หน่วย 3 ขั้นตอนดำเนินการแพ่ง
p 3-2 ตอนที่ 3.1 การเสนอคดีต่อศ
3.2 กระบวนพจรณเมื่อเริ่มคดี
3.3 กระบวนพจรณเกี่ยวกับการสืบพยาน
3.4 การวินิจฉัยชี้ขาดคดี
3.5 วิธีการชั่วคราวก่อน พพษ และการบังคับคดีตามคพพษ หรือคำสั่ง

1) บคจะเสนอคดีต่อ ศ ส่วนแพ่ง ที่มีเขตอน ได้ – เมื่อมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับส หรือ หท ของบค ตาม กม แพ่งหรือเมื่อจำเป็นต้องใช้ ส ทางศ
2) เมื่อมีการยืนคำฟ้องหรือ คำร้องต่อศ – ศ จะตรวจ – แล้วจึงมีคำสั่ง รับ /ไม่รับ หรือ ให้คืนไปทำมาใหม่
– เสร็จแล้วจึงออก หร (หมายเรีย) และ ส่ง สน คำฟ้อง ให้แก่จล เพื่อแก้ ค
-ซึ่งจล ต้องทำให้การ เป็นหนังสือ ยื่นต่อ ศ ภายใน 15 วัน
3) บางค ศ ต้องชี้สองสถานะ – เพื่อกำหนดประเด็นข้อพพ
ภาระการพิสูจน์ และกำหนดลำดับ ในการนำพย หฐ เข้าสืบก่อนหลัง
เว้นแต่กรณีที่กม บญ ยกเว้นไว้
4) เมื่อเสร็จสิ้น การสืบพย – ศ จะวินิฉัย(วนฉ) ชี้ขาด ค โดยทำเป็น คพพษ หรือ คำสั่ง แล้วแต่กรณี
5) เมื่อ ศ ชั้นต้น พพษ แล้ว ค่ค มี ส อธ ได้ – เมื่อ ศอธ พพษ แล้ว ค่ค อาจอนุญาติฎีกา ต่อ ศฎ อนุญาติ แล้วจึง ฎ ได้
6) กรณี ลห ตามคพพษ ไม่ปฎิบัติตาม คพพษ หรือ คำสั่ง ของ ศ ทั้งหมด หรือบางส่วน – จน มี ส บังคับค เอาแก่ลห ตามคำพพษ ได้

p 3-3
p 3-4 ! 3.1 การเสนอคดีต่อศ
3.1.1 หเก การเสนอคดีต่อ ศ
3.1.2 ศ ที่มีอน รับคดีไว้ พจรณ
1) การเสนอคดีต่อ ศ ทำได้ 2 ประเภท
– คดีที่มีข้อโต้แย้งส หรือ หท ของ บค ตาม กม แพ่ง
– คดีที่มีความจำเป็น ต้องใช้ ส ทางศ
2) เสนอคำฟ้อง หรือ คำร้องขอ ต้องพจรณ ปวิพ และ พระธรรมนูญ ศยุติธรรม ประกอบกัน
หากเสนอคดีต่อ ศ ที่ไม่มีเขต อน ศ – ศ ก็จะไม่รับคำฟ้อง หรือ คำร้องขอ นั้นไว้พจรณ
p 3-5 ความนำ – ปวิพ วิธีการดำเนินคดี ศ บังคับให้เป็นไปตาม ศ แพ่ง
ถ้าไม่ปฎิบัติตาม – อาจะได้รับ คสห ไม่ได้ รับค้ค ตาม กม ทั้งที่เป็นฝ่าย สมควรได้รับการเยียวยา คสห
หเก การเสนอคดีต่อศ , เขตอน ศ , วิธีการยื่นและส่งคำคู่ความ และ อส ตาม ม 67-83 อัฏฐ <<< dia ยื่นส่งคำค่ค
หากการส่ง หร (หมายเรียก) หรือ สน (สำเนา) คำฟ้อง(คฟ) ให้จล เพื่อแก้ค (คดี) นั้นไม่ชอบ- และความปรากฎต่อ ศ สูง – ค นั้น อาจถูกย้อน สนว(สำนวน) กลับไปให้ ศชต(ศ ชั้นต้น) ดำเนินกระบวน พจรณ พพษใหม่ ^ ไม่ได้ถูกยกไปเลย
– ก่อให้เกิด คสหต่อ คู่ความ
กม นี้ยังบญ ถึง วิธีการเสนอ พย หฐ และ นำพย เข้าสืบ
วางหเก ที่ว่าบค คนเดียวกัน ไม่ควรถูกดำเนินค เรื่องเดียวกัน เกินกว่า 1 ครั้ง
เช่น กรณีฟ้องซ้อน ม 173 – ดำเนินกระบวนพจรณ ซ้ำ หรือ ฟ้องซ้ำ ตาม ม 144 และ 148 <<<dia ฟ้องซ้อน ฟ้องซ้ำ
ตลอดจน วางหเก ในการ พจรณ และการทำ พพษ หรือ คำสั่ง
กรณีคู่ความ ไม่พอใจ คพพษ หรือ คำสั่ง – จะอธ (อุทธรณ์) หรือ ฎีกาอย่างไร
ถึงขึ้นตอน การบังคับ ค แก่ลห ตาม คพพษ , อาจเป็นการบังคับ ให้ใช้เงิน หรือ ส่ง ทส หรือ กกท หรือ งดเว้น กกท อย่างใดๆ
ระหว่างการบังคับ ค อาจมีปัญหาเกิดขึ้น เช่น
จห ตาม คพพษ นำ จพง บังคับ ค( บคค) ยึด ท ผู้อื่น ซึ่งไม่ใช่ ลห ตาม คำพพษ
หรือกรณี ลห ตามคำพพษ มี จห ตามคพพษ หลายราย – แต่ลห มีทส ไม่พอที่จะนำมาชำระหนี้ ให้แก่ จห ทุกรายได้
หรือมี จห บุริมส , บคภน หรือ จห เหล่านี้ จะเข้ามาเกี่ยวข้องในการ บคค อย่างไร
กพจรณ ค แพ่ง ทั่วๆไป , ถ้ามีเฉพาะ จะนำแบบทั่วๆไป มาใช้ไม่ได้
เช่น – พรบ ศ เยาวชนและครอบครัว หรือ วิธีพจรณคดีเยาวชน และ ครอบครับ 2553
พรบ ปวิพ “บทบัญญัติในประมวลกฎหมายนี้ให้ใช้ในศาลทั่วไปตลอดราชอาณาจักร ยกเว้นแต่ในศาลพิเศษที่มีข้อบังคับสำหรับศาลนั้น และถ้ามีกฎหมายให้ใช้ธรรมเนียมประเพณีหรือกฎหมายทางศาสนาในศาลใด ให้ศาลนั้นยกธรรมเนียมประเพณีหรือกฎหมายนั้น ๆ มาใช้แทนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ เว้นแต่คู่ความจะได้ตกลงกันไว้ให้ใช้ประมวลกฎหมายนี้”
ปวิพ ถือเป็นแม่แบบ วิธีสบัญญัติ ถ้ากมอื่นมิได้บญ เรื่องใด ก็จะอนุโลมให้ใช้อันนี้ได้
เช่น ปวิอ ม 15 “วิธีพิจารณาข้อใดซึ่งประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับเท่าที่พอจะใช้บังคับได้” ดังนั้น ปวิพ ถือเป็นเสาเข็ม ของ วิธีสบัญญัติ
p 3-6 🌃3.1.1 หเก การเสนอคดีต่อ ศ
บคใด จะเสนอค ต่อ ศ ต้องหเก
ปวิพ ม 55 “เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น เกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่ง หรือบุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาล บุคคลนั้นชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอำนาจได้ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายแพ่งและประมวลกฎหมายนี้”
ค เสนอต่อ ศ มี 2 ประเภท
– ค ที่มีข้อโต้แย้ง ส หรือ หท ของ บค ตามกมแพ่ง – หรือ ค ที่มีขพพ เช่น ก ทำร้าย ข บาดเจ็บ – ก ลม ข -เป็นการโต้แย้งส (ตยส) หรือ หท ต่อเนื้อตัวของ ข ที่กม รับรอบค้ค ให้
ข ชอบที่จะฟ้อง ก เรียกคสห จาก ลม
– ค อีกประเภท เรียกว่า ค ที่มีความจำเป็นต้องใช้ ส ทาง ศ หรือ ค ไม่มี ขพพ เช่น ผจก มรดก ร้องขอต่อ ศ มีคำสั่งสั่งให้ตน เป็น ผจก มรดก
หรือกรณีคู่สมรสเป็นคนวิกลจริต – ให้ ศ สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
– ทั้งสองกรณีหลังนี้ จะได้ส ต้องเสนอ ค ต่อ ศ , ศ มีคำสั่ง ให้เป็นไปตาม ส
✍️ 1. การเสนอคดีมีขพพ
1.1 ต้องเป็น บค – อาจเป็น บคธด หรือ นตบค ก็ได้
เทวดา หรือ ผี ไม่อาจจะเสนอค ต่อ ศ เพราะไม่มี สภาพบค
กองมรดก คณะบค หรือ หน่วยงาน – ซึ่งไม่มีสถานะเป็น นตบค – ไม่อาจเสนอข้อหาในฐานะเป็น จท หรือ ถูกฟ้องเป็นจล ในค มี ขพพ ได้
p 3-7 ! ✍️2. การเสนอ ค ไม่มี ขพพ – ขบวนการไม่ยุ่งยาก
แค่ผู้ยื่นคำร้องฝ่ายเดียว
กม รับรองว่า ค นั้น มีความจำเป็นต้องใช้ ส ทาง ศ – ถ้าไม่กม รองรับ ก็ไม่อาจเสนอ ค ของตน ต่อ ศ – เช่น ไม่อาจเสนอ ยื่นคำร้องขอต่อศ ให้ ศ แสดงว่าตนเป็นเพศ ญ
ค ไม่มีขพพ อาจเปลี่ยนเป็น มีขพพ ได้ เช่น ก ทายาทของผู้ตาย ยื่นคร(คำร้อง) เป็นผู้จัดการมรดก , ข ก็ยืน คร คัดค้าน ว่า ก ไม่เหมาะสมกับผู้จัดการมรดก – กลายเป็น มีขพพ ปวิพ 188
✍️3. รูปแบบการเสนอ ค
การเสนอค มี ขพพ หรือ ค ที่มีข้อโต้แย้ง เกี่ยวกับ ส หท ของ บค ตาม แพ่ง – เริ่มค ต้องทำเป็น คำฟ้อง ตาม ปวิพ 172 “ให้โจทก์เสนอข้อหาของตนโดยทำเป็นคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลชั้นต้น”
ส่วน ค ไม่มี ขพพ ปวิพ 188(1) “(๑) ให้เริ่มคดีโดยยื่นคำร้องขอต่อศาล… “
p 3-8 การเริ่มต้น เสนอค มี ขพพ กับการเสนอ ค ไม่มีขพพ – รูปแบบแตกต่างกัน
แต่ คฟ(คำฟ้อง) และ ครข(คำร้องขอ) – ก็อยู่ในความหมาย คฟ ตาม ปวิพ 1(3)
” “คำฟ้อง” หมายความว่า กระบวนพิจารณาใด ๆ ที่โจทก์ได้เสนอข้อหาต่อศาลไม่ว่าจะได้เสนอด้วยวาจาหรือทำเป็นหนังสือ ไม่ว่าจะได้เสนอต่อศาลชั้นต้น หรือชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา ไม่ว่าจะได้เสนอในขณะที่เริ่มคดีโดยคำฟ้องหรือคำร้องขอหรือเสนอในภายหลังโดยคำฟ้องเพิ่มเติมหรือแก้ไข หรือฟ้องแย้งหรือโดยสอดเข้ามาในคดีไม่ว่าด้วยสมัครใจ หรือถูกบังคับ หรือโดยมีคำขอให้พิจารณาใหม่”
ค มีขพพ -ผู้ที่เสนอ ข้อหา จะเรียกว่า จ , ผู้ที่ถูกฟ้อง – จล
ส่วน ค ไม่มีขพพ – เพียงฝ่ายเดียว – บค ที่เสนอค ต่อ ศ เรียกว่า ผู้ร้อง
✍️ 4. ค่ค จะตอ้งมีความสามารถตาม กม
กม ให้ความ ค้ค แก่ผร คสม ในการ ดำเนินค
p 3-9
p 3-10 ! 🌃3.1.2 ศ ที่มีอน รับคดีไว้ พจรณ
p 3-11
p 3-12
p 3-13
p 3-14
p 3-15 , ! 3.2 กระบวนพจรณเมื่อเริ่มคดี
3.2.1 การตรวจคำค่ค
3.2.2 การย และ ส่งคำค่ค และ อส
3.2.3 การย คหก(คำให้การ) และฟย(ฟ้องแย้ง)

1) ในการตรวจ คำค่ค ของ ศ , ศ อาจมี คส อย่างใดอย่างหนึ่งใน 3ประการ
-> คส คืนคำค่ค , ไม่รับคำค่ค , คส รับคำค่ค
2) เมื่อจท นำคฟ ไปย ต่อ ศ และ ศ รับคฟ ไว้แล้ว
จท ยังมีหท ร้องขอต่อ พนง จนท เพื่อให้ส่งหร ให้แก้ค แก่จล ภายใน 7 วัน นับแต่วันย คฟ
3) จล ต้องทำคหก เป็นหนังสือ ย ต่อ ศ ภายใน 15 วัน นับแต่รับหร
และ สำเนาคฟ และ จล จะฟย มาในคหก ก็ได้
p 3-16 , 3.2.1 การตรวจคำค่ค
คำค่ค คห ม 1 (๕) “คำคู่ความ” หมายความว่า บรรดาคำฟ้อง คำให้การหรือคำร้องทั้งหลายที่ยื่นต่อศาลเพื่อตั้งประเด็นระหว่างคู่ความ
สาระ ส. ของ คำค่ค – ก่อให้เกิด ประเด็น ระหว่างค่ค
ถ้าการย คร ทั้งหลายที่ย เข้ามา ไม่ให้เกิด ประเด็น ก็ไม่เป็นคำค่ค
เช่น คร (คำร้อง) ขอเลื่อนค , คร ของ ย บช ระบุพย เพิ่มเติม <- พวกนี้ ไม่เกิดประเด็นระหว่างค่ค

p 3-17
p 3-18 , ! 3.2.2 การย และ ส่งคำค่ค และ อส
p 3-19
p 3-20
p 3-21
p 3-22
p 3-23
p 3-24 , ! 3.2.3 การย คหก(คำให้การ) และฟย(ฟ้องแย้ง)
p 3-25
p 3-26
p 3-27
p 3-28 , ! 3.3 กระบวนพจรณเกี่ยวกับการสืบพยาน
3.3.1 การชี้สองสถาน
3.3.2 วิธีการสืบพย

1) การชี้สองสถาน คือกระบวน พจรณ ในศชต เพื่อกำหนดประเด็นขพพ และ หท นำสืบ
โดยค่ค ตกลงกันหรือ ศ เป็นผู้กำหนดด้วยการตรวจคำค่ค และฟังคำแถลงของ ค่ค ตามที่เห็นเป็นการจำเป็น
2) สืบพย ทั้งใน ค แพ่ง และ อญ – ค่ค ต้องย บช ระบุ พย ต่อศ ก่อน จึงมี ส นำพห นั้นเข้าสืบได้
เมื่อสืบพย เสร็จ
ค แพ่ง ศ จะใช้วิธีชั่งน้ำหนักพห
ค อญ – พย จท ต้องรับฟัง โดยปราศจากข้อสงสัย – ศ จึงจะพพษ ลงโทษจลได้
p 3-29 , 3.3.1 การชี้สองสถาน
p 3-30
p 3-31
p 3-32
p 3-33
p 3-34 , ! 3.3.2 วิธีการสืบพย
p 3-35
p 3-36
p 3-37
p 3-38 , ! 3.4 การวินิจฉัยชี้ขาดคดี
3.4.1 หลักทั่วไปว่าด้วยการ วนฉชี้ขาด ค
3.4.2 ผลของ คพพษ และ คสั (คำสั่ง)
3.4.3 การ อธ ฎ คพพษ และ คสั

1) ค ที่ย ฟ ต่อ ศ – ถ้าค่ค มีคำขอ ในระหว่าง พจรณ ค – ศ ต้องมีคสั อนุญาติ หรือ ยกเสีย
ส่วนคฟ หรือ ครข – ศ ต้อง วนฉ ชี้ขาด โดยทำเป็น คพพษ หรื อคสั
เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุให้ ศ จำหน่าย จ เสียจากสารบบความได้
2) ศจะ พพษ หรือคสั นอกจากที่ปรากฎ ใน คฟ ไม่ได้
3) คพพษ หรือ คสั ย่อมผูกพันค่ค ในค- ห้ามดน กระบวนพจรณ อันเกี่ยวกับค หรื อประเด็นที่ วนฉชี้ขาด(Dxx) แล้ว
และห้าม ค่ค เดียวกัน รื้อร้องฟ ใน ประเด็นที่ได้ Dx โดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน
4) เมื่อ ศชต หรือ ศอธ มีคพพษ / คสั แล้ว
ค่ค ไม่พอใจ – อาจจะอธ คพพษ หรือ คสั ของ ศชต ไปยัง ศอธ หรือ ฎ
p 3-39 , 3.4.1 หลักทั่วไปว่าด้วยการ วนฉชี้ขาด ค
ศ จะ Dxx โดยทำเป็นคพพษ หรือคสั ต้องพจรณ ตาม ปวิพ ม 131 + 132
1. ศ Dxx แห่งค สำหรับ ค มี ขพพศ – จะต้องทำเป็นรูปของ คพพษ
2. กรณีศ Ddx ประเด็นแห่งค สำหรับ ค ไม่มีขพพ – ศ จะทำเป็นรูป คสั เช่น คสั ตั้งนาย ก เป็น ผจก มรดก มีคสั ให้ นาย ก เป็นคน สาบสูญ หรือ มีคสั ให้ ก เป็นคนไร้ความสามารถ หรือ เสมือนไร้ความสามารถ
3. กรณี ค่ค ย คข ต่อ ศ – ไม่ว่าจะเป็น คร คข ก่อน ศ จะมี คพพษ
ศ จะมีคำ Dx เกี่ยวกับ คข / คร นั้น เป็นรูป คสั เสมอ
เช่น คร ขอเลื่อน ค , คร ขอย บช ระบุพย เพิ่มเติม หรือ คร ขอยกเว้น ค่าธรรมเนียม ศ
คร ขอ ให้ศ ตส ว่าจล ไม่ได้จงใจ ขาดนัด ย คหก
หรือ ขอให้ศ ตส ว่าจท หรือ จล ไม่ได้จงใจ ขาดนัดพจรณ
ในระหว่างการ พจรณ ค ของ ศ จะมี คร / คข ค่ค ย เข้ามาเป็นจำนวนมาก – ซึ่ง ศ อาจจะมี คสั อนุญาติ หรือ คสั ยก คข – เรียก คสั นี้ว่า – คสั ระหว่าง พจรณ
บางกรณี กม กำหนดให้ ศ มี คสั จำหน่าย ค จาก สารพบบความ – โดยไม่ตอ้งมี Dxx ในประเด็นแห่งค
และให้ ศ กำหนดเงื่อนไขในเรื่องค่าฤชา ธรรมเนียม ตามที่เห็นสมควร ได้แก่ – ก บญ ปวิพ ม 132
(1) เมื่อจท ทิ้งฟ หรือ ถอน ฟ หรือไม่มา ศ ในวันนัด พจรณ ดัง ที่ บญ ใน ม 174 , 175 , 193 ทวิ
(2) จท ไม่หาประกันมาดังใน ม 253 323
หรือ ค่ค ฝ ใด ฝหนึ่ง หรือ ทั้งสอง ฝ ขาดนัด ม 198 200 201
(3) มรณะ ของค่ค ฝ ใด – ยังให้ ค นั้นไม่มี ปย ต่อไป – หรือถ้าไม่มีผู้ใด เข้ามาแทนที่ ค่ค ฝ ที่มรณะ ม 42
(4) เมื่อ ศ ได้มี คสั ให้พจรณ ค ร่วมกัน หรือให้แยกกัน ซึ่งเป็นเหตุให้ ต้องโอนค ไปยัง อีก ศ – ม 28 29
แม้มีบญ ม 132 – บางกรณี ศ ก็ไม่จำเป็นต้องสั่งจำหน่าย ค เสมอไป – เป็นดุลยพินิจของ ศ
และเหตุที่ศ จะสั่ง จำหน่าย ค ก็ไม่ได้มีเท่าที่ บญ ใน 132 เท่านั้น – ยังมีเหตุอื่นก็ได้
ระหว่าง พจรณ ค – ไม่มี การไกล่เกลี่ย หรือ ปรปน(ประนี) ยอมความ – ศ จะ ดน ค ไปถึง สิ้นสุด แล้ว มี คพพษ
p 3-40 , เมื่อ มี คพพษ – อีกฝ ยังไม่เต็มใจ
ปวิพ สนับสนุนให้ ค ยุติด้วยความเต็มใจ ทั้งสอง ฝ – แล้ว ให้ ศ พพษ ไปตามนั้น
มาตรา ๑๙  ศาลมีอำนาจสั่งได้ตามที่เห็นสมควรให้คู่ความทุกฝ่าย หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาศาลด้วยตนเอง ถึงแม้ว่าคู่ความนั้น ๆ จะได้มีทนายความว่าต่างแก้ต่างอยู่แล้วก็ดี อนึ่งถ้าศาลเห็นว่าการที่คู่ความมาศาลด้วยตนเองอาจยังให้เกิดความตกลงหรือการประนีประนอมยอมความดังที่บัญญัติไว้ในมาตราต่อไปนี้ ก็ให้ศาลสั่งให้คู่ความมาศาลด้วยตนเอง
สังเกตุว่า แม้ ค่ค ตั้งทนายความแล้ว – ถ้าศ เห็นว่า ตัวความมา ศ เอง ยัง ปนปนยค เกิดขึ้นได้สูง
ศ อาจจะสั่งให้เฉพาะตัวความ มา ศ ด้วยตนเอง ก็ได้ ปวิพ 20
มาตรา ๒๐ ” ไม่ว่าการพิจารณาคดีจะได้ดำเนินไปแล้วเพียงใด ให้ศาลมีอำนาจที่จะไกล่เกลี่ยให้คู่ความได้ตกลงกัน หรือประนีประนอมยอมความกันในข้อที่พิพาทนั้น ”
ดังนั้น แม้ว่า สืบพย ทุก ฝ เสร็จ ศ มีอนจะไกล่เกลี่ย ค่ค
ใน ม 20 ทวิ “…หลักเกณฑ์และวิธีการในการไกล่เกลี่ยของศาล การแต่งตั้งผู้ประนีประนอม รวมทั้งอำนาจหน้าที่ของผู้ประนีประนอม ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา”
ปัจ ศ ยตธ พยย นำระบบ ไกล่เกลี่ย มาใช้ให้มากที่สุด
ข้อกำหนด ประธาน ศ ฎ ไกล่เกลี่ย 2554 – ผู้กก (ไกล่เกลี่ย) อาจจะเป็น บคภน ได้ ถ้าคิดว่ามีโอกาสสำเร็จ
ปวิพ 138 ว.2 ” ห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาเช่นว่านี้ เว้นแต่ในเหตุต่อไปนี้
               (๑) เมื่อมีข้อกล่าวอ้างว่าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฉ้อฉล
               (๒) เมื่อคำพิพากษานั้นถูกกล่าวอ้างว่าเป็นการละเมิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน
               (๓) เมื่อคำพิพากษานั้นถูกกล่าวอ้างว่ามิได้เป็นไปตามข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความ ”
และ ม 20 ตรี ค่ค อาจ ย ครข ต่อ ศ ให้มี การ กก ก่อน การฟ ค ได้
โดย ย คร ต่อ ศชต ที่มีเขตอน – ให้ศ แต่งตั้ง ผู้ปนปน ทำหท กก
หากค่ค ตกลงกันได้ – คู่ สญ อาจ รข ให้ ศ มีคพพษ ตามข้อตกลง หรือ สญ ปนปนยค และนำ 138 มาบังคับใช้โดยอนุโลม
โดยค่ค ไม่ต้องฟ ค และไม่ตอ้งเสียค่าขึ้น ศ
p 3-41 , กก 3.4.1 ศ มีอน กก ให้ ค่ค ตกลง ปนปนยค กันใน ข้อพพ หลัง สืบพย เสร็จ ได้หรือไม่
Ans ปวิพ 20 สามารถกท ได้ในทุกชั้นศ
3.4.2 ผลของ คพพษ และ คสั (คำสั่ง)
👨🏽‍🦲 1. ศ จะ พพษ หรือ ทำ คสั นอกจาก ที่ปรากฎใน คฟ ไม่ได้
ค แพ่ง เมื่อจท ย คฟ
มาตรา ๑๗๒ ” คำฟ้องต้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น ”
จท ประสงค์ ขอให้ ศ บังคับ ให้ จล ปฎิบัติอย่างไร
จท ต้องแสดงแห่งข้อหา แล ะคำขอ คำบังคับ มาด้วย
ม 142 – ห้ามไม่ให้ ศ พพษ หรือ สั่งเกินไปจากคำขอของจท เช่น จท ฟ เรียกคสห 100,000 บ แม้ว่าพจรณ ศ จะเห็นว่าควรจะได้รับ คสห เกินกว่าที่ฟ มา แต่ศ ไม่อาจ พพษ จท ได้รับ คสห นอกเหนือไปจากคฟ
ม 142 ห้าม มิให้ ศ พพษ เกินคฟ , ศ จะพพษ เกินจาก คหก ไม่ได้ เช่น ค แพ่ง จล มิได้สู้เรื่องอยค – แม้ขทจ พจรณ ศ เห็นว่า จท ขาด อยค – ศ ก็ไม่อาจเอาเหตุเรื่อง ค ขาด อยค มายก ฟ ได้ – เพราะจล มิได้ ให้การต่อสู้ในเรื่องนี้ไว้
ม 142 มีข้อยกเว้น ให้ พพษ หรือ สั่งเกิน คฟ คร ได้ เช่น
🈴 1) คฟ อสหรมท – จท ฟ ขับไล่จล -ถ้า พพษ จท ชนะ – ให้ขับไล่จล – รวมบังคับไปถึง วงศ์ญาติด้วย
p 3-42 , แม้ จท ฟ้องเรียก อสหรท – มิได้ฟ ขับไล่ จล – แต่ ศ ก็สามารถ พพษ ขับไล่จล ได้
เช่น จท ฟ จล โอน กสิ ที่ดินพพ ให้จท – เป็น ตามปวิพ 142(1)
และเป็นดุลยพินิจ ของ ศ จะพพษ ขับไล่ หรือไม่ก็ได้
ใช้เฉพาะ ค จท ฟ เรียก อสหรม จาก จล เท่านั้น
ไม่รวมถึง ฟ เรียก สหรท เช่น ฟ เรียก เรือนแพ
🈴 2) จท ฟ เรียก ท ใดๆ เป็นของตนทั้งหมด , แต่พจรณ จท ควรได้เพียงส่วนแบ่ง
ส พพษ ให้จท ได้รับแต่ส่วนแบ่งก็ได้ เช่น จท ฟ เรียกที่ดินทั้งแปลง – แต่พจรณแล้ว จท ควรได้เพียง 1/2 , ศ ย่อม พพษ ได้รับในส่วนแบ่งนั้น ตาม ม 142(2)
🈴3) จท ขอให้ จล ชำระเงินพร้อม ดบ ถึงวัน ฟ
แต่ ศ อาจจะให้จล ชำระดบถึงวันที่ได้ชำระเสร็จ ตามคพพษ ก็ได้
🈴4) จท ฟ เรียกค่าเช่า / คสห ต่อเนื่องคำนวณถึงวันฟ
นอกจาก พพษ ให้จท ได้รับค่าขาดปย จนถึงวันฟ แล้ว ยังสามารถ พพษให้ ค่าขาดปย ต่อไปจากวันฟ ได้ (แม้จท จะมิได้ขอ ก็ตาม)
🈴5) ค ที่อาจยกข้อกม เกี่ยวกับ ความสงบเรียบร้อย ถ้า ศ เห็นว่าสมควร ก็อาจจะยกข้อเหล่านั้น ขึ้น Dx แล้ว พพษ ค ก็ได้
จากค ดังกล่าว ถ้าจท หรือ จล มิได้ยกขึ้นมาต่อสู้ – จะไม่สามารถหยิบยกมา ฟ ซ้ำได้อีก เพราะกม ไม่มีเจตนารมณ์ ให้ดน ค เดียว กับจล ซ้ำ
ถ้ามีอย่างนี้ – แม้จล จะมิได้ยกเรื่อง อน ฟ / ฟ ซ้ำ / ดน กระบวนพจรณ ซ้ำ / ฟ ซ้อน – ศ ก็สามารถหยิบยกขึ้นมาพจรณ เองได้ และอาจ ยกฟ จท ได้
p 3-43 , 🈴6) จท ฟ้องขอให้ชำระเงิน พร้อม ดบ ซึ่งมิได้มีข้อตกลง กำหนดดบ กันไว้
พพษ อาจจะให้จล ชำระดบ สูงกว่าที่จท มีส ได้รับตามกม แต่ต้องไม่เกิน 15%
ปกติ กม กำหนด 3% , แต่พพษ อาจจะสูงกว่านี้ได้ แต่ไม่เกิน 15%
👨🏽‍🦲 2) คพพษ หรือ คสั ของ ศ จะผูกพัน เฉพาะค่ค ในกระบวน พจรณ ค เท่านั้น
สำหรับ บคภน ไม่เกี่ยว (เพราะไม่ได้มาสู้ค ด้วย)
ม 145 “… คำพิพากษาหรือคำสั่งใด ๆ ให้ถือว่าผูกพันคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลที่พิพากษาหรือมีคำสั่ง นับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษาหรือมีคำสั่ง จนถึงวันที่คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับหรืองดเสีย ถ้าหากมี..”
และผูกพันไปจนกว่า คพพษ จะถูกปป หรือ งดเสียโดย ศ สูง
คำว่า ค่ค ตาม ม 145 ศ ฎ – Dx ให้รวมถึง ผู้สืบส ของค่ค ด้วย เช่น จท รับโอน กสิ ที่พพสืบต่อมาจาก จท ค เดิม- Dx ถึง กสิ มีผลผูกพันกับ จท คนใหม่ด้วย
ศ ฎ เคย Dx คพพษ นอกจาก ผูกพัน ค่ค ฝอื่น , ยังผูกพัน ฝ เดียวกันด้วย
ค ก่อน ผู้ถูกลม ฟ จท และ จล เป็น จล – ศ Dx ว่ากท ลม และ พพษ ให้ร่วมรผ ชำระคสห
คพพษ ใน ค ก่อน มีผลผูกจท และจบ ในค นี้ด้วย ตามม 145 ว.1 – ฟังขทจ ว่าจล 1 กท ลม
ข้อยกเว้นให้คพพษ ผูกพัน บคภน เช่น
1) บญ 142(1) , 245 , 366
2) คพพษ /คสั เกี่ยวด้วย ฐานะ หรือ ความสามารถของบค
คพพษ ให้เลิกนตบค
คสั ล้มละลาย
พวกนี้ บคภน ยกขึ้นอ้างอิงกับบค ภน ได้
เช่น ศ สั่งให้ ก เป็นบค ไร้สามารถ , ดังนั้น ก , ข หรือ บค ทั่วไป ก็หยิบยกเรื่อง ก ไร้สามารถได้ ,ใครทำ นตก กับ ก ก็ย่อมเป็นโมฆียะ
p 3-44 👨🏽‍🦲 3)
p 3-45
p 3-46
p 3-47 , ! 3.4.3 การ อธ ฎ คพพษ และ คสั
p 3-48
p 3-49
p 3-50

p 3-51
p 3-52
p 3-53
p 3-54
p 3-55
p 3-56
p 3-57
p 3-58
p 3-59
p 3-60
p 3-61
p 3-62
p 3-63

pre test

post test




Discover more from อรรถพรคลินิก ศัลยกรรมตกแต่ง Attaporn Plastic Surgery clinic 阿塔蓬博士,曼谷整形外科医生

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading