p 6-2 ,หน่วย 6 การไต่สวนมูลฟ้องและการพจรณคดีอญ ศ ชั้นต้น nbLM
6.1 หลักการไต่สวนมูลฟ้อง(ตสมฟ)
6.2 สาระสำคัญของการพจรณคดีอญ
6.3 บทบญอื่นบางประการเกี่ยวกับการพจรณคดีอญ

1) ตสมฟ – เป็นการดำเนินกระบวน พจรณ ของ ศ เพื่อพิเคราะห์รูปคดี และพยาน หฐ ของ จท ว่ามีมูลเพียงพอ ที่ ศ จะประทับฟ้องของ จท ไว้พจรณ
โดย ศ จะสั่งให้มี ตสมฟ ได้ทั้งคดี ที่ราษฎรเป็น จท และ คดีที่พนง อก เป็นจท เมื่อศ เห็นสมควร
2) พจรณ และ สืบพยาน(สพ) ในศ ต้องกท โดยเปิดเผย ต่อหน้า จล เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามกม
จล ได้ทราบข้อกล่าวหา – หาช่องทางในการสู้คดี
จล มีส ได้รับทราบเกี่วกับ พย(พยาน) หฐ ต่างๆที่ตนถูกฟ้องเป็นจล
และมี ส จะมีทนายความ มาช่วยเหลือ ตาม หก ที่กม กำหนด
และเมื่อศ ถามคำให้การจล – เป็น ส ของ จล ที่จะไม่ให้การ หรือ ให้การ อย่างไรก็ได้
กรณีที่จล ไม่ยอมให้การ หรือให้การปฎิเสธ – ศ อาจจะกำหนดการตรวจพย หฐ ก่อนถึงกำหนดวันนัดสืบ พย – แล้วจึงดำเนินกระบวนพจรณ
3) ระหว่าง พจรณ คดี – แต่ก่อนมีคพพษ ศ ชั้นต้น – จท อาจขอแก้ หรอื เพิ่มเติม ฟ้องของจท ^แสดงว่า ระหว่างการพจรณ ก็สามารถแก้ไข คฟ ได้
ส่วนจล ก็อาจขอแก้คำให้การของ จล ได้
การสืบ พย จท ถือเป็นหท ของ จท – ต้องมาศ ทุกนัด ที่ศ นัดสืบ พย จท
และระหว่างดำเนินกระบวน พจรณ – จท อาจขอถอนฟ้องคดี ของตน ตอ่ ศ หรือ ยอมความได้ ตามหเก(หลักเกณฑ์) ที่กม กำหนด
p 6-4 , 6.1 หก ตสมฟ
6.1.1 หเก และ พจรณ คดีในชั้นตสมฟ
6.1.2บทบญ ที่นำมาใช้บังคับแก่การ ตสมฟ
6.1.3 ผลของการตสมฟ

1) กม กำหนด หเก ตสมฟ – ราษฎร(ร.)เป็นจท และ ค ที่ อก เป็นจท
ตสมฟ ถ้า อก เป็น จท – ผู้ถูกฟ จะเป็น จล
แต่ถ้า ร. ฟ จะยังไม่เป็น จล
พจรณ ค – จล ไม่มีอน นำพย มาสืบ- แต่มีทนาย ช่วยเหลือได้
หรือ ศ อาจตั้ง ทนายให้ จล – รวมถึง ส แถลงขทจ หรือ ข้อกม อันส. ต่อ ศ
2) ตสมฟ – ต้องนำบทบญ เรื่อง สส และ พจรณ มาบังคับด้วย
ส่วน ตสมฟ ค พยาน เด็ก – นำบทบญ การ สส พจรณ กรณีเด็กไม่เกิน 18 มาอนุโลม
3) ตสมฟ เสร็จ – มีมูล – ศ ประทับฟ ไว้พจรณ
ไม่มีมูล – พพษ ยฟ
จท มี ส อธ ฎ
p 6-5 , 6.1.1 หเก และ พจรณ คดีในชั้นตสมฟ
ตสมฟ ม 2(12) “การไต่สวนมูลฟ้อง” หมายความถึงกระบวนไต่สวนของศาลเพื่อวินิจฉัยถึงมูลคดีซึ่งจำเลยต้องหา
เป็นเรื่องระหว่าง ศ – จท – เพื่อดูว่า ค จท ฟ มีมูลหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องพจรณ จน ชัดแจ้งว่าจลมี คผ
จท นำสืบ ให้ปรากฎขทจ อันเป็นอปก คผ ถือว่ามีมูลเพียงพอ ให้ประทับฟ (ฎ 1428/2517)
ตสมฟ กำหนดไว้ 2 ประการ
1. หเก การตสมฟ
2.พจรณ ค ในชั้นตสมฟ
💕1. หเก การตสมฟ -ปวิอ มาตรา ๑๖๒  ถ้าฟ้องถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ให้ศาลจัดการสั่งต่อไปนี้
               (๑) ในคดีราษฎรเป็นโจทก์ ให้ไต่สวนมูลฟ้อง แต่ถ้าคดีนั้นพนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลยโดยข้อหาอย่างเดียวกันด้วยแล้ว ให้จัดการตามอนุมาตรา (๒)
               (๒) ในคดีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ไม่จำเป็นต้องไต่สวนมูลฟ้อง แต่ถ้าเห็นสมควรจะสั่งให้ไต่สวนมูลฟ้องก่อนก็ได้
               ในกรณีที่มีการไต่สวนมูลฟ้องดังกล่าวแล้ว ถ้าจำเลยให้การรับสารภาพให้ศาลประทับฟ้องไว้พิจารณา
เมื่อฟ ถูกต้องตามกม ตาม ปวิอ 158, 159 , 160 , ให้ศ ตสมฟ ตาม ม 162 แบ่งเป็น 2 ประเภท
1.1 ค ร. เป็นจท
1.2 ค อก เป็นจท
☢ 1.1 ค ร. เป็นจท – ร. เป็นผสห รวมถึง บค ที่มีอน จัดการแทน ผสห ตาม ปวิอ 4 5 6 (ปวิอ ม (4) ย่อมมีอน ฟ ผกท ต่อ ศด้วยตนเอง
ร. เป็นจท ฟ – กม บังคับให้ ตสมฟ ก่อนเสมอ
ถ้า ศ ไม่สั่งให้ ตสมฟ ก่อน – ถือว่าพจรณ ไม่ชอบ – เพราะ ตสมฟ ถือเป็น บท บญ เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
p 6-6 , ถ้าความปรากฎ ต่อ ศ สูง – ศ สูงสั่งได้เอง ให้ ศชต ดนก ตสมฟ ก่อน แล้วค่อย พจรณ พพษ (ฎ 477/2508)
ก่อน ประทับ ศ ต้องตรวจ ฟ -ถ้าพบว่าจท ไม่ถูกต้อง ตาม ม 158 ,
หรือ กกท ของจล ไม่เป็น คผ อญ ทั้ง ขทจ หรือ ข้อกม ( ฎ 1620/2513 , ฎ 466/2518 , ฎ 2722/2541, ฎ 2757/2544)
หรือ จท ไม่ใช่ ผสห อาจจะมี ส ฟ จล ได้ (ฎ 299/2516)
หรือ ค ขาด อยค หรือ มีเหตุตาม กม ที่จล ไม่ควรต้องรับโทษ – กรณีต่างๆ ศ ย่อม ยฟ ตาม 185 – โดยไม่ตสมฟ และประทับฟ ก่อน
ฎ 1688/2561 – ศ รับฟ ไว้ เพื่อ ตสมฟ – ไม่จำเป็นที่ศ ต้องตสมฟ หรือต้องDx ว่าฟ มีมูล และ ประทับรับฟ ไว้พจรณ ก่อนเสมอไป

p 6-7
p 6-8
p 6-9
p 6-10
p 6-11
p 6-12
p 6-13
p 6-14
p 6-15
p 6-16
p 6-17
p 6-18
p 6-19 , ! 6.1.2บทบญ ที่นำมาใช้บังคับแก่การ ตสมฟ
ปฏิบัติตาม ปวิอ 162 , 165 , 165/1 , 165/2
แยกสาระส.
1. การนำบทบญ เรื่องการสส และพจรณ มาใช้บังคับ
2. ตสมฟ ในค พย เป็นเด็ก < 18 ปี
3. จท ไม่มา ศ ตามกำหนดนัดตสมฟ
p 6-20 , 👔 1. การนำบทบญ เรื่องการสส และพจรณ มาใช้บังคับ
มาตรา ๑๗๑  ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการสอบสวนและการพิจารณาเว้นแต่มาตรา ๑๗๕ มาบังคับแก่การไต่สวนมูลฟ้องโดยอนุโลม
สส และ พจรณ มาบังคับใน ตสมฟ โดยอนุโลม
– ใช้กรณีที่ไม่ขัด ตสมฟ – เช่นเรื่องเกี่ยวกับการ สส – ให้นำมาใช้ ตสมฟ โดยอนุโลม
ศ มี อน เรียก พห ต่างๆมาเอง เพื่อประกอบการ Dxx ทำ คสั ในชั้น ตสมฟ (ฎ 1621/2506)

p 6-21
p 6-22
p 6-23
p 6-24 , ! 6.1.3 ผลของการตสมฟ
หลัง ศชต – ตสมฟ – ทั้ง ราษฎร หรือ อก เป็นจท ศ ปฎิบัติตาม
มาตรา ๑๖๗  ถ้าปรากฏว่าคดีมีมูล ให้ศาลประทับฟ้องไว้พิจารณาต่อไปเฉพาะกระทงที่มีมูล ถ้าคดีไม่มีมูล ให้พิพากษายกฟ้อง
               คำสั่งของศาลที่ว่าคดีมีมูลให้แสดงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายพร้อมเหตุผลประกอบตามสมควรด้วย
ศ ต้องพจรณ สั่งประทับฟ หรือ พพษ ยฟ 2 กรณี
1. ค มีมูล
2. ค ไม่มีมูล
1. ค มีมูล – ถ้าค มีมูล ศ ประทับฟ ไว้พจรณ เฉพาะกระทงที่มีมูล
จท ฟ อาจมีหลายกระทง – ถ้ากระทงใดไม่มีมูล – ให้พพษ ยฟ
“มีมูล” – จท ฟ มี ขทจ และมีกม เพียงพอ เชื่อว่า จล กทคผ ตาม ฟ
ขท เพียงแต่นำพย มาสืบ ให้ปรากฎ ขทจ – อปก คผ – จท ไม่จำเป็นต้องนำพห ทั้งหมดมาสืิบ
ม 167 ว.2 – ให้แสดงขทจ ที่เกี่ยวกับกกท ทั้งหลายของ จล – เป็น อปก ภน และ ภใน
ให้จล เข้าใจ ขกห จทได้ดีพอสมควร – และตัดสินใจว่าจะ เตรียมสู้ค ในชั้น พจรณ
เช่น จท ฟ จล คผฐลท – ท เป็นอะไร ใครเป็นจข ลักจากไหน เมื่อไร พตก การลักเอาไปอย่างไร
p 6-25, ศ จะรับฟัง ค มีมูล หรือไม่ – ไม่ตอ้งถึงกับ ฟังพห จนสิ้นสงสัย – เพียงแต่ ขทจ ครบอปก คผ ที่ฟ – โดยไม่มีข้อพิรุธ ที่เป็นประจักษ์ชัดที่ศ ได้ฟังแล้วว่า ค มีมูล
ฎ 1428/2517 -ค อก ชั้นตสมฟ – จท นำ พย มาสืบ ให้ปรากฎ ขทจ – อปกคผ – ถือได้ว่า ค จท มีมูล อันศ จะประทับ ฟ ของ จท
ฎ 3965/2553
p 6-26
p 6-27
p 6-28
p 6-29
p 6-30
p 6-31 , ! 6.2 สาระสำคัญของการพจรณคดีอญ
6.2.1 หเก ทั่วไปใน การพจรณ ค อญ
6.2.2 ส ของ จลในการต่อสู้ค เพื่อพิสูจน์ ความบริสุทธิ์
6.2.3 กดน กระบวน พจรณ ค อญ

1) พจรณ และ สืบพย ใน ศ โดยเปิดเผยต่อหน้า จล
– จะกท ลับหลังจล ไม่ได้
เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น หรือ บทบญ อื่นที่ไม่ต้องกทโดยเปิดเผยต่อหน้าจล
พจรณ ค ต้อง – กท โดยรวดเร็ว และต่อเนื่องกันไป
2) คอญ จลบ มี ส สู้ค ได้เต็มที่ – เพื่อพิสูจน์ ความบริสุทธื์โดย จล มี ส รับทราบ เกี่ยวกับ พห ต่างๆ , มี ส มี ทนาย มาช่วยเหลือ
ค อัตราโทษ ประหารชีวิต หรือ ค จล อายุ ไม่เกิน 18 ปี วันที่ถูกฟ – ถ้า จล ไม่มี ทนาย – ศ ต้องตั้งให้
ในค ที่มี โทษจค – ถ้าจล ไม่มี ทนาย + จล ต้องการให้ ศ ตั้งทนาย ให้
3) พจรณ ค อญ – เมื่อศ ถาม คหก จล – ส ของ จล จะให้การอย่างไร
จล อาจสารภาพ / ปฎิเสธ หรือ ให้การอย่างอื่น
– เช่น ไม่ยอมให้การเลย , ให้การภาคเสธ , ให้การแบบมีเงื่อนไข หรือ ให้การตัดฟ จท
4) กหก(การให้การ) ของจล – ถ้า จล ไม่ยอม หก หรือ ปฎิเสธ -ศ อาจกำหนดตรวจพห ก่อนถึงกำหนดวันนัดสืบพย
สืบพยาย – อาจสืบพย อญ ทั่วไป หรือ สืบพย เด็ก < 18
p 6-33 , 6.2.1 หเก ทั่วไปใน การพจรณ ค อญ
เมื่อประทับรับฟ – ศ จะพจรณ ค จนกว่า พพษ Dxx
กพจรณ = ศ ดนก ต่างๆ เกี่ยวกับ ค เช่น อ่าน และอธิบาย ฟ ให้จล ฟัง
– นัดสอบ คหก , นัดตรวจ พห , สืบพย จท และ จล , ฟังคถ (คำแถลง)ด้วยวาจา , พจรณ คร คขต่างๆ ที่ ค่ค ย เข้ามาพจรณ
กพจรณ ค หเก สาระส. 2 ประการ
1. พจรณ ค อญ ต้อง กท โดยเปิดเผย ต่อหน้าจล
2. พจรณ ค ด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม
🚙1. พจรณ ค อญ ต้อง กท โดยเปิดเผย ต่อหน้าจล – .ให้จล ได้รับรู้ พจรณ ค ตัวเอง เพราะเป็นผู้ได้รับผลโดยตรงต่อ อิสรภาพ /ชว/ ทส / เปิดโอกาสให้จล ได้มีช่องทางสู้ค เต็มที่
มาตรา ๑๗๒ การพิจารณาและสืบพยานในศาล ให้ทำโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย เว้นแต่บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น …
กำหนดหเก ส. เกี่ยวกับการพจรณ ค อญ ใน ศ 2 ประการ
1. พจรณ และ สืบพย ใน ศให้ทำโดยเปิดเผย
2. พจรณ และสืบพย ใน ศ ให้ทำต่อหน้า จล
👜1. พจรณ และ สืบพย ใน ศให้ทำโดยเปิดเผย –
p 6-34
p 6-35
p 6-36
p 6-37
p 6-38
p 6-39
p 6-40
p 6-41
p 6-42
p 6-43
p 6-44
p 6-45 , ! 6.2.2 ส ของ จลในการต่อสู้ค เพื่อพิสูจน์ ความบริสุทธิ์
p 6-46
p 6-47
p 6-48
p 6-49
p 6-50
p 6-51
p 6-52
p 6-53 , ! 6.2.3 กดน กระบวน พจรณ ค อญ
จากที่ต้อง กท โดยเปิดเผย และ ต่อหน้า จล
ต่อไป ตาม 172 ว.2 “…เมื่อโจทก์หรือทนายโจทก์และจำเลยมาอยู่ต่อหน้าศาลแล้ว และศาลเชื่อว่าเป็นจำเลยจริง ให้อ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง และถามว่าได้กระทำผิดจริงหรือไม่ จะให้การต่อสู้อย่างไรบ้าง คำให้การของจำเลยให้จดไว้ ถ้าจำเลยไม่ยอมให้การ ก็ให้ศาลจดรายงานไว้และดำเนินการพิจารณาต่อไป “
กำหนดเป็นหน้าที่ของ ศ – อ่าน / อธิบาย ฟ ของ จท ให้ จล ฟัง จนแน่ใจว่าจล เข้าใจ ข้อหา ที่จท ฟ มาดีแล้ว
บางที จล อาจจะไม่เข้าใจ
ปวิอ ม 158(5) – อาจมี ถ้อยคำ สน กม – ลณ ถ้อยคำเฉพาะ ทำให้จล ไม่เข้าใจ
ศ ต้องอธิบายฟ ให้จล ฟังอีก เพื่อให้ จล เข้าใจข้อหาที่ตนเอง ถูกฟ ได้อย่างถูกต้อง
เมื่อจล เข้าใจ ฟของ จท แล้ว , ศ จะดนก ต่อไป 4 ประการส.
1. ศ ถาม คหก จล
2. คหก จล
3. ตรวจ พห
4. การสืบพย
👕1. ศ ถาม คหก จล – เมื่อ ศ อ่าน/ อธิบาย ให้ จล เข้าใจข้อหาดีแล้ว – ศ จะถาม คหก จำเลย
จล จะ หกอย่างไร เป็น ส จล
จล จะให้การเมื่อใด หรือ ไม่ให้การใดๆ – ก็ถือว่าเป็น หท ของ จท ที่จะพิสูจน์ คผจล
– ถ้าจล ไม่ยอม ให้การ – ศ จดรายงาน – โดยจล ไม่จำเป็นต้อง หก ปฎิเสธ ประเด็นไว้แต่อย่างไร
p 6-54 , ฎ 1035/2540 คอญ จล จะหก อย่างไรก็ได้ – ไม่ หก ก็ได้ – ให้ ศ จดรายงาน
ไม่จำเป็นที่ จน ต้อง หก ปฎิเสธเป็นประเด็น
หก แล้ว อาจจะกลับคหก หรือ ปป อย่างไรอีกก็ได้
โดยการแก้หรือ เพิ่มเติม คหก ก่อน ศชต มีคพพษ – ม 163 ว.2
การถาม คหก จล – เพื่อให้ ศ และ ค่ค ทราบประเด็นเบื้อต้นแห่ง ค เท่าที่จะทำได้
ถ้าศ มิได้ ถามคหก จล ตั้งแต่ต้น ก็ไม่ทำให้การดน กระบวนพจรณ เสียไป
ไปถึงศ สูง – ไม่จำเป็นต้องย้อน สน ไป ให้ ศชต สอบถามคหก จลอีก
ฎ 465/2509 ศ มิได้ สอบถามคหก จล ไว้ ตาม ปวิอ ม 172 ว.2 – กมไม่ได้ บญว่ามีผลอย่างไร
แต่หลักกม – จล จะหก เมื่อไรก็ได้ ไม่ หก ก็ได้
เป็น หท ของ จท ต้องพิสูจน์ คผ จล
การสอมถามคำหก -เพียงเพื่อให้ทราบประเด็นเบื้องต้นแห่งค เท่าที่จะทำได้
คหก จล จะปป อย่างไรก็ได้
ดังนั้น ถ้าไม่ได้ถามแต่ต้น ก็ไม่ได้ทำให้ พจรณ เสียไป
👕2. คหก ของ จล – ศ ถาม – จล ประสงค์ จะหก
จล อาจหก ด้วย วาจา / หนังสือ หรือวางเฉย , มี 3 ประการ
2.1 คหก รับสารภาพ
2.2 คหก ปฎิเสธ
2.3 คหก อย่างอื่นๆ
🍼 2.1 คหก รับสารภาพ – ปกติ ค อญ – จท ต้องนำ พห มาพิสูจน์ คผ จล
แต่ถ้าจล รับสารภาพต่อ ศ -เป็นข้อยกเว้น ที่กม ยอม ให้ ศ รับฟังคำรับสารภาพ ซึ่งเป็นขทจ ของ จล มาพจรณ -> Dxx ว่าจลมี คผ หรือไม่
   มาตรา ๑๗๖  ในชั้นพิจารณา ถ้าจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไปก็ได้ เว้นแต่คดีที่มีข้อหาในความผิดซึ่งจำเลยรับสารภาพนั้น กฎหมายกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง
               ในคดีที่มีจำเลยหลายคน และจำเลยบางคนรับสารภาพ เมื่อศาลเห็นสมควรจะสั่งจำหน่ายคดี สำหรับจำเลยที่ปฏิเสธเพื่อให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ปฏิเสธนั้น เป็นคดีใหม่ภายในเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้
p 6-55 , เมื่อศ อ่าน /อธิบายคฟ จท ให้ จล ฟัง -> ศจะถาม จล ว่าจะ หก อย่างไร
ศ จดบันทึก
ถ้าจล รับสารภาพ ศ จะดน ตาม ม 176 – 4 ประการ
2.1.1 ลณ ของคหก การรับ สารภาพ( รสภ)
2.1.2 ค ที่จล หก รสภ และ ศ ไม่ต้องสืบพย ประกอบ
2.1.3 ค ที่จล หก รสภ และ ศ ต้องสืบพย ประกอบ
2.1.4 ค ที่มีจล หลายคน และจล บางคน รสภ แต่บางคน ปฎิเสธ
🥯2.1.1 ลณ ของคหก การรับ สารภาพ( รสภ) – คหก รสภ – กม ไม่ได้กำหนดไว้ว่าต้องมีลณ อย่างไร แต่แนวคพพษ ฎ แยกลณ 2 กรณี
1) รสภ ตลอดข้อหา – ครสภ โดยชัดเจน เฉพาะในคผ ที่จลได้กท เป็นข้อส. ตาม จท ฟ ขอให้ศ ลโทเท่านั้น
ไม่ถือว่า จล รสภ เรื่องอื่นๆ ที่จท กล่าวในฟ ด้วย เช่น การนับโทษต่อ การเพิ่มหรือ บวกโทษ
ซึ่งถ้าจท ไม่ได้นำสืบให้ปรากฎเท็จจริง – เรื่องดังกล่าวศ ย่อมไม่อาจดน แก่จล ตามที่จท ขอได้
ฎ 4008/2540 บันทึก ฟ ค ด้วยวาจา จท , คฟ ที่ศชต บันทึก ระบุว่า จล ต้องคพพษ ถึงที่สุด ศชต ลงโทษ จค 3 เดือน 5000 บ
รอลโท 1ปี
จล กทผ นี้อีก – ขอให้บวกโทษ ที่รอการลโท เข้าไปในโทษค นี้
แต่ตามบันทึก ครสภ จล -เพียง รสภ ตลอดข้อหาคผ จท ฟ – จล มิได้ รับว่าเป็น บค เดียวกับที่จล ใน ค อญ ที่จทอ้างในฟ
ขทจ จึงรับฟังไม่ได้ว่า จล เป็นบค คนเดียวกับ จล ในค ก่อน – นำโทษมาบวกไม่ได้
ฎ 10415/2554 -ค นี้ จลรับ สรภตลอดข้อหา – หมายถึง รับขอ้หาที่จท ฟ – ไม่ได้หมายรวมถึง จล รับต้องโทษ จค อีกค ตามที่จท กล่าวใน ฟ ด้วย
เมื่อ จท ไม่สืบพย ขทจ จึงไม่อาจรับฟังเป็นยุติว่า จลเป็นบค เดียวกับ จล ใน ค ที่จท ขอให้เพิ่มโทษ
ศ อธ เพิ่มโทษ จล – เป็นการไม่ชอบ
ปัญหานี้เกี่ยวกับ ความสงบ แม้ไม่มีใครฎ – ฎ ยกขึ้น Dx เอง ตาม 195 ว.2 + 225
ฎ 8165/2557 จล รสภ ตาม จท ฟ ตลอดข้อหา – รับกทผ ตามฟ เท่านั้น – มิได้รับเป็นบค เดียวกับจล ในค ที่จท ขอ
p 6-56 , เมื่อมิได้นำสืบ จท ขอให้นับโทษต่อ ไม่ได้
ฎ 5324/2561

! 🥯2.1.2 ค ที่จล หก รสภ และ ศ ไม่ต้องสืบพย ประกอบ – คผ จค ไม่เกิน 5ปี ซึ่งอาจจะเป็นแบบ
ไม่มีจค ขั้นต่ำ และ สูง < 5ปี เช่น ลท 334 -3ปี , ฉก 341 -3ปี, , รขจ 357 -5ปี
หรือ ไม่มีขั้นต่ำ แต่ > 5yr อนจ ไม่เกิน 15 ม 279 – 10ปี , ปท ให้ผู้อื่นตาย 291 – 10 ปี
หรือมีขั้นต่ำ แต่ไม่เกิน 5ปี – ทรรก สาหัส 297 – 6ด- 10ปี , รอท 338 – 1-10ปี
คผ ตาม กมอื่น เช่น พรบ อาวุธปืน ม8ทวิ 72ทวิ ว.2 จค 5ปี
p 6-57 , ดังกล่าวนี้ จล รสภ ศ ชั้นพจรณ ค – ศ พพษ ลโท จลได้ โดยไม่ต้องสืบพย ประกอบ ครสภ
ฎ 202/2536
p 6-58
p 6-59
p 6-60
p 6-61
p 6-62
p 6-63 , !🥯 2.1.3 ค ที่จล หก รสภ และ ศ ต้องสืบพย ประกอบ – คผ โทษ อย่างต่ำ จค 5ปีขึ้นไป – ถือเอาโทษจค ขั้นต่ำ ไม่ใช่อัตราสูง – มิใช่โทษที่ ศ ลงแก่จล(ฎ 202/2536)
ชท 339 5-10ปี , ปท 340 10-15ปี
กรณีถ้าไม่มีกำหนดโทษขั้นต่ำสูงกว่า 5ปี, แต่มีโทษสถานที่หนักกว่า เช่น จค ตลอดชว สถานเดียว หรือ ปหชว สถานเดียว
แม้จะไม่มีโทษขั้นต่ำ – แต่คำว่าสถานเดียว ก็หนักกว่าที่กม กำหนด เช่น
กทชร ดญ <15ปี มิใช่ภริยาตน + ร่วมกทผ โทรม ดญ 277 – จค ตลอดชว
ฆ่าบุพการี 289 – ปหชว
คผ ข้างต้นแม้ จล สรภ ว่ากทผ ตาม ฟ – ศ จะฟังขทจ ยุติตาม จท กล่าวอ้าง ยังไม่ได้ – จท ต้องนำหฐ มาสืบให้เห็นเค้ามูล – เพื่อประกอบครสรภ จนพอใจ ศ ว่าจล กทผ จริง – แต่ไม่จำต้องนำสืบ ให้ได้ชัดแจ้งปราศจากข้อสงสัย ดังเช่น กรณีจล หก ปฎิเสธ
p 6-64
p 6-65
p 6-66
p 6-67 , ! 🍼 2.2 คห้ก ปฎิเสธ – ม 172 ว.2 ถ้า จล ปฎิเสธ คฟ
จท ต้องนำพห เข้าสืบเพื่อพิสูจน์ว่า จล เป็นผกทคผ -เนื่องจาก จท กล่าวอ้าง – ภาระการพิสูจน์ เป็นหท ของ จท
เมื่อสืบพย จท เสร็จแล้ว – จล มีส นำพย เข้าสืบพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของ จล
คหก ปฎิเสธ ของ จล เกิด 2 กรณี
🥫2.2.1 จล หก ปฎิเสธ โดยมีข้อต่อสู้ – เช่น ทราบ ฟ ของ จท แล้ว ขอ หก ปฎิเสธ – ตามวันเวลาที่จท ฟ จล , จลอยู่สถานที่อื่น
p 6-68 , 🥫2.2.1 จล หก ปฎิเสธ โดยไม่มีข้อต่อสู้ – เมื่อศ ถาม คหก – จล ปฎิเสธ ลอยๆ ว่าไม่ได้กทผ ,โดยไม่ได้อ้างเหตุผล
ศ จด คห้ก หรือถ้า จล ย คหก ปฎิเสธเป็นหนังสือ – ศ จะจดรายงานไว้ในกระบวนพจรณ
กรณีจท ฟ ค แพ่ง เกี่ยวเนื่อง คอญ – โดยฟ ค แพ่งเป็น สน เดียวกับ ค อญ
ถ้าจล ปฎิเสธ – ต้องถือว่า จล ห้ก ส่วนค แพ่ง ว่า จล ไม่ต้องรผ ทางแพ่ง
ฎ 5718/2562 ค แพ่ง เกี่ยวเนื่อง ค อญ – ศชต ตสมฟ – ประทับรับฟ
หร จล สอบคหก – จลมี ส ย คห้ก ในวันนัดได้ โดยไม่ต้องย คห้ก แก้ค ภใน 15 วัน นับแต่วันส่ง หร และ สำเนา คฟ แก่จล ตาม ปวิพ 177
ศอ่าน – จล ปฎิเสธ – ถือว่า จล ห้ก ค ส่วนแพ่งวันนั้นด้วย แล้วว่า จล ไม่ต้องรผ ทาง แพ่ง
🍼 2.3 คห้ก อย่างอื่นๆ – บางกรณี ไม่ได้ปฎิเสธชัดแจ้งแบบ 2.2
แต่จล นิ่งเฉย ไม่ยอม ห้ก ,
หรือ จล รับ ขทจ บางประการ ตามจท ฟ แต่ยกต่อสู้ บางประการ
ตามนี้ ต้องถือว่า คห้ก ปฎิเสธ – จท ต้องนำพย เข้าสืบ , คห้ก อย่างอื่น จล มี สาระส. 4 ประการ
2.3.1 จล ไม่ยอม ห้ก เลย
2.3.2 จล ห้กภาคเสธ
2.3.3 จล ห้ก แบบมี เงื่อนไข
2.3.4 จห ห้ก ตัดฟ จท
🍗 2.3.1 จล ไม่ยอม ห้ก เลย – ม 172 ว.2 เป็น ส จล ที่จะไม่ ห้ก เลย
วางเฉยในการพิสูจน์ความจริงต่อ ศ
จล ไม่ต้องยกประเด็นข้อต่อสู้ ใน คหก
แต่ หท ของ จท นำสืบพย ก่อน – ให้เห็นว่า จล กทผตาม จท อ้าง
ฎ 2823-2824/2516 จล ไม่ห้ก เลย – จท นำสืบพย
จล ไม่ยกประเด็นข้อต่อสู้ – ก็มีส จะนำสืบประเด็นนั้นๆได้
และจล มีอน นำพย เข้าสืบ เพื่อพิสูจน์ ความบริสุทธิ์จล – โดยไม่จำต้องซักค้านพย จท ในเรื่องที่จล จะนำ พย เข้าสืบ ต่อไปไว้เลย
p 6-69 , 🍗 2.3.2 จล ห้กภาคเสธ – จล ยอมรับ ว่าได้กท ตามจท ฟ จริง – แต่จล ยกข้อกม ขึ้นมาต่อสู้ว่า กกท ของ จล มีกม ยกเว้นโทษ ลดหย่อนโทษ หรือ ยกเว้นคผ – เท่ากับ จล ห้ก ปฎิเสธ เช่น
กท ด้วยความจำเป็น ปอ 67
กท ป้องกันโดยชอบ ปอ 68
บันดาลโทสะ ปอ 72
ได้รับยกเว้นคผ ฐ หปม ปอ 329,330 , 331
p 6-70
p 6-71
p 6-72
p 6-73
p 6-74
p 6-75
p 6-76
p 6-77
p 6-78
p 6-79
p 6-80
p 6-81
p 6-82 , ! 6.3 บทบญอื่นบางประการเกี่ยวกับการพจรณคดีอญ
6.3.1 การข้อแก้หรือเพิ่มเติม ฟ หรือ คหก (คำให้การ)
6.3.2 กดน กรณี จท ไม่มา ศ ตาม กำหนดนัด
6.3.3 การขอ ถฟ (ถอนฟ้อง) หรือ กยค
p 6-83 ,! 6.3.1 การข้อแก้หรือเพิ่มเติม ฟ หรือ คหก (คำให้การ)
p 6-84
p 6-85
p 6-86
p 6-87
p 6-88
p 6-89
p 6-90
p 6-91
p 6-92
p 6-93
p 6-94
p 6-95
p 6-96
p 6-97
p 6-98
p 6-99
p 6-100
p 6-101
p 6-102
p 6-103
p 6-104
p 6-105
p 6-106
p 6-107
p 6-108
p 6-109
p 6-110
p 6-111
p 6-112
p 6-113
p 6-114
p 6-115
p 6-116
p 6-117
p 6-118
p 6-119
p 6-120
p 6-121
p 6-122
p 6-123
p 6-124
p 6-125
p 6-126
p 6-127
p 6-128

pre test

post test

Discover more from อรรถพรคลินิก ศัลยกรรมตกแต่ง Attaporn Plastic Surgery clinic 阿塔蓬博士,曼谷整形外科医生

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading