หน่วย 13 กพจรณ โดยขาดนัด
13.1 การขาดนัดยื่นคำให้การ (ย คหก)
13.2 การขาดนัดพจรณ
13.3 กพจรณ และชี้ขาดคดีมนสร
13.4 การพจรณ คดีใหม่
1) จล อาจย ขาดนัด ย คหก – ตาม กม บญ ไว้ ภใน กำหนด
กรณี จล ขาดนัด ย คหก – จท ต้องมีคข ต่อ ศให้ มีคพพษ / คสั ชี้ขาดให้ตนเป็น ฝ ชนะ ค โดย ขาดนัด
2) ค่ค ทั้งสอง ฝ / จท – ไม่มาศ วันสืบพย – เป็นการขน (ขาดนัด) พจรณ ศ
– ย่อมมี คสั จำหน่ายค
แต่ถ้าจท ขน พจรณ และจล ประสงค์ จะต่อสู้ ค หรือ กรณี จล ขน พจรณ – ศ ย่อมพจรณ ชี้ขาดค ไปฝ เดียว
3) กรณี ขน ยคหก / ค่ค ฝ ใด ขน พจรณ – ศ อาจพจรณ และชี้ขาด ค โดยขน ไปฝ เดียว
4) กรณีจล ขน ยคหก / ค่ค ฝ ใด ขน พจรณ – ค่คฝ นั้น อาจขอให้ พจรณ ค ใหม่ – อาจเป็นการขอพจรณ ค ใหม่ ก่อน ศ พพษ หรือ เมื่อศ พพษ แล้วก็ได้
p 13-4 , ความนำ – พจรณ โดยขน เป็น วิธีพจรณ วิสามัญ ใน ศชต – เช่นเดียวกับ วิพจรณ ค มนสร และ อนญต ตลก
พจรณ โดยขน
1. บทนำ – ขั้นตอนพจรณ แตกต่างไปจาก ขั้นตอน พจรณ ค สามัญทั่วไป – บทยกเว้นหลักทั่วไปใน ปวิพ
ใช้ทั้งในค สามัญ และ มนสร
ส่วนค ไม่มีขพพ ไม่มีประเด็น พพ ไม่มีผู้คัดค้าน – จึงไม่มี พจรณ โดยขน
ทำได้เฉพาะใน ศชต เท่านั้น
อธ ฎ ไม่มี พจรณ ขน – แม้ค่ค ฝใด – ไม่ย คำแก้ อธ /ฎ หรือไม่มาแถลงด้วยวาจา – ก็ไม่ถือว่า ค่ค ฝ ที่ไม่ยื่น หรือไม่มานั้น ขน แต่อย่างไร
2. ความเป็นมาของ บทบญ ว่าดวย การพจรณโดยขน
กำหนด ใน ปวิพ 2477 , บังคับตั้งแต่ 20/6/2478
p 13-5
p 13-6 , ! 13.1 การขาดนัดยื่นคำให้การ (ย คหก)
13.1.1 ลณ การขน ยคหก
13.1.2 กระบวนพจรณ หลังจล ขน ยคหก 1) 2)
p 13-7
p 13-8
p 13-9
p 13-10
p 13-11 , ! 13.2 การขาดนัดพจรณ
13.2.1 ลณ การขาดนัดพจรณ
13.2.2 กระบวนพจรณ หลังการขาดนัดพจรณ
1) ถ้าค่ค ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง(ฝดฝน) ไม่มาศ วันนัดสืพพย ให้ถือว่า ค่ค ฝ นั้น ขาดนัด พจรณ
2) ถ้าค่ค ทั้งสอง ฝ ขาดนัด พจรณ – ให้ ศ มี คส จำหน่ายค จากสารบบความ
-ไม่แต่ตัดส จท ที่จะเสนอคฟ ของตนใหม่ ภใน อยค
3) ถ้าจท ขาดนัดพจรณ – ให้ ศ มีคส จำหน่าย ค เสียจากสารบบความ
– เว้นแต่จล จะได้แจ้งต่อ ศ ขอให้ ดนก พจรณ ค ต่อไป – จึงให้ ศ พจรณ ชี้ขาด ตัดสินค ไปฝ เดียว
p 13-12 , 13.2.1 ลณ การขาดนัดพจรณ
การขาดนัด พจรณ คนละอันกับ การขาดนัด(ขนั) ย คหก
มาตรา ๒๐๐ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๙๘ ทวิ และมาตรา ๑๙๘ ตรี ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาศาลในวันสืบพยาน และไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี ให้ถือว่าคู่ความฝ่ายนั้นขาดนัดพิจารณา
ถ้าค่ค ฝ ใด ไม่มาศ วันนัดอื่น ที่มิใช่ วันสืบพย – ให้ถือว่า ค่ค ฝ นั้น สละส การดนกระบวนการ พจรณ ของ ตน ในนัดนั้น – และทราบกระบวนพจรณ ที่ ศ ได้ ดนไปในนัดนั้นด้วยแล้ว
🤷♂️1. หเก การขนั พจรณ
1.1 ค่ค ไม่มาศ ในวัน สืบพย – ค่ค (ตาม ม 1 (11) ) คือ บค ผย คฟ หรือ ถูกฟ ต่อ ศ – เพื่อปย แห่งการ ดนก
p 13-13
p 13-14
p 13-15
p 13-16
p 13-17
p 13-18
p 13-19
p 13-20
p 13-21 , ! 13.2.2 กระบวนพจรณ หลังการขาดนัดพจรณ
p 13-22
p 13-23
p 13-24
p 13-25
p 13-26 , ! 13.3 กพจรณ และชี้ขาดคดีมนสร
13.3.1 กพจรณ และ Dxx โดย ขน ย คหก
13.3.2 กพจรณ และ Dxx โดย ขน พจรณ
1) เมื่อ จล ขน ยคหก และ จท ย คข ต่อ ศ ให้ มี คพพษ หรือ คสั Dxx ให้ตนชนะค โดย ขน
– ศ ต้องพพษ หรือ คสั Dxx ค โดย ขน ซึ่งปกติไม่มีการ สืพ
เว้นแต่มีบางกรณีที่กม ต้องการให้มี การ สืพ
2) ศ จะมีคพพษ หรือ คสั Dxx ให้จท เป็น ฝ ชนะ ค กรณี จล ขนด ยคหก มิได้ – เว้นแต่ คฟ ของจท มีมูล และไม่ขัดต่อ กม
3) เมื่อ จท ขน พจรณ และ จล ขอให้ ดนก พจรณ ค ต่อไป หรือ
จล ขนพจรณ และ ศ ต้องพจรณ และมี คพพษ หรือ คสั Dxx ตัดสินค ของ ฝ ที่ไม่ได้ขน พจรณ ไปฝ เดียว
4) ค่ค ฝใดฝหนึ่ง จะ ร้อง ต่อ ศ ให้ Dxx ตนชนะ โดยอาศัยเหตุเพียงว่า ค่ค อีกฝ ขน พจรณ หาได้ไม่
ศ จะ Dxx ให้ ค่ค ที่มา ศ เป็นฝ ชนะ เมื่อ ศ เห็นว่า ขอ้า ของ ค่ค นั้น มีมูล และไม่ขัดต่อ กม
p 13-27 , 13.3.1 กพจรณ และ Dxx โดย ขน ย คหก
p 13-28
p 13-29
p 13-30
p 13-31
p 13-32
p 13-33
p 13-34 , ! 13.3.2 กพจรณ และ Dxx โดย ขน พจรณ
ค่ค ฝดฝห ขน พจรณ – ศ ตอ้ง พจรณ และ Dxx ตัดสินค ไป ฝ เดียว
ต่างจาก ขน ยคหก – ซึ่ง ศ กำหนด ให้มีการ สืพ จท ฝ เดียว
ปวิพ 202 ตอนท้าย และ 204 ท้าย บญ เหมือนกันทั้งสอง มาตรา
p 13-35
p 13-36
p 13-37 , ! 13.4 การพจรณ คดีใหม่
13.4.1 การขออนุญาติย คหก ก่อน ศ Dxx (วนฉชข) ค
13.4.2 กพจรณ คใหม่ ก่อน ศ พพษ กรณีขน พจรณ
13.4.3 พจรณ ค ใหม่ หลัง ศ มี คพพษ
1) การขออนุญาติ ย คหก กรณีขน ยคหก – โดย จล มาศ ก่อน Dxx และแจ้งต่อ ศ ในโอกาสแรกว่า ประสงค์จะสู้ ค
ถ้าศ เห็นว่า การขน มิได้จงใจ /มีเหตุสมควร – ศ อนุญาติ ให้ยคหก
แต่ถ้า ไม่แจ้งต่อ ศ จะสู้ค , หรือ จงใจ ไม่มีเหตุสมควร ขน – จล หมด ส ย คหก และ จล มี ส บางประการ
2) ในการพจรณค ฝ เดียว – ถ้า ค่ค ฝ ที่ขน พจรณ มาศ หลังเริ่มต้น สืบพย ไปบ้างแล้ว
ถ้าศ เห็นว่า ขน ไม่ได้จงใจ – ศ มีคสั ให้ พจรณ ค ใหม่
ถ้าไม่ใช่ – ค่ค ฝ ที่ขน ไม่มีส บางประการ ตามระบุในกม
3) ถ้าจล ขนั ยคหก และ แพ้ค
จล อาจขอให้พจรณ ค ใหม่ได้ – ถ้าศ เห็นว่า การขนั มิได้จงใจ หรือมีเหตุอันสมควร – ให้ดนกพจรณ ค ใหม่
4) ค่ค ฝใด ขนั พจรณ และมีคพพษ หรือ คสั ให้ แพ้ค ในปด พพ – ค่ค ฝนั้น อาจมีคข ให้มีการพจรณ ค ใหม่ ซึ่งมีข้อยกเว้นบางประการ
5) การ ย คข ให้พจรณ ค ใหม่ – ทั้งกรณี ขนั ยคหก และ ขนั พจรณ
– มีหเก – ภในระยะเวลากม บญ
คข ต้องมีรายละเอียดชัดแจ้ง – เหตุที่ค่ค ขนั และ ข้อคค(คัดค้าน) , Dxx ของ ศ และ กรณี ยคข ล่าช้า – ต้องแสดงเหตุแห่งการล่าช้า ด้วย
p 13-39, ความนำ – กพจรณ คใหม่ – เมื่อศ ได้ พจรณ หรือ พพษ
บางกรณี ค่ค ของ ยกเลิก กพจรณ หรือ พพษใหม่
ซึ่งตอ้งทำก่อน ศ พพษ หรือ หลัง ศ พพษ แล้ว
ขนั พจรณ – 2 กรณี
– ขนั ย คหก – มีเฉพาะกรณีหลัง ศ พพษ แล้วเท่านั้น
ส่วน ขนั ย คหก ก่อน ศ พพษ – ถ้า จลมาขออนุญาติ และ ศ อนุญาติ – จล ย คหก ได้
ให้ ศ ดนพจรณ ใหม่ – แต่ไม่ใช่ พจรณ ค ใหม่ เสียทีเดียว
13.4.1 การขออนุญาติย คหก ก่อน ศ Dxx (วนฉชข) ค
ม 199 – ดูประมวล
ว.1 กำหนดให้ จล ที่ขน – ยคหก มาที่ศ ก่อน Dxx
– มี ส ร้องต่อ ศ ให้ ศ อนุญาติ ให้จล ที่ขน ยคหก – โดยปฎิบัติตาม 199
p 13-40 , 🍗1. จล มาศ ก่อน ศ Dxx
จล มาศ แม้ ตัวจล ไม่มา – มาแต่ ทนาย – ก็ถือว่า จล มาศ เหมือนกัน – ทนาย มีอน และ ดนกบก พจรณ แทน ค่ค (ม 62)
“มา ศ” – ดู ม 1(1) มาที่ ศ หรือ ผพพษ ผู้มี หท พจรณ ค เรื่องนั้ ออกนั่ง พจรณ – มิใช่เพียงมายังที่ทำการ ศ
🍗2. จล ที่ขน ย คหก ต้องแจ้งต่อ ศ ให้โอกาสแรกว่า ตนประสงค์ จะต่อสู้ค
p 13-41
p 13-42
p 13-43
p 13-44 , ! 13.4.2 กพจรณ คใหม่ ก่อน ศ พพษ กรณีขน พจรณ
พจรณ ค ใหม่ แยกเป็น 3 หัวข้อ
🥙 1. ค่ค ที่ ขน พจรณ มาศ
ม 206 ว.3 ” ในระหว่างการพิจารณาคดีฝ่ายเดียว ถ้าคู่ความฝ่ายที่ขาดนัดพิจารณามาศาลภายหลังที่เริ่มต้นสืบพยานไปบ้างแล้ว และแจ้งต่อศาลในโอกาสแรกว่าตนประสงค์จะดำเนินคดี เมื่อศาลเห็นว่าการขาดนัดพิจารณานั้นมิได้เป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุอันสมควรและศาลไม่เคยมีคำสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ตามคำขอของคู่ความฝ่ายนั้นมาก่อนตามมาตรา ๑๙๙ ตรี ซึ่งให้นำมาใช้บังคับกับการขาดนัดพิจารณาตามมาตรา ๒๐๗ ด้วย ให้ศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีนั้นใหม่ ในกรณีเช่นนี้ หากคู่ความนั้นขาดนัดพิจารณาอีก จะขอให้พิจารณาคดีใหม่ตามมาตรานี้ไม่ได้”
– ขน พจรณ และ ระหว่างที่ศ ดน กพจรณ ค ไป ฝ เดียว
คือ เริ่มต้น สืพ ไปบ้างแล้ว
ค่ค ฝ ที่ขน อาจจะมา ศ ก็ได้ – เมื่อมาแล้ว ก็ต้องแจ้งศ โอกาสแรกว่า ตน ประสงค์ จะ ดนค
ทางปฎิบัติ – คร ข ย ต่อ ศ ว่า ตน ขน พจรณ เพราะเหตุใด
ขอให้ ศ มี คสั พจรณ ค ใหม่ – แต่กม มิได้บญ ให้ทำเป็น คร ย ต่อ ศ – เพียงแต่ ถ ต่อ ศ ด้วยวาจา เป็นพอ
p 13-45, ศ มีหท Dx ว่า การขน เป็น โดยจงใจ หรือมีเหตุ อันควรหรือไม่
– บางกรณี ต้อง ตส ให้ทราบ ขทจ เสียก่อนจะมีคสั (ฎ 1538/2506 และ 1146/2510)
p 13-46
p 13-47
p 13-48
p 13-49
p 13-50
p 13-51
p 13-52
p 13-53
p 13-54
p 13-55
p 13-56
p 13-57
p 13-58
p 13-59
p 13-60
p 13-61
p 13-62
p 13-63
p 13-64
p 13-65
p 13-66
p 13-67
p 13-68
p 13-69
pre test
1. คแพ่ง จล ยคหก เมื่อพ้นกำหนดเวลา – แต่ศ รับไว้ โดยผิดหลง -ถือว่า จล ขน ยคหก หรือไม่ – ค. ถือว่าจล ขน ยคหก แม้ศ จะสั่งรับไว้
2. แพ่ง , จล ไม่ยคหก ภใน กำหนด – แต่ ศไม่ได้สั่งว่าจล ขน ยคหก – ถือว่า จลขน ยคหก หรือไม่ – ข. ถือว่าจล ขน ยคหก แม้ศ ไม่ได้สั่ง
3. จลขน ยคหก โดยจงใจ – แต่จล มาศ ก่อน dxx จลมีส – ก. ถามค้าน พย จท ได้ แต่ สาบานตน เบิกความเป็น พย เองไม่ได้
4. แพ่ง , ศ สืพ จล ซึ่งเป็น ฝนำสืบ ก่อน เสร็จ – วันนัดสืพ จท , จทไม่มาศ ถือว่า จท ขน พจรณ หรือไม่ – ก.ถือว่าจท ขน พจรณ
5. แพ่ง , จท มีหท นส ก่อน , ท.(ทนาย) จท มาศ แต่ ตัว จท ไม่มา และ จท ไม่มีพย มาสืบ – ถือว่าจท ขนพจาณ หรือไม่ – ค. ไม่ถือ จทขนพจรณ เพราะ ท.จท มาศ
6. จท ขนพจรณ ,ศ จะ พจรณ dxx ค ฝ เดียว ได้ต่อเมื่อ – จล ขอให้ ศ ดนพจรณ ค ต่อไปได้เลย โดย ศ ไม่ต้องสั่งอย่างอื่น
7. แพ่ง , จล ขน พจรณ ในระหว่าง พจรณ ค ฝ เดียว
จลมาศ ภายหลัง ได้เริ่มต้น สืพ ไปบบ้าง
ศ เห็นว่า ขน มิได้จงใจ , จึงมีคสั ให้ พจรณ ค ใหม่
จล ขนพจรณ อีก – ศ ได้พจรณ พพษให้จล แพ้ค – จล รข ให้ พจรณ ค ใหม่ได้หรือไม่ – ข. ได้ เพราะจล ซึ่งขน พจรณ ได้แพ้ในปด ที่ พพ
8. จท ฟร เงินกู้จาก จล 10000 บ , จล สู้ค ว่า สญ กู้ปลอม
จล ขน พจรณ
ศ พพษ สญ กู้เป็น สญกู้แท้จริง ไม่ปลอม ,
จล มีคข ให้ พจรณ ใหม่ ได้หรือไม่ – ง.ได้ เพราะ เพราะจล ขน พจรณ แพ้ค ในปด พพ
9. จท ฟ เรียกเงินค่าซ ของ เชื่อจาก จล 50000 บ
จล หก สู้ค – จท มีหท นำสืบ
ก่อนวันนัดสืพ จท , จท จลมา ศ – เมื่อ สืพ จท เสร็จ – นัดสืพ จล – จล ไม่มาศ
ศ พพษ จล แพ้ค ในปด พพ – จล ขอ พจรณ ค ใหม่ ได้หรือไม่ – ก. ไม่ได้ เพราะ แม้จล แพ้ ค ใน ปด พพ , แต่จล มิได้ ขน พจรณ
post test
