไม่มีข้อแก้ตัวอันควร – หากผ อญ จค ไม่เกิน 3ปี , หากยังไม่มีเหตุ ออกหจ – ต้องดนก หร ก่อน- หากไม่มาตามหร ไม่มีข้อแก้ตัวอันควร – ค่อยหจ
ฎ 466/2541 ผสห แจ้างความ พสง สส 4 คน บุกรุก กลางคืน , ต. ไปจับ อ ด้วย
อ. ไม่มีเหตุสมควร หรือ สงสัยตกเป็นผตก ปวิอ 66(2)
ไม่ผิดซึ่งหน้า , พยย กทคผ , หรือ สงสัยว่าจะกทคผ มีอาวุธ
ไม่ใช่ กรณี จับได้โดยไม่มี หจ ปวิอ 78(1) (2) (3)
p 1-57 , 🎑3. แบบ ของ หจ
1) สถานที่ออกหมาย
2) วันเดือนปี ออกหมาย
3) เหตุต้อง อห
4) ชื่อที่จะถูกจับ , หากไม่รู้จัก ชื่อ – ศ อห แบบ ไม่รู้จักชื่อ แต่บอกรูปพรรณ , ภาพถ่าย ภาพสเก็ตช์
5) ระบุคผ หรือ วิธีการเพื่อความปลอดภัย
6) ลายมือชื่อ ประทับตรา ศ
🎑4 ขอบเขตของ หจ
🎨4.1 หจ คงใช้ได้อยู่จนกว่าจะจับได้
มาตรา ๖๘ หมายจับคงใช้ได้อยู่จนกว่าจะจับได้ เว้นแต่ความผิดอาญาตามหมายนั้นขาดอายุความหรือศาลซึ่งออกหมายนั้นได้ถอนหมายคืน
เว้นแต่
1) คผ อญ ขาดอยค
ฎ 6874/2557 – เมื่อ ขอยค – หจ ย่อมสิ้นผล ไม่ต้องเพิกถอนหจ
ฎ 10616/2558 หจ ปอ ม 154 อยค 15ปี นับแต่วันกทผ , เมื่อถึงเวลา ขอยค ปวิอ 68
2) ศ ออกหมาย นั้น ถอนหมายคืน – ศ อื่น ถอนหจ ดังกล่าวไม่ได้
เช่น ผตห ตาย , ผสห ถอนคร ถอนฟ , กม ใหม่ออกใช้ ยกเลิก กทคผ หรือยกเว้นโทษ
ฎ 11720/2555 ศชต มีอน ออกหจ – ผร จะไปอธ ฎ ไม่ได้
p 1-58 🎨4.2 หจ ให้ใช้ได้ ทั่วราชอณจ – แต่ถ้าจะจับ บคในที่รโหฐาน หรือ พระบรมมหาราชวง ต้อง ดนก ตาม ปวิอ ค้นในที่รโหฐาน ม 81 , หรือ จับบค ในวัง ม 81/1
กก 1.3.2 กทผ ฉก จก ไม่เกิน 3ปี , รตท จะขอศ หจ ได้หรือไม่
Ans ม 66 (1) ไม่ได้ เพราะไม่เกิน 3ปี
(2) ไม่ปรากฎว่าหลบหนี้ หรือ ไปยุ่งเหยิง พห , ก่อเหตุอันตราย อื่นๆ – ไม่มีเหตุ ออก หจ
p 1-59 , 1.3.3 หมายค้น(หค)
ฝปค หรือ ต จะทำการค้น รหฐ ได้ต่อเมื่อ มี หค หรือ คส ศ เว้นแต่กม บญ ให้ค้นได้โดยไม่ต้องมี หค – Search Warrant หค 3 หัวข้อ
1. การรข ให้ ศออก หค
2. เหตุแห่งการออก หค
3.แบบของ หค
🔕1. การรข ให้ ศออก หค
กค ใน รหฐ ต้องมี หค – ส่วนกค ใน ที่สธรณ ไม่ต้องมีหค
ต่างกับ จ(จับ) ต้องมี หจ แม้จะ จ ในที่สธรณ
“ที่รโหฐาน” ปวิอ 2(13) ที่ต่างๆ ที่มิใช่ สธรรณ สถาน , ส่วนสธรณ สถาน ตาม ปอ 1(3) สถานที่ใดๆ ซึ่ง ปชช มีความชอบธรรม ที่จะเข้าไปได้ , ถ้าปชช ไม่มีความชอบธรรม หรือไม่มี ส เข้าไป <- เป็น รหฐ
ฎ 6557/2547 ต. ยึดชิ้นส่วน MC จาก บ้าน จล วางอยู่ด้านหน้าบ้าน เป็นห้องรับแขก – บางส่วนอยู่ในกล่อง ไม่ได้ปิดบัง วางอย่างเปิดเผย และ บ้าน ไม่มีรั้ว ยังสร้างไม่เสร็จ – แต่โดยสภาพ เป็นบ้าน – ถือว่า รหฐ
สธรณ สถาน – ไม่ว่าจะรัฐ หรือ อช เช่น ร้านค้า กาแฟ , ซอยที่อยู่ในที่ดิน ผู้มีชื่อ ซึ่งแบ่งให้ผู้อื่นเช่าปลูกบ้าน
ห้องโถง เป็นที่รับแขก ค้าประเวณี – สธรณ
p 1-60 ,ฎ 69/2535 ห้องพัก แต่ คนทั่วไป สามารถเข้าไปได้ แล้วใช้ค้าประเวณี ต. เข้าไปเห็น พึ่งทำเสร็จ ถือว่าผิดซึ่งหน้า ปวิอ 80 จก ได้ แม้ไม่มีหค หจ
ฎ 6894/2549 ร้านขายเกมส์ – ถือเป็นสธรณ ต. เข้าไปค้น
ปวิอ 93 ไม่จำเป็นตอ้งมี หค
และสามารถจับจล ได้เลย ม 78(1) + 80 ว.1 ค้นและ จ ชอบกม
ฎ 3751/2551 ต.ค้น จล ขายก๋วยเตี๋ยว สงสัยมียาบ้า – สามารถค้นได้ โดยไม่ต้องมีหค เพราะไม่ใช่ รหฐ ปวิอ 93
ฎ 4958/2556 อาคารพักสายตรวจ เงินบริจาค แม้จะตีเป็นห้องปิด ,แต่ คนทั่วไป สามารถเข้ามาพบ ต.ได้ – ถือเป็นสธรณ
แต่กรณี สถานที่การค้า – ถ้านอกเวลางาน และสถานที่นี้เป็นที่พัก – ย่อมเป็น รหฐ
p 1-61 , ฎ 2941/2537 โรงค้าไม้ , ตอน หยุดดนก – ย่อมไม่ใช่ สธรณ ปวิอ 2(13)
ฎ 2137/2554 รับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า – ขณะเกิดเหตุ ยังบริการซ่อมอยู่ จึงไม่ถือว่า บร เคหะสถาน
ฎ 19357/2556 ค้นเคหะสถาน แต่ยังเป็นที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน – ไม่เป็นรหฐ ดฉ ค้นตอน 11 โมง เวลาราชการ
ชอบตาม ปวิอ 93
ในกรณี ปค / จพง ผู้รข – ต้องตำแหน่ง ปฎิบัติการ ขึ้นไป , ถ้าเป็นต. – รตต และศ มีอน ออกหค 6 กรณี
p 1-62 , 🎎1.1 กรข ให้ออก หค ใน ค อญ ธมด – ที่ศ เขตอน ที่จะทำการค้น, ศจ , ศข
🎎1.2 กรข ในอน ศยวช ครค- ให้ รข ต่อ ศ อญ อญธน อญ กพ ใต้ , อญ มีน , อญพระโขนง , อญ ตลิ่งชัน
ศ จ ศข
หรือศ ยวช ครค ที่สะดวกออกหค
🎎1.3 อยู่ใน อน ศชนพศ – ร ต่อ ศชนพศ , หรือ ตจว – ศจ
🎎1.4 อน ศข (ที่ไม่ใช่ ศข ใน ที่มี ศจ) – ตจว ให้ไป ศข
🎎 1.5 เกียวกับ คอญ ทุจ… – ศ คอญ ทุจ.. , ศจ
🎎 1.6 หค เร่งด่วน – เช่น สิ่งที่ต้องการหา กำลังถูกโยกย้าย ทำลาย
ผรข ต้อง ฝปค เชี่ยวชาญ , ต. พตต
ผพพษ ตอ้งอย่างน้อย 2 คน เป็นองค์คณะ และ ผพพษ ประจำศ
p 1-63 , 🔕 2.เหตุแห่งการออก หค
มาตรา ๖๙ เหตุที่จะออกหมายค้นได้มีดังต่อไปนี้
(๑) เพื่อพบและยึดสิ่งของซึ่งจะเป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา
(๒) เพื่อพบและยึดสิ่งของซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยผิดกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้ใช้หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำความผิด
(๓) เพื่อพบและช่วยบุคคลซึ่งได้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
(๔) เพื่อพบบุคคลซึ่งมีหมายให้จับ
(๕) เพื่อพบและยึดสิ่งของตามคำพิพากษาหรือตามคำสั่งศาล ในกรณีที่จะพบหรือจะยึดโดยวิธีอื่นไม่ได้แล้ว
รข ให้ศ ออก หค ใน ที่ รหฐ – ต้อง เสนอ พห ที่น่าเชื่อว่า บค /สิ่งของ อยู่ในสถานที่ที่จะค้น
-หฐ เหมือน หจ
-การรับฟัง พห เพื่อพจรณ ออก หค- ผพพษ ไม่จำเป็นต้องเคร่งครัด เช่นเดียวกับ ออก หจ
เหตุออกหจ 5 กรณี
👜2.1 เพื่อพบและยึดสิ่งของซึ่งจะเป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา – เช่น อาวุธ ในกกทคผ เทปบันทึก ภาพกล้อง CCTV
👜2.2 เพื่อพบและยึดสิ่งของซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยผิดกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้ใช้หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำความผิด – เช่น ยาเสพติด อาวุธ ปืนเถื่อน
สิ่งของ ได้มากโดยผ กม เช่น ท ที่ถูกลักมา – แต่ไม่รวมถึง ท ได้มาโดยผ กมทางอ้อม เช่น ขโมยเงิน แล้วเอาไปซื้อรถยนต์ <- รถยนต์ ไม่ใช่ของที่ได้มาโดยผ กม
สิ่งของที่ได้ใช้ หรือ ตั้งใจ จะใช้ในการกทคผ เช่น อาวุธปืน ว ระเบิด , เครื่องผลิตธนบัตรปลอม
p 1-64 , 👜2.3 เพื่อพบและช่วยบุคคลซึ่งได้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย – ถูกเรียกค่าไถ่ ถูกล่อลวงไปขข อนจ
👜2.4 เพื่อพบบุคคลซึ่งมีหมายให้จับ – มาตรา ๗๐ หมายค้นซึ่งออกเพื่อพบและจับบุคคลนั้นห้ามมิให้ออก เว้นแต่จะมีหมายจับบุคคลนั้นด้วย และเจ้าพนักงานซึ่งจะจัดการตามหมายค้นนั้นต้องมีทั้งหมายค้นและหมายจับ
– พนง ตอ้งการจับ บค ที่มีหจ ใน รหฐ – ต้องมี หค ด้วย – มีหจ อย่างเดียวไม่ได้ , ยกเว้น เจ้าบ้าน ยินยอมให้เข้าไปโดยไม่มี หค
สรุป ต้องมี ทั้ง หค หจ ตาม ม 70
ถ้าออกหค เพื่อกรณีอื่น เช่น พบ หรือ ยึดของ ซึ่งได้มา ผ กม , เหตุสงสัยว่าจะใช้ หรือ ได้ใช้ เพื่อ กกทผ
เมื่อตรวจค้น แล้วพบ คผ ซึ่งหน้า – จพง มี อน จับได้ ตาม ม 78
ฎ 360/2542 ต. ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่า ห้องพัก มีขายเฮโรอีน – ต. ขอ หค ตามปวิอ 69(2) ได้ , ไม่จำเป็นต้องออกหจ ตาม ปวิอ 70
เพราะถ้าพบ กทผ ซึ่งหน้า – สามารถจับได้ตาม ม 78 (1)
p 1-65 , 👜2.5 เพื่อพบ และยึดของ ตาม คพพษ /คสั ศ – ในกรณีจะพบหรือ จะยึดโดย วิธีอื่นไม่ได้แล้ว
จพง ไม่สามารถหาสิ่งของ ของกลาง ในค ได้ , ศ พพษ หรือ มี คสั ให้จล คืนสิ่งของ – ต่อมาจพง ทราบว่าสิ่งของ ซุกซอนใน รหฐ – สามารถออก หร ให้บค ที่ยึดของอยู่ เอาของมามอบ
แต่ถ้าไม่มามอบ – ขอ หค
🔕 3. แบบของ หค
1) สถานที่ออกหมาย
2) วันเดือนปี ออกหมาย
3) เหตุที่ต้องอห
4) ระบุสถานที่ที่จะค้น
5) ชื่อ หรือรูปพรรณ บค หรือ ลณ สิ่งของที่ต้องการค้น
6) กห วัน ระยะ ที่จะเริ่มค้นให้ชัดเจน , เวลาสิ้นสุดค้น , หากไม่ระบุเวลาสิ้นสุด – ให้ระบุว่าค้นได้ติดต่อไปจนเสร็จสิ้น
7) ชื่อ ตำแหน่ง จพง ผู้มีอน จัดการตามหค , ระบุชื่อหลายคน
รตต หรือ ฝปค ระดับ 3 ขึ้นไป
8) ระบุ คผ และ วิธีการเพื่อความปลอดภัย
9) ลายมือชื่อ ประทับตราศ
ฎ 19349/2557 DSI ทสทปญ ได้รับแจ้งมีเทปผี นำเข้า , ออก หค – แม้จะระบุบ้านเลขที่ผิด ก็ยังชอบกม
p 1-66 , ฎ 3479/2548 หค บ้านเลขที่ผิด เพราะสายแจ้งผิด , แต่เข้าไป เจอยาเสพติด ไม่ทำให้ การตรวจค้น เป็นไม่ชอบ
ฎ 7104/2554 หค บ้านเลขที่ผิด ล จล ยกปห ความสงบ.. ม 195 ว .2 + 225 – แม้จะระบุบ้านเลขที่ผิด อยู่ข้างบ้าน – สิ่งของที่คน ย่อมเป็น พห ค ได้
กก 1.3.3
ต. ค้นตัวนาย ดำ ขณะขายก๋วยเตี๋ยว มีลูกค้านั่งกิน โดยไม่มี หค – ได้หรือไม่
Ans ปวิอ ม 2(13) “ที่รหฐ”
ปอ ม 1(3) “สธรณ”
ร้านก๋วยเตี๋ยว เป็นที่สธรณ ต. ค้นตัวได้ โดยไม่มีหค (ฎ 3751/2551)
p 1-67 , 1.3.4 หข
การขัง vs การ คค แตกต่างกัน – คค – เป็นการ คุม หรือ กักขัง ผถจ (ผู้ถูกจับ) โดย พนง ปค หรือ ต. ระหว่าง สืส สส <<<
กข (การขัง) – กข จล หรือ ผตห โดย ศ – หข (Detention Warrant) แบ่งเป็น 4 ข้อ
1. ออก หข
2. เหตุแห่ง การออก หข
3. แบบของ หข
4. บค ที่ ศ ไม่จำเป็น ออก หข
🌮1. ออก หข – มาตรา ๗๑ เมื่อได้ตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยมาแล้ว ในระยะใดระหว่างสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา ศาลจะออกหมายขังผู้ต้องหาหรือจำเลยไว้ตามมาตรา ๘๗ หรือมาตรา ๘๘ ก็ได้ และให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๖๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ^test- ผพพษ ไม่จำเป็นต้องรับฟัง พห เคร่งครัดมากเหมือนตอน พส คผ จล <- อันนี้ คือ ตสมฟ หรือเปล่า
🥚 1.1 ศ ที่มีอน ออก หข – รข ให้ศ ออก หข ผตห หรือ จล – ให้ รข ต่อ ศ ที่มีเขต อน ชำระค
-เมื่อ ศ ออก หข แล้ว – จัดการตาม หข โดยพลัน
ฎ 12598/2555 จท ย ฟ จล ต่อ ศ นครราช – คผ พรบ จัดตั้งศ ทส ทาง ปัญญา และ วิ พจรณ ค ทส ปัญญา
ศ นครราช ย่อมมี อน ดนก ออก หข / ปชค(ปล่อยชั่วคราว)
เมื่อ ศ อนุญาติ ให้ปชค – เพื่อไปหาเงินมาชำระค่าปรับ โดยผู้ประกันทำสญ ประกันไว้ให้
ต่อมา ผู้ประกัน ไม่ส่งตัว จล ต่อ ศ ตาม กำหนด
ศ ย่อมมีอน พจรณ คสั เกี่ยวกับ ปฎิบัติหรือ บังคับ ตาม สญ ประกันต่อ ผู้ประกันซึ่งเป็น คู่สญ
p 1-68 , 🥚 1.2 บค ที่มีอน รข ให้ ศ ออก หข – ศ มีอน ออก หข ผตห หรือ จล ในชั้น สส ตสมฟ หรือ พจรณ ค ได้
1) ระหว่าง สส – อก /พนงสส – อาจย คร ให้ ศ ออก หข ผตห ได้
2) ระหว่าง ตสมฟ – เฉพาะค ที่อก เป็นจท – จท อาจรข ให้ ศ ออกหข จล ได้ระหว่าง ตสมฟ
3) ระหว่าง พจรณ – อก อาจ รข ให้ ศ ออก หข จลได้ – และไม่ว่าจะมีผรข หรือไม่ ศ อาจจะออก หข จล ไว้ก็ได้
อก / พนงสส รข ให้ ศ ออก หข – จะต้องเป็นผู้มีอน หท เกี่ยวข้องกับ ค หรือ สส ค ที่ รข ออกหมายนั้น – และต้องมาให้ผพพษ สอบถามก่อน ออกหมาย
ฎ 4487/2560 จล เสพ และ ครค ยาบ้า ฟ ต่อ ศจ ปวิอ 24 + วิเสพติด 2550
ศ คุมขังอยู่แล้ว รห สส และ จท ก็ยังมี อน ฟ ได้ , เมื่อ ศ อหข แล้ว – จะอยู่จนกว่า ศ จะเพิกถอน หรือ ออก หป หรือ หจค แทน
p 1-69 🌮 2. เหตุออกหข
ศ จะออก หข เมื่อมี หล สมควร ว่า บคดังกล่าว น่าจะ กทคผ อญ – เหตุการออก หข ม 71 , ม 66 มาอนุโลม , 2 เหตุ
👏2.1 มีหฐ ตามสมควร ผตห / จ น่าจะกทคผ อญ โทษ 3ปี ขึ้น
หรือ👏2.2 หฐ ตามสมควร ว่า ผตห จล น่าจะกทคผ อญ – เชื่อว่าจะหลบหนี หรือ ไปยุ่งเหยิง พฐ หรือก่อเหตุอันตราย ประการอื่น
ฎ 2766/2540 ไม่มีบทกห ห้าม ศ ออกหขใน ค หนึ่ง แล้วจะออกอีกค หนึ่งไม่ได้
และถ้า ขังเกินเวลา คพพษ ลโท ก็ให้ปล่อยได้
ฎ 4265/2561 ศชต อนุญาติให้ ข ผตห 12 วันเพื่อ สส ตาม ปวิอ 116
ผต อธ , ศอธ ยก
ผตห ฎ – ว่า ปวิอ 134 ว.5 “เมื่อได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ถ้าผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่ได้มีการออกหมายจับ แต่พนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังผู้นั้นได้ตามมาตรา ๗๑ พนักงานสอบสวนมีอำนาจสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อขอออกหมายขังโดยทันที แต่ถ้าขณะนั้นเป็นเวลาที่ศาลปิดหรือใกล้จะปิดทำการ ให้พนักงานสอบสวนสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลในโอกาสแรกที่ศาลเปิดทำการ กรณีเช่นว่านี้ให้นำมาตรา ๘๗ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาออกหมายขังโดยอนุโลม หากผู้ต้องหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานสอบสวนดังกล่าว ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจจับผู้ต้องหานั้นได้ โดยถือว่าเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่จะจับผู้ต้องหาได้โดยไม่มีหมายจับ และมีอำนาจปล่อยชั่วคราวหรือควบคุมตัวผู้ต้องหานั้นไว้”
ม 71 ว.1 ” เมื่อได้ตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยมาแล้ว ในระยะใดระหว่างสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา ศาลจะออกหมายขังผู้ต้องหาหรือจำเลยไว้ตามมาตรา ๘๗ หรือมาตรา ๘๘ ก็ได้ และให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๖๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ม 66 ” เหตุที่จะออกหมายจับได้มีดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี หรือ”
– ผตห กทคผ ม 116 – จค 7 ปี
ศ ออกหข ได้ตาม ม 71 + 66 – เป็น กบ การก่อน ฟ -เพื่อให้ ผตห อยู่ใน อน ศ
เพื่อหลักประกันว่า มีตัว จล ในการ พจรณ ค ปวิอ 106
และการฝากข เป็นอน ศชต – ไม่ใช่เรื่องที่ ผตห ย อธ ปวิอ 193 – ไม่มีส ย อธ
p 1-70 , 🌮3. แบบ หข
1) สถาานที่ อห
2) วันเดือนปี อห
3) เหตุต้องอห
4) ระบุชื่อบค ที่จะถูก ข
5) ระบุคผ และ วิธีการเพื่อความปลอดภัย
6) สถานที่จะให้ ข
7) ลายมือชื่อ ประทับตรา ศ
🌮4. บค ที่ ศ ไม่จำเป็น ออก หข
ม 71 ว.3 “ถ้าความปรากฏแก่ศาลว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นมีอายุไม่ถึงสิบแปดปีหรือเป็นหญิงมีครรภ์หรือเพิ่งคลอดบุตรมาไม่ถึงสามเดือน หรือเจ็บป่วยซึ่งถ้าต้องขังจะถึงอันตรายแก่ชีวิต ศาลจะไม่ออกหมายขังหรือจะออกหมายปล่อยผู้ต้องหาหรือจำเลยซึ่งถูกขังอยู่นั้นก็ได้ แต่ทั้งนี้ไม่ห้ามศาลที่จะมีคำสั่งให้ผู้นั้นอยู่ในความดูแลของเจ้าพนักงานหรือบุคคลที่ยินยอมรับผู้นั้นไว้ หรือกำหนดวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ถ้าศาลมีคำสั่งเช่นว่านี้ในระหว่างสอบสวน ให้ใช้ได้ไม่เกินหกเดือนนับแต่วันมีคำสั่ง แต่ถ้ามีคำสั่งในระหว่างไต่สวนมูลฟ้องหรือระหว่างพิจารณา ให้ใช้ได้จนกว่าจะเสร็จการพิจารณา หากภายหลังที่ศาลมีคำสั่ง ผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นไม่ปฏิบัติตามวิธีการที่กำหนดหรือพฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ให้ศาลมีอำนาจเปลี่ยนแปลงคำสั่งหรือพิจารณาออกหมายขังได้ตามที่เห็นสมควร”
ศ ไม่ออก หข หรือ อาจจะปล่อยตัว ผตห / จล ซึ่งถูกขัง ถ้าปรากฎว่า
1) อายุ < 18
2) มีครรภ์
3) เพิ่งคลอดบุตร ไม่ถึง 3 เดือน
4) ป่วย ถ้าขัง จะอตร ถึง ชว
ถ้าไม่ได้ออกหข – ศ อาจมีคสั ให้ผู้นั้นอยู่ใน ความดูแล จพง หรือ บค ที่ยินยอมรับผู้นั้นไว้ หรือกำหนดวิธีอย่างหนึ่ง อย่างใด – ป้องกันหลบหนี หรือ คสห ที่อาจะเกิดขึ้น
ถ้ามีคสั ข้างต้น ระหว่าง สส – ใช้ได้ไม่เกิน 6 เดือน นับแต่ มีคสั
ถ้ามี คสั ระหว่างตสมฟ หรือระหว่าง พจรณ – ให้ใช้ได้จนกว่าจะเสร็จกพจรณ
p 1-71 , ภายหลัง ศมีคสั – ผตห/จล ไม่ปฎิบัติ หรือ พตก ปป – ศ มีอน ปป คสั หรือ พจรณ ออก หข ได้ตามที่เห็น สมควร
กก 1.3.4 บค ใด ที่ศ ไม่จำต้องออก หข <-ตอบ ข้างต้น ม 71 ว.3
p 1-72 , 1.3.5 หจค
Imprisonment Warrant – บงการให้จนท ทำการ จค จล โดยหจค ต้องจัดการตามนั้นโดยพลัน
หข vs หจค – หข เพื่อ ข ผตห /จล ใน ชั้นสส ตสมฟ หรือ พจรณ ค
หจค – ออกตาม คพพษ
ฎ จล ถูกฟ 4 สำนวน คผ หลายกรรม ศชต มิได้ รวมพจรณ พพษ เข้าด้วยกัน มิได้อ่านคพพษ วันเดียวกัน จึงไม่ชอบที่จล จะขอให้ออก หจค เมื่อค ถึงที่สุด ในวันเดียวกัน
หจค 2 หัวข้อ
1.เหตุแห่งการออก หจค
2. แบบของหจค
💜 1.เหตุแห่งการออก หจค
มาตรา ๗๔ ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๗๓ และ ๑๘๕ วรรค ๒ เมื่อผู้ใดต้องคำพิพากษาให้จำคุกหรือประหารชีวิตหรือจะต้องจำคุกแทนค่าปรับ ให้ศาลออกหมายจำคุกผู้นั้นไว้
ศ มีอน ออก หจค ได้ดังต่อไปนี้
🌹1.1 จล เป็นผู้ต้องคพพษ ให้จค
ฎ ศชต อ่านคพพษ ศอธ
จล 1,4 ฟัง 9/7/47
อ่านให้ จท ฟัง 3/8/47 ^ไม่ได้ฟังพร้อมกัน ?
จท ขอ ขยายเวลาย ฎ , ศ อนุญาติถึง 24/9/47
จล ย คร ขอให้ ศชต แก้ไข หจค เมื่อค ถึงที่สุด ให้ถึง 9/8/47 ^ คือ 1 เดือนหลังจาก จล ฟัง
แม้ค ห้ามมิให้ จท ฎ ในปัญหา ขทจ – แต่ จท อาจดนก ให้มีอนุญาติ หรือรับรอง ฎ ใน ปัญหา ขทจ ตาม ม 221 และไม่ต้องห้าม ฎ ปัญหาข้อกม
จท จึงอาจ ฎ ได้ตามที่ศ อนุญาติ
ค จึงสิ้นสุด 24/9/47 ม 147 ว.2 + ม 15
p 1-73 , 🌹1.2 จล เป็น ผู้ต้อง คพพษ ให้ ปหชว – จนท นำตัว ไป ปรชว ได้เมื่อพ้นกห 60 วัน นับแต่วันฟัง คพพษ
เว้นแต่กรณีมีการถวาย – พระราชทายอภัยโทษ ทุเลา กปหชว
🌹1.3 จล เป็น ผต คพพษ ให้ จค แทน ค่าปรับ – ปัจ ปอ เปลี่ยนเป็น กข แทน ค่าปรับ
จล ตอ้งโทษ ปรับ – ไม่ชำระค่าปรับ ภายใน 30 วัน พพษ – ถูกยึดทส , อายัทส เรียกร้องใน ทส เพื่อใช้ ค่าปรับ , มฉน – ถูก กข แทน ค่าปรับ
ฎ 12018/2547 ศชต พพษ ไม่ชำระค่า ปรับ -จัดการตาม ม 29 , 30 – ถือเป็น ศชต ไม่ได้สั่งให้ กข จล ไว้เป็นอย่างอื่น
กข ได้ 1 ปี ม 30 ว.1
แต่หจค กข รห อธ กข จล 2ปี แทน 300000บ เป็นการ มิชอบ – เกี่ยวกับ ความไม่สงบ..
ศ ฎ ยกขึ้นแก้ไข ม 195ว 2 + 225
🌹1.4 เป็นค ที่อยู่รห อธ ฎ – ถ้าจล ถูก คค หรือ กข เท่ากับ หรือ เกินกว่า กห จค ตาม คพพษ – ให้ ศ ออก หป – เว้นแต่ จท อธ ฎ ขอให้เพิ่มโษ -แล้วศ เห็นว่าไม่สมควรอนุญาติให้ ป จล
ฎ คร. ท.165/2552 จท ฎ ขอให้ลโท จล ล ข เกินกว่า จค คพพษ ศอธ , ยังไม่มีเหตุให้ ศชต อหป จล ปวิอ 73
1.5 ค ศ เห็นว่าจล กทผ และไม่มีการยกเว้นโทษตม กม – ศ เห็นว่าไม่สมควร อนุญาติปจล ชั่วคราว รห ค ยังไม่ถึง ที่สุด
💜2. แบบของหจค
1) สถานที่ อห
2) วันเดือนปี อห
3) เหตุที่ต้องอห
4) ระบุชื่อ บค จะถูกจค
5)คผ กห โทษ ตาม คพพษ
6) สถานที่ให้จค
7) ลายมือชื่อและประทับตราศ
p 1-74 , กก 1.3.5 ศ มีอน อหจค กรณีใดบ้าง
Ans , มาตรา ๗๔ ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๗๓ และ ๑๘๕ วรรค ๒ เมื่อผู้ใดต้องคำพิพากษาให้จำคุกหรือประหารชีวิตหรือจะต้องจำคุกแทนค่าปรับ ให้ศาลออกหมายจำคุกผู้นั้นไว้
ออกตาม
1. จล ต้องคพพษ จค
2. คพพษ ปหชว
3. จค แทนค่าปรับ
4. ค อยู่รห อธ ฎ – ถ้าจลถูกคค/ข เท่ากับหรือ มากกว่า คพพษ จค – ให้ ศ ออกหปจล
-เว้นแต่อธ ฎ ขอเพิ่มโทษ , ศ เห็นสมควร
5. ศ เห็นว่าจล กทผ ไม่มียกเว้นโทษ ตามกม – ศ ไม่สมควร อนุญาติ ปจล ชัค รห ค ยังไม่ถึงที่สุด
p 1-75 , 1.3.6 หมายปล่อย(หป) – release warrant – หนังสือบงการที่สั่ง ให้จนท ปล่อยผตห หรือจล ต้องขังอยู่ ตาม หข ของศ
หาก คคของ ต – ไม่ต้องออกหป – เพราะไม่ได้ ข โดย ศ
หป ต้องจัดการตามนั้น โดยพลัน
ฎ ส ในการรข ให้ ศ สั่งปล่อย จากการคุมขัง โดยมิชอบ ม 90
ผร ถูกจก(จับกุม) ก่อนที่ ผสห ร้องทุกข์ ต่อ พนง สส – มิใช่ คผ ซึ่งหน้า หรือ กรณีใดๆ ที่ ต สามารถจก โดยไม่ต้องมี หจ
การคุมขัง ผู้ร้องโดยพนง สส ไม่ชอบ – ทำให้ การ คข ระหว่าง พจรณ ค ไม่ชอบด้วย
แต่ขณะที่ ผร ย คร ต่อ ศ ขอให้สั่งปล่อย
อก ได้ฟ้อง ผร ต่อ ศ คผฐ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง , อาวุธปืน เครื่องกระสุน
ศชต ประทับฟ ออกหข
ดังนั้น แม้ การคข ผร โดย พนงสส ไม่ชอบ – แต่ คข สิ้นสุดไปแล้ว ตั้งแต่ ศ ประทับรับฟ และออก หข ผร ระหว่าง พจรณ
ตาม ม 71 , 88
ศึกษา หป 2 หัวข้อ
1) เหตุแห่งการออก หป
2) แบ่งของ หป
p 1-76 , 🚳1) เหตุแห่งการออก หป – ศ มีอน ออกหป ผตห /จล ต้องข อยู่ ตาม หมาย ศ ได้ 10 กรณี
🎶1) เมื่อ ศ สั่งปล่อยชั่วคราว
ฎ 9628/2539 จล คผฐ ฆ่าคน อยค 20 ปี ต. จับจล และ ฝข ค อื่น ก่อน 20ปี ถือว่ายังไม่ขาด อยค
2) อก พนงสสส ขอให้ ศ ป – โดยเห็นว่าไม่จำเป็น ต้อง ข ระหว่าง สส
3) อก ร ต่อ ศ ว่า ยุติการสอบแล้ว คสั ไม่ฟ ผตห
4) อก ไม่ฟ ผตห ในเวลาที่ศ กห
p 1-77 , 5) ศ ตสมฟ , อกเป็น จท – ค ไม่มีมูล หรือ สั่งให้ยฟ
เว้นแต่ จท รข และ ศ เห็นสมควร ให้ข จล ไว้รห อธฎ
6) จท ถอนเฟ , ยอมคามใน ค คผ ส่วนตว หรือ พพษ ยฟ
เว้นแต่ ศ เห็น ข จล รห อธฎ
7) พพษ ลโท – ไม่ใช่ ปหชว จค ภใน เขตที่มีอันกห
โทษ ปรับ – เสียค่าปรับแล้ว
ศ ปชค – กห วัน ให้ จล หาเงิน ค่าปรับ ชำระต่อ ศ
8) อยู่รห อธ ฎ – จล ถูกคค / ข มาเกินหรือเท่ากับ คพพษ – ศ ปจ ชัค
เว้นแต่ จท อธ ฎ เพิ่มโทษ
ศ จะไม่อนุญาติปจล ก็ได้
ฎ คร 337/2521 ศชต จค , อธ ยฟ – แต่ให้ ข รห ฎ – หากขังเกิน ศชต ให้จค – และจท ไม่ได้ ฎ ขอเพิ่มโทษ ขอศ ปชัค ได้
9) จค ครบกห , รับพระราชทานอภัย ให้ปล่อย หรือ Dx ให้ป โดยมีเงื่อนไข หรือ กม ยกเว้นโทษ , โทษจค หมดไปโดยเหตุอื่น
10) บค ถูกคข ใน คอญ หรือ กรณีอื่นใด โดยมิชอบ
ฎ 1963/2515 จล ถูกตัดสิน ปหชว ศ ทหารกรุงเทพ , ได้รับ อภัยโทษ 2 ครั้ง แต่ยังไม่ได้รับการ ป – ร ต่อ ศ จ ปวิอ 90 ให้อน ศ ท้องที่ อห สั่ง ป หาใช่ศ ทหาร
p 1-78 🚳2. แบบ หป
1) สถานที่ อห
2) วันเดือนปี อห
3) เหตุที่ต้องอห
4) ระบุชื่อบค ที่จะถูกปล่อย
5) เหตุให้ ป
6) ลายมือชื่อ ประทับตราศ
กก 1.3.6 เหตุออก หป มี 10 ข้อ – ด้านบน
p 1-79
pretest
1. ข้อใด ปวิอ ไม่ได้กำหนด ต้องนำ ปวิพ มาบังคับ ใช้
อื่นๆที่ปวิอ กำหนดได้แล้ว เช่น เขต อนศ , โอนค , ขอเข้าร่วมเป็นจท และคำท้า
ตอบ แบบพิมพ์
2.ถูกสุด ในกรณี พนง สส จัดหาล่ามให้ – ทั้งสาม -ผตห พย และ ผหส ไม่เข้าใจ ภาษาไทย
3.บค ใด มีอน ออก หร ปวิอ – ก. ศ และ พนงสส – ไม่มี พนง ปค -> แต่ในเนื้อหา ยังรวมถึง พนง ปค และ ต. ชั้นผู้ใหญ่ด้วย
4.ถูกต้องสุด – บค ได้รับ หร แล้วขัดขืน ไม่ปฎิบัติตาม หร จะต้องได้รับ โทษ ปอ – ค – ตอบ ก. พยาน – เฉลยผ หรือเปล่า ?
5. หมายอญ มีกี่ประเภท- 5 ประเภท หค หจ หข หจค หป
6.ต. มีอน รข ให้ออก หจ ต้องมียศ อะไร – / ข รตต ขึ้นไป
7. บค มีอน ออก หจ ปวิอ – ก. ศ
8.เหตุให้ออกหจ บค ตาม ปวิอ – จค 3ปี
9.ไม่ใช่เหตุออก หค – เพื่อพบบค ที่น่าจะ กทคผ อญ และมีเหตุอันควรหลบหนี <- ตาม ปวิอ 69
10. ปวิอ ศ อาจไม่ออก หข จล ที่มีลณ ใด – มีครรภ์
posttest
1. ปวิอ ใด บญ เฉพาะ ไม่นำ ปวิพ มาใช้ – จท ไม่มาตามกำหนด นัด ปวิอ 166
2. จล ต่างด้าว แต่ เข้าใจ ภาษาไทยได้ดี – หากจล ต้องการรับสารภาพ ศ ต้องหาล่ามหรือไม่ – ไม่ต้อง เพราะ จล เข้าใจ ภาษาไทยอย่างดี
3.รตอ พนงสส ต้องการ ให้ เอก มาให้ปากคำ เป็นปย ค – ออก หร เอง ได้
4. ส่ง หร แก่ ผตห – บค ใด มี ส รับหร แทนผตห – ง สามี ภริยา หรือ ญาติ ผตห
5. ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับ ห อญ – สเน อญ ที่ส่งทาง โทรสาร – ใช้แทน หอญ ต้นฉบับได้ <- ข้อนี้ ผิด เพราะได้เฉพาะ หจ หค, ส่วน หข หจค หป ไม่น่าได้
ส่วนข้อที่ถูก อื่นๆ ข. ผู้ร้อง หค – ต. รตต หรือ เทียบเท่า
ค. รับฟัง พห เพื่อ ออก หข- ผพพษ ไม่จำเป็นต้องเคร่งครัด เดียวกับการรับฟังตอบ พส คผ
ง จพง ไม่มี อน ปป หอญ เอง
จ ศ เท่านั้นที่มี อน ออก หป
6. ศชต ออก หจ ผตห คผ ฐ หปม โทษ 2ปี
ผตห ย คร ขอให้เพิกถอน หจ และระงับดนก
ศชต ดุลยพินิจ ออก หจ ชอบ
ผตห มีส ย อธ หรือไม่
Ans – ไม่มีเพราะเป็น อนพิเศษ กม บญ ให้ ผพพษ คนเดียว ใน ศชต มี อน ออก หจ ผตห ดฉ ก่อนมีการฟ ค
:::ใคร มีอำนาจออกหมายเรียก ปวิอ
ภายใต้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ปวิอ.) ผู้ที่มีอำนาจออก หมายเรียก (หมายเรียกพยาน / จำเลย / พยานบุคคล) คือ:
✅ ผู้มีอำนาจออกหมายเรียก ได้แก่:
- ศาล
- ออกหมายเรียกในระหว่างกระบวนพิจารณา
- ตาม มาตรา 58, มาตรา 106/1, และอื่น ๆ ในปวิอ.
- พนักงานสอบสวน
- มีอำนาจออกหมายเรียกบุคคลให้มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสาร
- ตาม มาตรา 131 และ 132
เช่น หมายเรียกพยาน หรือผู้ต้องสงสัยในระหว่างสอบสวน
🔍 สรุปแบ่งตามขั้นตอน:
| ขั้นตอน | ผู้มีอำนาจออกหมายเรียก |
|---|---|
| ขั้นตอนสอบสวน | พนักงานสอบสวน (มาตรา 131, 132) |
| ขั้นตอนฟ้อง/พิจารณา | ศาล (มาตรา 58, 106/1 เป็นต้น) |
🧠 หมายเหตุสำคัญ:
- พนักงานอัยการ ไม่มีอำนาจออกหมายเรียกเอง แต่สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลออกหมายเรียก
- หากเป็น หมายจับ ต้องผ่านเงื่อนไขตามมาตรา 66 และออกโดย “ศาล” เท่านั้น
