::: สรุป อำนาจ ศาล ตาม พระธรรมนูญศาลยุติธรรม และ ปวิพ

สรุป อำนาจศาล ตาม พระธรรมนูญศาลยุติธรรม และ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ปวิพ) อย่างกระชับ ดังนี้:


🔷 1. พระธรรมนูญศาลยุติธรรม (พ.ศ.2543)

✅ อำนาจและเขตอำนาจของศาลยุติธรรม

ตามมาตรา 3, 26, 27 ฯลฯ

  1. ศาลชั้นต้น
    • ศาลจังหวัด
    • ศาลแขวง
    • ศาลอาญา
    • ศาลแพ่ง
    • มีอำนาจพิจารณาคดีในเขตที่กฎหมายกำหนด
  2. ศาลอุทธรณ์
    • พิจารณาอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้น
  3. ศาลฎีกา
    • พิจารณาคำพิพากษาหรือคำสั่งที่มีการฎีกา
    • เป็นศาลสูงสุด
  4. ศาลชำนัญพิเศษ (ยึดตามกฎหมายจัดตั้งเฉพาะ)
    • เช่น ศาลเยาวชนและครอบครัว, ศาลแรงงาน, ศาลล้มละลาย, ศาลทรัพย์สินทางปัญญา

🔷 2. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ปวิพ)

✅ อำนาจศาลเกี่ยวกับเขตอำนาจสถานที่ฟ้องคดี

(มาตรา 3 – 10)

  1. มาตรา 3 – เขตอำนาจศาลพิจารณาคดี:
    • ฟ้องได้ที่ศาลที่ จำเลยมีภูมิลำเนา
    • ถ้าเป็นคดีมูลหนี้ สินทรัพย์ หรือเกิดเหตุต่างๆ ให้ฟ้องที่ศาลใน ท้องที่ที่เกิดเหตุ ได้
  2. มาตรา 4 – 5 – คดีที่มีทรัพย์สิน/อสังหาริมทรัพย์:
    • ต้องฟ้องในศาลที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่
  3. มาตรา 6 – จำเลยยื่นคำร้องเปลี่ยนศาล หากเห็นว่าไม่มีเขตอำนาจ
  4. มาตรา 7 – คดีหลายจำเลย:
    • ฟ้องได้ในศาลที่จำเลยคนใดคนหนึ่งมีภูมิลำเนา
  5. มาตรา 10 – ถ้ามีเหตุสุดวิสัย ไม่สามารถฟ้องในศาลที่มีเขตศาลได้
    • อนุญาตให้ยื่นคำร้องต่อศาลที่ผู้ร้องอาศัยอยู่ได้

✳️ สรุปใจความ:

หัวข้อเนื้อหา
พระธรรมนูญศาลยุติธรรมกำหนดชนิดศาลและลำดับชั้น (ชั้นต้น, อุทธรณ์, ฎีกา)
ปวิพ มาตรา 3-10กำหนดเขตอำนาจตามภูมิลำเนา, สถานที่เกิดเหตุ, ทรัพย์สิน

หากต้องการเปรียบเทียบกับกฎหมายประเทศอื่น เช่น จีน หรือมีตัวอย่างคดีในไทยเพิ่มเติม แจ้งได้ครับ.

ปวิพ ม 4 ยกตัวอย่าง เคสที่ทำได้ และทำไม่ได้

ตัวอย่างกรณีที่ มาตรา 4 ปวิพ. ใช้ได้และใช้ไม่ได้
(เพื่อให้เข้าใจหลัก “ฟ้อง = ดูจำเลยหรือที่เกิดเหตุ / ร้อง = ดูผู้ร้องหรือที่เกิดเหตุ”)


🔷 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง – “คำฟ้อง”

ให้ฟ้องได้ที่ศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนา หรือ ศาลที่มูลคดีเกิดขึ้น

✅ กรณีใช้ได้ (ตัวอย่าง)

A อยู่จังหวัดเชียงใหม่ ถูก B ซึ่งอยู่กรุงเทพฯ ยืมเงินแล้วไม่คืน
→ A สามารถฟ้องที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ (ที่จำเลย B มีภูมิลำเนา)
หรือ ฟ้องที่ศาลกรุงเทพฯ (ที่มูลคดีเกิดขึ้น เช่น ตกลงยืมเงินที่นั่น) ก็ได้


❌ กรณีใช้ไม่ได้ (ตัวอย่าง)

C อยู่สงขลา ฟ้อง D ที่อยู่ในกรุงเทพฯ
โดยที่เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดที่กรุงเทพฯ
แต่ C กลับไปฟ้องที่จังหวัดอุดรธานี (ที่ไม่เกี่ยวข้องเลย)
→ ไม่ได้ เพราะอุดรธานีไม่ใช่ที่อยู่จำเลย หรือที่มูลคดีเกิดขึ้น


🔷 มาตรา 4 วรรคสอง – “คำร้องขอ”

ให้ยื่นต่อศาลที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนา หรือ ที่มูลคดีเกิดขึ้น

✅ กรณีใช้ได้ (ตัวอย่าง)

E อยู่ชลบุรี ต้องการขอศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกของญาติที่ตายที่เชียงใหม่
→ E ยื่นคำร้องได้ที่ศาลจังหวัดชลบุรี (ภูมิลำเนาผู้ร้อง) หรือ
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ (ที่เหตุเกิด – คนตายอยู่ที่นั่น) ก็ได้


❌ กรณีใช้ไม่ได้ (ตัวอย่าง)

F อยู่ปัตตานี ยื่นคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งศาล
แต่ไปยื่นที่ศาลจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่ง ไม่ใช่ทั้งที่อยู่ของผู้ร้อง และที่เกิดเหตุ
→ ไม่ได้ เพราะไม่เข้าเกณฑ์ของมาตรา 4 วรรคสอง


🎯 สรุปจำง่าย:

ประเภททำได้ทำไม่ได้
คำฟ้องศาลที่จำเลยอยู่ หรือ ที่เหตุเกิดศาลที่ไม่เกี่ยวกับจำเลยหรือเหตุ
คำร้องขอศาลที่ผู้ร้องอยู่ หรือ ที่เหตุเกิดศาลที่ไม่เกี่ยวกับผู้ร้องหรือเหตุ

ถ้าต้องการจัดทำภาพสรุป หรือเปรียบเทียบกับกฎหมายจีน/ฝรั่งเศสเพิ่มเติม บอกได้เลยครับ ✅

หรือเปรียบเทียบกับกฎหมายจีน

ได้เลยครับ — ด้านล่างคือการ เปรียบเทียบ “เขตอำนาจศาลแพ่ง” ระหว่างไทย (ตาม ปวิพ. ม.4) และ กฎหมายจีน (ตาม《民事诉讼法》, Article 21-24)


🇹🇭 ไทย: ปวิพ. มาตรา 4

✅ หลักการ:

“ฟ้องที่อยู่จำเลย หรือที่มูลคดีเกิดขึ้น”

กรณีเขตศาลที่ฟ้องได้
จำเลยมีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรฟ้องที่ศาลซึ่งจำเลยมีภูมิลำเนา
มูลคดีเกิดในเขตศาลใดฟ้องที่ศาลเขตนั้น
ถ้าจำเลยไม่มีภูมิลำเนาให้ดูสถานที่ทำกิจการ/เคยมีภูมิลำเนา เป็นต้น

🇨🇳 จีน: 民事诉讼法 (กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง)

✅ มาตรา 21:

“คดีแพ่งทั่วไปให้ฟ้องต่อศาลของเขตที่ จำเลยมีภูมิลำเนา (住所地)
หรือ ที่อยู่ถาวร (经常居住地)”

✅ มาตรา 22-24 (ข้อยกเว้น):

หาก เหตุแห่งคดี (e.g. สัญญา, ความเสียหาย) เกิดขึ้นที่อื่น
➤ ฟ้องที่ ศาลในเขตที่เหตุเกิด (侵权行为地、合同履行地) ได้


📊 สรุปเปรียบเทียบ: เขตอำนาจศาลแพ่ง

ประเด็น🇹🇭 ไทย🇨🇳 จีน
ฟ้องคดีแพ่งทั่วไปศาลที่จำเลยอยู่ หรือ ศาลที่เหตุเกิดศาลที่จำเลยอยู่ หรือ ที่อยู่ถาวร
ถ้าเหตุเกิดที่ต่างจังหวัดฟ้องที่จังหวัดนั้นได้ฟ้องได้ถ้าเป็น “สถานที่ก่อเหตุ” เช่น สถานที่ละเมิด
สัญญาฟ้องได้ที่ที่ทำสัญญา/ผิดสัญญาฟ้องที่ “สถานที่ทำสัญญา หรือที่ต้องปฏิบัติตามสัญญา”
จำเลยไม่มีภูมิลำเนาดูถิ่นที่ทำธุรกิจ / ผู้ติดต่อศาลที่มี “ความเกี่ยวข้องอย่างมีนัยยะ” กับคดี (有关联性)

🎯 สรุปจำง่าย:

หลักคิดทั้งไทยและจีนเหมือนกันตรงที่ว่า…
✅ “ที่อยู่จำเลย” เป็นหลัก✅ ใช้เป็นหลักฐานเขตอำนาจ
✅ “เหตุแห่งคดีเกิดที่ไหน” ก็ฟ้องที่นั่นได้✅ เน้น ความเกี่ยวข้องของพื้นที่กับข้อพิพาท

Discover more from อรรถพรคลินิก ศัลยกรรมตกแต่ง Attaporn Plastic Surgery clinic 阿塔蓬博士,曼谷整形外科医生

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading