www.Stats.in.th

การเสริมคาง

  • การเสริมคาง สามารถทำได้ทั้งแบบ ใช้ซิลิโคน และแบบฉีด ซึ่งจะมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน
  • การเสริมด้วยซิลิโคน จะมีข้อดี คืออยู่ได้ตลอด และสามารถเสริมได้ทั้งแบบธรรมชาติ หรือยาวได้ ขึ้นอยู่กับการเหลาซิลิโคน
  • ส่วนการฉีดคาง ก็ต้องดูตั้งแต่สารฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีด ซึ่งสารที่ อย. ผ่านให้ มักจะอยู่ได้ประมาณ 1 ปีกว่า และสลายไป และการฉีด มักจะได้แบบธรรมชาติ หรือไม่สามารถให้ขึ้นมากๆๆ ได้ ส่วนการฉีดสารอื่นๆที่ไม่สลาย เช่นซิลิโคนเหลว ไขมันเทียม เป็นต้น ซึ่งเป็นสารที่อย.ไม่อนุญาติให้ฉีด ควรจะหลีกเลี่ยง เพราะในอนาคตอาจจะเกิดการไหลคล้อยได้ และการแก้จะต้องใช้การขูดซึ่งจะยากกว่าและผลที่ได้มักจะไม่ค่อยดี เช่นการขูดได้ไม่หมด ขูดหลายรอบ หรือหลังผ่าตัดขูด พื้นผิวไม่เรียบ
  • การเสริมซิลิโคน ต้องใช้วิธีผ่าตัด โดยการลงแผลในปาก และมีช่วงระยะเวลาในการบวมประมาณ 3-4 สัปดาห์ และ ช่วงแรกควรใช้ผ้าพันศรีษะรอบคาง เพื่อให้ยุบได้เร็วขึ้น
  • ลงซ่อนแผลในปาก เพื่อเสริมซิลิโคนคาง
  • ส่วนการฉีด ดังที่บอกไป คือเหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการเสริมสูงมากนัก และหลังฉีดควรหลีกเลี่ยงความร้อน เช่นเข้าเซาวน่า

การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน

  • ตรวจวัด ดูการเสริมคาง ทิศทางการวาง เทียบกับอัตราส่วนใบหน้า อัตราส่วน 1:3 แบ่งเป็นส่วนหน้าผาก ส่วนจมูก และส่วนปากและคาง
  • อัตราส่วนใบหน้า 1:3
  • การวางซิลิโคน ก็มีแบบ วางลงล่าง (เพื่อให้ดูคางยาวขึ้น) หรือแบบวางเยื้องมาด้านหน้าเล็กน้อยในคนที่ฟันกรามล่างถอยล่นไปด้านหลัง
  • ตอนผ่าตัด จะมีการให้ยาฆ่าเชื้อแก้อักเสบ และยานอนหลับ
  • ลงแผลในช่องปาก
  • ใช้เวลาทำประมาณ 40 นาที
  • เมื่อเสร็จ มีผ้าพันรอบศรีษะ และผ้าก๊อสปิดบริเวณที่คาง สามารถเอาออกได้เองหลังผ่าตัด 2 วัน และ 4 วันตามลำดับ
  • การดูแลในช่องปาก ให้บ้วนปากบ่อยๆหลังผ่าตัด และสามารถแปรงฟันได้ แต่ระวังการกระแทกบริเวณแผลด้านล่าง
  • ไหมเป็นไหมละลาย ประมาณ​2-3 สัปดาห์ ไหมจะหลุดออกหมดเอง
  • หลีกเลี่ยงการชนกระแทกบริเวณคาง หรือการนั่งเท้าคาง
  • รอยุบเข้าที่ ประมาณ​2-3 เดือน