หน่วย 8 การอุทธรณ์ การฎีกา หรือ การบังคับคดี <<< wiki อธ , nbLM วิอญ 8
p 8-2 8.1 การยื่นอุทธรณ์(อธ) หรือ ฎีกา nbLM วิอญ 8.1
8.2 กพจรณ คพพษ หรือ คำสั่งในชั้นอธ หรือ ฎีกา nbLM วิอญ 8.2
8.3 การบังคับตามคพพษ ค่าธรรมเนียม การอภัยโทษ หรือ การเปลี่ยนโทษ หรือ การลดโทษ nbLM วิอญ 8.3

1) ระหว่างการพจรณคดีอญ ศ อาจจะมีคำสั่ง ระหว่าง พจรณ
และเมื่อศ พจรณ คดีเสร็จ – ศ อาจจะDx ชี้ขาดคดีด้วย คพพษ หรือ คำสั่ง แล้วแต่กรณี
2) การยื่นอธ หรอื ฎ ผู้ยื่นจะต้องปฎิบัติตามหลักทั่วไป ตามที่ บญ ไว้ในกม
เมื่อมี คพพษ ศชต , ศอธ หรือ ศอธ ภาค แล้ว – ไม่ได้หค ว่า ค่ค จะมี ส ยื่นอธ หรือ ฎ ได้ทุก ค ^ แต่คนละอันกับ ปวิพ ที่ปป จาก ส -> อนุญาติโดย ศฎ
กม ห้ามอธ หรือ ฎ ในค บางเรื่อง โดยถืออัตราโทษเป็นเกณฑ์
3) เมื่อมีการยื่นอธ หรือ ฎ – แต่ละศ จะพจรณ ค ตามที่กม บญ ไว้แตกต่างจาก การพจรณ ศชต
– เมื่อเสร็จ การพจรณ ค – แต่ละศ จะมีคพพษ หรือ คำสั่งใน ค นั้นทุกเรื่อง
4) ตามปกติ กฟ หรือ ต่อสู้ ค อญ – ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม(คธน)
แต่บางกรณี ค่ค ตค้องเสีย คธน – เช่น ผสห ฟ ค แพ่ง เกี่ยวเนื่องกับ ค อญ
การบังคับ ค แพ่ง ที่เกี่ยวเนื่องกับ ค อญ, ค่ายานพาหนะพย , ค่าพาหนะ ส่ง หร
ค่ค ต้องเสีย คธน ตาม บช คธน ท้าย ปวิพ
5) เมื่อ คพพษ ถึงที่สุด- ศ ต้อง บังคับ ค โดยไม่ชักช้า
แต่บางกรณี ศ ต้องทุเลา บังคับ ค ไว้ก่อน หรือ ทูลเกล้า ต่อ K เพื่อขอรับ พระราชทานอภัยโทษ( พรท อภท)
ผู้ต้อง คพพษ อาจะได้ ครับ พรท อภท ทั้งหมด หรือ เปลี่ยนโทษ หนักเป็นเบา , หรือ ลดโทษ

p 8-5 8.1 การยื่นอุทธรณ์(อธ) หรือ ฎีกา
8.1.1 หลักการทั่วไป ของการยื่นอธ หรือ ฎ nbLM วิอญ 8.1.1
8.1.2 คำสั่งศ เกี่ยวกับ การ พจรณ รับ อธ หรือ ฎ nbLM วิอญ 8.1.2
8.1.3 ค ที่ต้องห้าม อธ หรือฎ nbLM วิอญ 8.1.3
1) การยื่นอธ หรือ ฎ คพพษ หรือคำสั่ง – มิใช่จะกทได้ตามอำเภอใจ
จะต้องอยู่ภายใต้บังคับของกม เกี่ยวกับ ผู้มี ส ในการยื่น , กำหนดเวลายื่น และแบบของ ฟ อธ หรือ ฎ โดยเคร่งครัด
2) เมื่อ ย อธ ฎ – ศ มีหท ตรวจและ สั่งรับ หรือ ไม่
รวมทั้ง Dx สั่ง เมื่อมี การขอถฟ อธ ฎ
3) มีบทบญ กม ห้าม อธ หรือ ฎ ในบางค
แต่ก็มีบท บญ ให้ อธ หรือ ฎ เมื่อเข้าข้อยกเว้น หรือ อนุญาติ หรือ รับรอง ให้อธ หรือ ฎ ได้

p 8-6 8.1.1 หลักการทั่วไป ของการยื่นอธ หรือ ฎ
การอธ ฎ ใน ค อญ – มีได้ทั้งระหว่าง พจรณ ศ และ เมื่อ ศ มี Dx ในค หลัก แล้ว , 2 หัวข้อ
1. คสั ระหว่าง พจรณ
2. หลักทั่วไป ของการ ย อธ หรือ ฎ
🥓1. คสั ระหว่าง พจรณ – เป็นอีก คสั ของ ศ ประเภทหนึ่ง นอกจาก คส Dx ค
– คสั นี้ ศ จะมีก่อน คพพษ
– ได้ทั้ง ศชต อธ ฎ คชำนัญพิเศษ และ ศ อธ ภาค
ปัญหาที่มักเกิดขึ้นคือ – ค่ค จะอธ คำสั ประเภทนี้ได้หรือไม่ เพียงใด
1.1 คห ของ คสั ระหว่าง พจรณ
1.2 ที่มา ของ คสั ระหว่าง พจรณ
1.3 ข้อความใน คสั ระหว่าง พจรณ
1.4 อธ คสั ระหว่าง พจรณ
1.5 ข้อแตกต่างระหว่าง คสั ระหว่าง พจรณ ใน คอญ และ ค แพ่ง
🎍 1.1 คห ของ คสั ระหว่าง พจรณ – ปวิอ ไม่ได้บญ นิยาม ” คสั ระหว่างพจรณ” ,คงมีเฉพาะ
มาตรา ๑๙๖  คำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน ห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นจนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในประเด็นสำคัญและมีอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นด้วย
สรุป คสั ระหว่างพจรณ คือ คสั อย่างใดอย่างหนึ่งของ ศ –นับแต่ศ มีคสั รับ ค ของ จท ไว้ ตสมฟ หรือ ประทับ ฟ ไว้พรณ
จนกระทั้ง ก่อน ศ มี คพพษ หรือ คสั Dxx
คสั ดังกล่าว ไม่ทำให้ ค เสร็จ สน ไปจาก ศ ที่มี คสั
p 8-7 , ตย คสั ระหว่าง พจรณ
(1) คสั ศชต ให้รอ ตสมฟ จนกว่า ค อีกเรื่องจะถึงที่สุด และให้จำหน่ายค ชั่วคราว
เมื่ออีกค หนึ่ง ถึงทีสุดแล้ว ให้ จท แถลงเพื่อจะได้ พจรณ ค ต่อไป
(2) ค จล ต่อสู้ว่า ขาด อยค – ศชต มีคสั ว่า ค ไม่ขาด อยค – ให้ดน กระบวนพจรณ ต่อไป
(3) ค ที่จล ย คร ขอให้ ศ สั่งว่า คฟ เคลือบคลุม ศชต มีคสั ว่า คฟ ไม่เคลือบคลุม
(4) ค ที่หลัง ศชต ตสมฟ และ สั่ง ค มีมูล (ฎ 4932/2557 , 1268/2558) – ให้ ประทับฟ – จล ย คร ขอให้ศ สั่งว่า จท ทิ้งฟ – ศชต สังว่า ถือไม่ได้ว่า จท ทิ้งฟ – ให้ยกคร ของ จล
ฎ 5994/2550
p 8-8
p 8-9 ! 🎍1.2 ที่มา ของ คสั ระหว่าง พจรณ – 3 ประการ
1) ค่ค ขออย่างใดอย่างหนึ่งโดยทั่วไป และ ศ ได้มีDxสั่ง คข นั้น เช่น จท ย คร ขอเลื่อนค ศชต มีคสั ไม่อนุญาติ ให้ยกคร
2) ค่ค รข ให้ ศ สั่งโดยเฉพาะเจาะจง เช่น จล ย คร ขอให้ศ สั่งว่า ค ขาดอยค หรือ ฟ เคลือบคลุม – แต่ ศชต เห็นในทางตรงกันข้ม , ค ไม่ขาด อยค หรือ ฟ ไม่เคลือบคลุม
3) ศ สั่งเอง โดยไม่มีผู้ใด รข เช่น ศชต สั่งจำหน่าย ค ชั่วคราว สั่งงดสืบพย หรือ สั่งให้จท แยก ฟ
🎍 1.3 ข้อความใน คสั ระหว่าง พจรณ – ปวิอ ม 187 กำหนดวางรูปแบบว่า คสั ระหว่าง พจรณ อย่างน้อย ต้องมี
1) วันเดือน ปี
2) เหตุผลตามกม ในการสั่ง
3) คสั
🎍1.4 อธ คสั ระหว่าง พจรณ – ปวิอ 196 ไม่ได้ห้ามอธ คส ระหว่าง พจรณ โดยเด็ดขาดเสียทีเดียว แต่จะห้าม อธ คส ระหว่าง พจรณ เฉพาะกรณีต่อไปนี้
<<< discuss อธ คสั ระหว่าง พจรณ
1) ห้าม มิให้ อธ คสั ระหว่าง พจรณ จนกว่ามีคพพษ หรือ คสั ในประเด็นส.
2) มีอธ คพพษ หรือ คสั ในประเด็นส. ฎ 5994/2550 , 4829/2553 , 9377/2554 , 1856/25555
ตย
(1) คสั กำหนด วันอ่าน คพพษ เป็นดุลพินิจของ ศชต – เป็นคสั ระหว่าง พจรณ ค่ค จะอธ คสั ดังกล่าว ก่อน อธ คพพษ หาได้ไม่
(2)

p 8-10 , ! 🎍1.5 ข้อแตกต่างระหว่าง คสั ระหว่างพจรณค ใน ค อญและ แพ่ง
🍲1.5.1 คห คสั ระหว่าง พจรณ – ปวิพ ม 1(8) 173 ว.2 และ 226 ว.ท้าย – คสั ของ ศ นับตั้งแต่ จท ยฟ ต่อ ศ ไม่ว่า ศ จะมีคสั รฟ แล้วหรือไม่
-ตลอดไปจนกระทั่ง ก่อน ศ ได้ พพษคสั Dxx ตัดสินค
ส่วน ปวิอ 182 ว.2 และ 196 – คสั ของ ศ นับตั้งแต่ ศ ได้มีคสั รับค ของจท ไว้ ตสมฟ หรือ พจรณ – ถึง ก่อน ศ มี คพพษคสั หรือDxx ที่ไม่ทำให้ ค เสร็จ สน ไปจากศ ^ สรุป ปวิพ เริ่มนับตั้งแต่ จท ยฟ / ส่วน ปวิอ รับตั้งแต่ ศ รับ ค ก่อน
🍲1.5.2 โต้แย้งคสั ระหว่าง พจรณ – ค แพ่ง – ถ้า ค่ค ประสงค์ อธ คสั – จะต้อง โต้แย้งคสั ระหว่าง พจรณ ไว้ก่อน ตาม ปวิพ ม 226(2) – จึงมี ส อธ คสั ได้ภใน 1 เดือน นับแต่ วันที่ ศ มี คพพษ คสั Dxx ตัดสินค
ค อาญ – ค่ค ไม่ต้องโต้แย้งคสั ไว้ก่อน – เพราะ ปวิอ 196 ไม่ได้ กำหนดให้ต้องโต้แย้ง
ดังนั้น แม้ไม่ได้โต้แย้งคสัไว้ ค่ค ก็มี ส อธ คสั ระหว่างพจรณ ได้ทันที เมื่อมีการ อธ คพพษ ด้วยแล้ว
เช่น คสั ไม่อนุญาติให้เลื่อน ค และ งดสืพ จท <- เป็น คสั ระหว่าง พจรณ – แม้ จท จะไม่ได้โต้แย้งคสั – จท ก็มี ส อธ คสั ดังกล่าวได้
ฎ 10758/2556 ปวิอ ม 196– ห้ามมิให้ อธ คสั ระหว่าง พจรณ – จนกว่าจะมี คพพษ คสั ในปด ส. และมี อธ คพพษ คสั นั้นด้วย
โดยมิได้ บญ ให้ ค่ค ต้องโต้แย้ง(ตย้) ไว้ดัง ปวิพ 226
เมื่อ จล อธ คัดค้าน คพพษ ศชต – จล มีส อธ คสั ศชต ที่อนุญาติให้ จท กฟ(แก้ฟ้อง) ได้ แม้จะมิได้ โต้แย้งไว้

p 8-11
p 8-12
p 8-13
p 8-14
p 8-15
p 8-16
p 8-17
p 8-18
p 8-19
p 8-20
p 8-21
p 8-22
p 8-23
p 8-24
p 8-25
p 8-26
p 8-27
p 8-28
p 8-29
p 8-30
p 8-31
p 8-32
p 8-33
p 8-34
p 8-35
p 8-36
p 8-37
p 8-38
p 8-39
p 8-40 ! 8.1.2 คำสั่งศ เกี่ยวกับ การ พจรณ รับ อธ หรือ ฎ
p 8-41
p 8-42
p 8-43
p 8-44
p 8-45
p 8-46
p 8-47
p 8-48
p 8-49
p 8-50
p 8-51
p 8-52
p 8-53
p 8-54 ! 8.1.3 ค ที่ต้องห้าม อธ หรือฎ << ค ที่ต้องห้าม อธ หรือฎ polyglot
ใช่ว่าจะสามารรถ อธ หรือ ฎ ได้เสมอไป
การห้าม อธ หรือ ฎ นอกจาก บญ ใน ปวิอ แล้ว ยังมีกม อื่น ห้ามด้วย เช่น พรบจัดตั้ง ศ แขวง และ วิพจรณ อญ ในศ แขวง 2499
อันนี้จะมีเฉพาะ ในปวิอ
1. ค ที่ต้องห้าม อธ
2. ค ที่ต้องห้าม ฎ
3. การอนุญาติหรือรับรองให้อธ หรือ ฎ
👖 1. ค ที่ต้องห้าม อธ – แบ่งเป็น 3 กรณี
1.1 ห้ามอธ คสั ระหว่าง พจรณ ม 196
1.2 ห้ามอธ เพราะบทบญ ให้เป็นที่สุด – เช่น คสั ในการ ชันสูตรพลิกศพ ม 150 ว.10
คสั ว่าค มีมูล ม 170
คสั ศ อธ ที่สั่งยืนตาม ศชต ที่ปฎิเสธ ไม่รับอธ หรือสั่งให้รับอธ ม 198 ทวิ ว.3
ดังกล่าว ค่ค ไม่มี ส อธ หรือ ฎ ทั้งปัญหา ขทจ และข้อกม
1.3 ห้าม อธ ขทจ เพราะ จล ต้องโทษ เพียงเล็กน้อย
มาตรา ๑๙๓ ทวิ  ห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในปัญหาข้อเท็จจริงในคดีซึ่งอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่กรณีต่อไปนี้ให้จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้
               (๑) จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกหรือให้ลงโทษกักขังแทนโทษจำคุก
               (๒) จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก แต่ศาลรอการลงโทษไว้
               (๓) ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด แต่รอการกำหนดโทษไว้ หรือ
               (๔) จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษปรับเกินหนึ่งพันบาท
p 8-55 , 🧶1.3.1 ห้าม อธ เฉพาะปัญหา ขทจ ไม่ห้ามอธ ปัญหา ข้อกม
1) ปัญหาข้อเท็จจริง หมายถึง
(1) ปัญหาที่ศ ใช้ดุลย พินิจ พจรณ รับฟัง ข้อเท็จจริง จากพห ที่ค่ค นำสืบ เกี่ยวกับ กกกท ของ ค่ค หรือ ผู้ที่เกี่ยวข้องในค เช่น จทมี พห เชื่อได้หรือไม่ว่าจล ได้กทก ตามที่จท ฟ
(2) เกี่ยวกับ ดุลพินิจของ ศ เช่น ควรลโท จลเท่าใด , ควรรอการลโท จค หรือไม่
2) ปัญหา(ปห) ข้อกม หมายถึง
(1) ปัญหาการปรับบท – พห ข้อเท็จจริงยุติแล้ว – แต่จะปรับกับ บท ใด เช่น – จล เอา ท ของจท ไปทุจริตจริง – แต่จะเป็น ลท หรือ ยย
(2) แปลคห เช่น อ่านฟ แล้วแปลได้ว่าเคลือบคลุม หรือไม่ , หรือแปลถ้อยคำในบทกม อส อื่นๆอย่างไร
การ ย อธ ถ้า จล อธว่าจล ไม่ได้กทผ หรือ พห ขัดแย้งกับ จท – เป็น อธในข้อเท็จจริง
แต่ถ้าจล ได้กท ตามที่จท ฟ – แต่ก็จลก็ไม่มีคผ ฐ ลท – อธ ในกม ^หมอแอร์รับว่าขายยา แต่อธ ว่าไม่ผ กม
ฎ 974/2534 จท อธ ว่า ศชต ฟังขทจ(ข้อเท็จจริง) ผ ไปจาก พย หฐ ใน สน และ Dx ขกม ไม่ถูกต้อง – เป็นอธ ใน ขกม
ฎ 537/2542 อธ จล ว่า จล มิได้ ตบหน้า ผสห – หรือถ้าตบจริง ก็เพราะ ผสห ตบก่อน – และโต้เถียงว่าจล มิได้กทผ – กล่าวอ้าง ขทจใหม่ ว่าเป็นการป้องกันตัว โดยชอบ – เป็นการ อธ ปห ขทจ- เพื่อมาสู่ปห ขกม- ห้าม มิให้อธ ปวิอ 193 ทวิ
p 8-56 , ฎ 5230/2545 Dx ของ ศชต ว่ จท มิได้เกี่ยวข้องกับ สญ ขายหุ้น ทั้งจท มิได้นำสืบตัวจท – ให้ ศชต ต้องใช้ ดุลพินิจชั่งน้ำหนัก คำเบิกความของ ว. ผู้รับมอบอน – มิใช่ ศชต ชั่ง นน พห ไม่ครบถ้วน เท่ากับไม่ปฎิบัติตาม ปวิอ 227
-โต้แย้ง การรับฟัง พห ศชต – ต้องการให้ ศอธ รับฟัง ขทจ เพื่อนำไปสู่ ขกม
จท เป็น ผสห ถือว่า อธ ปห ขทจ
🧶1.3.2 ค ห้าม อธ ปห ขทจ- เป็นค ที่มีอัตราโทษ อย่างสูงสุด ตามที่กม กำหนด ไม่เกิน 3ปี 60000 บ
ไม่ใช่อัตราโทษที่ ศ พพษ จล แต่เป็นโทษ บญ ตัวบท
ถ้าอัตราโทษจค หรือ ปรับ อย่างใดอย่างหนึ่ง เกินกว่านี้ – แม้ศ จะลโทจล เพียงเล็กน้อย ก็ตาม หรือ พพษ ยกฟ – ก็ไม่ตอ้งห้าม อธ ขทจ
อัตราโทษ 193 ทวิ เป็นรายกระทง – แม้กกท คผ กมหลายบท ในกระทงเดียวกัน – ถ้ามีบทหนักสุด สูงกว่า 193 ทวิ -ก็ถือว่า ทุกบท มีอัตราโทษเกินอัตรา -ทุกบท คผ ไม่ต้องห้าม อธ ขทจ
ฎ 763/2537 คผฐ ทำให้สท ปอ ม 358 จค 3ปี 60000 บ
ศชต พพษ ยฟ เพราะรอยไถ ไม่เท่ากับ รถไถ – จท ยังอธ ถือเป็นโต้เถียง ขทจ- ห้าม อธ ม 193 ทวิ
ฎ 3154/2543 จท อธ ลโท จล คผฐ บร + ทำให้ สท – กรรมเดียว คผ ปอ ม 365(2) จค 5ปี 100000 บ <-ไม่ต้องห้าม อธ
คผฐ ทำให้ สท 3ปี 60000บ – ก็ไม่ต้องห้ามอธ ขทจเหมือนกัน
p 8-57 , ให้ ย้อน สน ไปให้ ศอธ พจรณ พพษ ใหม่ ปวิอ 208(2) + 225
1.3.3 ค ที่มีอัตราโทษ ดัง 1.3 ไม่ห้ามจล อธ ขทจ คือ
1) จล ต้องคพพษ ให้ ลโท จค หรือ กข แทน จค – แม้จล ถูกจค หรือ กข แทนจค เพียง 1 วัน – ค ก็ไม่ห้าม อธ ขทจ
2) จล ต้อง พพษ ให้ ลโท จค แต่ รอการลโท
3) พพษ ว่าจล มีคผ แต่รอการกำหนดโทษ
4) จล ต้องคพพษ ให้ ลโท ปรับเกินกว่า 1000บ
ถ้าพพษเป็นอื่น ไม่ตรงตาม 4 ข้อด้านบน ก็ห้าม อธ ขทจ
(1) พพษ ให้ส่งตัวจล ไปฝึกอบรม
ฎ 432/2520 ค ลท ปอ ม 334 – จค 3 ปี 60000 บ
ศชต พพษ ให้ส่งตัว จล ไปฝึกอบรม สถานพินิจ ค้ค เด็กกลาง 6ปี – ห้าม อธ ขทจ
(2) ปรับไม่เกิน 1000
ฎ 1337/2520 ปลูกข้าวในทางสธรณ โดยไม่ได้รับอนุญาติ คผ ปอ 386 ศพพษ ปรับ 300 บ – อธ ขทจ ไม่ได้
(3) พพษ ยฟ
ฎ 1152/2522 – ชั้นตสมฟ คผ ปอ 341 จค 3ปี 60000 บ , ศชต เห็นว่า คไม่มี มูล พพษ ยฟ – ห้ามอธ ขทจ ปวิอ 193 ทวิ
ฎ 952/2562 คผฐ พาอาวุธ เข้าไปในเมือง หมู่บ้าน สธรณ โดยไม่มีเหตุอันควร – ปอ ม 371 ศชต ปรับ 1000 บ
ห้าม อธ ขทจ ปวิอ ม 193 ทวิ(4)
ศ อธ ภาค 3 ดันไป Dx คผ – ถือว่า เกี่ยวกับความสงบ – ศ ฎ ยกขึ้นDx เองได้
p 8-58 , 👖2. ค ที่ต้องหา ฎ – ห้าม ฎ 2 กรณี
1. ห้าม ฎ ทุกกรณี ทั้ง ปห ขทจ ขกม
2. ห้าม ฎ ขทจ
🎡2.1 ห้าม ฎ ทุกกรณี ทั้ง ปห ขทจ ขกม –
 มาตรา ๒๒๐  ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์
ข้อนี้ มิได้ ถืออัตราโทษ เป็นเกณฑ์
ดังนั้น แม้ค อุกฉกรรจ์ มีอัตราโทษถึง จค ตลอดชว หรือ ปหชว -ถ้า ศชต พพษ ยฟ จท , จท อธ – ศอธ ยฟ
ค่ค ต้องห้าม มิให้ ฎ ทั้ง ปห ขทจ ขกม
👗 2.1.1 ศชต หรือ ศอธ หรือ ศอธ ภาค ต่างพพษ ยฟ – โดยอาศัย ขกม – ย่อมต้องห้าม ฎ
ฎ 1184/2546 ศชต ว่า จทย ฟ เกินกำหนดเวลา ม 57 พรบเลือกตั้ง สมาชิกสภาเทศบาล – ไม่รฟ
ศอธ ภาค – เห็นว่าจท ไม่ใช่ผสห ที่จะมีอน ฟจล – พพษ ยืน
จท ฎ ไม่ได้ทั้ง ขทจ ขกม ปวิอ 220
👗2.1.2 ศชต หรือ ศอธ /อธภ – พพษ ยฟ โดยอาศัย ขทจ – ย่อมห้าม ฎ
ฎ 1256/2538 จท ฟ จล ว่าบุกรุก ที่พพ จท ขอให้ลโท ปอ ม 362,365(2) – และบังคับให้ขับไล่ + ร่วมกันชดใช้ คสห ส่วนคแพ่ง – ถือว่า คแพ่ง เกี่ยวเนื่อง อญ
ศชต และ ศอธ พพษยฟ – ฟังไม่ได้แน่ชัดว่าเป็นที่พพ จท
ค อญ ห้าม ฎ ตาม ปวิอ 220
ส่วน ค แพ่ง , ศฎ ถือ ขทจ ตาม คพพษ ค ส่วนอญ ม 46 – เท่ากับ ศ อธ ฟังว่า ที่พพ ไม่ใช่ของจท – จท ไม่มีส ฟ ขับไล่ และเรียกคสห
2.1.3 ศชต พพษ ยฟ โดย อาศัย ขทจ , ศอธ ยฟ อาศัย ขกม – แม้ค อยู่ในชั้นตสมฟ – ก็ต้องห้ามฎ ม 220 -เหมือนในชั้นพจรณ
ฎ 4328/2547 ศชต ตสมฟ ค ราษฎรเป็นจท – เห็นว่าค จท ไม่มีมูบ พพษ ยฟ
จท อธ – ศอธภ พพษ ยืน (ใช้ขกม)
ต้องห้าม ฎ ตาม ปวิอ 220
p 8-59 , 2.1.4 ศชต พพษ ยฟ อาศัย ขกม , ศอธ พพษ ยฟ อาศัย ขทจ – ต้องห้าม ฎ ปวิอ 220
ศชต พจรณ สืบพย Dx ขาด อยค -พพษ ยฟ
จท อธ – ศอธ Dx จล ไม่ใช่คนร้าย พพษ ยืน ยฟ ค่ค ตอ้งห้าม ฎ
notice , ม 220

p 8-60
p 8-61
p 8-62
p 8-63
p 8-64
p 8-65
p 8-66
p 8-67
p 8-68
p 8-69
p 8-70
p 8-71
p 8-72
p 8-73
p 8-74
p 8-75
p 8-76
p 8-77
p 8-78
p 8-79
p 8-80
p 8-81
p 8-82
p 8-83
p 8-84
p 8-85
p 8-86
p 8-87
p 8-88
p 8-89
p 8-90
p 8-91
p 8-92
p 8-93
p 8-94
p 8-95
p 8-96 ! 8.2 กพจรณ คพพษ หรือ คำสั่งในชั้นอธ หรือ ฎีกา
8.2.1 การพจรณ ชั้นอธ nbLM วิอญ 8.2.1
8.2.2 คพพษ หรือ คสั ชั้นอธ nbLM วิอญ 8.2.2
8.2.3 กพจรณ คพพษ หรือ คสั ขั้น ฎ nbLM วิอญ 8.2.3

1) กพจรณ ชั้นอธ อาจมี กพจรณ โดยไม่เปิดเผย vs เปิดเผย
เช่น ออกนั่งพจรณ ฟัง ค แถลงการณ์ หรือ สืบพย และ ในระหว่าง อธ จล ยังต้องอยู่ใต้อน การคค ของ ศ อธ
2) ศ อธ อาจทำคพพษ หรือ คสั โดยมติ ที่ประชุมใหญ่ได้ และ คพพษหรือ คสั ของ ศ อธ มีขอบเขตว่าจะต้องเป็นประเด็นที่ค่ค ได้อธ ขึ้นมา
ได้แก่ – ปัญหาข้อกม , Dx ปัญหาข้อกม ,
ศอธ ต้องฟังข้อเท็จจริง ตาม ที่ศชต Dx มาแล้ว จาก พห ใน สน
3) การพจรณ ในชั้นฎ และ คพพษ หรือ คสั ในชั้น ฎ มีหลักกม เช่นเดียวกับ ชั้น อธ
p 8-97 , 8.2.1 การพจรณ ชั้นอธ
p 8-98
p 8-99
p 8-100
p 8-101
p 8-102
p 8-103
p 8-104 , ! 8.2.2 คพพษ หรือ คสั ชั้นอธ
p 8-105
p 8-106
p 8-107
p 8-108
p 8-109
p 8-110
p 8-111
p 8-112
p 8-113
p 8-114
p 8-115
p 8-116
p 8-117
p 8-118
p 8-119
p 8-120
p 8-121
p 8-122
p 8-123 , ! 8.2.3 กพจรณ คพพษ หรือ คสั ขั้น ฎ
p 8-124
p 8-125
p 8-126
p 8-127 ! 8.3 การบังคับตามคพพษ ค่าธรรมเนียม การอภัยโทษ หรือ การเปลี่ยนโทษ หรือ การลดโทษ
8.3.1 หก บังคับตามคพพษ หรือ คส nbLM วิอญ 8.3.1
8.3.2 ค่าธรรมเนียม nbLM วิอญ 8.3.2
8.3.3 การอภัยโทษ การเปลี่ยนโทษ หนักเป็นเบา หรือ การลดโทษ nbLM วิอญ 8.3.3

1) เมื่อ ค อญ ถึงที่สุด – ศ จะต้องบังคับ ค โดยไม่ชักช้า
แต่กม ได้บญ ให้ ศ ต้อง ดนก หลายประการ
เมื่อมี ขทจต อย่างใดอย่างหนึ่ง เกิดขึ้นกับ ตัว จล – วิธีการ ศ จะต้องดนก ได้แก่ – อธ ฎ แทน จล ที่ต้องโทษ ฉกรรจ์ , การทุเลาการบังคับ ค
นอกจากนี้ การบังคับ อญ จะมีการบังคับ ถึง ทส เช่นเดียวกับ ค แพ่งด้วย
2) กดน ค ตามปกติ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม – แต่มีบางกรณีที่ ค่ค จะต้องเสีย ค่าธรรมเนียม
3) เมื่อ ค อญ ถึงที่สุด – อาจจะทูลเกล้า ต่อ K – ขอพระราชทาน อภัยโทษ เปลี่ยนโทษหนัก -> เบา หรือ ลดโทษได้
p 8-128 , 8.3.1 หก บังคับตามคพพษ หรือ คส

p 8-129
p 8-130
p 8-131
p 8-132
p 8-133
p 8-134
p 8-135
p 8-136
p 8-137
p 8-138
p 8-139
p 8-140 , ! 8.3.2 ค่าธรรมเนียม
p 8-141
p 8-142
p 8-143
p 8-144
p 8-145 , ! 8.3.3 การอภัยโทษ การเปลี่ยนโทษ หนักเป็นเบา หรือ การลดโทษ

pre test

post test

Discover more from อรรถพรคลินิก ศัลยกรรมตกแต่ง Attaporn Plastic Surgery clinic 阿塔蓬博士,曼谷整形外科医生

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading