หน่วย 4 คู่ความ
4.1 หก เบื้องต้นในการเสนอคดีต่อ ศ
4.2 คู่ความในคดี
4.3 ทนายความและผู้รับมอบอน
p 4-2 , 1) การเสนอคดีต่อ ศ ตาม ปวิพ ม 55 , กำหนดให้บค สามารถเสนอ คดีต่อศ ได้ 2 กรณี
– กรณีที่มีการโต้แย้งส หรือ หท
– กรณีที่ต้องการใช้ ส ทาง ศ
เพื่อให้ศ รับรองหรือ ค้ค ส บางประการ หรือ อาจเรียกได้ว่า เป็นคดีมี ขพพ (ข้อพิพาท) และคดีไม่มี ขพพ
มาตรา ๕๕ เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น เกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่ง หรือบุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาล บุคคลนั้นชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอำนาจได้ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายแพ่งและประมวลกฎหมายนี้
2) ค่ค ใน ค – บค ผู้ยคฟ หรือถูกฟ ต่อ ศ
รวมถึง บค ผู้มีส กทก แทน บค นั้นๆ หรือ ทนายความ
ในบางค อาจมีค่ค ร่วม หรือ ค่ค มีสถานะ เป็นผู้ไร้ความสามารถ จำต้องดน ค โดยผู้ทำการแทน หรือ ได้รับความยินยอม จาก ผู้ทำการแทน ในการ ฟร หรือ ต่อ สู้ค
ยังมี บค ภน ซึ่งไม่ใช่ คค ในค เข้ามาเป็นค่ค ในค ได้ – โดยวิธีการ ยครข หรือ อาจถูกหร ให้เข้ามาใน ค ได้ด้วยการ รส
3) ค่ค ฝใด ฝห อาจแต่งตั้ง ทนายความ – ว่าความหรือ แต่งตั้ง บคด บคห ทำการแทน เพื่อกก ใดๆ ตาม กม บญ ไว้ได้
p 4-4 , 4.1 หก เบื้องต้นในการเสนอคดีต่อ ศ
4.1.1 การเสนอ ค ต่อ ศ กรณีมีการ ตย้ ส หรือ หท
4.1.2 การเสนอ ค ต่อ ศ กรณี ต้องการใช้ ส ทาง ศ

1) การเสนอ ค ที่มีการตย ส หรือ หท ที่ต้องประกอบบด้วย บค 2 ฝ
ฝห – อ้างว่า ส ของ ตน เหนือกว่า ส ของ บค อีก ฝห
หรือ บค ที่อ้าง ส ใหม่ ของตน ซึ่งอาจจะขัดแย้ง กับ ส ของ บค อีกฝห – เรียกว่า ค มี ขพพ
2) เสนอ ค ต่อ ศ กรณี ต้องการใช้ ส ทาง ศ – บค มี ส ตาม กม ต้องการ/ประสงค์ ให้ ศ ค้ค หรือ รับรอง ส ของตน
-หรือเพื่อให้ ศ มีคสั อย่างใดอย่างหนึ่ง – เป็นค ที่ไม่มี ข้อตย้ ต่อ บค อื่น – ค ไม่มีขพพ
p 4-5 , 4.1.1 การเสนอ ค ต่อ ศ กรณีมีการ ตย้ ส หรือ หท
p 4-6
p 4-7
p 4-8
p 4-9
p 4-10
p 4-11
p 4-12
p 4-13
p 4-14 , ! 4.1.2 การเสนอ ค ต่อ ศ กรณี ต้องการใช้ ส ทาง ศ
p 4-15
p 4-16
p 4-17
p 4-18 ! 4.2 คู่ความในคดี
4.2.1 นิยาม ความหมาย ของ ค่ค
4.2.2 ผู้ไร้ความสามารถหรือ ผู้ทำการแทนใน ค
4.2.3 การร้องสอด
4.2.4 ค่ค ร่วม

1) ค่ค = บค ผู้ยื่นคำฟ้อง หรือถูกฟ้องต่อ ศ , รวมถึง บค ผู้มี ส กทก แทน บค นั้น ตาม กม หรือ ในฐานะ ทนายความ
2) ผู้ไร้ความสามารถ(ผรคสม) หรือ ผู้ทำการแทน(ผทกท) – เสนอ ค ต่อ ศ หรือ ดน กบก พจรณ – เมื่อ ปฎิบัติตาม ปพพ ว่าด้วย คสม ของ ค และบญ ตาม ปวิพ
3)บค ภน ซึ่งมิใช่ ค่ค – อาจเข้ามาเป็นค่ค ใน ค ได้ด้วยการ รส
– ทั้งสมัครใจ
– และไม่สมัครใจ เข้าเป็นค่ค ในค
ผลของการรส – ก่อให้เกิด ส หท ต่อ ผรส ที่แตกต่างกัน – ขึ้นกับว่า ได้รส มากรณีใด
4) บค ตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป -หากได้ ปย ร่วมกัน ในมูลแห่งค – อาจเข้าเป็น ค่ค ใน ค เดียวกันได้ – โดยเข้าเป็นจท ร่วม หรือ จล ร่วมในค
p 4-19 ! 4.2.1 นิยาม ความหมาย ของ ค่ค
ปวิพ ม 1 (๑๑) “คู่ความ” หมายความว่า บุคคลผู้ยื่นคำฟ้อง หรือถูกฟ้องต่อศาล และเพื่อประโยชน์แห่งการดำเนินกระบวนพิจารณาให้รวมถึงบุคคลผู้มีสิทธิกระทำการแทนบุคคลนั้น ๆ ตามกฎหมาย หรือในฐานะทนายความ
1. บค ผู้ย คฟ – จท และ บค ภน ที่รส เข้ามาใน ค เป็นค่ค ฝ ที่3 หรือเป็นจท ร่วม ม 57
p 4-20
p 4-21 , ! กก 4.2.1 ค่ค คือ
Ans – 1. ผู้ย คฟ
2. ผถฟ หรือ จล
3. บค มี ส กทกแทน เช่น ผู้แทนโดยชอบธรรม , ผู้แทน นตบค , ผู้รับมอบอน จพง พิทักษ์ท ผู้แทนเฉพาะค จนท ค้ค ผบรภ
4. ทนาย
! 4.2.2 ผู้ไร้ความสามารถหรือ ผู้ทำการแทนใน ค
p 4-22
p 4-23
p 4-24
p 4-25
p 4-26
p 4-27 ! 4.2.3 การร้องสอด
ปวิพ 55
p 4-28
p 4-29
p 4-30
p 4-31
p 4-32
p 4-33
p 4-34
p 4-35
p 4-36
p 4-37
p 4-38
p 4-39
p 4-40
p 4-41
p 4-42
p 4-43
p 4-44
p 4-45
p 4-46
p 4-47 ! 4.2.4 ค่ค ร่วม
ปวิพ 59 “บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป อาจเป็นคู่วามในคดีเดียวกันได้ โดยเป็นโจทก์ร่วมหรือจำเลยร่วม ถ้าหากปรากฏว่าบุคคลเหล่านั้นมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี แต่ห้ามมิให้ถือว่าบุคคลเหล่านั้นแทนซึ่งกันและกัน เว้นแต่มูลแห่งความคดีเป็นการชำระหนี้ซึ่งแบ่งแยกจากกันมิได้ หรือได้มีกฎหมายบัญญัติไว้ดังนั้นโดยชัดแจ้ง ในกรณีเช่นนี้ ให้ถือว่าบุคคลเหล่านั้นแทนซึ่งกันและกันเพียงเท่าที่จะกล่าวต่อไปนี้
(๑) บรรดากระบวนพิจารณาซึ่งได้ทำโดย หรือทำต่อคู่ความร่วมคนหนึ่งนั้นให้ถือว่าได้ทำโดย หรือทำต่อ คู่ความร่วมคนอื่น ๆ ด้วย เว้นแต่กระบวนพิจารณาที่คู่ความร่วมคนหนึ่งกระทำไปเป็นที่เสื่อมเสียแก่คู่ความร่วมคนอื่น ๆ
(๒) การเลื่อนคดีหรือการงดพิจารณาคดีซึ่งเกี่ยวกับคู่ความร่วมคนหนึ่งนั้น ให้ใช้ถึงคู่ความร่วมคนอื่น ๆ ด้วย”
♊1. กม มิได้จำกัดให้ค หนึ่งๆ จะต้องมีจท เพียงคนเดียว หรือ จล เพียงคนเดียว
ค หนึ่งๆอาจจะมีจท หรือ จล หลายๆคนร่วมกัน
เช่น เอก และโท ร่วมกันทำ ลม ต่อ ตรี และจัตวา – หลังหายบาดเจ็บ ตรีและจัตวา ฟ้องร้อง ค ลม เพื่อเรียกคสห หรือ ค่ารักษาพยาบาล ที่เกิดจาก กกท ของ เอก/โท
♊2. จท ร่วมหรือ จล ร่วมเหล่านั้น มีผลปย ร่วมกัน ในมูลแห่งค – ผลปย ร่วม ในมูลแห่งค – ต้องมีส่วนได้ส่วนเสียร่วยมกันในมูลเหตุ อันเป็นรากฐานเแห่ง ค
หรือ มีผลปย ไม่ว่าจะในทางได้ ปย หรือ เสีย ปย และเกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่จะ ฟ้องร้อง(ฟร)กัน
คำว่า จท หรือ จลร่วม – มีคห(ความหมาย) เฉพาะเพียงแค่ ตัวความเท่านั้น – หาได้มี หมายถึง ผู้มีส ทำการแทน ตัวความ เช่น ทนาย หรือ ผู้แทน นตบค
p 4-48 , ฎ ปวิพ 59 – ต้องมีส่วนได้ส่วนเสีย(สดสส ) ในมูลเหตุอันเป็นรากฐานแห่งค – ถือ ห เป็นมูลค เป็นสาระส.
การทำ ลม ต่อ จท หลายคน ร่วมกันแม้ คสห ของจท แต่ละคนจะแยกต่างหางจากกัน – ก็อาจะเป็นจท ร่วมกันในค เดียวกัน ^รถหนึ่งคัน ไปชน หลายๆคัน
ฎ 9438/2542 ผลปย ร่วมกันแห่งมูลค = สดสส ร่วมกันในมูลเหตุ อันเป็นรากฐานแห่ง ค โดยถือเอา ห เป็นอันมูลของ ค เป็นสาระส.
จท บรรยายฟ้อง จล ทั้ังสองได้มอบเช็ค พพ ทั้งสองฉบัน ให้แก่จท เพื่อชำระห สค ตามสญ เช่าซื้อ – มูลเหตุ = ห ตาม สญ ชซ
จล ทั้งสองเป็น สามีภริยา – ย่อมถือได้ว่า ทั้งสอง มีผลปย ร่วมกันในมูลความแห่งค(มคหค) จท จึงยื่นฟ้อง จล ทั้งสองเป็น ค เดียวกันได้
p 4-49
p 4-50
p 4-51
p 4-52
p 4-53
p 4-54
p 4-55
p 4-56
p 4-57
p 4-58
p 4-59
p 4-60
p 4-61
p 4-62
p 4-63
p 4-64
p 4-65

pretest

posttest

Discover more from อรรถพรคลินิก ศัลยกรรมตกแต่ง Attaporn Plastic Surgery clinic 阿塔蓬博士,曼谷整形外科医生

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading