ผ่าตัดฉีดสารอวัยวะเพศชาย ทำผ่าตัดแบบครั้งเดียวได้ไหม

หลักการของการรักษาคนที่ฉีดสาร หรือฉีดน้ำมันมะกอก ที่อวัยวะเพศชาย จะลอกหนังบริเวณที่ฉีดมาออก ซึ่งโดยปกติ คนไข้ก็มักจะฉีดหนังส่วนที่เป็นแกนองคชาติ ซึ่งการรักษาก็จะเป็นการลอกหนังส่วนแกนที่หุ้มองคชาตินี้ออก

จากนั้น เมื่อหนังที่แกนไม่มีแล้ว ก็ต้องมีหนังมาคลุมแทน แล้วเราจะใช้หนังส่วนไหนมาแทนดีละ

จุดประสงค์ในการรักษาของคนไข้ นอกจากให้แผลหายแล้ว สิ่งที่สำคัญสุด คือเรื่องการใช้งาน ซึ่งการใช้งานของอวัยวะ คือมีการยืดหยุ่นของอวัยวะ ตอนเช้าๆ จะมีการแข็งตัวตามปกติของผู้ชาย หรือตอนมีอารมณ์ทางเพศ ก็มีการแข็งตัว ขยายขนาด ทั้งความยาว และความใหญ่ของแกน รวมถึงการเสียดสี ตอนใช้งานมีเพศสัมพันธุ์ เพราะฉะนั้น เนื้อเยื้อที่นำมาแทน ควรจะมีความหนา ไม่น้อยไปกว่าหนังแกนเดิม เพื่อให้ความยืดหยุ่นได้ดี และทนการเสียดสีได้มาก , ไม่ใช่ว่าเกิดแผลทุกครั้งหลังมีเพศสัมพันธุ์ อันนี้ก็ถือว่าหนังไม่ค่อยทนทาน

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ สรุปหนังที่ดีที่สุดที่จะมาหุ้มแทนหนังเดิมที่ตัดออกไป นั้นคือหนังจากอัณฑะ เพราะความหนา ถือว่าโอเคอยู่ , อยู่ใกล้เคียงกับแผล สามารถโยกนำมาใช้ได้ง่าย และที่สำคัญ เราสามารถโยกมาได้ทั้ง 3 ส่วน คือ ผิวหนังส่วนบนสุด(หนังกำพร้า) , ชั้นกลาง(ชั้นหนังแท้) และ ชั้นไขมัน โดยการที่หนังจะมาพร้อมกันทั้งสามส่วนได้ ต้องมีคีย์สำคัญสุด นั้นคือ “เส้นเลือดที่วิ่งมาเลี้ยง” และหนังจากอัณฑะ ถือว่าตอบโจทย์ได้ทุกอย่าง

คำถามถัดไป คือการผ่าตัด รอบเดียว กับสองรอบ ต่างกันอย่างไร ?

อย่างที่บอกครับ ถ้าเราดึงหนังขึ้นมา พร้อมกันเส้นเลือดที่มาเลี้ยงหนัง 3 ส่วนนี้ได้ ถือว่าจบ เนื้อมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัย ไม่ตายไปก่อน , แล้วเส้นเลือดที่ว่านี้ มันอยู่ตรงไหน ? มันอยู่ตรงกลางของหนังอัณฑะครับ เป็นเส้นเลือดขนาดเล็กมาก เวลาเลาะต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง ต้องใช้ประสบการณ์ในการเลาะ เพื่อไม่ไปโดนอันตรายกับเส้นเลือดพวกนี้ และถ้าเส้นเลือดปกติดี เราก็สามารถยกเนื้อ 3 ส่วน ขึ้นมาคลุมรอบเดียวจบได้เลย ไม่ต้องทำสองรอบ สามรอบ

แล้วกรณีไหน ที่เส้นเลือด เอามาใช้ไม่ได้ ? เช่น สารที่คนไข้ฉีดมา ดันไหลลงมาในถุงอัณฑะไงครับ ซึ่งจะรู้ได้ โดยการคลำเลยครับ ว่ามีก้อนบริเวณถุงอัณฑะตรงกลางๆ หรือไม่ ,ถ้ามี ก็แสดงว่าเส้นเลือดที่จะมาเลี้ยงเนื้อ 3 ส่วน อาจจะใช้ไม่ได้ หรือไม่ปลอดภัยที่จะใช้ , เพราะฉะนั้นกรณีนี้ หมอแนะนำให้ทำแบบ 2 สเต็ปไปเลยดีกว่า ปลอดภัยกว่า

อีกกรณีคือ สารยังไม่ลงถุงอัณฑะหรอกน่ะ คลำดูบริเวณอัณฑะ ก็ยังนิ่มๆ ก็แสดงว่า เส้นเลือดนี้ยังใช้ได้ , แต่อย่างที่บอกครับ อีกเงื่อนไขหนึ่ง คือการดูแลหลังผ่าตัด , ห้ามคนไข้ได้กลิ่นบุหรีเด็ดขาด ไม่ว่าบุหรีไฟฟ้า หรือบุหรีธรรมดา หรือยาเส้นใดๆก็ตาม เพราะในควันบุหรี จะมีสารที่มีผลทำให้เส้นเลือดตีบได้ทันที ถึง 40เท่า และเส้นเลือดที่เรานำมาใช้นี้ มันก็เส้นเล็กมาก ,ถ้าได้กลิ่นบุหรี อาจจะทำให้เส้นเลือดตีบ จนไม่มีเลือดไปเลี้ยงหนังของเรา และทำให้หนังตายในที่สุดได้ , ส่วนกลิ่นควันจากรถ หรือ PM2.5 ไม่มีผลกับเส้นเลือดที่ว่ามานี้นะครับ

คนไข้ฉีดสารมาที่แกน มาปรึกษาด้วยเรื่องแผล

เพราะฉะนั้น ถ้าจะทำแบบครั้งเดียว หลังผ่าตัดต้องไม่ได้กลิ่นบุหรี (หรือถ้าได้กลิ่นบุหรีจากคนอื่นสูบ ต้องรีบกลั่นหายใจ แล้วเดินหนีทันทีครับ) ทำแบบนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือนหลังผ่าตัด

ทำไมต้อง 1 เดือน ? เพราะช่วงแรก หนัง 3 ส่วนนี้ จะได้รับเส้นเลือดเส้นเล็กอย่างที่บอกไป , แต่หลังผ่าตัด ก็จะเริ่มๆมีเส้นเลือดจากตัวแกน สิ่งเส้นเลือดวิ่งไปเลี้ยงหนังอีกที สร้างวันละนิด วันละหน่อย จนประมาณ 1 เดือน จึงพอจะเลี้ยงได้ทั้งแกน ทำให้มีเส้นเลือดมากพอที่จะทนกับฤทธิ์ของบุหรี ในการที่ทำให้เส้นเลือดตีบแล้วหนังที่ยกขึ้นมา ยังอยู่รอดปลอดภัย

สรุปเลยนะครับ ว่า เราสามารถทำแบบครั้งเดียวได้ ถ้ามีสารยังไม่ลงถุงอัณฑะ และ หลบเลี่ยงกลิ่นบุหรี เป็นเวลานานอย่างน้อย 1 เดือน

แผลติดเชื้อเรื้องรัง อวัยวะเพศ จะถูกตัดออกไปด้วย
แผลติดเชื้อ พบบ่อยในคนไข้ที่ฉีดสารอวัยวะเพศ
ลอกหนังที่แกนออก รวมทั้งบริเวณที่มีการติดเชื้อ
ผ่าตัดลอกหนัง และเอาหนังอัณฑะมาคลุม ทำแบบครั้งเดียว หรือ วันสเต็ป เฉพาะกรณีที่สารยังไม่ไหลลงถุงอัณฑะ

ข้อต่อไป ถ้ามีสารไหลลงถุงอัณฑะละ หรือหลบกลิ่นบุหรีไม่ได้ จะทำอย่างไร , ตอบคือ ต้องทำผ่าตัดแบบดั้งเดิม นั้นคือ ลอกหนังที่แกนออกเหมือนวิธีแรก , จากนั้น ก็เอาแกนซุกลงไปในถุงอัณฑะ เรียกว่า ซุกหลังเต่า หรือ มังกรลอดถ้ำนั้นเอง , ซุกไว้แบบนี้ นาน ประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นไป , โดยที่ปลายยังโผล่ออกมา ปัสสาวะได้ตามปกตินะครับ , และบางคน ถ้าหนังยืดหยุ่นได้ดีๆ ก็สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้

จากนั้น หลัง 3-6 เดือน ถ้าจะให้มันขยับได้ดีขึ้น เป็นปกติมากขึ้น ก็ค่อยๆมาผ่าตัดยกขึ้นได้ครับ


คนไข้บางคนถามว่า การผ่าตัดแบบรอบเดียว กับสองรอบ จะได้รูปทรง ต่างกันหรือไม่ ? ตอบครับ ว่าเหมือนกัน เป็นหนังส่วนเดียวกัน รูปทรง ความยาว ความใหญ่เท่ากัน เพราะเป็นการใช้เนื้ออัณฑะเหมือนกันครับ

คนไข้ถามว่า การใช้งานละครับ ตอบว่าการใช้งานเหมือนก่อนทำครับ, เพราะเราลอกเฉพาะหนังออก ส่วนแกน เส้นประสาท และอื่นๆ ยังอยู่เหมือนกัน , เหมือนเปลี่ยนแค่ผ้าที่ห่มแกน ส่วนตัวแกน ยังเป็นแกนเดิมครับ

แล้วขนาดละครับ ความสั้นยาว , ตอบว่า ขนาดความยาว เท่าเดิมครับ เพราะเราไม่ได้เพิ่มหรือลดแกน , ตัวแกนยังเท่าเดิม ไม่ได้สั้น หรือยาวขึ้น

ส่วนความใหญ่ อาจจะดูใหญ่กว่าตอนก่อนฉีดมานิดหน่อย เพราะปกติหนังอัณฑะ จะมีความหนากว่าหนังแกนเดิมซึ่งบางกว่า , ทำให้หลังทำจะดูใหญ่กว่าเดิมเล็กน้อย แต่อันนี้ไม่ได้ถือเป็นข้อดีอะไรนะครับ ถือว่าเป็นผลพลอยได้เล็กๆน้อยๆก็พอครับ เน้นที่การรักษา และการเอาสารออกให้มากที่สุดก็พอคับ

วิดีโอเเล่าเกียวกับการผ่าตัดฉีดอวัยวะเพศชาย ทำผ่าตัดครั้งเดียวได้ไหม

Published by Dr.Attaporn

Doctor , Plastic & Cosmetic Surgeon

Leave a Reply

%d bloggers like this: