:::

คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์หรือฎีกา คือ คดีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่า ไม่สามารถใช้สิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกา ได้ หรือสามารถใช้ได้ เฉพาะบางกรณี เท่านั้น โดยมี หลักการเพื่อให้กระบวนการพิจารณาคดีสิ้นสุดลงรวดเร็ว ไม่เป็นภาระแก่ศาลเกินจำเป็น และมักใช้ในคดีที่มีมูลค่าคดีน้อยหรือไม่ซับซ้อน


🔍 การวิเคราะห์: คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ / ฎีกา ตามกฎหมายไทย

📘 1. ฐานกฎหมาย

  • ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ปวิแพ่ง)
  • ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ปวิอาญา)
  • กฎหมายเฉพาะ (เช่น พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงาน, พ.ร.บ.ภาษี, ศาลทรัพย์สินทางปัญญา)

🧾 ตัวอย่าง: คดีที่ห้ามอุทธรณ์หรือฎีกา (เว้นแต่ศาลอนุญาต)

🔹 คดีแพ่ง (ปวิแพ่ง มาตรา 223, 224)

ประเภทคดีรายละเอียด
คดีมูลค่าต่ำคดีที่ทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาท ห้ามอุทธรณ์ (มาตรา 223 วรรคแรก)
คดีอุทธรณ์ได้ต่อศาลฎีกาต้องเป็นคดีทุนทรัพย์เกิน 200,000 บาท (มาตรา 224)
คดีศาลแขวงมูลค่าไม่เกิน 50,000 บาท ห้ามอุทธรณ์ (เว้นศาลอนุญาต)

🔹 คดีอาญา (ปวิอาญา มาตรา 193 ทวิ, 218, 219)

ประเภทคดีรายละเอียด
คดีอาญาศาลแขวงคดีที่ลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท ห้ามอุทธรณ์
คดีอาญาอุทธรณ์ได้หากโทษเกินเกณฑ์ หรือตามดุลยพินิจศาล สามารถอุทธรณ์ได้
การฎีกาคดีอาญาห้ามฎีกาคดีที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษไม่เกินจำคุก 1 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท
ต้องขออนุญาตฎีกา (มาตรา 218)ถ้าไม่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย ต้อง “ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกา” ต่อศาลฎีกา

🧑‍⚖️ หลักเกณฑ์การพิจารณาของศาล

  • ศาลจะพิจารณาความสำคัญของคดีว่า
    • มี ประเด็นกฎหมายสำคัญ หรือไม่
    • คดีมี ผลกระทบต่อสาธารณชน หรือ หลักความยุติธรรมโดยรวม หรือไม่
  • ถ้าเห็นว่า ไม่มีสาระสำคัญเพียงพอ ศาลอาจ ไม่อนุญาตให้ฎีกา

✍️ ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 507/2562
    – คดีแพ่งทุนทรัพย์ต่ำกว่า 50,000 บาท ไม่สามารถอุทธรณ์ได้ตามกฎหมาย แม้จะมีข้อโต้แย้งในทางกฎหมาย
  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10927/2558
    – คดีอาญาที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุก 6 เดือน ไม่สามารถฎีกาได้ เว้นแต่ศาลฎีกาจะอนุญาต

📌 สรุปสั้น:

ขั้นตอนอุทธรณ์ฎีกา
คดีแพ่งห้ามถ้ามูลค่าไม่เกิน 50,000ต้องทุนทรัพย์ > 200,000 บาท
คดีอาญาห้ามถ้าโทษไม่เกิน 3 เดือนต้องโทษเกิน 1 ปี หรือมีเหตุสำคัญ
ต้องขออนุญาตไม่ต้องถ้าเข้าเกณฑ์ต้องขอศาลอนุญาตในบางกรณี

english

🔍 Legal Analysis: Cases Prohibited from Appeal or Cassation

Some cases are explicitly prohibited by law from being appealed or petitioned to the Supreme Court, or are allowed only under special permission. This principle aims to ensure efficiency, reduce court burden, and expedite finality, especially in minor or straightforward cases.


📘 Legal Basis:

  • Civil Procedure Code (CPC)
  • Criminal Procedure Code (CPCr)
  • Special Laws (e.g., Labor Court Act, Tax Act, Intellectual Property Court Act)

🧾 Examples of Prohibited Appeals or Cassation

🔹 In Civil Cases (CPC Sections 223–224):

Type of CaseRule
Low-Value CasesCivil cases with a dispute amount not exceeding 50,000 THB cannot be appealed (Sec. 223).
Appeal to Supreme CourtOnly allowed if the dispute exceeds 200,000 THB (Sec. 224).
Cases from the District CourtIf amount ≤ 50,000 THB, appeal is not allowed unless permission is granted.

🔹 In Criminal Cases (CPCr Sections 193 bis, 218, 219):

Type of CaseRule
Misdemeanor cases (in District Court)If punishment is not more than 3 months or fine ≤ 60,000 THB, appeal is prohibited.
Appeal AllowedIf punishment exceeds these limits or there are legal grounds, appeal is possible.
Cassation to Supreme CourtProhibited if the Court of Appeal sentences to ≤ 1 year imprisonment + fine ≤ 20,000 THB.
Special Permission RequiredIf the case doesn’t meet the above thresholds, a petition for permission to cassate must be submitted.

⚖️ How the Courts Consider Permission to Cassate

The Supreme Court may grant permission to cassate if:

  • There is a significant legal question, or
  • The case has public interest or implications for justice

If these are not present, the court may refuse to allow cassation.


📚 Case Examples:

  1. Supreme Court Decision No. 507/2562 (2019)
    – A civil case with a claim under 50,000 THB cannot be appealed, even if legal issues exist.
  2. Supreme Court Decision No. 10927/2558 (2015)
    – A criminal case with a 6-month sentence by the Court of Appeal cannot be cassated without the Supreme Court’s permission.

✅ Summary Table

StageAppealCassation (to Supreme Court)
Civil CaseNot allowed if claim ≤ 50,000 THBOnly allowed if claim > 200,000 THB
Criminal CaseNot allowed if sentence ≤ 3 months or fine ≤ 60,000 THBNot allowed if sentence ≤ 1 year & fine ≤ 20,000 THB
PermissionNot required if within allowed scopeRequired in some cases (must file a petition)

chinese

🔍 法律分析:禁止上诉 / 上告的案件

有些案件根据法律明确规定不得上诉或上告,或仅能在经法院特别许可的情况下进行。这一原则是为了确保案件能够尽快终结、减轻法院负担,通常适用于金额较小或程序简单的案件。


📘 法律依据:

  • 《泰国民事诉讼法典》(ปวิแพ่ง)
  • 《泰国刑事诉讼法典》(ปวิอาญา)
  • 特别法(例如:劳动法、税务法、知识产权法院法等)

🧾 典型案例:禁止上诉 / 上告(除非法院特别许可)

🔹 民事案件(依据第 223–224 条)

案件类型规则说明
小额案件争议金额不超过 50,000 铢者,禁止上诉(第223条)。
可上诉至最高法院者争议金额超过 200,000 铢才可上诉至最高法院(第224条)。
来自地方法院的案件若金额 ≤ 50,000 铢,必须取得法院许可才能上诉。

🔹 刑事案件(依据第 193 之二、218、219 条)

案件类型规则说明
轻罪案件(由地方法院审理)判处不超过3个月监禁或不超过60,000铢罚款者,禁止上诉。
可上诉情况若刑期或罚款超过上述标准,或具有法律争议,则允许上诉。
禁止上告情况若上诉法院判处不超过1年监禁且罚金不超过20,000铢,不得再上告至最高法院。
必须申请许可的上告若不符合直接上告条件,则必须向最高法院提交上告许可申请书。

⚖️ 最高法院准许上告的条件:

法院会考虑如下因素是否成立:

  • 是否存在重要法律争议问题
  • 是否对公共利益或司法原则有重大影响

若不具备上述理由,法院通常不予许可上告。


📚 判例参考:

  1. 泰国最高法院判决 507/2562(2019年)
    – 民事案件争议金额不足 50,000 铢,即使存在法律争议,也不得上诉。
  2. 泰国最高法院判决 10927/2558(2015年)
    – 上诉法院判处6个月刑期的刑事案件,若无法院许可,不得上告至最高法院。

✅ 总结对照表:

程序阶段上诉上告(至最高法院)
民事案件禁止上诉:若金额 ≤ 50,000 铢允许上告:金额需 > 200,000 铢
刑事案件禁止上诉:若刑期 ≤ 3个月 或 罚金 ≤ 60,000 铢禁止上告:若刑期 ≤ 1年 且 罚金 ≤ 20,000 铢
是否需法院许可一般无需许可(若金额达标)某些案件需事先申请法院许可才可上告

::: วิเคราะห์ ประเด็น ปวิอ 193 ทวิ ห้าม อุทธรณ์ ข้อเท็จจริง เพื่อให้ ศาลชั้นต้น เน้นประเด็น เอา พยาน หลักฐาน จาก สอบสวน สืบสวน

วิเคราะห์ประเด็นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ

“ห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นในข้อเท็จจริงในคดีอาญาบางประเภท เว้นแต่ศาลอนุญาต”


🔍 จุดเน้น: “ห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง” กับ หลักการพิจารณาคดีโดยศาลชั้นต้น


📘 ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 193 ทวิ

ในคดีอาญาซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยมีความผิดและลงโทษไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ให้ถือว่าเป็นคดีเล็กน้อย (minor case)
ในคดีเช่นว่านี้ ห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง เว้นแต่ศาลอนุญาต


📌 วิเคราะห์หลักการที่อยู่เบื้องหลังมาตรานี้

  1. เน้นบทบาทของศาลชั้นต้นในการพิจารณาข้อเท็จจริง
    • ศาลชั้นต้นมีหน้าที่หลักในการ ไต่สวนพยานหลักฐานโดยตรง ทั้งจากการสอบสวน สืบสวน
    • ใช้ดุลพินิจจากการได้ฟังพยานและเห็นพฤติกรรมในห้องพิจารณาคดีโดยตรง
  2. ลดการใช้สิทธิอุทธรณ์ในคดีที่มีความสำคัญน้อยหรือบทลงโทษต่ำ
    • ป้องกันไม่ให้จำเลยใช้อุทธรณ์เป็นเครื่องถ่วงเวลา หรือเพื่อขอผัดผ่อนการลงโทษในคดีเล็กน้อย
  3. ส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ
    • ให้ระบบศาลชั้นต้นเป็นกลไกที่ “ตัดสินใจครั้งสุดท้าย” ในคดีที่ไม่มีผลกระทบร้ายแรง
    • ลดภาระงานของศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา

🧠 กลยุทธ์ของจำเลยในบริบทนี้

ประเด็นกลยุทธ์หรือข้อสังเกต
เมื่อห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริงจำเลยควรเน้น การนำพยานและหลักฐานเข้าสู่การพิจารณาในศาลชั้นต้นอย่างครบถ้วน
ข้อเท็จจริงจากชั้นสอบสวน/สืบสวนต้อง ขอให้ศาลรับพิจารณาเป็นพยานหลักฐาน และ ทบทวนความเชื่อมโยงอย่างละเอียด
มุ่งประเด็นข้อกฎหมายแทนหากไม่สามารถโต้แย้งข้อเท็จจริงได้ อาจชี้ประเด็นเป็น ข้อกฎหมาย เช่น การตีความพยานหลักฐาน
ขอศาลอนุญาตอุทธรณ์ต้องมี เหตุพิเศษ ที่แสดงให้เห็นว่าการพิจารณาของศาลชั้นต้น มีข้อผิดพลาดร้ายแรงในข้อเท็จจริง

🔍 ตัวอย่างประเด็นข้อเท็จจริงที่ห้ามอุทธรณ์ (เว้นแต่ได้รับอนุญาต)

  • พยานบุคคลกล่าวหาว่าจำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่จำเลยอ้างพยานแวดล้อมว่าอยู่คนละที่ ^ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ทรรก -แต่จริงๆ ผู้ต้องหาไปเฝ้าเมียที่รพ
  • การรับฟังพยานหลักฐานมีความขัดแย้งแต่ศาลชั้นต้นชั่งน้ำหนักแล้วเชื่อฝ่ายหนึ่ง ^ ศอธ ศฎ คิดว่า ไม่ศชต ชั่งน้ำหนัก พห ดีสุดแล้ว ?
  • คำให้การของจำเลยที่อ้างว่าไม่มีเจตนา แต่ศาลชั้นต้นตีความว่าเจตนาชัด

✅ สรุปแนวคิดหลัก

  • มาตรา 193 ทวิ เป็นบทบัญญัติที่มุ่ง “จำกัดสิทธิอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง”
  • เพื่อเน้นความสำคัญของ ศาลชั้นต้นในการพิพากษา โดยเฉพาะคดีเล็กน้อย
  • ผู้ต่อสู้คดีต้องเตรียม พยานหลักฐานข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้น เพราะ อุทธรณ์อาจไม่ได้สิทธิ
  • ข้อเท็จจริงจากชั้นสอบสวนหรือสืบสวน ต้องนำเสนอต่อศาลชั้นต้น อย่างรัดกุมและชัดเจน

Discover more from อรรถพรคลินิก ศัลยกรรมตกแต่ง Attaporn Plastic Surgery clinic 阿塔蓬博士,曼谷整形外科医生

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading