หน่วย 11 วิธีพจรณ สามัญในศ ชั้นต้น(2)
11.1 การแก้ไขคำฟ้อง การแก้ไขคำให้การ
11.2 การชี้สองสถาน กำหนดประเด็นขพพ และ หท นำสืบ
11.3 คดีไม่มีขพพ
1) จท ขอแก้ไขคฟ หรือ จล ขอแก้ไขคหก (คำให้การ) – ทำเป็นหนังสือ ย คร ต่อ ศ ก่อนวัน ชี้สองสถาน หรือก่อนวัน สื พย ไม่น้อยกว่า 7 วัน <<< ชี้สองสถาน ไม่มีใน วิอญ?
ในกรณีไม่มีการชี้สองสถาน
เว้นแต่มีเหตุอันสมควร ไม่อาจย คร ได้ก่อนนั้น หรือเป็นการแก้ไขในเรื่องเกี่ยวกับความสงบ..
หรือแก้ไขข้อผ พลาดเล็กน้อย , ข้อผ หลงเล็กน้อย
2) เมื่อย คฟ คหก คหก แก้ฟ แย้ง
– ให้ ศชี้สองสถาน – แต่บางกรณีอาจไม่มีชี้สองสถาน
สำหรับการชสส(ชี้สองสถาน) – ศ จะตรวจ คำค่ค , คำแถลง ของ ค่ค
แล้วนำ ข้ออ้าง ข้อเถียง – มาเทียบกันดู , สอบถามค่ค ว่าฝ ใด ยอมรับ หรือ โต้แย้งข้ออ้าง
ส่วนข้อกม หรือ ขทจ ที่ค่ค ฝ หนึ่ง ยกขึ้นอ้าง แต่คำค่ค ฝ อื่นไม่รับ -> ประเด็นขพพ
– และกำหนดให้ ค่ค ฝ ใด นำพห มาสืบในประเด็นข้อใดก่อนหรือหลังก็ได้
3) ดนค ไม่มีขพพ – ให้ใช้ข้อบังคับ ตามที่กม บญ ไว้ดฉ
แต่หากมีผร คัดคาน – ก็ให้ดนไปตามบทบญ ว่าด้วย ค มีขพพ
p 11-4 , 11.1 การแก้ไขคำฟ้อง การแก้ไขคำให้การ
11.1.1 หก แก้ไข คฟ และ คหก
11.1.2 กำหนดเวลาและการพจรณ คร ขอแก้ไขคฟ และ คหก
1) จท จะแก้ไข้คฟ โดยแก้ไขในส่วนของการเพิ่ม/ลด จำนวนทุนท หรือ ราคา ทส ที่พพ ในฟ้องเดิม หรือ สละขอ้หาในฟ เดิมเสียบางข้อ หรือ เพิ่มเติม ฟ เดิม ให้บริบูรณ์โดยวิธีเสนอ คฟ เพิ่มเติม
หรือเสนอคฟ เพื่อค้ค ส ของ ตน ในระหว่างการ พจรณ
หรือ เพื่อบังคับ ตาม คำพพษ หรือคสั
แต่คฟเดิม และ คฟ ที่แก้ไขน้้นจะต้องเกี่ยวขอ้งกันพอที่จะรวมการพจรณ และชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้
ส่วนจำ และแก้ไขคหก ก็ได้ โดยยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่ และขอ้แก้ข้อหาเดิม หรือ ที่ย ภายหลัง
หรือ ปป แก้ไขข้ออ้าง หรือ ข้อเถียงเพื่อสนับสนุน ขห (ข้อหา)
หรือ เพื่อหักล้าง ขห ของ ค่ค อีกฝ่าย
ทั้งนี้ การแก้ไขคหก ที่เสนอต่อ ศ ไว้แล้วแต่แรก –ไม่จำต้องเกี่ยวข้องกับคหก เดิม
2) กรณีจท จล แก้ไข คฟ คหก
– ต้องทำเป็น คร ย ต่อ ศ ก่อนวันชสส หรือ ก่อนวันสืบพย ไม่น้อยกว่า7 วัน
p 11-5
p 11-6 , ! 11.1.1 หก แก้ไข คฟ และ คหก
เมื่อจท ยคฟ และ จล ยคหก – ระหว่าง พจรณ ศชต – ทั้งคู่ มีส แก้ คฟ และ คหก
– แต่ปด แห่ง ค เกิดจาก คฟ คหก เป็นหลัก
– กชสสถ สืพ(สืบพย) และ พพษ – ต้องอยู่ในกรอบ คฟ คหก และ กขคฟ คหก ด้วย
เมื่อ จท ยคฟ ม 173(1) – ห้าม มิให้จท นำเรื่องเดียวกัน , รวมถึง ขอ้า ที่หลงลืม ไม่ได้ ยกขึ้นกล่าวไว้ใน ฟ้องเดิม มา ยคฟ เป็น คใหม่ ต่อ ศ เดียวกัน หรือ ศ อื่น – เป็นฟซ – ให้แก้โดย ยคร แก้ไขเพิ่มเติม คฟ (ฎ 6548/2538)
– บางกรณี อาจเป็นเรื่องขอแก้ไขเพิ่มเติมไม่ได้ / ล่วงเลยเวลาที่จะขอแก้ไข เพิ่มเติมคฟ ไปแล้วก็ได้
– แก้ไข คฟ คหก – ม 179 – จท หรือ จล จะแก้ไข ขห ขตส ขอ้า ขถ อันกล่าวไว้ใน คฟ คหก ที่เสนอ ศ แต่แรก ก็ได้
แก้ไข ได้ใน
(1) เพิ่ม หรือ ลด ทุน ท หรือ ราคา ทส ที่พพพ ในฟด (ฟ้องเดิม)
(2) สละขห ใน ฟด เสียบ้างข้อ หรือ เพิ่มเติม ฟด ให้ บริบูรณ์ โดยวิธี เสนอคฟ เพิ่มเติม หรือ เสนอ คฟ เพื่อ ค้ค ส ของตน ระหว่าง กพจรณ หรือ เพื่อบังคับตาม คพพษ หรือ คสั
(3) ยก ขตส ใหม่ เป็นขก ขหด หรือ ที่ย ภายหลัง หรือ ปป แก้ไข ขอ้า หรือ ขถ เพื่อสนับสนุน ขห หรือ เพื่อหักล้าง ขห ของ ค่ค อีก ฝ หนึ่ง
แต่ห้ามมิให้ ค่ค ฝ ใด เสนอ คฟ ใด ต่อ ศ – ไม่ว่าจะวิธี ฟ้องเพิ่มเติม หรือ ฟย ภายหลัง ที่ได้ย คฟ เดิม ต่อ ศ แล้ว – เว้นแต่ คฟด คฟภายหลัง – จะเกี่ยวขอ้งกันพอที่จะรวม พจรณ และ Dxx เข้าด้วยกัน
p 11-7 , วถปส ม 179 – ให้โอกาส จท จล แก้ไขข้อบกพร่อง ผิดพลาด ที่อยู่ใน คฟ /คหก ให้สมบูรณ์
จท แก้ไข คฟ – 179(1) (2)
จล แก้ไข คหก 179(3)
1. แก้ไขคฟ
2. แก้ไข คหก
p 11-8
p 11-9
p 11-10
p 11-11
p 11-12
p 11-13
p 11-14
p 11-15
p 11-16
p 11-17
p 11-18
p 11-19
p 11-20 , ! 11.1.2 กำหนดเวลาและการพจรณ คร ขอแก้ไขคฟ และ คหก
p 11-21
p 11-22
p 11-23
p 11-24
p 11-25
p 11-26
p 11-27
p 11-28
p 11-29
p 11-30
p 11-31
p 11-32
p 11-33
p 11-34 , ! 11.2 การชี้สองสถาน กำหนดประเด็นขพพ และ หท นำสืบ
11.2.1 การชี้สองสถาน (กชสสถ)
11.2.2 ประเด็นขพพ
1) กชสสถ – การกำหนดปด ขพพ และหท นำสืบ – เมื่อได้ย คฟ คหก และคหก กฟย ถ้าหากมี
ให้ ศ ชสสถ – แจ้งวันกำหนด ชสสถ ให้ ค่ค ทราบล่วงหน้า
บางค ไม่ต้องการให้มีการ ชสสถ – ให้ ศ มีคสั งดการ ชสสถ และ กำหนดวันสืบพย
2) ปด ขพพ – ขทจ หรือ ขกม ที่ค่ค โต้เถียงกัน
– เกิดจาก คฟ หรือ คหก เท่านั้น
ค่ค อาจตกลง ปด ขพพ – โดย ย คถ ร่วมกันต่อ ศ – ให้ ศ กำหนด ปด ขพพ ไปตามนั้น
ถ้า ศ เห็นว่า คถ ไม่ถูกต้อง – ให้ ศ มีคสั ยก คถ นั้น
ค่ค มีส คัดค้านว่า ปด ขพพ หรือ หท นำสืบ ที่ศกำหนดไว้นั้นไม่ถูกต้อง
p 11-35 , 11.2.1 การชี้สองสถาน (กชสสถ) – คือ ศ นำ คฟ ของ จท และ คหก ของ จล มาตรวจดู
คฟ มีขอ้า และ คหก ของ จล มี ข้อเถียงอย่างไร
ศ จะถาม จท จล ว่า ปด อาจจจะสละข้อใดได้บ้าง – เหลือแต่ปด ที่โต้เถียงกันเท่านั้น
– อาจเป็น ปด กม หรือ ขทจ – เรียกว่า ปด ขพพ
ส่วนที่ยอมรับกัน ก็ ยุติไปตามนั้น
หลักชสสถ แบ่งพจรณ
1. กชสสถ
2. กดน กบพจรณ ในวัน ชสสถ
3. การคัดค้าน ปด ขพพ และหท นำสืบ ที่ศ กำหนด
4. กรณีค่ค ไม่มาศ วัน ชสสถ
🚡 1. กชสสถ – ม 182 (ดูประมวล)
p 11-36 , กชสสถ กทได้ ต่อเมื่อ จท ยคฟ – จล ย คหก เท่านั้น
เพราะ ศ ต้องนำ ทั้งสองอย่าง มาเทียบดูกัน
ถ้า จล ขาดย คหก – ย่อมไม่มีการชสสถ
โดยเอาส่วน ปดขพพ ที่ไม่รับกัน – กำหนด ค่ค นำพห มาสืบ ปด ข้อใดก่อนหลัง
แจ้งวันชสสถ ล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 15 วัน
ม 182 – ศ ไม่ต้อง ชสสถ ดังนี้
1.1 จล คนใดคนหนึ่ง ขาดนัด ยคหก – ย่อมไม่มี คหก ที่ศ จะเทียบกันดู
1.2 คหก ของ จล เป็นการยอมรับ โดยชัดแจ้งตามคฟ จท ทั้งสิ้น – ม 182(2) – ไม่ตอ้ง สืบพย ไม่ต้อง ชสสถ
1.3 คหก จล ปฎิเสธ ขอ้า ทั้งสิ้น ตาม 182(3)
และไม่มีเหตุแห่งการปฎิเสธ คหก ดังกล่าว จึงไม่ชอบ กม ?
แม้จล ให้การปฎิเสะ ย่อมไม่จำเป็นต้องสืบพย – ไม่จำเป็นต้อง ชสสถ <- ทำไมอะ ??
1.4 ศ เห็นสมควร Dxx ให้เสร็จไปทั้งเรื่อง โดยไม่ตอ้งสืบพย – 182(4)
เช่น จล ย คหก โดยชอบ กม ตาม 177 – แต่ศ เห็นสมควร Dxx ให้เสร็จไปทั้งเรื่อง – เป็นดุลยพินิจของ ศ
p 11-37 , หาก ศชต ตรวจคฟ และ คหก เห็นว่า ค พอ Dx ได้ – ศชต มีอน ดุลยพินิจ งด ชสสถ
ฎ 5241/2541 – ศชต เห็นควรให้ Dxx เสร็จไปทั้งเรื่อง
ฎ 818/2546 ศชต พิเคราะห์ คฟ คหก – เห็นว่า ค พอ Dxx ให้เสร็จไปทั้งเรื่อง – โดยไม่ตอ้งสืบพย – ศชต มีอน สั่งงดสืบพย – และ ค่ค รอฟังคพพษ ตาม ปวิพ 24 และ 182(4)
1.5 ค มโนสาเร่ ตาม ม 189 หรือ ค ไม่มีข้อยุ่งยาก ม 196
ค มนสร 189 – ค ที่มีคข ให้ปลดเปลื้องทุกข์ อันอาจคำนวณ เป็นเงินได้ ไม่เกิน 3แสนบาท – ไม่เกินจำนวน กำหนดใน พรฎ
หรือ ค ฟ้องขับไล่ลค ออกจาก อหสรม อันมีคช – ขณะ ยคฟ ไม่เกินเดือนละ 30000 บ หรือไม่เกิน พรฎ
p 11-38
p 11-39
p 11-40
p 11-41
p 11-42
p 11-43
p 11-44
p 11-45
p 11-46
p 11-47
p 11-48
p 11-49
p 11-50
p 11-51
p 11-52
p 11-53
p 11-54
p 11-55 , ! 11.3 คดีไม่มีขพพ
11.3.1 กดน ค ไม่มี ขพพ
11.3.2 กรณีมีผู้เข้ามาเกี่ยวข้องใน ค
1) ส ที่จะ ฟ หรือ ร้องเป็น ค ไม่มี ขพพ เป็นกรณีที่ไม่มี บค ใด มาโต้แย้งส หรือ หท ตาม กม แพ่ง
แต่เป็นกรณีที่บค ต้องใช้ ส ทาง ศ โดยมีความจำเป็น ต้องมี กม สนับสนุน – จึงจะร้องต่อ ศ ได้
ค ไม่มี ขพพ – ให้ เริ่มค โดย ยครข ต่อ ศ
ในการนี้ ศ อาจเรียกพย มาสืบได้เอง ตามที่เห็นจำเป็น และ Dxx ตามที่เห็นสมควรและ ยตธ
2) หากมีบค ใด นอกจาก ค่ค ที่ ย ฟค อันไม่มีขพพ -ได้เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง หรือ อ้อม
ให้ถือว่า บค เช่นว่านี้ เป็น ค่ค
และให้ดนค ไปตาม บทบญ กม ด้วย ค อันนี้ ขพพ
ในทางปฎิบัติ เรียกผู้เข้ามาเกี่ยวข้องว่า “ผู้คัดค้าน” หรือ”ผู้ร้องคัดค้าน”
p 11-56 , 11.3.1 กดน ค ไม่มี ขพพ
p 11-57
p 11-58
p 11-59
p 11-60
p 11-61
p 11-62
p 11-63
p 11-64
p 11-65
p 11-66 , ! 11.3.2 กรณีมีผู้เข้ามาเกี่ยวข้องใน ค
p 11-67
p 11-68
p 11-69
p 11-70
p 11-71
pre test
post test
