www.Stats.in.th

ปัญหาหน้าอกใหญ่

from tehParadox
  • หน้าอกใหญ่ ก็อาจจะเป็นปัญหาสำหรับผู้หญิงบางคน เช่นอาจจะหนักเกินไป ทำให้มีอาการปวดไหล หรือปวดหลัง
  • หรือทำให้เกิดรอยแดง รอยกดจากเสื้อในได้
  • หรืออาจจะทำให้เกิดอาการหลัง ปวดเอวได้ ซึ่งต้องแยกให้ได้ก่อนว่าเป็นโรคจากกระดูกสั้นหลังหรือกล้ามเนื้อก่อนด้วยค่ะ เพราะ สาเหตุอาจจะพบร่วมกันได้
  • บางคนอาจจะรู้สึกว่าใหญ่เกินไป ไม่มั่นใจ
  • หรือบางคนก็อาจจะรู้สึกว่าเต้านมใหญ่ และหย่อนคล้อย

การรักษา

from nursingcrib.com
  • การทำผ่าตัดลดขนาดหน้าอก ถือเป็นวิธีที่ทำกันบ่อยที่สุด เพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
  • ส่วนถ้าผู้ป่วยอายุน้อย เช่นยังวัยรุ่น อาจจะต้องคำนึงแผลเป็นหลังทำผ่าตัดด้วย ซึ่งในบางคนอาจจะทำลักษณะดูดไขมันแทน เพื่อจำกัดแผลเป็น แต่ต้องเข้าใจว่าเนื้อหน้าอก ไม่เหมือนกับไขมัน และมีลักษณะแข็งกว่า มักจะเอาออกได้ยากในการทำดูดไขมัน
  • แผลเป็นจากการทำผ่าตัดลดขนาดหน้าอก จะมีแผลบริเวณรอบหัวนม และอาจจะมีลักษณะเป็นรูปตัว T หงาย ต่ำกว่าหัวนม
  • ปริมาณที่ต้องการลด ขึ้นกับผู้ป่วยว่าต้องการเอาออกแค่ไหน , ออกให้ดูมีทรงบ้าง หรือต้องการจะเอาออกเกือบหมด เนื่องจากอาการปวดหลังมาก และไม่ค่อยเป็นห่วงเรื่อง รูปทรงมากนัก ก็แล้วแต่แต่ละคน
  • ก่อนผ่าตัดซึ่งเราใช้เป็นการดมยาสลบ ก็ควรเช็คสุขภาพก่อน ว่ามีโรคประจำตัวอะไรหรือไม่ และถ้าอายุเกิน 40ปีขึ้นไป ก็ควรจะทำการตรวจคลื่นหัวใจ(EKG) ก่อนผ่าตัด

ขั้นตอนผ่าตัด

from medicaltourismabroad
  • ตรวจกับแพทย์ และอธิบายเรื่องการรักษา นัดวันทำผ่าตัด
  • วันผ่าตัด ต้องงดน้ำอาหารอย่างน้อย 6-8 ชม.
  • นั่ง วัดและเขียนสีบริเวณเต้านม
  • ทำผ่าตัดประมาณ 3-4 ชม.
  • หลังผ่าตัดจะมีอาการเจ็บบ้าง และมีการให้ยาฉีดแก้ปวด
  • นอน 1 คืน , ก่อนกลับเอาสายระบายเลือดออก
  • ผ้าพันรัดบริเวณรอบหน้าอก อย่างน้อย 3วัน

การดูแลหลังผ่าตัด

  • แผลห้ามโดนน้ำ และควรรักษาไม่ให้อับชื้น
  • ถ้าเกิดโดนน้ำ ควรเปลี่ยนแผลให้แห้ง แต่ถ้าไม่โดนน้ำ ไม่จำเป็นตอ้งเปลี่ยนแผล เพราะเป็นแผลสะอาด
  • ประมาณ 7-10 วันตัดไหม
  • ดูแลแผล โดยใช้ครีมป้องกันแผลเป็น และถ้ามีแผลเป็นนูนง่าย อาจจะใช้ แผ่นปิดป้องกันแผลเป็น(Silicone sheeth)ป้องกันได้ ซึ่ง หาซื้อได้ตามร้านขายยา

อาการที่อาจจะพบได้หลังผ่าตัด

  • ชาบริเวณหัวนม หรือฐานหัวนม , ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะค่อยดีประมาณ 1-3 เดือน
  • แผลบริเวณหัวนมอาจจะมีลักษณะยู่ๆ โดยเฉพาะถ้ามีการลดขนาดหัวนมด้วย ซึ่งอาการจะค่อยๆดีขึ้น ประมาณ 3 เดือน

สอบถาม

สอบถามลักษณะของแผล

แผลถ้าเป็นแบบยกกระชับ จะมีเฉพาะรอบหัวนม แต่ถ้าทำแบบลดขนาดหน้าอก จะต้องมีการตัดเนื้อนม และหนังด้านข้างออก ซึ่งจะมีแผล เป็นรูปตัวที ซึ่งแผลมักจะค่อยๆจางหายไป ประกอบกับการดูแผลเป็นโดยการใช้ครีมแผลเป็นทาเป็นประจำ

ถ้าต้องการให้นมบุตร หลังจากที่มีการทำผ่าตัด

จริงๆยังพอสามารถให้ได้ เพราะระบบลำเลียงน้ำนมบางส่วนยังปกติ โดยเฉพาะกรณีที่ตัดไม่มาก

การผ่าตัดลดขนาดหน้าอก

จุดประสงค์ในการทำผ่าตัดลดขนาดหน้าอกไม่ว่าจะผ่าตัดด้วยเทคนิดใด โดยหลักๆแล้วจะเกี่ยวกับการลดขนาดของเนื้อนม(tissue) และผิวหนังด้านนอก(skin) ซึ่งในเคสที่หน้าอกใหญ่ๆหรือหย่อนคล้อยเยอะ ก็จำเป็นต้องตัดเนื้อนมเยอะ รวมถึงต้องเอาผิวหนังออกเยอะ ทำให้แผลมีความยาวค่อนข้างมาก
เพราะฉะนั้นก่อนทำผ่าตัดลดขนาดหน้าอกนั้น สิ่งหนึ่งที่จะต้องพูดคุยกับศัลยแพทย์ผู้ทำการรักษาก่อน นั้นคือ รูปทรงหน้าอก(shape) ,​ ขนาดของหน้าอกหลังผ่าตัด(volumn) และความตึงหน้าอก(consistency) แล้วมาดูว่าแผลที่ออกมานั้น ผู้ป่วยสามารถรับได้มากน้อยแค่ไหน เพราะการที่ต้องการลดขนาดเอาออกไปเยอะ หรือแก้ไขหย่อนคล้อยมากๆ ก็ต้องรับทราบแผลที่จะเกิดขึ้นหลังผ่าตัด เพราะถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยรับได้หรือรับไม่ได้สำหรับแผลที่จะออกมา
ถ้าเราย้อนดูประวัติการทำผ่าตัดลดขนาดหน้าอกนั้น ไม่ใช่พึ่งทำกันมาไม่นาน แต่ได้มีการตีพิมพ์เริ่มทำกันตั้งแต่ปี 1960 ซึ่งถือว่าเป็นบิดาของการทำผ่าตัดลดขนาดหน้าอกเสียด้วย นั้นคือ นายแพทย์ ปิเทงเก้(Ivo Pitanguy , MD) ชาวบราซิล

Ivo Pitanguy นายแพทย์ บิดาแห่งการทำผ่าตัดลดขนาดหน้าอก

ซึ่งในขณะนั้นได้มีการทำเทคนิคลงแผลเป็นตัวทีหัวคว่ำ(Inverted T) แต่ยังไงก็ใช่ว่าจะมีแค่เทคนิคเดียว เพราะยังมีเทคนิคการทำแบบ Wise Pattern, Strombeck ซึ่งจุดประสงค์ก็เพื่อลดแผลเป็นให้มากที่สุด และเทคนิคที่ต้องการให้ตัดเนื้อหน้าอกออกให้มากที่สุด

สรุปง่ายๆก่อนว่า ปัจจุบันแม้ว่าจะมีหลากหลายเทคนิค แต่ที่สำคัญที่แพทย์จะเลือกเทคนิคไหนเพื่อทำผ่าตัดให้กับคนไข้นั้น มีหลักการง่ายๆ เช่น ไม่ควรจะยากจนเกินไป ,ได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพอใจกับผู้ป่วย ,​มีผลแทรกซ้อนน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ และสุดท้ายถ้ายิ่งสามารถรักษาความรู้สึก รวมถึงโอกาสของการให้นมบุตรได้ ก็ยิ่งดีมากขึ้น (Lactation and Sensation of nipple areolar)

กายวิภาคในการทำผ่าตัด

ปกติแล้วศัลยแพทย์จะพยายามไม่เลาะแยกระหว่างผิวหนังและเนื้อหน้าอกออกจากกันเพื่อป้องกันการเกิดน้ำเหลืองขัง(seroma , hematoma) , และถ้าเป็นไปได้ ก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยงการตัดเนื้อหน้าอกบริเวณกระดูกซี่โครงที่ 4 เพื่อป้องกันอาการชาบริเวณรอบหัวนม(ยกเว้นกรณีที่หน้าอกใหญ่มากๆ ก็อาจจะเป็นต้องตัดเนื้อหน้าอกในส่วนนี้)
และแน่นอนว่าการยกหัวนมขึ้นนั้นศัลยแพทย์ก็มักจะยกไม่ถึงกับตึงมากเกินไป เพราะการเย็บจนตึงมาก ก็อาจจะทำให้เกิดเนื้อตายบริเวณหัวนมได้ รวมถึงการหลีกเลี่ยงกลิ่นบุหรี่ในช่วงหลังผ่าตัด 3 สัปดาห์แรก เพราะกลิ่นบุหรี่นั้นจะทำให้เส้นเลือดเกิดการหดตัว ทำให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณหัวนมได้น้อยลง