คู่มือทบทวนความรู้: เขตแดนและเขตอำนาจรัฐ

เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อทบทวนความเข้าใจในเนื้อหาเกี่ยวกับเขตแดนและเขตอำนาจรัฐตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยอาศัยข้อมูลจากเอกสารต้นฉบับเป็นสำคัญ ประกอบด้วยแบบทดสอบความเข้าใจพร้อมเฉลย คำถามเรียงความเพื่อการศึกษาต่อยอด และอภิธานศัพท์ที่รวบรวมคำศัพท์สำคัญไว้อย่างครบถ้วน

——————————————————————————–

แบบทดสอบความเข้าใจ (คำถามแบบสั้น)

คำแนะนำ: โปรดตอบคำถามต่อไปนี้โดยใช้ความรู้จากเนื้อหาที่ศึกษา แต่ละคำตอบควรมีความยาวประมาณ 2-3 ประโยค

  1. เขตแดนของรัฐ (State Territory) มีความสำคัญอย่างไรในทางกฎหมายระหว่างประเทศ?
  2. องค์ประกอบของดินแดนของรัฐตามกฎหมายระหว่างประเทศประกอบด้วยส่วนสำคัญอะไรบ้าง?
  3. อธิบายความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง “การผ่านโดยสุจริต” (Innocent Passage) และ “สิทธิผ่านช่องแคบ” (Transit Passage)
  4. การได้มาซึ่งดินแดนของรัฐโดยการครอบครองปรปักษ์ (Prescription) มีหลักเกณฑ์ที่สำคัญอย่างไร?
  5. การเสียดินแดนโดยการสละดินแดน (Dereliction) คืออะไร และมีองค์ประกอบสำคัญอย่างไร?
  6. เขตอำนาจรัฐ (Jurisdiction) ตามกฎหมายระหว่างประเทศหมายถึงอะไร และแบ่งออกเป็นกี่ประเภทหลัก?
  7. หลักดินแดน (Territorial Principle) ซึ่งเป็นรากฐานของเขตอำนาจรัฐ มีข้อยกเว้นที่สำคัญอะไรบ้าง?
  8. หลักผู้ถูกกระทำ (Passive Personality Principle) คืออะไร และมีความแตกต่างจากหลักสัญชาติ (Nationality Principle) อย่างไร?
  9. อธิบายสาระสำคัญของหลักป้องกัน (Protective Principle) พร้อมยกตัวอย่างการกระทำที่อาจเข้าข่าย
  10. เขตอำนาจสากล (Universal Jurisdiction) คืออะไร และใช้บังคับกับอาชญากรรมประเภทใดบ้าง?

——————————————————————————–

เฉลยแบบทดสอบความเข้าใจ

  1. เขตแดนของรัฐ (State Territory) มีความสำคัญอย่างไรในทางกฎหมายระหว่างประเทศ? เขตแดนของรัฐเป็นเครื่องมือที่ใช้กำหนดขอบเขตอำนาจรัฐ เป็นสิ่งที่แสดงและจำกัดขอบเขตการใช้อำนาจอธิปไตยของรัฐหนึ่งต่อรัฐอื่นๆ ความสำคัญของเขตแดนคือเป็นองค์ประกอบของการเป็นรัฐ และการมีเขตแดนที่แน่นอนจะช่วยลดข้อพิพาทระหว่างรัฐได้ นอกจากนี้ กฎหมายระหว่างประเทศยังได้รับรองถึงอำนาจสิทธิขาดของรัฐในการใช้ประโยชน์ในดินแดนของตน
  2. องค์ประกอบของดินแดนของรัฐตามกฎหมายระหว่างประเทศประกอบด้วยส่วนสำคัญอะไรบ้าง? องค์ประกอบของดินแดนของรัฐประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ 1) ส่วนที่เป็นพื้นดิน (Land) และน่านน้ำที่อยู่ภายในพื้นดิน เช่น แม่น้ำ ทะเลสาบ 2) ส่วนที่เป็นพื้นน้ำอันได้แก่ น่านน้ำภายใน (Internal waters) ทะเลอาณาเขต (Territorial Sea) และ 3) ส่วนที่เป็นห้วงอากาศ (Air space) ซึ่งอยู่เหนือพื้นดินและพื้นน้ำดังกล่าว
  3. อธิบายความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง “การผ่านโดยสุจริต” (Innocent Passage) และ “สิทธิผ่านช่องแคบ” (Transit Passage) การผ่านโดยสุจริตคือสิทธิของเรือต่างชาติในการเดินเรือผ่านทะเลอาณาเขตโดยต้องไม่กระทบต่อสันติภาพ ความสงบเรียบร้อย หรือความมั่นคงของรัฐชายฝั่ง ส่วนสิทธิผ่านช่องแคบเป็นสิทธิในการเดินเรือและบินผ่านช่องแคบที่ใช้ในการเดินเรือระหว่างประเทศซึ่งมีเสรีภาพมากกว่า โดยเรือและอากาศยานสามารถผ่านได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว และรัฐชายฝั่งไม่มีสิทธิระงับการผ่านชั่วคราวได้
การเดินเรือผ่านโดยสุจริต (Innocent Passage)สิทธิผ่านช่องแคบ (Transit Passage)
อากาศยานไม่มีสิทธิบินผ่านช่องแคบโดยสุจริตเด็ดขาดทั้งเรือและอากาศยานสามารถเดินเรือและบินผ่านช่องแคบโดยสุจริตได้
เรือดำน้ำต้องลอยลำขึ้นเหนือน้ำเรือดำน้ำสามารถดำน้ำผ่านใต้น้ำเมื่อเดินเรือผ่านช่องแคบ
ในบางกรณีรัฐอาจระงับการเดินเรือเป็นการชั่วคราวได้ไม่มีการให้สิทธิ ระงับ หรือหยุดการเดินเรือผ่านช่องแคบโดยสุจริตได้
  1. การได้มาซึ่งดินแดนของรัฐโดยการครอบครองปรปักษ์ (Prescription) มีหลักเกณฑ์ที่สำคัญอย่างไร? การได้มาซึ่งดินแดนโดยการครอบครองปรปักษ์ หมายถึง การที่รัฐได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนที่เคยอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐอื่นมาก่อน โดยการครอบครองนั้นจะต้องเป็นการครอบครองอย่างต่อเนื่อง เปิดเผย โดยสงบ และเป็นระยะเวลายาวนานเพียงพอ นอกจากนี้ รัฐเจ้าของเดิมจะต้องไม่ได้แสดงการคัดค้านการครอบครองนั้นด้วย
  2. การเสียดินแดนโดยการสละดินแดน (Dereliction) คืออะไร และมีองค์ประกอบสำคัญอย่างไร? การสละดินแดน (Dereliction) หรือการทอดทิ้ง (Abandonment) คือการที่รัฐสละเจตนาที่จะมีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนของตนโดยสิ้นเชิง ซึ่งดินแดนนั้นจะกลายเป็นดินแดนที่ไม่มีเจ้าของ (Terra Nullius) การกระทำดังกล่าวมีองค์ประกอบ 2 ประการคือ การกระทำที่แสดงออกทางกายภาพ (Taking Possession) เช่น การถอนทหารหรือเจ้าหน้าที่ และเจตนาที่จะสละอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนนั้น (The Intention of Giving up Sovereignty)
  3. เขตอำนาจรัฐ (Jurisdiction) ตามกฎหมายระหว่างประเทศหมายถึงอะไร และแบ่งออกเป็นกี่ประเภทหลัก? เขตอำนาจรัฐ หมายถึง อำนาจตามกฎหมายของรัฐเหนือบุคคล ทรัพย์สิน หรือเหตุการณ์ต่างๆ โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1) เขตอำนาจในการสร้างหรือบัญญัติกฎหมาย (Jurisdiction to prescribe) ซึ่งเป็นอำนาจทางนิติบัญญัติ และ 2) เขตอำนาจในการบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย (Jurisdiction to enforce) ซึ่งเป็นอำนาจทางตุลาการและฝ่ายบริหาร
  4. หลักดินแดน (Territorial Principle) ซึ่งเป็นรากฐานของเขตอำนาจรัฐ มีข้อยกเว้นที่สำคัญอะไรบ้าง? หลักดินแดนคือหลักที่ว่ารัฐมีอำนาจอธิปไตยเหนือบุคคลหรือเหตุการณ์ใดๆ ที่เกิดขึ้นในดินแดนของตน ข้อยกเว้นที่สำคัญคือการให้ความคุ้มกันแก่บุคคลบางประเภทตามกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น ความคุ้มกันของบุคคลในคณะผู้แทนทางทูต ความคุ้มกันของเจ้าหน้าที่กงสุล ความคุ้มกันขององค์การระหว่างประเทศ และความคุ้มกันของรัฐต่างประเทศ เป็นต้น
  5. หลักผู้ถูกกระทำ (Passive Personality Principle) คืออะไร และมีความแตกต่างจากหลักสัญชาติ (Nationality Principle) อย่างไร? หลักผู้ถูกกระทำ (Passive Personality Principle) เป็นมูลฐานที่รัฐใช้อำนาจรัฐดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดที่อยู่นอกดินแดน โดยอาศัย “สัญชาติของผู้เสียหาย” เป็นจุดเชื่อมโยง ซึ่งแตกต่างจากหลักสัญชาติ (Nationality Principle) ที่รัฐใช้อำนาจรัฐโดยอาศัย “สัญชาติของผู้กระทำความผิด” ไม่ว่าการกระทำนั้นจะเกิดขึ้นที่ใดก็ตาม
  6. อธิบายสาระสำคัญของหลักป้องกัน (Protective Principle) พร้อมยกตัวอย่างการกระทำที่อาจเข้าข่าย หลักป้องกันคือการที่รัฐใช้อำนาจรัฐเหนือบุคคลที่กระทำการนอกดินแดน แต่การกระทำนั้นกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือผลประโยชน์ที่สำคัญยิ่งของรัฐ แม้ว่าผู้กระทำจะมิใช่คนชาติของรัฐและผู้เสียหายก็มิใช่คนชาติของรัฐนั้นก็ตาม ตัวอย่างเช่น การปลอมแปลงเงินตรา การจารกรรม การก่อการร้าย หรือการวางแผนล้มล้างรัฐบาล
  7. เขตอำนาจสากล (Universal Jurisdiction) คืออะไร และใช้บังคับกับอาชญากรรมประเภทใดบ้าง? เขตอำนาจสากล คือ เขตอำนาจที่เกิดจากลักษณะของอาชญากรรมที่ร้ายแรงต่อประชาคมระหว่างประเทศโดยรวม รัฐใดๆ ก็ตามสามารถใช้อำนาจดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของผู้กระทำหรือสถานที่เกิดเหตุ อาชญากรรมที่เข้าข่าย ได้แก่ การกระทำอันเป็นโจรสลัด อาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

——————————————————————————–

คำถามเรียงความ

คำแนะนำ: โปรดใช้คำถามต่อไปนี้เป็นแนวทางในการศึกษาและเขียนเรียงความเชิงวิเคราะห์ โดยไม่จำเป็นต้องมีคำตอบสำเร็จรูป

  1. จงวิเคราะห์และเปรียบเทียบวิธีการได้มาซึ่งดินแดน 5 รูปแบบ ได้แก่ การโอนดินแดนโดยสนธิสัญญา (Cession), การครอบครอง (Occupation), การเพิ่มของดินแดนโดยธรรมชาติ (Accretion), การพิชิตหรือการผนวกดินแดน (Subjugation) และการครอบครองปรปักษ์ (Prescription) โดยชี้ให้เห็นถึงองค์ประกอบทางกฎหมาย ลักษณะ และสถานะในกฎหมายระหว่างประเทศปัจจุบันของแต่ละวิธี
  2. การกำหนดเส้นเขตแดนทางบกและทางน้ำมีหลักเกณฑ์และกระบวนการอย่างไรตามกฎหมายระหว่างประเทศ จงอภิปรายถึงบทบาทของคณะกรรมาธิการปักปันเขตแดน (Delimitation Commission) และคณะกรรมาธิการสำรวจปักปันเขตแดน (Demarcation Commission) พร้อมยกตัวอย่างหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการกำหนดเขตแดน เช่น สันปันน้ำ หรือร่องน้ำลึก
  3. รากฐานของเขตอำนาจรัฐ (Bases of Jurisdiction) มีความสำคัญอย่างไรต่อการบังคับใช้กฎหมายของรัฐ จงอธิบายหลักการทั้ง 5 ประการ ได้แก่ หลักดินแดน หลักสัญชาติ หลักผู้ถูกกระทำ หลักป้องกัน และหลักสากล พร้อมทั้งวิเคราะห์ถึงกรณีที่หลักการเหล่านี้อาจเกิดความทับซ้อน (Concurrent Jurisdiction) และแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
  4. แนวคิดเรื่องเขตอำนาจรัฐเหนือดินแดน (Territorial Jurisdiction) มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นนอกดินแดนแต่ส่งผลกระทบเข้ามาในดินแดน (Effects Doctrine) และการใช้อำนาจนอกอาณาเขต (Extra-territorial Jurisdiction) จงยกตัวอย่างคดีหรือสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการอธิบาย
  5. อาชญากรรมระหว่างประเทศ (International Crimes) เช่น การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และอาชญากรรมสงคราม มีลักษณะพิเศษอย่างไรที่ทำให้เกิด “เขตอำนาจสากล” จงอภิปรายถึงบทบาทของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) และหลักการเสริมอำนาจศาล (Principle of Complementarity) ในการดำเนินคดีอาชญากรรมร้ายแรงเหล่านี้

——————————————————————————–

อภิธานศัพท์ (Glossary)

คำศัพท์ (Term)คำนิยาม (Definition)
กฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ (Customary International Law)หลักปฏิบัติของรัฐที่กระทำอย่างสม่ำเสมอและเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่ามีผลผูกพันทางกฎหมาย
การกำหนดเส้นเขตแดน (Delimitation)การตกลงกำหนดแนวเขตแดนในสนธิสัญญาหรือคำพิพากษาของศาล โดยระบุรายละเอียดและลักษณะทางภูมิศาสตร์
การครอบครอง (Occupation)การได้มาซึ่งดินแดนที่ไม่มีเจ้าของ (Terra Nullius) โดยการกระทำของรัฐที่เข้าไปยึดถือครอบครอง โดยมีเจตนาที่จะได้มาซึ่งอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนนั้น
การครอบครองปรปักษ์ (Prescription)การได้มาซึ่งดินแดนที่เคยอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐอื่น โดยการเข้าครอบครองอย่างเปิดเผย สงบ ต่อเนื่อง และเป็นระยะเวลายาวนาน
การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Genocide)การกระทำใดๆ ที่มีเจตนาเพื่อทำลายกลุ่มชนชาติ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มเชื้อชาติ หรือกลุ่มศาสนา ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
การผ่านโดยสุจริต (Innocent Passage)สิทธิของเรือจากทุกรัฐในการเดินเรือผ่านทะเลอาณาเขตของรัฐอื่น ตราบเท่าที่การผ่านนั้นไม่เป็นภัยต่อสันติภาพ ความสงบเรียบร้อย หรือความมั่นคงของรัฐชายฝั่ง
การพิชิต/ผนวกดินแดน (Subjugation)การได้มาซึ่งดินแดนของรัฐผู้แพ้สงครามโดยรัฐผู้ชนะสงครามในอดีต ซึ่งปัจจุบันไม่เป็นที่ยอมรับตามกฎหมายระหว่างประเทศสมัยใหม่
การเพิ่มของดินแดน (Accretion)การได้มาซึ่งดินแดนที่งอกออกมาติดกับดินแดนเดิมโดยกระบวนการทางธรรมชาติ เช่น การทับถมของตะกอนแม่น้ำ
การโอนดินแดนโดยสนธิสัญญา (Cession)การที่รัฐหนึ่งโอนอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนส่วนหนึ่งของตนให้แก่อีกรัฐหนึ่ง โดยทำเป็นสนธิสัญญา
การสำรวจปักปันเขตแดน (Demarcation)การดำเนินการในพื้นที่จริงเพื่อวางเครื่องหมายแสดงแนวเขตแดนตามที่ได้ตกลงกันไว้ในการกำหนดเส้นเขตแดน
เขตแดนของรัฐ (State Territory)อาณาบริเวณที่รัฐมีอำนาจอธิปไตย ซึ่งประกอบด้วยพื้นดิน พื้นน้ำ และห้วงอากาศ
เขตอำนาจรัฐ (Jurisdiction)อำนาจตามกฎหมายของรัฐเหนือบุคคล ทรัพย์สิน หรือเหตุการณ์ต่างๆ แบ่งเป็นอำนาจในการบัญญัติกฎหมายและอำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย
เขตอำนาจสากล (Universal Jurisdiction)เขตอำนาจของรัฐใดๆ ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอาชญากรรมร้ายแรงบางประเภท โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติหรือสถานที่เกิดเหตุ
ดินแดนที่ไม่มีเจ้าของ (Terra Nullius / Res Nullius)ดินแดนที่ไม่มีประชากรอาศัยอยู่ หรือมีประชากรแต่ไม่มีการจัดระเบียบทางการเมือง และยังไม่เคยมีรัฐใดเข้าครอบครองมาก่อน
ทะเลอาณาเขต (Territorial Sea)แนวเขตทางทะเลที่วัดจากเส้นฐานออกไปในทะเลไม่เกิน 12 ไมล์ทะเล ซึ่งรัฐชายฝั่งมีอำนาจอธิปไตย
น่านน้ำภายใน (Internal or national waters)น่านน้ำที่อยู่ทางด้านแผ่นดินของเส้นฐานที่ใช้วัดความกว้างของทะเลอาณาเขต เช่น ปากแม่น้ำ อ่าว ท่าเรือ
แนวปฏิบัติของรัฐ (State Practice)การกระทำหรือการแสดงออกของรัฐในเรื่องต่างๆ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการก่อตัวของกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ
หลักดินแดน (Territorial Principle)หลักการที่ให้รัฐมีเขตอำนาจเหนือการกระทำความผิดทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในดินแดนของตน
หลักป้องกัน (Protective Principle)หลักการที่ให้รัฐมีเขตอำนาจเหนือการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นนอกดินแดน แต่กระทบต่อความมั่นคงหรือผลประโยชน์ที่สำคัญของรัฐ
หลักผู้ถูกกระทำ (Passive Personality Principle)หลักการที่ให้รัฐมีเขตอำนาจเหนือการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นนอกดินแดน โดยอาศัยสัญชาติของผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำนั้น
หลักสัญชาติ (Nationality Principle)หลักการที่ให้รัฐมีเขตอำนาจเหนือบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีสัญชาติของตน ไม่ว่าบุคคลนั้นจะอยู่ที่ใดก็ตาม
อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ (Crimes against humanity)การกระทำที่โหดร้ายทารุณอย่างกว้างขวางหรือเป็นระบบต่อประชากรพลเรือน เช่น การฆาตกรรม การทรมาน การบังคับให้พลัดถิ่น
อาชญากรรมสงคราม (War crimes)การละเมิดกฎหมายและจารีตประเพณีที่ใช้บังคับในการขัดกันทางอาวุธอย่างร้ายแรง
สันปันน้ำ (Watershed / The Highest Peak)แนวสันเขาหรือแนวที่สูงที่สุดซึ่งแบ่งน้ำให้ไหลไปยังลุ่มน้ำคนละด้าน มักใช้เป็นเกณฑ์ในการกำหนดเส้นเขตแดนทางบก
สิทธิผ่านช่องแคบ (Transit Passage)สิทธิในการเดินเรือและบินผ่านอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วในช่องแคบที่ใช้ในการเดินเรือระหว่างประเทศ
ห้วงอากาศ (Air space)เขตอำนาจของรัฐที่อยู่เหนือพื้นดินและพื้นน้ำในอาณาเขตของตน
อ่าวประวัติศาสตร์ (Historic Bay)อ่าวที่โดยหลักเกณฑ์ทั่วไปถือเป็นทะเลหลวง แต่รัฐชายฝั่งอ้างสิทธิเป็นน่านน้ำภายในมาเป็นเวลานานโดยไม่มีการคัดค้านจากรัฐอื่น

Discover more from อรรถพรคลินิก ศัลยกรรมตกแต่ง Attaporn Plastic Surgery clinic 阿塔蓬博士,曼谷整形外科医生

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading