คู่มือทบทวนความรู้: เขตแดนและเขตอำนาจรัฐ
เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อทบทวนความเข้าใจในเนื้อหาเกี่ยวกับเขตแดนและเขตอำนาจรัฐตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยอาศัยข้อมูลจากเอกสารต้นฉบับเป็นสำคัญ ประกอบด้วยแบบทดสอบความเข้าใจพร้อมเฉลย คำถามเรียงความเพื่อการศึกษาต่อยอด และอภิธานศัพท์ที่รวบรวมคำศัพท์สำคัญไว้อย่างครบถ้วน
——————————————————————————–
แบบทดสอบความเข้าใจ (คำถามแบบสั้น)
คำแนะนำ: โปรดตอบคำถามต่อไปนี้โดยใช้ความรู้จากเนื้อหาที่ศึกษา แต่ละคำตอบควรมีความยาวประมาณ 2-3 ประโยค
- เขตแดนของรัฐ (State Territory) มีความสำคัญอย่างไรในทางกฎหมายระหว่างประเทศ?
- องค์ประกอบของดินแดนของรัฐตามกฎหมายระหว่างประเทศประกอบด้วยส่วนสำคัญอะไรบ้าง?
- อธิบายความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง “การผ่านโดยสุจริต” (Innocent Passage) และ “สิทธิผ่านช่องแคบ” (Transit Passage)
- การได้มาซึ่งดินแดนของรัฐโดยการครอบครองปรปักษ์ (Prescription) มีหลักเกณฑ์ที่สำคัญอย่างไร?
- การเสียดินแดนโดยการสละดินแดน (Dereliction) คืออะไร และมีองค์ประกอบสำคัญอย่างไร?
- เขตอำนาจรัฐ (Jurisdiction) ตามกฎหมายระหว่างประเทศหมายถึงอะไร และแบ่งออกเป็นกี่ประเภทหลัก?
- หลักดินแดน (Territorial Principle) ซึ่งเป็นรากฐานของเขตอำนาจรัฐ มีข้อยกเว้นที่สำคัญอะไรบ้าง?
- หลักผู้ถูกกระทำ (Passive Personality Principle) คืออะไร และมีความแตกต่างจากหลักสัญชาติ (Nationality Principle) อย่างไร?
- อธิบายสาระสำคัญของหลักป้องกัน (Protective Principle) พร้อมยกตัวอย่างการกระทำที่อาจเข้าข่าย
- เขตอำนาจสากล (Universal Jurisdiction) คืออะไร และใช้บังคับกับอาชญากรรมประเภทใดบ้าง?
——————————————————————————–
เฉลยแบบทดสอบความเข้าใจ
- เขตแดนของรัฐ (State Territory) มีความสำคัญอย่างไรในทางกฎหมายระหว่างประเทศ? เขตแดนของรัฐเป็นเครื่องมือที่ใช้กำหนดขอบเขตอำนาจรัฐ เป็นสิ่งที่แสดงและจำกัดขอบเขตการใช้อำนาจอธิปไตยของรัฐหนึ่งต่อรัฐอื่นๆ ความสำคัญของเขตแดนคือเป็นองค์ประกอบของการเป็นรัฐ และการมีเขตแดนที่แน่นอนจะช่วยลดข้อพิพาทระหว่างรัฐได้ นอกจากนี้ กฎหมายระหว่างประเทศยังได้รับรองถึงอำนาจสิทธิขาดของรัฐในการใช้ประโยชน์ในดินแดนของตน
- องค์ประกอบของดินแดนของรัฐตามกฎหมายระหว่างประเทศประกอบด้วยส่วนสำคัญอะไรบ้าง? องค์ประกอบของดินแดนของรัฐประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ 1) ส่วนที่เป็นพื้นดิน (Land) และน่านน้ำที่อยู่ภายในพื้นดิน เช่น แม่น้ำ ทะเลสาบ 2) ส่วนที่เป็นพื้นน้ำอันได้แก่ น่านน้ำภายใน (Internal waters) ทะเลอาณาเขต (Territorial Sea) และ 3) ส่วนที่เป็นห้วงอากาศ (Air space) ซึ่งอยู่เหนือพื้นดินและพื้นน้ำดังกล่าว
- อธิบายความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง “การผ่านโดยสุจริต” (Innocent Passage) และ “สิทธิผ่านช่องแคบ” (Transit Passage) การผ่านโดยสุจริตคือสิทธิของเรือต่างชาติในการเดินเรือผ่านทะเลอาณาเขตโดยต้องไม่กระทบต่อสันติภาพ ความสงบเรียบร้อย หรือความมั่นคงของรัฐชายฝั่ง ส่วนสิทธิผ่านช่องแคบเป็นสิทธิในการเดินเรือและบินผ่านช่องแคบที่ใช้ในการเดินเรือระหว่างประเทศซึ่งมีเสรีภาพมากกว่า โดยเรือและอากาศยานสามารถผ่านได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว และรัฐชายฝั่งไม่มีสิทธิระงับการผ่านชั่วคราวได้
| การเดินเรือผ่านโดยสุจริต (Innocent Passage) | สิทธิผ่านช่องแคบ (Transit Passage) |
| อากาศยานไม่มีสิทธิบินผ่านช่องแคบโดยสุจริตเด็ดขาด | ทั้งเรือและอากาศยานสามารถเดินเรือและบินผ่านช่องแคบโดยสุจริตได้ |
| เรือดำน้ำต้องลอยลำขึ้นเหนือน้ำ | เรือดำน้ำสามารถดำน้ำผ่านใต้น้ำเมื่อเดินเรือผ่านช่องแคบ |
| ในบางกรณีรัฐอาจระงับการเดินเรือเป็นการชั่วคราวได้ | ไม่มีการให้สิทธิ ระงับ หรือหยุดการเดินเรือผ่านช่องแคบโดยสุจริตได้ |
- การได้มาซึ่งดินแดนของรัฐโดยการครอบครองปรปักษ์ (Prescription) มีหลักเกณฑ์ที่สำคัญอย่างไร? การได้มาซึ่งดินแดนโดยการครอบครองปรปักษ์ หมายถึง การที่รัฐได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนที่เคยอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐอื่นมาก่อน โดยการครอบครองนั้นจะต้องเป็นการครอบครองอย่างต่อเนื่อง เปิดเผย โดยสงบ และเป็นระยะเวลายาวนานเพียงพอ นอกจากนี้ รัฐเจ้าของเดิมจะต้องไม่ได้แสดงการคัดค้านการครอบครองนั้นด้วย
- การเสียดินแดนโดยการสละดินแดน (Dereliction) คืออะไร และมีองค์ประกอบสำคัญอย่างไร? การสละดินแดน (Dereliction) หรือการทอดทิ้ง (Abandonment) คือการที่รัฐสละเจตนาที่จะมีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนของตนโดยสิ้นเชิง ซึ่งดินแดนนั้นจะกลายเป็นดินแดนที่ไม่มีเจ้าของ (Terra Nullius) การกระทำดังกล่าวมีองค์ประกอบ 2 ประการคือ การกระทำที่แสดงออกทางกายภาพ (Taking Possession) เช่น การถอนทหารหรือเจ้าหน้าที่ และเจตนาที่จะสละอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนนั้น (The Intention of Giving up Sovereignty)
- เขตอำนาจรัฐ (Jurisdiction) ตามกฎหมายระหว่างประเทศหมายถึงอะไร และแบ่งออกเป็นกี่ประเภทหลัก? เขตอำนาจรัฐ หมายถึง อำนาจตามกฎหมายของรัฐเหนือบุคคล ทรัพย์สิน หรือเหตุการณ์ต่างๆ โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1) เขตอำนาจในการสร้างหรือบัญญัติกฎหมาย (Jurisdiction to prescribe) ซึ่งเป็นอำนาจทางนิติบัญญัติ และ 2) เขตอำนาจในการบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย (Jurisdiction to enforce) ซึ่งเป็นอำนาจทางตุลาการและฝ่ายบริหาร
- หลักดินแดน (Territorial Principle) ซึ่งเป็นรากฐานของเขตอำนาจรัฐ มีข้อยกเว้นที่สำคัญอะไรบ้าง? หลักดินแดนคือหลักที่ว่ารัฐมีอำนาจอธิปไตยเหนือบุคคลหรือเหตุการณ์ใดๆ ที่เกิดขึ้นในดินแดนของตน ข้อยกเว้นที่สำคัญคือการให้ความคุ้มกันแก่บุคคลบางประเภทตามกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น ความคุ้มกันของบุคคลในคณะผู้แทนทางทูต ความคุ้มกันของเจ้าหน้าที่กงสุล ความคุ้มกันขององค์การระหว่างประเทศ และความคุ้มกันของรัฐต่างประเทศ เป็นต้น
- หลักผู้ถูกกระทำ (Passive Personality Principle) คืออะไร และมีความแตกต่างจากหลักสัญชาติ (Nationality Principle) อย่างไร? หลักผู้ถูกกระทำ (Passive Personality Principle) เป็นมูลฐานที่รัฐใช้อำนาจรัฐดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดที่อยู่นอกดินแดน โดยอาศัย “สัญชาติของผู้เสียหาย” เป็นจุดเชื่อมโยง ซึ่งแตกต่างจากหลักสัญชาติ (Nationality Principle) ที่รัฐใช้อำนาจรัฐโดยอาศัย “สัญชาติของผู้กระทำความผิด” ไม่ว่าการกระทำนั้นจะเกิดขึ้นที่ใดก็ตาม
- อธิบายสาระสำคัญของหลักป้องกัน (Protective Principle) พร้อมยกตัวอย่างการกระทำที่อาจเข้าข่าย หลักป้องกันคือการที่รัฐใช้อำนาจรัฐเหนือบุคคลที่กระทำการนอกดินแดน แต่การกระทำนั้นกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือผลประโยชน์ที่สำคัญยิ่งของรัฐ แม้ว่าผู้กระทำจะมิใช่คนชาติของรัฐและผู้เสียหายก็มิใช่คนชาติของรัฐนั้นก็ตาม ตัวอย่างเช่น การปลอมแปลงเงินตรา การจารกรรม การก่อการร้าย หรือการวางแผนล้มล้างรัฐบาล
- เขตอำนาจสากล (Universal Jurisdiction) คืออะไร และใช้บังคับกับอาชญากรรมประเภทใดบ้าง? เขตอำนาจสากล คือ เขตอำนาจที่เกิดจากลักษณะของอาชญากรรมที่ร้ายแรงต่อประชาคมระหว่างประเทศโดยรวม รัฐใดๆ ก็ตามสามารถใช้อำนาจดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของผู้กระทำหรือสถานที่เกิดเหตุ อาชญากรรมที่เข้าข่าย ได้แก่ การกระทำอันเป็นโจรสลัด อาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
——————————————————————————–
คำถามเรียงความ
คำแนะนำ: โปรดใช้คำถามต่อไปนี้เป็นแนวทางในการศึกษาและเขียนเรียงความเชิงวิเคราะห์ โดยไม่จำเป็นต้องมีคำตอบสำเร็จรูป
- จงวิเคราะห์และเปรียบเทียบวิธีการได้มาซึ่งดินแดน 5 รูปแบบ ได้แก่ การโอนดินแดนโดยสนธิสัญญา (Cession), การครอบครอง (Occupation), การเพิ่มของดินแดนโดยธรรมชาติ (Accretion), การพิชิตหรือการผนวกดินแดน (Subjugation) และการครอบครองปรปักษ์ (Prescription) โดยชี้ให้เห็นถึงองค์ประกอบทางกฎหมาย ลักษณะ และสถานะในกฎหมายระหว่างประเทศปัจจุบันของแต่ละวิธี
- การกำหนดเส้นเขตแดนทางบกและทางน้ำมีหลักเกณฑ์และกระบวนการอย่างไรตามกฎหมายระหว่างประเทศ จงอภิปรายถึงบทบาทของคณะกรรมาธิการปักปันเขตแดน (Delimitation Commission) และคณะกรรมาธิการสำรวจปักปันเขตแดน (Demarcation Commission) พร้อมยกตัวอย่างหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการกำหนดเขตแดน เช่น สันปันน้ำ หรือร่องน้ำลึก
- รากฐานของเขตอำนาจรัฐ (Bases of Jurisdiction) มีความสำคัญอย่างไรต่อการบังคับใช้กฎหมายของรัฐ จงอธิบายหลักการทั้ง 5 ประการ ได้แก่ หลักดินแดน หลักสัญชาติ หลักผู้ถูกกระทำ หลักป้องกัน และหลักสากล พร้อมทั้งวิเคราะห์ถึงกรณีที่หลักการเหล่านี้อาจเกิดความทับซ้อน (Concurrent Jurisdiction) และแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
- แนวคิดเรื่องเขตอำนาจรัฐเหนือดินแดน (Territorial Jurisdiction) มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นนอกดินแดนแต่ส่งผลกระทบเข้ามาในดินแดน (Effects Doctrine) และการใช้อำนาจนอกอาณาเขต (Extra-territorial Jurisdiction) จงยกตัวอย่างคดีหรือสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการอธิบาย
- อาชญากรรมระหว่างประเทศ (International Crimes) เช่น การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และอาชญากรรมสงคราม มีลักษณะพิเศษอย่างไรที่ทำให้เกิด “เขตอำนาจสากล” จงอภิปรายถึงบทบาทของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) และหลักการเสริมอำนาจศาล (Principle of Complementarity) ในการดำเนินคดีอาชญากรรมร้ายแรงเหล่านี้
——————————————————————————–
อภิธานศัพท์ (Glossary)
| คำศัพท์ (Term) | คำนิยาม (Definition) |
| กฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ (Customary International Law) | หลักปฏิบัติของรัฐที่กระทำอย่างสม่ำเสมอและเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่ามีผลผูกพันทางกฎหมาย |
| การกำหนดเส้นเขตแดน (Delimitation) | การตกลงกำหนดแนวเขตแดนในสนธิสัญญาหรือคำพิพากษาของศาล โดยระบุรายละเอียดและลักษณะทางภูมิศาสตร์ |
| การครอบครอง (Occupation) | การได้มาซึ่งดินแดนที่ไม่มีเจ้าของ (Terra Nullius) โดยการกระทำของรัฐที่เข้าไปยึดถือครอบครอง โดยมีเจตนาที่จะได้มาซึ่งอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนนั้น |
| การครอบครองปรปักษ์ (Prescription) | การได้มาซึ่งดินแดนที่เคยอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐอื่น โดยการเข้าครอบครองอย่างเปิดเผย สงบ ต่อเนื่อง และเป็นระยะเวลายาวนาน |
| การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Genocide) | การกระทำใดๆ ที่มีเจตนาเพื่อทำลายกลุ่มชนชาติ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มเชื้อชาติ หรือกลุ่มศาสนา ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน |
| การผ่านโดยสุจริต (Innocent Passage) | สิทธิของเรือจากทุกรัฐในการเดินเรือผ่านทะเลอาณาเขตของรัฐอื่น ตราบเท่าที่การผ่านนั้นไม่เป็นภัยต่อสันติภาพ ความสงบเรียบร้อย หรือความมั่นคงของรัฐชายฝั่ง |
| การพิชิต/ผนวกดินแดน (Subjugation) | การได้มาซึ่งดินแดนของรัฐผู้แพ้สงครามโดยรัฐผู้ชนะสงครามในอดีต ซึ่งปัจจุบันไม่เป็นที่ยอมรับตามกฎหมายระหว่างประเทศสมัยใหม่ |
| การเพิ่มของดินแดน (Accretion) | การได้มาซึ่งดินแดนที่งอกออกมาติดกับดินแดนเดิมโดยกระบวนการทางธรรมชาติ เช่น การทับถมของตะกอนแม่น้ำ |
| การโอนดินแดนโดยสนธิสัญญา (Cession) | การที่รัฐหนึ่งโอนอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนส่วนหนึ่งของตนให้แก่อีกรัฐหนึ่ง โดยทำเป็นสนธิสัญญา |
| การสำรวจปักปันเขตแดน (Demarcation) | การดำเนินการในพื้นที่จริงเพื่อวางเครื่องหมายแสดงแนวเขตแดนตามที่ได้ตกลงกันไว้ในการกำหนดเส้นเขตแดน |
| เขตแดนของรัฐ (State Territory) | อาณาบริเวณที่รัฐมีอำนาจอธิปไตย ซึ่งประกอบด้วยพื้นดิน พื้นน้ำ และห้วงอากาศ |
| เขตอำนาจรัฐ (Jurisdiction) | อำนาจตามกฎหมายของรัฐเหนือบุคคล ทรัพย์สิน หรือเหตุการณ์ต่างๆ แบ่งเป็นอำนาจในการบัญญัติกฎหมายและอำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย |
| เขตอำนาจสากล (Universal Jurisdiction) | เขตอำนาจของรัฐใดๆ ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอาชญากรรมร้ายแรงบางประเภท โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติหรือสถานที่เกิดเหตุ |
| ดินแดนที่ไม่มีเจ้าของ (Terra Nullius / Res Nullius) | ดินแดนที่ไม่มีประชากรอาศัยอยู่ หรือมีประชากรแต่ไม่มีการจัดระเบียบทางการเมือง และยังไม่เคยมีรัฐใดเข้าครอบครองมาก่อน |
| ทะเลอาณาเขต (Territorial Sea) | แนวเขตทางทะเลที่วัดจากเส้นฐานออกไปในทะเลไม่เกิน 12 ไมล์ทะเล ซึ่งรัฐชายฝั่งมีอำนาจอธิปไตย |
| น่านน้ำภายใน (Internal or national waters) | น่านน้ำที่อยู่ทางด้านแผ่นดินของเส้นฐานที่ใช้วัดความกว้างของทะเลอาณาเขต เช่น ปากแม่น้ำ อ่าว ท่าเรือ |
| แนวปฏิบัติของรัฐ (State Practice) | การกระทำหรือการแสดงออกของรัฐในเรื่องต่างๆ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการก่อตัวของกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ |
| หลักดินแดน (Territorial Principle) | หลักการที่ให้รัฐมีเขตอำนาจเหนือการกระทำความผิดทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในดินแดนของตน |
| หลักป้องกัน (Protective Principle) | หลักการที่ให้รัฐมีเขตอำนาจเหนือการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นนอกดินแดน แต่กระทบต่อความมั่นคงหรือผลประโยชน์ที่สำคัญของรัฐ |
| หลักผู้ถูกกระทำ (Passive Personality Principle) | หลักการที่ให้รัฐมีเขตอำนาจเหนือการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นนอกดินแดน โดยอาศัยสัญชาติของผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำนั้น |
| หลักสัญชาติ (Nationality Principle) | หลักการที่ให้รัฐมีเขตอำนาจเหนือบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีสัญชาติของตน ไม่ว่าบุคคลนั้นจะอยู่ที่ใดก็ตาม |
| อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ (Crimes against humanity) | การกระทำที่โหดร้ายทารุณอย่างกว้างขวางหรือเป็นระบบต่อประชากรพลเรือน เช่น การฆาตกรรม การทรมาน การบังคับให้พลัดถิ่น |
| อาชญากรรมสงคราม (War crimes) | การละเมิดกฎหมายและจารีตประเพณีที่ใช้บังคับในการขัดกันทางอาวุธอย่างร้ายแรง |
| สันปันน้ำ (Watershed / The Highest Peak) | แนวสันเขาหรือแนวที่สูงที่สุดซึ่งแบ่งน้ำให้ไหลไปยังลุ่มน้ำคนละด้าน มักใช้เป็นเกณฑ์ในการกำหนดเส้นเขตแดนทางบก |
| สิทธิผ่านช่องแคบ (Transit Passage) | สิทธิในการเดินเรือและบินผ่านอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วในช่องแคบที่ใช้ในการเดินเรือระหว่างประเทศ |
| ห้วงอากาศ (Air space) | เขตอำนาจของรัฐที่อยู่เหนือพื้นดินและพื้นน้ำในอาณาเขตของตน |
| อ่าวประวัติศาสตร์ (Historic Bay) | อ่าวที่โดยหลักเกณฑ์ทั่วไปถือเป็นทะเลหลวง แต่รัฐชายฝั่งอ้างสิทธิเป็นน่านน้ำภายในมาเป็นเวลานานโดยไม่มีการคัดค้านจากรัฐอื่น |
