ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 เป็นบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคล หาใช่บทบัญญัติลงโทษการกระทำผิดไม่ ฉะนั้น เมื่อคำร้องของผู้ร้องบรรยายข้อความเข้าดังบัญญัติไว้ในมาตรา 90 แล้ว ศาลก็ชอบที่จะยกมาตรานี้ขึ้นพิจารณาและปรับกับกรณีได้
คำว่า “ควบคุม” หรือ “ขัง” ในมาตรา 90 นี้ เป็นถ้อยคำที่ใช้ตามความหมายธรรมดา หาใช่จำกัดดังประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(21) และ (22) อธิบายไว้ไม่

ปวิอ ม 2(21) ““ควบคุม” หมายความถึงการคุมหรือกักขังผู้ถูกจับโดยพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในระหว่างสืบสวนและสอบสวน”
(22) ““ขัง” หมายความถึงการกักขังจำเลยหรือผู้ต้องหาโดยศาล”

ฉะนั้น มาตรา 90 จึงเป็นบทบัญญัติสำหรับกรณีที่บุคคลต้องถูกควบคุมหรือขังโดยผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมหรือขังโดยเจ้าพนักงานหรือคนธรรมดาก็ตาม
ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 32/2504

คดีนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลว่า นางมีเนาะภรรยาของผู้ร้องถูกคนร้ายสมคบกันฉุดคร่าไปเพื่อการอนาจารและข่มขืนชำเรา

ม 276 ขข กทชร กำลัง ปทษร 4-20ปี

ต่อมาผู้ร้องสืบทราบว่าคนร้ายได้นำนางมีเนาะไปหน่วงเหนี่ยวกักขังอยู่ที่บ้านนายอาลีแซะห์ดาโอะ จึงขอให้ศาลออกหมายค้นบ้านนายอาลีแซะห์ดาโอะเพื่อพบและช่วยนางมีเนาะซึ่งถูกกักขังไว้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕๘ (๓),๖๙(๓)

มาตรา ๕๘ ศาลมีอำนาจออกคำสั่งหรือหมายอาญาได้ภายในเขตอำนาจตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา


ศาลชั้นต้นเห็นว่า กรณีเป็นเรื่องที่ผู้ร้องต้องร้องขอต่อพนักงานฝ่ายปกครอง ไม่อยู่ในอำนาจศาลจึงให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่า
(๑)ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๙๐ เป็นบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคล หาใช่บทบัญญัติลงโทษการกระทำผิดไม่ ฉะนั้น เมื่อคำร้องของผู้ร้องบรรยายขอความมาเข้าดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๙๐ แล้วศาลก็ชอบที่จะยกมาตรา ๙๐ ขึ้นพิจารณาและปรับกับกรณีได้

มาตรา ๙๐ เมื่อมีการอ้างว่าบุคคลใดต้องถูกคุมขังในคดีอาญาหรือในกรณีอื่นใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย บุคคลเหล่านี้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลท้องที่ที่มีอำนาจพิจารณาคดีอาญาขอให้ปล่อย คือ
(๑) ผู้ถูกคุมขังเอง
(๒) พนักงานอัยการ
(๓) พนักงานสอบสวน
(๔) ผู้บัญชาการเรือนจำหรือพัศดี
(๕) สามี ภริยา หรือญาติของผู้นั้น หรือบุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์ของผู้ถูกคุมขัง
เมื่อได้รับคำร้องดังนั้น ให้ศาลดำเนินการไต่สวนฝ่ายเดียวโดยด่วน ถ้าศาลเห็นว่าคำร้องนั้นมีมูล ศาลมีอำนาจสั่งผู้คุมขังให้นำตัวผู้ถูกคุมขังมาศาลโดยพลัน และถ้าผู้คุมขังแสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลไม่ได้ว่าการคุมขังเป็นการชอบด้วยกฎหมาย ให้ศาลสั่งปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังไปทันที


(๒) ในการที่จะพิจารณาว่า กรณีดังคำร้องนี้เข้ามาตรา ๙๐ หรือไม่ก็ชอบที่จะพิจารณาความหมายของมาตรา ๙๐ นี้เสียก่อน มาตรา ๙๐ นี้บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ลักษณะ ๕ หมวด ๑ อันว่าด้วย จับ ขัง จำคุก และมาตรา ๙๐ ก็ใช้คำว่า บุคคลใดต้องถูกควบคุมหรือขังโดยผิดกฎหมายคำว่า ควบคุม นี้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๒๑) ให้ความหมายไว้รวมทั้งคำว่า ขัง ด้วย พิจารณาแล้วน่าจะเข้าใจว่า มาตรา ๙๐ หมายถึง การควบคุมและขังโดยเจ้าหน้าที่ แต่เนื่องจากการควบคุมโดยพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในระหว่างสืบสวนสอบสวนและการขังจำเลยหรือผู้ต้องหาโดยศาล เป็นอำนาจที่กฎหมายให้ไว้ ว่าโดยปกติการควบคุมหรือขังดังว่า จึงมิใช่การควบคุมหรือขังโดยผิดกฎหมาย ดังที่มาตรา ๙๐ ว่าไว้ประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งในมาตรา ๙๐ นี้เอง วรรคท้ายมีความว่า เมื่อได้รับคำร้องดังนั้น ให้ศาลหมาเรียกเจ้าพนักงานหรือบุคคลอื่น ซึ่งก่อให้เกิดการควบคุม ฯลฯ แสดงให้เห็นว่าการควบคุมหรือขังตามมาตรานี้ อาจเป็นการควบคุมของบุคคลที่ไม่ใช่เจ้าพนักงานก็ได้ ประการที่สาม การควบคุมหรือขังอันเป็นการตัดเสรีภาพของบุคคลใดนี้อาจเกิดขึ้นจากบุคคลอื่น
ซึ่งมิใช่เจ้าพนักงานเป็นผู้กระทำ หากมาตรา ๙๐ จะมุ่งหมายเฉพาะการควบคุมหรือขังโดยเจ้าพนักงานเท่านั้นแล้ว ก็จะไม่ให้ความคุ้มครองเพียงพอสำหรับสิทธิและเสรีภาพของบุคคลทั่วไป ประการที่สี่ แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๒๑) และ (๒๒) จะให้ความหมายของคำว่า ควบคุมและขัง แล้วก็ดี แต่ก็ยังมีประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑ บัญญัติว่า “ฯลฯ คำใดมีคำอธิบายไว้แล้ว ให้ถือตามความหมายดังได้อธิบายไว้ เว้นแต่ข้อความในตัวบทจะขัดกับคำอธิบายนั้น” เมื่อพิจารณาตัวบทมาตรา ๙๐ ตามเหตุผลดังกล่าวแล้ว เห็นได้ว่า คำว่า ควบคุมหรือขัง ในมาตรา ๙๐ นี้ เป็นถ้อยคำที่ใช้ตามความหมายธรรมดา หาใช่จำกัดดังมาตรา ๒ (๒๑) และ (๒๒) อธิบายไว้ไม่ ด้วยเหตุทั้งหลายดังกล่าวแล้วนี้ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจึงเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๙๐ เป็นบทบัญญัติสำหรับกรณีที่บุคคลต้องถูกควบคุมหรือขังโดยผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานหรือคนธรรมดาเป็นผู้ควบคุมหรือขัง กรณีของผู้ร้องนี้ก็เข้าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๙๐ ศาลชอบที่จะดำเนินการไปตามมาตรา ๙๐ นั้น จะออกหมายค้นตามมาตรา ๕๘ และ ๖๙ ตรงไปทีเดียวในขณะนี้ตามที่ผู้ร้องขอ
ยังหามีเหตุอันสมควรไม่
พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๙๐ วรรคท้าย ต่อไป

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 58

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 59

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 64

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90

Discover more from อรรถพรคลินิก ศัลยกรรมตกแต่ง Attaporn Plastic Surgery clinic 阿塔蓬博士,曼谷整形外科医生

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading