จำเลยที่ 1 และนายพิเชษฐ์ จำเลย 2 ในข้อหาร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย, ร่วมกันพาบุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม,
พยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยการใช้กำลังประทุษร้ายโดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หลังนายสมรักษ์กระทำอนาจารและล่วงละเมิดทางเพศหญิงอายุ 17 ปี เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.2566
ศาลจึงพิพากษาจำคุกรวม 4 ปี 8 เดือน แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 2 ปี 13 เดือน 10 วัน และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนรวมเป็นเงิน 170,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปีตั้งแต่กระทำการละเมิด ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง
ม 278 “ผู้ใดกระทำอนาจารแก่บุคคล อายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะ ที่ไม่สามารถขัดขืนได้หรือโดยทำให้บุคคลนั้น เข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินสิบปีหรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ม 1(6) ใช้กำลัง ปทษร – เช่น ไม่สามารถขัดขืนได้ -พาให้ไปอยู่ในห้องและเป็นนักมวย ก็กลัว ก็ถือว่า ปทษร แล้ว น่ะ ไม่จำเป็นต้องชกต่อย
“สมรักษ์” เจอฟัน 4 ข้อหา อนาจาร-พยายามข่มขืน ฮีโร่โอลิมปิกเก็บตัวเงียบ
เผย ไม่กล้าขัดขืนเพราะเป็นนักมวย
