บรรพ 1 หลักทั่วไป
ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๔ – ๑๔)
ลักษณะ ๒ บุคคล (มาตรา ๑๕ – ๑๓๖)
หมวด ๑ บุคคลธรรมดา (มาตรา ๑๕ – ๖๔)
ส่วนที่ ๑ สภาพบุคคล (มาตรา ๑๕ – ๑๘)
ส่วนที่ ๒ ความสามารถ (มาตรา ๑๙ – ๓๖)
ส่วนที่ ๓ ภูมิลำเนา (มาตรา ๓๗ – ๔๗)
ส่วนที่ ๔ สาบสูญ (มาตรา ๔๘ – ๖๔)
หมวด ๒ นิติบุคคล (มาตรา ๖๕ – ๑๓๖)
ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๖๕ – ๗๗)
ส่วนที่ ๒ สมาคม (มาตรา ๗๘ – ๑๐๙)
ส่วนที่ ๓ มูลนิธิ (มาตรา ๑๑๐ – ๑๓๖)
ลักษณะ ๓ ทรัพย์ (มาตรา ๑๓๗ – ๑๔๘)
ลักษณะ ๔ นิติกรรม (มาตรา ๑๔๙ – ๑๙๓)
หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๑๔๙ – ๑๕๓)
หมวด ๒ การแสดงเจตนา (มาตรา ๑๕๔ – ๑๗๑)
หมวด ๓ โมฆะกรรมและโมฆียะกรรม (มาตรา ๑๗๒ – ๑๘๑)
หมวด ๔ เงื่อนไขและเงื่อนเวลา (มาตรา ๑๘๒ – ๑๙๓)


ลักษณะ ๕ ระยะเวลา (มาตรา ๑๙๓/๑ – ๑๙๓/๘)
ลักษณะ ๖ อายุความ (มาตรา ๑๙๓/๙ – ๑๙๓/๓๕)
หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๑๙๓/๙ – ๑๙๓/๒๙)
หมวด ๒ กำหนดอายุความ (มาตรา ๑๙๓/๓๐ – ๑๙๓/๓๕)


บรรพ ๒ หนี้ (มาตรา ๑๙๔ – ๔๕๒)
ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๑๙๔ – ๓๕๓)
หมวด ๑ วัตถุแห่งหนี้ (มาตรา ๑๙๔ – ๒๐๒)
หมวด ๒ ผลแห่งหนี้ (มาตรา ๒๐๓ – ๒๘๙)
ส่วนที่ ๑ การไม่ชำระหนี้ (มาตรา ๒๐๓ – ๒๒๕)
ส่วนที่ ๒ รับช่วงสิทธิ (มาตรา ๒๒๖ – ๒๓๒)
ส่วนที่ ๓ การใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ (มาตรา ๒๓๓ – ๒๓๖)
ส่วนที่ ๔ เพิกถอนการฉ้อฉล (มาตรา ๒๓๗ – ๒๔๐)
ส่วนที่ ๕ สิทธิยึดหน่วง (มาตรา ๒๔๑ – ๒๕๐)
ส่วนที่ ๖ บุริมสิทธิ (มาตรา ๒๕๑ – ๒๘๙)
หมวด ๓ ลูกหนี้และเจ้าหนี้หลายคน (มาตรา ๒๙๐ – ๓๐๒)
หมวด ๔ โอนสิทธิเรียกร้อง (มาตรา ๓๐๓ – ๓๑๓)
หมวด ๕ ความระงับแห่งหนี้ (มาตรา ๓๑๔ – ๓๕๓)
ลักษณะ ๒ สัญญา (มาตรา ๓๕๔ – ๓๙๔)
หมวด ๑ ก่อให้เกิดสัญญา (มาตรา ๓๕๔ – ๓๖๘)
หมวด ๒ ผลแห่งสัญญา (มาตรา ๓๖๙ – ๓๗๖)
หมวด ๓ มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ (มาตรา ๓๗๗ – ๓๘๕)
หมวด ๔ เลิกสัญญา (มาตรา ๓๘๖ – ๓๙๔)
ลักษณะ ๓ จัดการงานนอกสั่ง (มาตรา ๓๙๕ – ๔๐๕)
ลักษณะ ๔ ลาภมิควรได้ (มาตรา ๔๐๖ – ๔๑๙)
ลักษณะ ๕ ละเมิด (มาตรา ๔๒๐ – ๔๕๒)
หมวด ๑ ความรับผิดเพื่อละเมิด (มาตรา ๔๒๐ – ๔๓๗)
หมวด ๒ ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด (มาตรา ๔๓๘ – ๔๔๘)
หมวด ๓ นิรโทษกรรม (มาตรา ๔๔๙ – ๔๕๒)


บรรพ 3 เอกเทศสัญญา
ลักษณะ ๑ ซื้อขาย (มาตรา ๔๕๓ – ๕๑๗)
หมวด ๑ สภาพและหลักสำคัญของสัญญาซื้อขาย (มาตรา ๔๕๓ – ๔๖๐)
ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๔๕๓ -๔๕๗)
ส่วนที่ ๒ การโอนกรรมสิทธิ์ (มาตรา ๔๕๘ – ๔๖๐)
หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของผู้ขาย (มาตรา ๔๖๑ – ๔๘๕)
ส่วนที่ ๑ การส่งมอบ (มาตรา ๔๖๑ – ๔๗๑)
ส่วนที่ ๒ ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง (มาตรา ๔๗๒ – ๔๗๔)
ส่วนที่ ๓ ความรับผิดในการรอนสิทธิ (มาตรา ๔๗๕ – ๔๘๒)
ส่วนที่ ๔ ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิด (มาตรา ๔๘๓ – ๔๘๕)
หมวด ๓ หน้าที่ของผู้ซื้อ (มาตรา ๔๘๖ – ๔๙๐)
หมวด ๔ การซื้อขายเฉพาะบางอย่าง (มาตรา ๔๙๑ – ๕๑๗)
ส่วนที่ ๑ ขายฝาก (มาตรา ๔๙๑ – ๕๐๒)
ส่วนที่ ๒ ขายตามตัวอย่าง ขายตามคำพรรณนา ขายเผื่อชอบ (มาตรา ๕๐๓ – ๕๐๘)
ส่วนที่ ๓ ขายทอดตลาด (มาตรา ๕๐๙ – ๕๑๗)


ลักษณะ ๒ แลกเปลี่ยน (มาตรา ๕๑๘ – ๕๒๐)
ลักษณะ ๓ ให้ (มาตรา ๕๒๑ – ๕๓๖)
ลักษณะ ๔ เช่าทรัพย์ (มาตรา ๕๓๗ – ๕๗๑)
หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๕๓๗ – ๕๔๕)
หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของผู้ให้เช่า (มาตรา ๕๔๖ – ๕๕๑)
หมวด ๓ หน้าที่และความรับผิดของผู้เช่า (มาตรา ๕๕๒ – ๕๖๓)
หมวด ๔ ความระงับแห่งสัญญาเช่า (มาตรา ๕๖๔ – ๕๗๑)
ลักษณะ ๕ เช่าซื้อ (มาตรา ๕๗๒ – ๕๗๔)
ลักษณะ ๖ จ้างแรงงาน (มาตรา ๕๗๕ – ๕๘๖)
ลักษณะ ๗ จ้างทำของ (มาตรา ๕๘๗ – ๖๐๗)
ลักษณะ ๘ รับขน (มาตรา ๖๐๘ – ๖๓๙)
ลักษณะ ๙ ยืม (มาตรา ๖๔๐ – ๖๕๖)
หมวด ๑ ยืมใช้คงรูป (มาตรา ๖๔๐ – ๖๔๙)
หมวด ๒ ยืมใช้สิ้นเปลือง (มาตรา ๖๕๐ – ๖๕๖)
ลักษณะ ๑๐ ฝากทรัพย์ (มาตรา ๖๕๗ – ๖๗๙)
ลักษณะ ๑๑ ค้ำประกัน (มาตรา ๖๘๐ – ๗๐๑)
ลักษณะ ๑๒ จำนอง (มาตรา ๗๐๒ – ๗๔๖)
ลักษณะ ๑๓ จำนำ (มาตรา ๗๔๗ – ๗๖๙)
ลักษณะ ๑๔ เก็บของในคลังสินค้า (มาตรา ๗๗๐ – ๗๙๖)
ลักษณะ ๑๕ ตัวแทน (มาตรา ๗๙๗ – ๘๔๔)
หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๗๙๗ – ๘๐๖)
หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ (มาตรา ๘๐๗ – ๘๑๔)
หมวด ๓ หน้าที่และความรับผิดของตัวการต่อตัวแทน (มาตรา ๘๑๕ – ๘๑๙)
หมวด ๔ ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก (มาตรา ๘๒๐ – ๘๒๕)
หมวด ๕ ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทน (มาตรา ๘๒๖ – ๘๓๒)
หมวด ๖ ตัวแทนค้าต่าง (มาตรา ๘๓๓ – ๘๔๔)
ลักษณะ ๑๖ นายหน้า (มาตรา ๘๔๕ – ๘๔๙)
ลักษณะ ๑๗ ประนีประนอมยอมความ (มาตรา ๘๕๐ – ๘๕๒)
ลักษณะ ๑๘ การพนัน และขันต่อ (มาตรา ๘๕๓ – ๘๕๕)
ลักษณะ ๑๙ บัญชีเดินสะพัด (มาตรา ๘๕๖ – ๘๖๐)
ลักษณะ ๒๐ ประกันภัย (ม 891-897)
หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๘๖๑ – ๘๖๘)
หมวด ๒ ประกันวินาศภัย (มาตรา ๘๖๙ – ๘๘๘)
ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๘๖๙ – ๘๘๒)
ส่วนที่ ๒ วิธีเฉพาะการประกันภัยในการรับขน (มาตรา ๘๘๓ – ๘๘๖)
ส่วนที่ ๓ ประกันภัยค้ำจุน (มาตรา ๘๘๗ – ๘๘๘)
หมวด ๓ ประกันชีวิต (มาตรา ๘๘๙ – ๘๙๗)
ลักษณะ ๒๑ ตั๋วเงิน (มาตรา ๘๙๘ – ๑๐๑๑)
หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๘๙๘ – ๙๐๗)

หมวด ๒ ตั๋วแลกเงิน (มาตรา ๙๐๘ – ๙๘๑)
ส่วนที่ ๑ การออกและสลักหลังตั๋วแลกเงิน (มาตรา ๙๐๘ – ๙๒๖)
ส่วนที่ ๒ การรับรอง (มาตรา ๙๒๗ – ๙๓๗)
ส่วนที่ ๓ อาวัล (มาตรา ๙๓๘ – ๙๔๐)
ส่วนที่ ๔ การใช้เงิน (มาตรา ๙๔๑ – ๙๔๙)
ส่วนที่ ๕ การสอดเข้าแก้หน้า (มาตรา ๙๕๐ – ๙๕๘)
ส่วนที่ ๖ สิทธิไล่เบี้ยเพราะเขาไม่รับรองหรือไม่ใช้เงิน (มาตรา ๙๕๙ – ๙๗๔)
ส่วนที่ ๗ ตั๋วแลกเงินเป็นสำรับ (มาตรา ๙๗๕ – ๙๘๑)
หมวด ๓ ตั๋วสัญญาใช้เงิน (มาตรา ๙๘๒ – ๙๘๖)
หมวด ๔ เช็ค (มาตรา ๙๘๗ – ๑๐๐๐)
หมวด ๕ อายุความ (มาตรา ๑๐๐๑ – ๑๐๐๕)
หมวด ๖ ตั๋วเงินปลอม ตั๋วเงินถูกลัก และตั๋วเงินหาย (มาตรา ๑๐๐๖ – ๑๐๑๑)


ลักษณะ ๒๒ หุ้นส่วนและบริษัท (มาตรา ๑๐๐๒ – ๑๒๗๓/๔)
หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๑๐๑๒ – ๑๐๒๔)
หมวด ๒ ห้างหุ้นส่วนสามัญ (มาตรา ๑๐๒๕ – ๑๐๗๖)
หมวด ๓ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (มาตรา ๑๐๗๗ – ๑๐๙๕)
หมวด ๔ บริษัทจำกัด (มาตรา ๑๐๙๖ – ๑๒๔๖/๗)
หมวด ๕ การชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด (มาตรา ๑๒๔๗ – ๑๒๗๓)
หมวด ๖ การถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดร้าง (มาตรา ๑๒๗๓/๑ – ๑๒๗๓/๔)


ลักษณะ ๒๓ สมาคม (มาตรา ๑๒๗๔ – ๑๒๙๗)


หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
หมวด 2 ประกันวินาศภัย
หมวด 3 ประกันชีวิต
ลักษณะ 21
ลักษณะ 22
ลักษณะ 23

บรรพ 4 ทรัพย์สิน

ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๑๒๙๘ – ๑๓๐๗)
ลักษณะ ๒ กรรมสิทธิ์ (มาตรา ๑๓๐๘ – ๑๓๖๖)
หมวด ๑ การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ (มาตรา ๑๓๐๘ – ๑๓๓๔)
หมวด ๒ แดนแห่งกรรมสิทธิ์ และการใช้กรรมสิทธิ์ (มาตรา ๑๓๓๕ – ๑๓๕๕)
หมวด ๓ กรรมสิทธิ์รวม (มาตรา ๑๓๕๖ – ๑๓๖๖)


ลักษณะ ๓ ครอบครอง (มาตรา ๑๓๖๗ – ๑๓๘๖)
ลักษณะ ๔ ภาระจำยอม (มาตรา ๑๓๘๗ – ๑๔๐๑)
ลักษณะ ๕ อาศัย (มาตรา ๑๔๐๒ – ๑๔๐๙)
ลักษณะ ๖ สิทธิเหนือพื้นดิน (มาตรา ๑๔๑๐ – ๑๔๑๖)
ลักษณะ ๗ สิทธิเก็บกิน (มาตรา ๑๔๑๗ – ๑๔๒๘)
ลักษณะ ๘ ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ (มาตรา ๑๔๒๙ – ๑๔๓๔)


บรรพ 5 ครอบครัว

ลักษณะ ๑ การสมรส (มาตรา ๑๔๓๕ – ๑๕๓๕)
ลักษณะ ๒ บิดามารดากับบุตร (มาตรา ๑๕๓๖ – ๑๕๙๘/๓๗)
หมวด ๑ บิดามารดา (มาตรา ๑๕๓๖ – ๑๕๖๐)
หมวด ๒ สิทธิและหน้าที่ของบิดามารดาและบุตร (มาตรา ๑๕๖๑ – ๑๕๘๔/๑)
หมวด ๓ ความปกครอง (มาตรา ๑๕๘๕ – ๑๕๙๘/๑๘)
หมวด ๔ บุตรบุญธรรม (มาตรา ๑๕๙๘/๑๙ – ๑๕๙๘/๓๗)
ลักษณะ ๓ ค่าอุปการะเลี้ยงดู (มาตรา ๑๕๙๘/๓๘ – ๑๕๙๘/๔๑)


บรรพ 6 มรดก

ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๑๕๙๙ – ๑๖๑๙)
หมวด ๑ การตกทอดแห่งทรัพย์มรดก (มาตรา ๑๕๙๙ – ๑๖๐๓)
หมวด ๒ การเป็นทายาท (มาตรา ๑๖๐๔ – ๑๖๐๗)
หมวด ๓ การตัดมิให้รับมรดก (มาตรา ๑๖๐๘ – ๑๖๐๙)
หมวด ๔ การสละมรดกและอื่น ๆ (มาตรา ๑๖๑๐ – ๑๖๑๙)


ลักษณะ ๒ สิทธิโดยธรรมในการรับมรดก (มาตรา ๑๖๒๐ – ๑๖๔๕)
ลักษณะ ๓ พินัยกรรม (มาตรา ๑๖๔๖ – ๑๗๑๐)
หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๑๖๔๖ – ๑๖๕๔)
หมวด ๒ แบบพินัยกรรม (มาตรา ๑๖๕๕ – ๑๖๗๒)
หมวด ๓ ผลและการตีความแห่งพินัยกรรม (มาตรา ๑๖๗๓ – ๑๖๘๕)
หมวด ๔ พินัยกรรมที่ตั้งผู้ปกครองทรัพย์ (มาตรา ๑๖๘๖ – ๑๖๙๒)
หมวด ๕ การเพิกถอนและการตกไปแห่งพินัยกรรมหรือข้อกำหนดพินัยกรรม (มาตรา ๑๖๙๓ – ๑๖๙๙)
หมวด ๖ ความเสียเปล่าแห่งพินัยกรรมหรือข้อกำหนดพินัยกรรม (๑๗๐๐ – ๑๗๑๐)


ลักษณะ ๔ วิธีจัดการและปันทรัพย์มรดก (มาตรา ๑๗๑๑ – ๑๗๕๒)
หมวด ๑ ผู้จัดการมรดก (มาตรา ๑๗๑๑ – ๑๗๓๓)
หมวด ๒ การรวบรวมจำหน่ายทรัพย์มรดกเป็นตัวเงินและการชำระหนี้กับแบ่งปันทรัพย์มรดก (มาตรา ๑๗๓๔ – ๑๗๔๔)
หมวด ๓ การแบ่งมรดก (มาตรา ๑๗๔๕ – ๑๗๕๒)


ลักษณะ ๕ มรดกที่ไม่มีผู้รับ (มาตรา ๑๗๕๓)
ลักษณะ ๖ อายุความ (มาตรา ๑๗๕๔ – ๑๗๕๕)

บรรพ 1 หลักทั่วไป

ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๔ – ๑๔)

  มาตรา ๔  กฎหมายนั้น ต้องใช้ในบรรดากรณีซึ่งต้องด้วยบทบัญญัติใด ๆ แห่งกฎหมายตามตัวอักษร หรือตามความมุ่งหมายของบทบัญญัตินั้น ๆ
               เมื่อไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้ ให้วินิจฉัยคดีนั้นตามจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่น ถ้าไม่มีจารีตประเพณีเช่นว่านั้น ให้วินิจฉัยคดีอาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง และถ้าบทกฎหมายเช่นนั้นก็ไม่มีด้วย ให้วินิจฉัยตามหลักกฎหมายทั่วไป

ลักษณะ ๒ บุคคล (มาตรา ๑๕ – ๑๓๖)

🌟หมวด ๑ บุคคลธรรมดา (มาตรา ๑๕ – ๖๔)

🥙ส่วนที่ ๑ สภาพบุคคล (มาตรา ๑๕ – ๑๘)
🥙ส่วนที่ ๒ ความสามารถ (มาตรา ๑๙ – ๓๖)
🥙ส่วนที่ ๓ ภูมิลำเนา (มาตรา ๓๗ – ๔๗)
🥙ส่วนที่ ๔ สาบสูญ (มาตรา ๔๘ – ๖๔)

มาตรา ๖๑  ถ้าบุคคลใดได้ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ และไม่มีใครรู้แน่ว่าบุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ตลอดระยะเวลาห้าปี เมื่อผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการร้องขอ ศาลจะสั่งให้บุคคลนั้นเป็นคนสาบสูญก็ได้
               ระยะเวลาตามวรรคหนึ่งให้ลดเหลือสองปี
               (๑) นับแต่วันที่การรบหรือสงครามสิ้นสุดลง ถ้าบุคคลนั้นอยู่ในการรบหรือสงคราม และหายไปในการรบหรือสงครามดังกล่าว
               (๒) นับแต่วันที่ยานพาหนะที่บุคคลนั้นเดินทาง อับปาง ถูกทำลาย หรือสูญหายไป
               (๓) นับแต่วันที่เหตุอันตรายแก่ชีวิตนอกจากที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ได้ผ่านพ้นไป ถ้าบุคคลนั้นตกอยู่ในอันตรายเช่นว่านั้น

มาตรา ๖๒  บุคคลซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ให้ถือว่าถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังที่ระบุไว้ในมาตรา ๖๑

มาตรา ๖๓  เมื่อบุคคลผู้ถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญนั้นเองหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการร้องขอต่อศาล และพิสูจน์ได้ว่าบุคคลผู้ถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญนั้นยังคงมีชีวิตอยู่ก็ดี หรือว่าตายในเวลาอื่นผิดไปจากเวลาดังระบุไว้ในมาตรา ๖๒ ก็ดี ให้ศาลสั่งถอนคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญนั้น แต่การถอนคำสั่งนี้ย่อมไม่กระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ์แห่งการทั้งหลายอันได้ทำไปโดยสุจริตในระหว่างเวลาตั้งแต่ศาลมีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญจนถึงเวลาถอนคำสั่งนั้น
               บุคคลผู้ได้ทรัพย์สินมาเนื่องแต่การที่ศาลสั่งให้บุคคลใดเป็นคนสาบสูญ แต่ต้องเสียสิทธิของตนไปเพราะศาลสั่งถอนคำสั่งให้บุคคลนั้นเป็นคนสาบสูญ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้แห่งประมวลกฎหมายนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม


🌟หมวด ๒ นิติบุคคล (มาตรา ๖๕ – ๑๓๖)

✿ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๖๕ – ๗๗)
✿ส่วนที่ ๒ สมาคม (มาตรา ๗๘ – ๑๐๙)
✿ส่วนที่ ๓ มูลนิธิ (มาตรา ๑๑๐ – ๑๓๖)

ลักษณะ ๓ ทรัพย์ (มาตรา ๑๓๗ – ๑๔๘)

   มาตรา ๑๔๓  ทรัพย์นอกพาณิชย์ หมายความว่า ทรัพย์ที่ไม่สามารถถือเอาได้และทรัพย์ที่โอนแก่กันมิได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

ลักษณะ ๔ นิติกรรม (มาตรา ๑๔๙ – ๑๙๓)

🍜หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๑๔๙ – ๑๕๓)

 มาตรา ๑๕๐  การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเป็นโมฆะ

มาตรา ๑๕๑ การใดเป็นการแตกต่างกับบทบัญญัติของกฎหมาย ถ้ามิใช่กฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นไม่เป็นโมฆะ


🍜หมวด ๒ การแสดงเจตนา (มาตรา ๑๕๔ – ๑๗๑)

 มาตรา ๑๕๖  การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมเป็นโมฆะ
               ความสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมตามวรรคหนึ่ง ได้แก่ ความสำคัญผิดในลักษณะของนิติกรรม ความสำคัญผิดในตัวบุคคลซึ่งเป็นคู่กรณีแห่งนิติกรรมและความสำคัญผิดในทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุแห่งนิติกรรม เป็นต้น ^ เจตนาให้ ก ยืมของ แต่ ดันเป็น ข ซึ่งเป็น ฝาแฝด

มาตรา ๑๖๔  การแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่เป็นโมฆียะ
               การข่มขู่ที่จะทำให้การใดตกเป็นโมฆียะนั้น จะต้องเป็นการข่มขู่ที่จะให้เกิดภัยอันใกล้จะถึง และร้ายแรงถึงขนาดที่จะจูงใจให้ผู้ถูกข่มขู่มีมูลต้องกลัว ซึ่งถ้ามิได้มีการข่มขู่เช่นนั้น การนั้นก็คงจะมิได้กระทำขึ้น

 มาตรา ๑๖๕  การขู่ว่าจะใช้สิทธิตามปกตินิยม ไม่ถือว่าเป็นการข่มขู่
               การใดที่กระทำไปเพราะนับถือยำเกรง ไม่ถือว่าการนั้นได้กระทำเพราะถูกข่มขู่

มาตรา ๑๖๖  การข่มขู่ย่อมทำให้การแสดงเจตนาเป็นโมฆียะแม้บุคคลภายนอกจะเป็นผู้ข่มขู่

 มาตรา ๑๖๗  ในการวินิจฉัยกรณีความสำคัญผิด กลฉ้อฉล หรือการข่มขู่ให้พิเคราะห์ถึง เพศ อายุ ฐานะ สุขภาพอนามัย และภาวะแห่งจิตของผู้แสดงเจตนาตลอดจนพฤติการณ์และสภาพแวดล้อมอื่น ๆ อันเกี่ยวกับการนั้นด้วย


🍜หมวด ๓ โมฆะกรรมและโมฆียะกรรม (มาตรา ๑๗๒ – ๑๘๑)
🍜หมวด ๔ เงื่อนไขและเงื่อนเวลา (มาตรา ๑๘๒ – ๑๙๓)

ลักษณะ ๕ ระยะเวลา (มาตรา ๑๙๓/๑ – ๑๙๓/๘)

ลักษณะ ๖ อายุความ (มาตรา ๑๙๓/๙ – ๑๙๓/๓๕)

หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๑๙๓/๙ – ๑๙๓/๒๙)

มาตรา ๑๙๓/๑๗  ในกรณีที่อายุความสะดุดหยุดลงเพราะเหตุตามมาตรา ๑๙๓/๑๔ (๒) หากคดีนั้นได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกคำฟ้อง หรือคดีเสร็จไปโดยการจำหน่ายคดีเพราะเหตุถอนฟ้อง หรือทิ้งฟ้อง ให้ถือว่าอายุความไม่เคยสะดุดหยุดลง
               ในกรณีที่คดีนั้นศาลไม่รับหรือคืนหรือให้ยกคำฟ้องเพราะเหตุคดีไม่อยู่ในอำนาจศาล หรือศาลให้ยกคำฟ้องโดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องใหม่ และปรากฏว่าอายุความครบกำหนดไปแล้วในระหว่างการพิจารณา หรือจะครบกำหนดภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นถึงที่สุด ให้เจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องหรือเพื่อให้ชำระหนี้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นถึงที่สุด


หมวด ๒ กำหนดอายุความ (มาตรา ๑๙๓/๓๐ – ๑๙๓/๓๕)

มาตรา ๑๙๓/๓๐ อายุความนั้น ถ้าประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นมิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ให้มีกำหนดสิบปี

บรรพ ๒ หนี้ (มาตรา ๑๙๔ – ๔๕๒)

ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๑๙๔ – ๓๕๓)

🈴หมวด ๑ วัตถุแห่งหนี้ (มาตรา ๑๙๔ – ๒๐๒)
🈴หมวด ๒ ผลแห่งหนี้ (มาตรา ๒๐๓ – ๒๘๙)

🔹ส่วนที่ ๑ การไม่ชำระหนี้ (มาตรา ๒๐๓ – ๒๒๕)

มาตรา ๒๒๓ ถ้าฝ่ายผู้เสียหายได้มีส่วนทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งก่อให้เกิดความเสียหายด้วยไซร้ ท่านว่าหนี้อันจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ฝ่ายผู้เสียหายมากน้อยเพียงใดนั้น ต้องอาศัยพฤติการณ์เป็นประมาณ ข้อสำคัญก็คือว่าความเสียหายนั้นได้เกิดขึ้นเพราะฝ่ายไหนเป็นผู้ก่อยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงไร
วิธีเดียวกันนี้ท่านให้ใช้แม้ทั้งที่ความผิดของฝ่ายผู้ที่เสียหายจะมีแต่เพียงละเลยไม่เตือนลูกหนี้ให้รู้สึกถึงอันตรายแห่งการเสียหายอันเป็นอย่างร้ายแรงผิดปกติ ซึ่งลูกหนี้ไม่รู้หรือไม่อาจจะรู้ได้ หรือเพียงแต่ละเลยไม่บำบัดปัดป้อง หรือบรรเทาความเสียหายนั้นด้วย อนึ่ง บทบัญญัติแห่งมาตรา ๒๒๐ นั้นท่านให้นำมาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม


🔹ส่วนที่ ๒ รับช่วงสิทธิ (มาตรา ๒๒๖ – ๒๓๒)
🔹ส่วนที่ ๓ การใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ (มาตรา ๒๓๓ – ๒๓๖)
🔹ส่วนที่ ๔ เพิกถอนการฉ้อฉล (มาตรา ๒๓๗ – ๒๔๐)
🔹ส่วนที่ ๕ สิทธิยึดหน่วง (มาตรา ๒๔๑ – ๒๕๐)
🔹ส่วนที่ ๖ บุริมสิทธิ (มาตรา ๒๕๑ – ๒๘๙)


🈴หมวด ๓ ลูกหนี้และเจ้าหนี้หลายคน (มาตรา ๒๙๐ – ๓๐๒)
🈴หมวด ๔ โอนสิทธิเรียกร้อง (มาตรา ๓๐๓ – ๓๑๓)
🈴หมวด ๕ ความระงับแห่งหนี้ (มาตรา ๓๑๔ – ๓๕๓)

ลักษณะ ๒ สัญญา (มาตรา ๓๕๔ – ๓๙๔)

🐱‍🚀หมวด ๑ ก่อให้เกิดสัญญา (มาตรา ๓๕๔ – ๓๖๘)
🐱‍🚀หมวด ๒ ผลแห่งสัญญา (มาตรา ๓๖๙ – ๓๗๖)

มาตรา ๓๖๙  ในสัญญาต่างตอบแทนนั้น คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจะไม่ยอมชำระหนี้จนกว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะชำระหนี้ หรือขอปฏิบัติการชำระหนี้ก็ได้ แต่ความข้อนี้ท่านมิให้ใช้บังคับ ถ้าหนี้ของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งยังไม่ถึงกำหนด


🐱‍🚀หมวด ๓ มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ (มาตรา ๓๗๗ – ๓๘๕)

มาตรา ๓๘๓ ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
นอกจากกรณีที่กล่าวไว้ในมาตรา ๓๗๙ และ ๓๘๒ ท่านให้ใช้วิธีเดียวกันนี้บังคับ ในเมื่อบุคคลสัญญาว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนกระทำหรืองดเว้นกระทำการอันหนึ่งอันใดนั้นด้วย


🐱‍🚀หมวด ๔ เลิกสัญญา (มาตรา ๓๘๖ – ๓๙๔)

ลักษณะ ๓ จัดการงานนอกสั่ง (มาตรา ๓๙๕ – ๔๐๕)

ลักษณะ ๔ ลาภมิควรได้ (มาตรา ๔๐๖ – ๔๑๙)

ลักษณะ ๕ ละเมิด (มาตรา ๔๒๐ – ๔๕๒)

♊หมวด ๑ ความรับผิดเพื่อละเมิด (มาตรา ๔๒๐ – ๔๓๗)

มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

มาตรา ๔๒๑ การใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่บุคคลอื่นนั้น ท่านว่าเป็นการอันมิชอบด้วยกฎหมาย

มาตรา ๔๒๒ ถ้าความเสียหายเกิดแต่การฝ่าฝืนบทบังคับแห่งกฎหมายใดอันมีที่ประสงค์เพื่อจะปกป้องบุคคลอื่น ๆ ผู้ใดทำการฝ่าฝืนเช่นนั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเป็นผู้ผิด

มาตรา ๔๒๕ นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น

มาตรา ๔๒๖ นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อละเมิดอันลูกจ้างได้ทำนั้น ชอบที่จะได้ชดใช้จากลูกจ้างนั้น

มาตรา ๔๒๗ บทบัญญัติในมาตราทั้งสองก่อนนั้น ท่านให้ใช้บังคับแก่ตัวการและตัวแทนด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้นจะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง
ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงผู้มีไว้ในครอบครองของตน ซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือโดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์นั้นด้วย ^นจ จข รถ แต่ไม่ได้ขับ ลูกน้องขับ และไม่ได้อยู่ในงานที่จ้าง จึงไม่ตอ้งรผ


♊หมวด ๒ ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด (มาตรา ๔๓๘ – ๔๔๘)

มาตรา ๔๔๒ ถ้าความเสียหายได้เกิดขึ้นเพราะความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดของผู้ต้องเสียหายประกอบด้วยไซร้ ท่านให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา ๒๒๓ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม


♊หมวด ๓ นิรโทษกรรม (มาตรา ๔๔๙ – ๔๕๒)

บรรพ 3 เอกเทศสัญญา

ลักษณะ ๑ ซื้อขาย (มาตรา ๔๕๓ – ๕๑๗)

✨หมวด ๑ สภาพและหลักสำคัญของสัญญาซื้อขาย (มาตรา ๔๕๓ – ๔๖๐)
🌹ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๔๕๓ -๔๕๗)

     มาตรา ๔๕๓  อันว่าซื้อขายนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ขาย โอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย

 มาตรา ๔๕๕  เมื่อกล่าวต่อไปเบื้องหน้าถึงเวลาซื้อขาย ท่านหมายความว่าเวลาซึ่งทำสัญญาซื้อขายสำเร็จบริบูรณ์

มาตรา ๔๕๖ การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย
สัญญาจะขายหรือจะซื้อ หรือคำมั่นในการซื้อขายทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่ง ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญ หรือได้วางประจำไว้ หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
บทบัญญัติที่กล่าวมาในวรรคก่อนนี้ ให้ใช้บังคับถึงสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ซึ่งตกลงกันเป็นราคาสองหมื่นบาท หรือกว่านั้นขึ้นไปด้วย


🌹ส่วนที่ ๒ การโอนกรรมสิทธิ์ (มาตรา ๔๕๘ – ๔๖๐)

มาตรา ๔๕๘ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายนั้น ย่อมโอนไปยังผู้ซื้อตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายกัน

มาตรา ๔๕๙ ถ้าสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข หรือเงื่อนเวลาบังคับไว้ ท่านว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินยังไม่โอนไปจนกว่าการจะได้เป็นไปตามเงื่อนไขหรือถึงกำหนดเงื่อนเวลานั้น

มาตรา ๔๖๐ ในการซื้อขายทรัพย์สินซึ่งมิได้กำหนดลงไว้แน่นอนนั้น ท่านว่ากรรมสิทธิ์ยังไม่โอนไปจนกว่าจะได้หมาย หรือนับ ชั่ง ตวง วัด หรือคัดเลือก หรือทำโดยวิธีอื่นเพื่อให้บ่งตัวทรัพย์สินนั้นออกเป็นแน่นอนแล้ว
ในการซื้อขายทรัพย์สินเฉพาะสิ่ง ถ้าผู้ขายยังจะต้องนับ ชั่ง ตวง วัด หรือทำการอย่างอื่น หรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเกี่ยวแก่ทรัพย์สินเพื่อให้รู้กำหนดราคาทรัพย์สินนั้นแน่นอน ท่านว่ากรรมสิทธิ์ยังไม่โอนไปยังผู้ซื้อจนกว่าการหรือสิ่งนั้นได้ทำแล้ว


✨หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของผู้ขาย (มาตรา ๔๖๑ – ๔๘๕)

👩‍🍳ส่วนที่ ๑ การส่งมอบ (มาตรา ๔๖๑ – ๔๗๑)

มาตรา ๔๖๑ ผู้ขายจำต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งขายนั้นให้แก่ผู้ซื้อ


👩‍🍳ส่วนที่ ๒ ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง (มาตรา ๔๗๒ – ๔๗๔)

มาตรา ๔๗๒ ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งขายนั้นชำรุดบกพร่องอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติก็ดี ประโยชน์ที่มุ่งหมายโดยสัญญาก็ดี ท่านว่าผู้ขายต้องรับผิด
ความที่กล่าวมาในมาตรานี้ย่อมใช้ได้ ทั้งที่ผู้ขายรู้อยู่แล้วหรือไม่รู้ว่าความชำรุดบกพร่องมีอยู่

มาตรา ๔๗๓ ผู้ขายย่อมไม่ต้องรับผิดในกรณีดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ
(๑) ถ้าผู้ซื้อได้รู้อยู่แล้วแต่ในเวลาซื้อขายว่ามีความชำรุดบกพร่องหรือควรจะได้รู้เช่นนั้นหากได้ใช้ความระมัดระวังอันจะพึงคาดหมายได้แต่วิญญูชน
(๒) ถ้าความชำรุดบกพร่องนั้นเป็นอันเห็นประจักษ์แล้วในเวลาส่งมอบ และผู้ซื้อรับเอาทรัพย์สินนั้นไว้โดยมิได้อิดเอื้อน
(๓) ถ้าทรัพย์สินนั้นได้ขายทอดตลาด


👩‍🍳ส่วนที่ ๓ ความรับผิดในการรอนสิทธิ (มาตรา ๔๗๕ – ๔๘๒)
👩‍🍳ส่วนที่ ๔ ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิด (มาตรา ๔๘๓ – ๔๘๕)

มาตรา ๔๘๓ คู่สัญญาซื้อขายจะตกลงกันว่าผู้ขายจะไม่ต้องรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องหรือเพื่อการรอนสิทธิก็ได้ ^หลักสรภในการทำสญ


✨หมวด ๓ หน้าที่ของผู้ซื้อ (มาตรา ๔๘๖ – ๔๙๐)

มาตรา ๔๘๘ ถ้าผู้ซื้อพบเห็นความชำรุดบกพร่องในทรัพย์สินซึ่งตนได้รับซื้อ ผู้ซื้อชอบที่จะยึดหน่วงราคาที่ยังไม่ได้ชำระไว้ได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน เว้นแต่ผู้ขายจะหาประกันที่สมควรให้ได้


✨หมวด ๔ การซื้อขายเฉพาะบางอย่าง (มาตรา ๔๙๑ – ๕๑๗)

🍧ส่วนที่ ๑ ขายฝาก (มาตรา ๔๙๑ – ๕๐๒)

    มาตรา ๔๙๑  อันว่าขายฝากนั้น คือสัญญาซื้อขายซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อ โดยมีข้อตกลงกันว่าผู้ขายอาจไถ่ทรัพย์นั้นคืนได้


🍧ส่วนที่ ๒ ขายตามตัวอย่าง ขายตามคำพรรณนา ขายเผื่อชอบ (มาตรา ๕๐๓ – ๕๐๘)
🍧ส่วนที่ ๓ ขายทอดตลาด (มาตรา ๕๐๙ – ๕๑๗)

ลักษณะ ๒ แลกเปลี่ยน (มาตรา ๕๑๘ – ๕๒๐)

ลักษณะ ๓ ให้ (มาตรา ๕๒๑ – ๕๓๖)

  มาตรา ๕๒๑  อันว่าให้นั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ผู้ให้ โอนทรัพย์สินของตนให้โดยเสน่หาแก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้รับ และผู้รับยอมรับเอาทรัพย์สินนั้น

ลักษณะ ๔ เช่าทรัพย์ (มาตรา ๕๓๗ – ๕๗๑)

✨หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๕๓๗ – ๕๔๕)

มาตรา ๕๓๗ อันว่าเช่าทรัพย์สินนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ให้เช่า ตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้เช่า ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น

มาตรา ๕๓๘  เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไป หรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าไซร้ หากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ท่านว่าการเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้แต่เพียงสามปี

มาตรา ๕๓๙  ค่าฤชาธรรมเนียมทำสัญญาเช่านั้น คู่สัญญาพึงออกใช้เสมอกันทั้งสองฝ่าย

มาตรา ๕๔๐  อันอสังหาริมทรัพย์ ท่านห้ามมิให้เช่ากันเป็นกำหนดเวลาเกินกว่าสามสิบปี ถ้าได้ทำสัญญากันไว้เป็นกำหนดเวลานานกว่านั้น ท่านก็ให้ลดลงมาเป็นสามสิบปี
               อนึ่ง กำหนดเวลาเช่าดังกล่าวมานี้ เมื่อสิ้นลงแล้วจะต่อสัญญาอีกก็ได้ แต่ต้องอย่าให้เกินสามสิบปีนับแต่วันต่อสัญญา

มาตรา ๕๔๑  สัญญาเช่านั้นจะทำกันเป็นกำหนดว่าตลอดอายุของผู้ให้เช่าหรือของผู้เช่าก็ให้ทำได้

มาตรา ๕๔๔ ทรัพย์สินซึ่งเช่านั้น ผู้เช่าจะให้เช่าช่วงหรือโอนสิทธิของตนอันมีในทรัพย์สินนั้นไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลภายนอก ท่านว่าหาอาจทำได้ไม่ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาเช่า
ถ้าผู้เช่าประพฤติฝ่าฝืนบทบัญญัติอันนี้ ผู้ให้เช่าจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้ ^แสดงว่าถ้าจะเช่าช่วง ต้องมีบอกในสญ กันก่อน


✨หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของผู้ให้เช่า (มาตรา ๕๔๖ – ๕๕๑)
✨หมวด ๓ หน้าที่และความรับผิดของผู้เช่า (มาตรา ๕๕๒ – ๕๖๓)

มาตรา ๕๕๒ อันผู้เช่าจะใช้ทรัพย์สินที่เช่าเพื่อการอย่างอื่นนอกจากที่ใช้กันตามประเพณีนิยมปกติ หรือการดังกำหนดไว้ในสัญญานั้น ท่านว่าหาอาจจะทำได้ไม่

มาตรา ๕๖๒ ผู้เช่าจะต้องรับผิดในความสูญหายหรือบุบสลายอย่างใด ๆ อันเกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินที่เช่า เพราะความผิดของผู้เช่าเอง หรือของบุคคลซึ่งอยู่กับผู้เช่า หรือของผู้เช่าช่วง
แต่ผู้เช่าไม่ต้องรับผิดในความสูญหายหรือบุบสลายอันเกิดแต่การใช้ทรัพย์สินนั้นโดยชอบ


✨หมวด ๔ ความระงับแห่งสัญญาเช่า (มาตรา ๕๖๔ – ๕๗๑)

ลักษณะ ๕ เช่าซื้อ (มาตรา ๕๗๒ – ๕๗๔)

มาตรา ๕๗๒ อันว่าเช่าซื้อนั้น คือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว
สัญญาเช่าซื้อนั้นถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ ท่านว่าเป็นโมฆะ

มาตรา ๕๗๓ ผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ด้วยส่งมอบทรัพย์สินกลับคืนให้แก่เจ้าของโดยเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง

มาตรา ๕๗๔ ในกรณีผิดนัดไม่ใช้เงินสองคราวติด ๆ กัน หรือกระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญ เจ้าของทรัพย์สินจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้ ถ้าเช่นนั้นบรรดาเงินที่ได้ใช้มาแล้วแต่ก่อน ให้ริบเป็นของเจ้าของทรัพย์สินและเจ้าของทรัพย์สินชอบที่จะกลับเข้าครองทรัพย์สินนั้นได้ด้วย
อนึ่ง ในกรณีกระทำผิดสัญญาเพราะผิดนัดไม่ใช้เงินซึ่งเป็นคราวที่สุดนั้น ท่านว่าเจ้าของทรัพย์สินชอบที่จะริบบรรดาเงินที่ได้ใช้มาแล้วแต่ก่อนและกลับเข้าครองทรัพย์สินได้ต่อเมื่อระยะเวลาใช้เงินได้พ้นกำหนดไปอีกงวดหนึ่ง

ลักษณะ ๖ จ้างแรงงาน (มาตรา ๕๗๕ – ๕๘๖)

มาตรา ๕๗๕ อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้ ^ ไม่จำเป็นต้องเป็นเงิน , เช่น เกี่ยวข้าว แล้วให้ข้าว

มาตรา ๕๘๑ ถ้าระยะเวลาที่ได้ตกลงว่าจ้างกันนั้นสุดสิ้นลงแล้วลูกจ้างยังคงทำงานอยู่ต่อไปอีก และนายจ้างรู้ดังนั้นก็ไม่ทักท้วงไซร้ ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าคู่สัญญาเป็นอันได้ทำสัญญาจ้างกันใหม่โดยความอย่างเดียวกันกับสัญญาเดิม แต่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจจะเลิกสัญญาเสียได้ด้วยการบอกกล่าวตามความในมาตราต่อไปนี้

มาตรา ๕๘๒ ถ้าคู่สัญญาไม่ได้กำหนดลงไว้ในสัญญาว่าจะจ้างกันนานเท่าไร ท่านว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้าในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวใดคราวหนึ่ง เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็อาจทำได้ แต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้ากว่าสามเดือน
อนึ่ง ในเมื่อบอกกล่าวดังว่านี้ นายจ้างจะจ่ายสินจ้างแก่ลูกจ้างเสียให้ครบจำนวนที่จะต้องจ่ายจนถึงเวลาเลิกสัญญาตามกำหนดที่บอกกล่าวนั้นทีเดียว แล้วปล่อยลูกจ้างจากงานเสียในทันทีก็อาจทำได้

มาตรา ๕๘๔ ถ้าจ้างแรงงานรายใดมีสาระสำคัญอยู่ที่ตัวบุคคลผู้เป็นนายจ้าง ท่านว่าสัญญาจ้างเช่นนั้นย่อมระงับไปด้วยมรณะแห่งนายจ้าง

ลักษณะ ๗ จ้างทำของ (มาตรา ๕๘๗ – ๖๐๗)

  มาตรา ๕๘๗  อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น ^ นวดแผนโบราณ เป็น จทข หรือไม่

มาตรา ๖๐๖  ถ้าสาระสำคัญแห่งสัญญาอยู่ที่ความรู้ความสามารถของตัวผู้รับจ้างและผู้รับจ้างตายก็ดี หรือตกเป็นผู้ไม่สามารถทำการที่รับจ้างนั้นต่อไปได้ด้วยมิใช่เพราะความผิดของตนก็ดี ท่านว่าสัญญานั้นย่อมเป็นอันสิ้นลง
               ถ้าและการส่วนที่ได้ทำขึ้นแล้วนั้นเป็นประโยชน์แก่ผู้ว่าจ้างไซร้ ท่านว่าผู้ว่าจ้างจำต้องรับเอาไว้และใช้สินจ้างตามสมควรแก่ส่วนนั้น ๆ

ลักษณะ ๘ รับขน (มาตรา ๖๐๘ – ๖๓๙)

 มาตรา ๖๐๘  อันว่าผู้ขนส่งภายในความหมายแห่งกฎหมายลักษณะนี้ คือบุคคลผู้รับขนส่งของหรือคนโดยสารเพื่อบำเหน็จเป็นทางค้าปกติของตน

 มาตรา ๖๐๙  การรับขนของหรือคนโดยสารในหน้าที่ของกรมรถไฟหลวงแห่งกรุงสยาม และการขนไปรษณียภัณฑ์ในหน้าที่กรมไปรษณีย์โทรเลขนั้น ท่านให้บังคับตามกฎหมายและกฎข้อบังคับสำหรับทบวงการนั้น ๆ
               รับขนของทางทะเล ท่านให้บังคับตามกฎหมายและกฎข้อบังคับว่าด้วยการนั้น

ลักษณะ ๙ ยืม (มาตรา ๖๔๐ – ๖๕๖)

✨หมวด ๑ ยืมใช้คงรูป (มาตรา ๖๔๐ – ๖๔๙)

มาตรา ๖๔๐  อันว่ายืมใช้คงรูปนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ให้ยืม ให้บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ยืม ใช้สอยทรัพย์สินสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เปล่า และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินนั้น เมื่อได้ใช้สอยเสร็จแล้ว

มาตรา ๖๔๘  อันการยืมใช้คงรูป ย่อมระงับสิ้นไปด้วยมรณะแห่งผู้ยืม ^ไม่ใช่ ผหย


✨หมวด ๒ ยืมใช้สิ้นเปลือง (มาตรา ๖๕๐ – ๖๕๖)

มาตรา ๖๕๐  อันว่ายืมใช้สิ้นเปลืองนั้น คือสัญญาซึ่งผู้ให้ยืมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินชนิดใช้ไปสิ้นไปนั้นเป็นปริมาณมีกำหนดให้ไปแก่ผู้ยืม และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินเป็นประเภท ชนิด และปริมาณเช่นเดียวกันให้แทนทรัพย์สินซึ่งให้ยืมนั้น
               สัญญานี้ย่อมบริบูรณ์ต่อเมื่อส่งมอบทรัพย์สินที่ยืม

มาตรา ๖๕๓ การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
ในการกู้ยืมเงินมีหลักฐานเป็นหนังสือนั้น ท่านว่าจะนำสืบการใช้เงินได้ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดงหรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นได้เวนคืนแล้ว หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว

มาตรา ๖๕๔ ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี

มาตรา ๖๕๕ ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยในดอกเบี้ยที่ค้างชำระ แต่ทว่าเมื่อดอกเบี้ยค้างชำระไม่น้อยกว่าปีหนึ่ง คู่สัญญากู้ยืมจะตกลงกันให้เอาดอกเบี้ยนั้นทบเข้ากับต้นเงินแล้วให้คิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้นก็ได้ แต่การตกลงเช่นนั้นต้องทำเป็นหนังสือ
ส่วนประเพณีการค้าขายที่คำนวณดอกทบต้นในบัญชีเดินสะพัดก็ดี ในการค้าขายอย่างอื่นทำนองเช่นว่านี้ก็ดี หาอยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติซึ่งกล่าวมาในวรรคก่อนนั้นไม่

ลักษณะ ๑๐ ฝากทรัพย์ (มาตรา ๖๕๗ – ๖๗๙)

ลักษณะ ๑๑ ค้ำประกัน (มาตรา ๖๘๐ – ๗๐๑)

ลักษณะ ๑๒ จำนอง (มาตรา ๗๐๒ – ๗๔๖)

ลักษณะ ๑๓ จำนำ (มาตรา ๗๔๗ – ๗๖๙)

ลักษณะ ๑๔ เก็บของในคลังสินค้า (มาตรา ๗๗๐ – ๗๙๖)

ลักษณะ ๑๕ ตัวแทน (มาตรา ๗๙๗ – ๘๔๔)

หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๗๙๗ – ๘๐๖)

มาตรา ๗๙๗ อันว่าสัญญาตัวแทนนั้น คือสัญญาซึ่งให้บุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าตัวแทน มีอำนาจทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าตัวการ และตกลงจะทำการดังนั้น
อันความเป็นตัวแทนนั้นจะเป็นโดยตั้งแต่งแสดงออกชัดหรือโดยปริยายก็ย่อมได้

มาตรา ๗๙๘ กิจการอันใดท่านบังคับไว้โดยกฎหมายว่าต้องทำเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย
กิจการอันใดท่านบังคับไว้ว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วย


🥨หมวด ๒ หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ (มาตรา ๘๐๗ – ๘๑๔)
🥨หมวด ๓ หน้าที่และความรับผิดของตัวการต่อตัวแทน (มาตรา ๘๑๕ – ๘๑๙)
🥨หมวด ๔ ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก (มาตรา ๘๒๐ – ๘๒๕)

    มาตรา ๘๒๐  ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจการทั้งหลายอันตัวแทนหรือตัวแทนช่วงได้ทำไปภายในขอบอำนาจแห่งฐานตัวแทน

  มาตรา ๘๒๑  บุคคลผู้ใดเชิดบุคคลอีกคนหนึ่งออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี รู้แล้วยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งเชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน

มาตรา ๘๒๓  ถ้าตัวแทนกระทำการอันใดอันหนึ่งโดยปราศจากอำนาจก็ดี หรือทำนอกทำเหนือขอบอำนาจก็ดี ท่านว่าย่อมไม่ผูกพันตัวการ เว้นแต่ตัวการจะให้สัตยาบันแก่การนั้น
               ถ้าตัวการไม่ให้สัตยาบัน ท่านว่าตัวแทนย่อมต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกโดยลำพังตนเอง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าบุคคลภายนอกนั้นได้รู้อยู่ว่าตนทำการโดยปราศจากอำนาจ หรือทำนอกเหนือขอบอำนาจ

มาตรา ๘๒๕  ถ้าตัวแทนเข้าทำสัญญากับบุคคลภายนอกโดยเห็นแก่อามิสสินจ้างเป็นทรัพย์สินอย่างใด ๆ หรือประโยชน์อย่างอื่นอันบุคคลภายนอกได้ให้เป็นลาภส่วนตัวก็ดี หรือให้คำมั่นว่าจะให้ก็ดี ท่านว่าตัวการหาต้องผูกพันในสัญญาซึ่งตัวแทนของตนได้ทำนั้นไม่ เว้นแต่ตัวการจะได้ยินยอมด้วย


🥨หมวด ๕ ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทน (มาตรา ๘๒๖ – ๘๓๒)
🥨หมวด ๖ ตัวแทนค้าต่าง (มาตรา ๘๓๓ – ๘๔๔)

ลักษณะ ๑๖ นายหน้า (มาตรา ๘๔๕ – ๘๔๙)

ลักษณะ ๑๗ ประนีประนอมยอมความ (มาตรา ๘๕๐ – ๘๕๒)

ลักษณะ ๑๘ การพนัน และขันต่อ (มาตรา ๘๕๓ – ๘๕๕)

  มาตรา ๘๕๓  อันการพนันหรือขันต่อนั้น ท่านว่าหาก่อให้เกิดหนี้ไม่ สิ่งที่ได้ให้กันไปในการพนันหรือขันต่อก็จะทวงคืนไม่ได้ เพราะเหตุหามูลหนี้อย่างหนึ่งอย่างใดมิได้
               ข้อบัญญัติที่กล่าวนี้ ท่านให้ใช้ตลอดถึงข้อตกลงเป็นมูลหนี้อย่างหนึ่งอย่างใดอันฝ่ายข้างเสียพนันขันต่อหากทำให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเพื่อจะใช้หนี้เงินพนันหรือขันต่อนั้นด้วย

ลักษณะ ๑๙ บัญชีเดินสะพัด (มาตรา ๘๕๖ – ๘๖๐)

 มาตรา ๘๕๖  อันว่าสัญญาบัญชีเดินสะพัดนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลสองคนตกลงกันว่าสืบแต่นั้นไป หรือในชั่วเวลากำหนดอันใดอันหนึ่ง ให้ตัดทอนบัญชีหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนอันเกิดขึ้นแต่กิจการในระหว่างเขาทั้งสองนั้นหักกลบลบกัน และคงชำระแต่ส่วนที่เป็นจำนวนคงเหลือโดยดุลภาค

 มาตรา ๘๕๗  การนำตั๋วเงินลงเป็นรายการในบัญชีเดินสะพัดนั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าได้ลงด้วยเงื่อนไขว่าจะมีผู้ชำระเงินตามตั๋วนั้น ถ้าและตั๋วนั้นมิได้ชำระเงินไซร้ จะเพิกถอนรายการอันนั้นเสียก็ได้

 มาตรา ๘๕๘  ถ้าคู่สัญญามิได้กำหนดกันไว้ว่าให้หักทอนบัญชีโดยระยะเวลาอย่างไรไซร้ ท่านให้ถือเอาเป็นกำหนดหกเดือน

               มาตรา ๘๕๙  คู่สัญญาฝ่ายใดจะบอกเลิกสัญญาบัญชีเดินสะพัด และให้หักทอนบัญชีกันเสียในเวลาใด ๆ ก็ได้ ถ้าไม่มีอะไรปรากฏเป็นข้อขัดกับที่กล่าวมานี้

               มาตรา ๘๖๐  เงินส่วนที่ผิดกันอยู่นั้นถ้ายังมิได้ชำระ ท่านให้คิดดอกเบี้ยนับแต่วันที่หักทอนบัญชีเสร็จเป็นต้นไป

ลักษณะ 20 ประกันภัย (ม 891-897)

✨หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป


 มาตรา ๘๖๑  อันว่าสัญญาประกันภัยนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือใช้เงินจำนวนหนึ่งให้ในกรณีวินาศภัยหากมีขึ้น หรือในเหตุอย่างอื่นในอนาคตดังได้ระบุไว้ในสัญญา และในการนี้บุคคลอีกคนหนึ่งตกลงจะส่งเงินซึ่งเรียกว่า เบี้ยประกันภัย


✨หมวด 2 ประกันวินาศภัย ( ม 869 – 888)

💦ส่วนที่ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๘๖๙ – ๘๘๒)

มาตรา ๘๖๙ อันคำว่า “วินาศภัย” ในหมวดนี้ ท่านหมายรวมเอาความเสียหายอย่างใด ๆ บรรดาซึ่งจะพึงประมาณเป็นเงินได้

มาตรา ๘๗๒ ก่อนเริ่มเสี่ยงภัย ผู้เอาประกันภัยจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้ แต่ผู้รับประกันภัยชอบที่จะได้เบี้ยประกันภัยกึ่งจำนวน

มาตรา ๘๘๒ ในการเรียกให้ใช้ค่าสินไหมทดแทน ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลาสองปีนับแต่วันวินาศภัย
ในการเรียกให้ใช้หรือให้คืนเบี้ยประกันภัย ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นเวลาสองปีนับแต่วันซึ่งสิทธิจะเรียกให้ใช้หรือคืนเบี้ยประกันภัยถึงกำหนด

💦ส่วนที่ ๒ วิธีเฉพาะการประกันภัยในการรับขน (มาตรา ๘๘๓ – ๘๘๖)
💦ส่วนที่ ๓ ประกันภัยค้ำจุน (มาตรา ๘๘๗ – ๘๘๘)

มาตรา ๘๘๗ อันว่าประกันภัยค้ำจุนนั้น คือสัญญาประกันภัยซึ่งผู้รับประกันภัยตกลงว่าจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัย เพื่อความวินาศภัยอันเกิดขึ้นแก่บุคคลอีกคนหนึ่ง และซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ
บุคคลผู้ต้องเสียหายชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามที่ตนควรจะได้นั้นจากผู้รับประกันภัยโดยตรง แต่ค่าสินไหมทดแทนเช่นว่านี้หาอาจจะคิดเกินไปกว่าจำนวนอันผู้รับประกันภัยจะพึงต้องใช้ตามสัญญานั้นได้ไม่ ในคดีระหว่างบุคคลผู้ต้องเสียหายกับผู้รับประกันภัยนั้น ท่านให้ผู้ต้องเสียหายเรียกตัวผู้เอาประกันภัยเข้ามาในคดีด้วย
อนึ่ง ผู้รับประกันภัยนั้นแม้จะได้ส่งค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว ก็ยังหาหลุดพ้นจากความรับผิดต่อบุคคลผู้ต้องเสียหายนั้นไม่ เว้นแต่ตนจะพิสูจน์ได้ว่าสินไหมทดแทนนั้นผู้เอาประกันภัยได้ใช้ให้แก่ผู้ต้องเสียหายแล้ว

มาตรา ๘๘๘  ถ้าค่าสินไหมทดแทนอันผู้รับประกันภัยได้ใช้ไปโดยคำพิพากษานั้นยังไม่คุ้มค่าวินาศภัยเต็มจำนวนไซร้ ท่านว่าผู้เอาประกันภัยก็ยังคงต้องรับใช้จำนวนที่ยังขาด เว้นไว้แต่บุคคลผู้ต้องเสียหายจะได้ละเลยเสียไม่เรียกตัวผู้เอาประกันภัยเข้ามาสู่คดีด้วยดังกล่าวไว้ในมาตราก่อน


✨หมวด 3 ประกันชีวิต

ลักษณะ ๒๑ ตั๋วเงิน (มาตรา ๘๙๘ – ๑๐๑๑)


💙หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๘๙๘ – ๙๐๗)
💙หมวด ๒ ตั๋วแลกเงิน (มาตรา ๙๐๘ – ๙๘๑)

🔺ส่วนที่ ๑ การออกและสลักหลังตั๋วแลกเงิน (มาตรา ๙๐๘ – ๙๒๖)

มาตรา ๙๐๘ อันว่าตั๋วแลกเงินนั้น คือหนังสือตราสารซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้สั่งจ่าย สั่งบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้จ่าย ให้ใช้เงินจำนวนหนึ่งแก่บุคคลคนหนึ่ง หรือให้ใช้ตามคำสั่งของบุคคลคนหนึ่งซึ่งเรียกว่าผู้รับเงิน

มาตรา ๙๐๙ อันตั๋วแลกเงินนั้น ต้องมีรายการดังกล่าวต่อไปนี้ คือ
(๑) คำบอกชื่อว่าเป็นตั๋วแลกเงิน
(๒) คำสั่งอันปราศจากเงื่อนไขให้จ่ายเงินเป็นจำนวนแน่นอน
(๓) ชื่อ หรือยี่ห้อผู้จ่าย
(๔) วันถึงกำหนดใช้เงิน
(๕) สถานที่ใช้เงิน
(๖) ชื่อ หรือยี่ห้อผู้รับเงิน หรือคำจดแจ้งว่าให้ใช้เงินแก่ผู้ถือ
(๗) วันและสถานที่ออกตั๋วเงิน
(๘) ลายมือชื่อผู้สั่งจ่าย


🔺ส่วนที่ ๒ การรับรอง (มาตรา ๙๒๗ – ๙๓๗)
🔺ส่วนที่ ๓ อาวัล (มาตรา ๙๓๘ – ๙๔๐)
🔺ส่วนที่ ๔ การใช้เงิน (มาตรา ๙๔๑ – ๙๔๙)
🔺ส่วนที่ ๕ การสอดเข้าแก้หน้า (มาตรา ๙๕๐ – ๙๕๘)
🔺ส่วนที่ ๖ สิทธิไล่เบี้ยเพราะเขาไม่รับรองหรือไม่ใช้เงิน (มาตรา ๙๕๙ – ๙๗๔)
🔺ส่วนที่ ๗ ตั๋วแลกเงินเป็นสำรับ (มาตรา ๙๗๕ – ๙๘๑)


💙หมวด ๓ ตั๋วสัญญาใช้เงิน (มาตรา ๙๘๒ – ๙๘๖)

มาตรา ๙๘๒ อันว่าตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น คือหนังสือตราสารซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ออกตั๋ว ให้คำมั่นสัญญาว่าจะใช้เงินจำนวนหนึ่งให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง หรือใช้ให้ตามคำสั่งของบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับเงิน

มาตรา ๙๘๓ ตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น ต้องมีรายการดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ
(๑) คำบอกชื่อว่าเป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน
(๒) คำมั่นสัญญาอันปราศจากเงื่อนไขว่าจะใช้เงินเป็นจำนวนแน่นอน
(๓) วันถึงกำหนดใช้เงิน
(๔) สถานที่ใช้เงิน
(๕) ชื่อ หรือยี่ห้อของผู้รับเงิน
(๖) วันและสถานที่ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน
(๗) ลายมือชื่อผู้ออกตั๋ว


💙หมวด ๔ เช็ค (มาตรา ๙๘๗ – ๑๐๐๐)


💙หมวด ๕ อายุความ (มาตรา ๑๐๐๑ – ๑๐๐๕)
💙หมวด ๖ ตั๋วเงินปลอม ตั๋วเงินถูกลัก และตั๋วเงินหาย (มาตรา ๑๐๐๖ – ๑๐๑๑)

ลักษณะ ๒๒ หุ้นส่วนและบริษัท (มาตรา ๑๐๐๒ – ๑๒๗๓/๔)

💞หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๑๐๑๒ – ๑๐๒๔)
💞หมวด ๒ ห้างหุ้นส่วนสามัญ (มาตรา ๑๐๒๕ – ๑๐๗๖)
💞หมวด ๓ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (มาตรา ๑๐๗๗ – ๑๐๙๕)
💞หมวด ๔ บริษัทจำกัด (มาตรา ๑๐๙๖ – ๑๒๔๖/๗)
💞หมวด ๕ การชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด (มาตรา ๑๒๔๗ – ๑๒๗๓)
💞หมวด ๖ การถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดร้าง (มาตรา ๑๒๗๓/๑ – ๑๒๗๓/๔)

ลักษณะ ๒๓ สมาคม (มาตรา ๑๒๗๔ – ๑๒๙๗)

บรรพ 4 ทรัพย์สิน

ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๑๒๙๘ – ๑๓๐๗)

ลักษณะ ๒ กรรมสิทธิ์ (มาตรา ๑๓๐๘ – ๑๓๖๖)

🍱หมวด ๑ การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ (มาตรา ๑๓๐๘ – ๑๓๓๔)
🍱หมวด ๒ แดนแห่งกรรมสิทธิ์ และการใช้กรรมสิทธิ์ (มาตรา ๑๓๓๕ – ๑๓๕๕)

  มาตรา ๑๓๓๖  ภายในบังคับแห่งกฎหมาย เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอยและจำหน่ายทรัพย์สินของตนและได้ซึ่งดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้น กับทั้งมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ และมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย


🍱หมวด ๓ กรรมสิทธิ์รวม (มาตรา ๑๓๕๖ – ๑๓๖๖)

  มาตรา ๑๓๕๖  ถ้าทรัพย์สินเป็นของบุคคลหลายคนรวมกัน ท่านให้ใช้บทบัญญัติในหมวดนี้บังคับ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ๑๓๕๗  ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้เป็นเจ้าของรวมกันมีส่วนเท่ากัน

มาตรา ๑๓๕๘  ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าของรวมมีสิทธิจัดการทรัพย์สินรวมกัน
               ในเรื่องจัดการตามธรรมดา ท่านว่าพึงตกลงโดยคะแนนข้างมากแห่งเจ้าของรวม แต่เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ อาจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในทางจัดการตามธรรมดาได้ เว้นแต่ฝ่ายข้างมากได้ตกลงไว้เป็นอย่างอื่น แต่เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ อาจทำการเพื่อรักษาทรัพย์สินได้เสมอ
               ในเรื่องจัดการอันเป็นสาระสำคัญ ท่านว่าต้องตกลงกันโดยคะแนนข้างมากแห่งเจ้าของรวม และคะแนนข้างมากนั้นต้องมีส่วนไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งแห่งค่าทรัพย์สิน
               การเปลี่ยนแปลงวัตถุที่ประสงค์นั้น ท่านว่าจะตกลงกันได้ก็แต่เมื่อเจ้าของรวมเห็นชอบทุกคน

มาตรา ๑๓๕๙  เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ อาจใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์ครอบไปถึงทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อต่อสู้บุคคลภายนอก แต่ในการเรียกร้องเอาทรัพย์สินคืนนั้น ท่านว่าต้องอยู่ในบังคับแห่งเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา ๓๐๒ แห่งประมวลกฎหมายนี้

ลักษณะ ๓ ครอบครอง (มาตรา ๑๓๖๗ – ๑๓๘๖)


ลักษณะ ๔ ภาระจำยอม (มาตรา ๑๓๘๗ – ๑๔๐๑)
ลักษณะ ๕ อาศัย (มาตรา ๑๔๐๒ – ๑๔๐๙)
ลักษณะ ๖ สิทธิเหนือพื้นดิน (มาตรา ๑๔๑๐ – ๑๔๑๖)
ลักษณะ ๗ สิทธิเก็บกิน (มาตรา ๑๔๑๗ – ๑๔๒๘)
ลักษณะ ๘ ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ (มาตรา ๑๔๒๙ – ๑๔๓๔)

บรรพ 5 ครอบครัว

🎁ลักษณะ ๑ การสมรส (มาตรา ๑๔๓๕ – ๑๕๓๕)
🎁ลักษณะ ๒ บิดามารดากับบุตร (มาตรา ๑๕๓๖ – ๑๕๙๘/๓๗)

🎃หมวด ๑ บิดามารดา (มาตรา ๑๕๓๖ – ๑๕๖๐)
🎃หมวด ๒ สิทธิและหน้าที่ของบิดามารดาและบุตร (มาตรา ๑๕๖๑ – ๑๕๘๔/๑)
🎃หมวด ๓ ความปกครอง (มาตรา ๑๕๘๕ – ๑๕๙๘/๑๘)

มาตรา ๑๕๙๑๗  ความเป็นผู้ปกครองนั้นเริ่มแต่วันทราบคำสั่งตั้งของศาล

มาตรา ๑๕๙๒  ให้ผู้ปกครองรีบทำบัญชีทรัพย์สินของผู้อยู่ในปกครองให้เสร็จภายในสามเดือนนับแต่วันที่ทราบคำสั่งตั้งของศาล แต่ผู้ปกครองจะร้องต่อศาลก่อนสิ้นกำหนดขอให้ยืดเวลาก็ได้
               บัญชีนั้นต้องมีพยานรับรองความถูกต้องอย่างน้อยสองคน พยานสองคนนั้นต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะและเป็นญาติของผู้อยู่ในปกครอง แต่ถ้าหาญาติไม่ได้จะให้ผู้อื่นเป็นพยานก็ได้

 มาตรา ๑๕๙๓  ให้ผู้ปกครองยื่นสำเนาบัญชีทรัพย์สินที่ตนรับรองว่าถูกต้องต่อศาลฉบับหนึ่งภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้ทำบัญชีทรัพย์สินแล้ว และศาลจะสั่งให้ผู้ปกครองชี้แจงเพิ่มเติมหรือให้นำเอกสารมาประกอบเพื่อแสดงให้เห็นว่าบัญชีนั้นถูกต้องแล้วก็ได้
               ถ้าศาลมิได้มีคำสั่งเป็นอย่างอื่นภายในสิบห้าวันนับแต่วันยื่นบัญชี หรือวันชี้แจงเพิ่มเติม หรือวันนำเอกสารยื่นประกอบแล้วแต่กรณี ให้ถือว่าศาลยอมรับบัญชีนั้นแล้ว

มาตรา ๑๕๙๔  ถ้าผู้ปกครองไม่ปฏิบัติเกี่ยวแก่การทำบัญชีทรัพย์สินหรือการยื่นบัญชีทรัพย์สินให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๕๙๒ หรือมาตรา ๑๕๙๓ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลซึ่งสั่งตามมาตรา ๑๕๙๓ หรือศาลไม่พอใจในบัญชีทรัพย์สินเพราะทำขึ้นด้วยความเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่สุจริต หรือเห็นได้ชัดว่าผู้ปกครองหย่อนความสามารถ ศาลจะสั่งถอนผู้ปกครองนั้นเสียก็ได้

มาตรา ๑๕๙๕  ก่อนที่ศาลยอมรับบัญชีนั้น ห้ามมิให้ผู้ปกครองทำกิจการใด เว้นแต่เป็นการเร่งร้อนและจำเป็น แต่จะยกข้อห้ามดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนไม่ได้

  มาตรา ๑๕๙๘/๑  ให้ผู้ปกครองทำบัญชีทรัพย์สินส่งต่อศาลปีละครั้งนับแต่วันเป็นผู้ปกครอง แต่เมื่อศาลได้รับบัญชีปีแรกแล้วจะสั่งให้ส่งบัญชีเช่นว่านั้นในระยะเวลาเกินหนึ่งปีก็ได้


🎃หมวด ๔ บุตรบุญธรรม (มาตรา ๑๕๙๘/๑๙ – ๑๕๙๘/๓๗)


🎁ลักษณะ ๓ ค่าอุปการะเลี้ยงดู (มาตรา ๑๕๙๘/๓๘ – ๑๕๙๘/๔๑)

บรรพ 6 มรดก

ลักษณะ ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๑๕๙๙ – ๑๖๑๙)


💟หมวด ๑ การตกทอดแห่งทรัพย์มรดก (มาตรา ๑๕๙๙ – ๑๖๐๓)

  มาตรา ๑๕๙๙  เมื่อบุคคลใดตาย มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่ทายาท
               ทายาทอาจเสียไปซึ่งสิทธิในมรดกได้แต่โดยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น

มาตรา ๑๖๐๐ ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ กองมรดกของผู้ตายได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย ตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ เว้นแต่ตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้ว เป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้

 มาตรา ๑๖๐๑  ทายาทไม่จำต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตน

 มาตรา ๑๖๐๒  เมื่อบุคคลใดต้องถือว่าถึงแก่ความตายตามความในมาตรา ๖๒ แห่งประมวลกฎหมายนี้ มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่ทายาท
               ถ้าพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้นยังคงมีชีวิตอยู่ หรือตายในเวลาอื่นผิดไปจากเวลาดังระบุไว้ในคำสั่งที่สั่งให้เป็นคนสาบสูญ ให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๖๓ แห่งประมวลกฎหมายนี้บังคับแก่ทายาทของบุคคลนั้น


💟หมวด ๒ การเป็นทายาท (มาตรา ๑๖๐๔ – ๑๖๐๗)
💟หมวด ๓ การตัดมิให้รับมรดก (มาตรา ๑๖๐๘ – ๑๖๐๙)
💟หมวด ๔ การสละมรดกและอื่น ๆ (มาตรา ๑๖๑๐ – ๑๖๑๙)

ลักษณะ ๒ สิทธิโดยธรรมในการรับมรดก (มาตรา ๑๖๒๐ – ๑๖๔๕)

ลักษณะ ๓ พินัยกรรม (มาตรา ๑๖๔๖ – ๑๗๑๐)

🍿หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา ๑๖๔๖ – ๑๖๕๔)

 มาตรา ๑๖๔๖  บุคคลใดจะแสดงเจตนาโดยพินัยกรรมกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนเอง หรือในการต่าง ๆ อันจะให้เกิดเป็นผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตนตายก็ได้


🍿หมวด ๒ แบบพินัยกรรม (มาตรา ๑๖๕๕ – ๑๖๗๒)
🍿หมวด ๓ ผลและการตีความแห่งพินัยกรรม (มาตรา ๑๖๗๓ – ๑๖๘๕)
🍿หมวด ๔ พินัยกรรมที่ตั้งผู้ปกครองทรัพย์ (มาตรา ๑๖๘๖ – ๑๖๙๒)
🍿หมวด ๕ การเพิกถอนและการตกไปแห่งพินัยกรรมหรือข้อกำหนดพินัยกรรม (มาตรา ๑๖๙๓ – ๑๖๙๙)
🍿หมวด ๖ ความเสียเปล่าแห่งพินัยกรรมหรือข้อกำหนดพินัยกรรม (๑๗๐๐ – ๑๗๑๐)

 มาตรา ๑๗๐๘  เมื่อผู้ทำพินัยกรรมตายแล้ว บุคคลผู้มีส่วนได้เสียคนใดคนหนึ่งจะร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนพินัยกรรมซึ่งได้ทำขึ้นเพราะเหตุข่มขู่ก็ได้ แต่หากผู้ทำพินัยกรรมยังมีชีวิตอยู่ต่อมาเกินหนึ่งปีนับแต่ผู้ทำพินัยกรรมพ้นจากการข่มขู่แล้ว จะมีการร้องขอเช่นว่านั้นไม่ได้

ลักษณะ ๔ วิธีจัดการและปันทรัพย์มรดก (มาตรา ๑๗๑๑ – ๑๗๕๒)

🍗หมวด ๑ ผู้จัดการมรดก (มาตรา ๑๗๑๑ – ๑๗๓๓)
🍗หมวด ๒ การรวบรวมจำหน่ายทรัพย์มรดกเป็นตัวเงินและการชำระหนี้กับแบ่งปันทรัพย์มรดก (มาตรา ๑๗๓๔ – ๑๗๔๔)
🍗หมวด ๓ การแบ่งมรดก (มาตรา ๑๗๔๕ – ๑๗๕๒)

 มาตรา ๑๗๔๕  ถ้ามีทายาทหลายคน ทายาทเหล่านั้นมีสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับทรัพย์มรดกร่วมกันจนกว่าจะได้แบ่งมรดกกันเสร็จแล้ว และให้ใช้มาตรา ๑๓๕๖ ถึงมาตรา ๑๓๖๖ แห่งประมวลกฎหมายนี้บังคับ เพียงเท่าที่ไม่ขัดกับบทบัญญัติแห่งบรรพนี้

ลักษณะ ๕ มรดกที่ไม่มีผู้รับ (มาตรา ๑๗๕๓)

ลักษณะ ๖ อายุความ (มาตรา ๑๗๕๔ – ๑๗๕๕)

Discover more from อรรถพรคลินิก ศัลยกรรมตกแต่ง Attaporn Plastic Surgery clinic 阿塔蓬博士,曼谷整形外科医生

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading