ผ่าตัดฉีดสารอวัยวะเพศชาย ทำผ่าตัดแบบครั้งเดียวได้ไหม

หลักการของการรักษาคนที่ฉีดสาร หรือฉีดน้ำมันมะกอก ที่อวัยวะเพศชาย คือการลอกหนังบริเวณที่ฉีดมาออกให้มากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งโดยทั่วไป คนไข้ก็มักจะฉีดหนังส่วนที่เป็นแกนองคชาติเพื่อเพิ่มขนาดให้องคชาติมีขนาดใหญ่ขึ้น ดังนั้นการรักษาจึงก็จะเป็นการลอกหนังส่วนที่ฉีดสารแปลกปลอมออก ลอกแกนที่หุ้มองคชาตินี้ออก

จากนั้น เมื่อหนังที่หุ้มแกนถูกลอกออกแล้ว ไม่มีหนังหุ้มแกนองคชาติแล้ว ก็ต้องมีหนังมาคลุมแทน หนังที่ลอกออกไป แล้วเราจะใช้หนังส่วนไหนมาแทนดีละ ?

แนะนำว่าควรพยายามลอกหนังส่วนที่ฉีดสารแปลกปลอมมา เอาออกให้มากที่สุด เท่าที่เป็นไปได้

น.พ.อรรถพร โสภณสฤษฎ์สุข ศัลยแพทย์ตกแต่ง

จุดประสงค์ข้อต่อไป ในการรักษาของคนไข้ นอกจากให้แผลหายแล้ว สิ่งที่สำคัญสุด คือเรื่องการใช้งาน ซึ่งการใช้งานของอวัยวะ คือมีการยืดหยุ่นของอวัยวะ ตอนเช้าๆ จะมีการแข็งตัวตามปกติของผู้ชาย หรือตอนมีอารมณ์ทางเพศ ก็มีการแข็งตัว ขยายขนาด ทั้งความยาว และความใหญ่ของแกน และในขณะใช้งาน มีเพศสัมพันธ์ การเสียดสี ระหว่างการใช้งาน ไม่ว่าจะใช้ถุงยางอนามัย หรือไม่ใช้ก็ตาม เพราะฉะนั้น เนื้อเยื้อที่นำมาแทน ควรจะมีความหนา ไม่น้อยไปกว่าหนังแกนเดิม เพื่อให้ความยืดหยุ่นได้ดี และทนการเสียดสีได้มาก , ไม่ใช่ว่าเกิดแผลทุกครั้งหลังมีเพศสัมพันธุ์ อันนี้ก็ถือว่าหนังไม่ค่อยทนทาน หนังบางเกินไป เกิดกับการใช้หนังต้นขา หรือขาหนีบ ซึ่งถือเป็นหนังทางเลือกหลังๆ กรณีที่หนังอัณฑะใช้ไม่ได้แล้ว

หนังที่นำมาทดแทนหนังเดิม ควรจะมีความยืดหยุ่น หนา ทนทานได้ดี คือหนังอัณฑะ

น.พ.อรรถพร โสภณสฤษฎ์สุข ศัลยแพทย์ตกแต่ง

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ สรุปหนังที่ดีที่สุดที่จะมาหุ้มแทนหนังเดิมที่ตัดออกไป นั้นคือหนังจากอัณฑะ เพราะความหนา ถือว่าโอเคอยู่ , อยู่ใกล้เคียงกับแผล สามารถโยกนำมาใช้ได้ง่าย และที่สำคัญ เราสามารถโยกมาได้ทั้ง 3 ส่วน คือ ผิวหนังส่วนบนสุด(หนังกำพร้า) , ชั้นกลาง(ชั้นหนังแท้) และ ชั้นไขมัน โดยการที่หนังจะมาพร้อมกันทั้งสามส่วนได้ ต้องมีคีย์สำคัญสุด นั้นคือ “เส้นเลือดที่วิ่งมาเลี้ยง” และหนังจากอัณฑะ ถือว่าตอบโจทย์ได้ทุกอย่าง

คำถามถัดไป คือการผ่าตัด รอบเดียว กับสองรอบ ต่างกันอย่างไร ?

อย่างที่บอกครับ ถ้าเราดึงหนังขึ้นมา พร้อมกันเส้นเลือดที่มาเลี้ยงหนัง 3 ส่วนนี้ได้ ถือว่าจบ เนื้อมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัย ไม่ตายไปก่อน , แล้วเส้นเลือดที่ว่านี้ มันอยู่ตรงไหน ? มันอยู่ตรงกลางของหนังอัณฑะครับ เป็นเส้นเลือดขนาดเล็กมาก เวลาเลาะต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง ต้องใช้ประสบการณ์ในการเลาะ เพื่อไม่ไปโดนอันตรายกับเส้นเลือดพวกนี้ และถ้าเส้นเลือดปกติดี เราก็สามารถยกเนื้อ 3 ส่วน ขึ้นมาคลุมรอบเดียวจบได้เลย ไม่ต้องทำสองรอบ สามรอบ

ถ้าสารแปลกปลอมยังไม่ลงถุงอัณฑะ และคนไข้ไม่สูบบุหรีหลังทำผ่าตัด 1 เดือน สามารถทำแบบรอบเดียวได้

น.พ.อรรถพร โสภณสฤษฎ์สุข ศัลยแพทย์ตกแต่ง

แล้วกรณีไหน ที่เส้นเลือด เอามาใช้ไม่ได้ ? เช่น สารที่คนไข้ฉีดมา ดันไหลลงมาในถุงอัณฑะไงครับ ซึ่งจะรู้ได้ โดยการคลำเลยครับ ว่ามีก้อนบริเวณถุงอัณฑะตรงกลางๆ หรือไม่ ,ถ้ามี ก็แสดงว่าเส้นเลือดที่จะมาเลี้ยงเนื้อ 3 ส่วน อาจจะใช้ไม่ได้ หรือไม่ปลอดภัยที่จะใช้ , เพราะฉะนั้นกรณีนี้ หมอแนะนำให้ทำแบบ 2 สเต็ปไปเลยดีกว่า ปลอดภัยกว่า

อีกกรณีคือ สารยังไม่ลงถุงอัณฑะหรอกน่ะ คลำดูบริเวณอัณฑะ ก็ยังนิ่มๆ ก็แสดงว่า เส้นเลือดนี้ยังใช้ได้ , แต่อย่างที่บอกครับ อีกเงื่อนไขหนึ่ง คือการดูแลหลังผ่าตัด , ห้ามคนไข้ได้กลิ่นบุหรีเด็ดขาด ไม่ว่าบุหรีไฟฟ้า หรือบุหรีธรรมดา หรือยาเส้นใดๆก็ตาม เพราะในควันบุหรี จะมีสารที่มีผลทำให้เส้นเลือดตีบได้ทันที ถึง 40เท่า และเส้นเลือดที่เรานำมาใช้นี้ มันก็เส้นเล็กมาก ,ถ้าได้กลิ่นบุหรี อาจจะทำให้เส้นเลือดตีบ จนไม่มีเลือดไปเลี้ยงหนังของเรา และทำให้หนังตายในที่สุดได้ , ส่วนกลิ่นควันจากรถ หรือ PM2.5 ไม่มีผลกับเส้นเลือดที่ว่ามานี้นะครับ

คนไข้ฉีดสารมาที่แกน มาปรึกษาด้วยเรื่องแผล
คนไข้ฉีดสารมาที่แกน มาปรึกษาด้วยเรื่องแผล

เพราะฉะนั้น ถ้าจะทำแบบครั้งเดียว หลังผ่าตัดต้องไม่ได้กลิ่นบุหรี (หรือถ้าได้กลิ่นบุหรีจากคนอื่นสูบ ต้องรีบกลั่นหายใจ แล้วเดินหนีทันทีครับ) ทำแบบนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือนหลังผ่าตัด

ทำไมต้อง 1 เดือน ? เพราะช่วงแรก หนัง 3 ส่วนนี้ จะได้รับเส้นเลือดเส้นเล็กอย่างที่บอกไป , แต่หลังผ่าตัด ก็จะเริ่มๆมีเส้นเลือดจากตัวแกน สิ่งเส้นเลือดวิ่งไปเลี้ยงหนังอีกที สร้างวันละนิด วันละหน่อย จนประมาณ 1 เดือน จึงพอจะเลี้ยงได้ทั้งแกน ทำให้มีเส้นเลือดมากพอที่จะทนกับฤทธิ์ของบุหรี ในการที่ทำให้เส้นเลือดตีบแล้วหนังที่ยกขึ้นมา ยังอยู่รอดปลอดภัย

สรุปเลยนะครับ ว่า เราสามารถทำแบบครั้งเดียวได้ ถ้ามีสารยังไม่ลงถุงอัณฑะ และ หลบเลี่ยงกลิ่นบุหรี เป็นเวลานานอย่างน้อย 1 เดือน

แผลติดเชื้อเรื้องรัง  อวัยวะเพศ  จะถูกตัดออกไปด้วย
แผลติดเชื้อเรื้องรัง อวัยวะเพศ จะถูกตัดออกไปด้วย
แผลติดเชื้อ พบบ่อยในคนไข้ที่ฉีดสารอวัยวะเพศ
แผลติดเชื้อ พบบ่อยในคนไข้ที่ฉีดสารอวัยวะเพศ
ลอกหนังที่แกนออก   รวมทั้งบริเวณที่มีการติดเชื้อ
ลอกหนังที่แกนออก รวมทั้งบริเวณที่มีการติดเชื้อ
ผ่าตัดลอกหนัง และเอาหนังอัณฑะมาคลุม ทำแบบครั้งเดียว หรือ วันสเต็ป เฉพาะกรณีที่สารยังไม่ไหลลงถุงอัณฑะ
ผ่าตัดลอกหนัง และเอาหนังอัณฑะมาคลุม ทำแบบครั้งเดียว หรือ วันสเต็ป เฉพาะกรณีที่สารยังไม่ไหลลงถุงอัณฑะ

ข้อต่อไป ถ้ามีสารไหลลงถุงอัณฑะละ หรือหลบกลิ่นบุหรีไม่ได้ จะทำอย่างไร , ตอบคือ ต้องทำผ่าตัดแบบดั้งเดิม นั้นคือ ลอกหนังที่แกนออกเหมือนวิธีแรก , จากนั้น ก็เอาแกนซุกลงไปในถุงอัณฑะ เรียกว่า ซุกหลังเต่า หรือ มังกรลอดถ้ำนั้นเอง , ซุกไว้แบบนี้ นาน ประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นไป , โดยที่ปลายยังโผล่ออกมา ปัสสาวะได้ตามปกตินะครับ , และบางคน ถ้าหนังยืดหยุ่นได้ดีๆ ก็สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้

จากนั้น หลัง 3-6 เดือน ถ้าจะให้มันขยับได้ดีขึ้น เป็นปกติมากขึ้น ก็ค่อยๆมาผ่าตัดยกขึ้นได้ครับ


คนไข้บางคนถามว่า การผ่าตัดแบบรอบเดียว กับสองรอบ จะได้รูปทรง ต่างกันหรือไม่ ? ตอบครับ ว่าเหมือนกัน เป็นหนังส่วนเดียวกัน รูปทรง ความยาว ความใหญ่เท่ากัน เพราะเป็นการใช้เนื้ออัณฑะเหมือนกันครับ

คนไข้ถามว่า การใช้งานละครับ ตอบว่าการใช้งานเหมือนก่อนทำครับ, เพราะเราลอกเฉพาะหนังออก ส่วนแกน เส้นประสาท และอื่นๆ ยังอยู่เหมือนกัน , เหมือนเปลี่ยนแค่ผ้าที่ห่มแกน ส่วนตัวแกน ยังเป็นแกนเดิมครับ

แล้วขนาดละครับ ความสั้นยาว , ตอบว่า ขนาดความยาว เท่าเดิมครับ เพราะเราไม่ได้เพิ่มหรือลดแกน , ตัวแกนยังเท่าเดิม ไม่ได้สั้น หรือยาวขึ้น

ส่วนความใหญ่ อาจจะดูใหญ่กว่าตอนก่อนฉีดมานิดหน่อย เพราะปกติหนังอัณฑะ จะมีความหนากว่าหนังแกนเดิมซึ่งบางกว่า , ทำให้หลังทำจะดูใหญ่กว่าเดิมเล็กน้อย แต่อันนี้ไม่ได้ถือเป็นข้อดีอะไรนะครับ ถือว่าเป็นผลพลอยได้เล็กๆน้อยๆก็พอครับ เน้นที่การรักษา และการเอาสารออกให้มากที่สุดก็พอคับ

วิดีโอเเล่าเกียวกับการผ่าตัดฉีดอวัยวะเพศชาย ทำผ่าตัดครั้งเดียวได้ไหม
[wpdiscuz-feedback id=”4bd5njk99w” question=”ถาม-ตอบ” opened=”0″][/wpdiscuz-feedback]

Published by Dr.Attaporn

Doctor , Plastic & Cosmetic Surgeon

One thought on “ผ่าตัดฉีดสารอวัยวะเพศชาย ทำผ่าตัดแบบครั้งเดียวได้ไหม

  1. ฝากคำถาม หรือ คอมเมนต์ ในท้ายหน้านี้ได้ครับ

สอบถาม

%d bloggers like this: